ตอนที่ 2 ฮอร์วิทซ์ (6)
“เอ๋ ใครกันนะเนื้อหอมได้ขนาดนี้ ได้ช็อกโกแลตตั้งเยอะแยะเชียว” รองเท้าบูตของกิลสันเพิ่งจะย่างเข้าประตู ชายหนุ่มก็ทำจมูกฟุดฟิด ได้กลิ่นหอมหวานของช็อกโกแลตอบอวลไปทั่ว
กิลสันเห็นสีหน้าที่ไม่ค่อยสู้ดีของเบนสันก็สุ่มหยิบชิ้นหนึ่งขึ้นมาจากกล่อง แค่ดูก็รู้ว่าเป็ช็อกโกแลตทำเอง ห่อแบบงุ่มง่าม ไม่น่ามอง เขาฉีกกระดาษออกก่อนจะกัดลงไป กิลสันพลันขมวดคิ้ว “ช็อกโกแลต มีแต่ช็อกโกแลตเนี่ยนะ”
“ถึงจะเสียมารยาท แต่ฉันคงต้องขอบอกอะไรนายหน่อย กิลสัน ฉันว่านายกำลังพูดเื่ไร้สาระ นี่เป็ของที่เอามาให้ท่านนายพล ท่านนายพลไม่รู้จะจัดการยังไงเลยให้ฉันทำแทน” เบนสันพูดเสียงเ็า มือของเขาขยับอยู่ตลอด ระยะนี้มีเื่ที่ต้องจัดการมากมายลอยเข้ามาเหมือนเกล็ดหิมะ เช้านี้ท่านนายพลยังจะโยนเ้ากล่องนี่ที่ไม่รู้จะจัดการอย่างไรให้เขาอีก กิลสันนี่ก็ตัวดี ไม่มีอะไรทำก็เดินมาหยิบกินเฉยเลย
“เฮ้อ เป็ช็อกโกแลตจริงด้วย ไม่มีความคิดสร้างสรรค์เอาซะเลย แค่หักช็อกโกแลตเอาไปละลาย เทใส่แม่พิมพ์แล้วเอาไปฟรีซ เท่านี้เอง แค่รูปร่างยังดูไม่ค่อยจะได้เลย...” กิลสันบ่นพึมพำ “เป็ของขวัญไร้ระดับจากคุณชายคุณหนูตระกูลไหนกัน เทศกาลความรักทั้งที ตั้งใจให้มากกว่านี้หน่อยสิ ปกติท่านนายพลก็ไม่ชอบกินของหวานอยู่แล้ว ทำออกมาขี้เหร่ขนาดนี้ยิ่งไม่มีทางชอบเข้าไปใหญ่”
เบนสันวางเอกสารในมือลงดัง ‘ปึง’ พูดด้วยความหงุดหงิด “ไม่ชอบแหงอยู่แล้ว ก็เป็ของที่คุณมูนี่ย์ทำนี่นา”
“...” กิลสันหยิบขึ้นมาอีกชิ้นก่อนจะโยนเข้าปากเคี้ยว แต่พอได้ยินแบบนั้นพลันรู้สึกไม่ดีไปทั้งตัว ไม่รู้ว่าจะคายของในปากทิ้งหรือกลืนลงไปดี สุดท้ายก็โยนชิ้นที่เหลือลงถังขยะด้วยความหงุดหงิด
“ลาภปากท่านนายพลจริงๆ” กิลสันรีบวิ่งไปชงกาแฟให้ตัวเอง ใช้ความขมกลบรสหวานเลี่ยนในปากด้วยใบหน้าเหยเก
“ใช่ไหมล่ะ” เบนสันเอ่ยเสียงเรียบ
ในหัวของมูนี่ย์มีแต่ภาพช่อกุหลาบเล็กๆ นั่น เขารู้สึกว่านี่เป็ไอเดียที่ดี แต่ช่อดอกไม้ตรงทางเดินทุกวันของเขายังไม่สามารถสั่นคลอนฮอร์วิทซ์ได้ ถ้าอย่างนั้นต้องทำอะไรอีกล่ะถึงจะกระชับความสัมพันธ์ได้ ในหัวครุ่นคิดอยู่หลายวัน ก่อนถึงเทศกาลความรัก เป็ครั้งแรกในชีวิต 28 ปีของมูนี่ย์ที่ระลึกถึงเทศกาลนี้ขึ้นมา แต่ต่อให้รู้แล้วเขาก็ยังไม่รู้จะทำอะไรอยู่ดี ดังนั้นจึงแกล้งทำหน้านิ่ง แอบเงี่ยหูฟังพวกนักเรียนในห้องทดลองที่วางแผนว่าจะไปทำอะไรกับคนรักของพวกตนบ้าง
ดูหนังเหรอ ไม่มีทาง
ไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ ไม่มีทาง
เที่ยวสวนสนุก อควาเรียม เื่เพ้อฝันทั้งนั้น
ทำอาหารเหรอ มูนี่ย์ทำไม่เป็สักอย่าง จะเรียนเอาตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว
สุดท้ายมูนี่ย์ก็เหลือบไปเห็นว่าฝั่งตรงข้ามทางเข้าสถาบันมีร้านเบเกอรี่ติดป้ายทำช็อกโกแลต DIY อยู่ร้านหนึ่ง เขาถึงค่อยค้นพบเื่ที่ตัวเองพอจะท้ารบไหว ดังนั้นเขาจึงใช้เวลาหลายวัน สิ้นเปลืองช็อกโกแลตชั้นดีไปหลายก้อน ในที่สุดก็ทำช็อกโกแลตที่หน้าตาพอกินได้ออกมา และเพราะทำครั้งแรกจึงยังกะปริมาณไม่ถูก เลยได้แต่หากล่องกระดาษมาห่อผลงานหน้าตาสุดเห่ยที่เสร็จสมบูรณ์แล้วเข้าไปทั้งชิ้นอย่างกล้าหาญ
มูนี่ย์คิดอย่างโง่เขลาว่ายิ่งส่งให้มากเท่าไร ก็เท่ากับเป็การแสดงความจริงใจของตนมากเท่านั้น กว่าจะรู้ว่าคนอื่นๆ ให้กันแค่ชิ้นสองชิ้น ส่วนตัวเองดันปล่อยไก่ตัวเบ้อเร่อก็หลายวันหลังจากนั้นแล้ว
ในวันเทศกาลความรัก มูนี่ย์ถือช็อกโกแลตกล่องนั้น ใช้สีหน้าที่ไม่อ่อนโยนจนแทบจะเรียกว่าแข็งกระด้างมานั่งรอฮอร์วิทซ์อยู่ในห้องรับแขก วันนั้นเป็อีกครั้งที่ฮอร์วิทซ์ถูกประชุมด่วนยื้อตัวไว้จนถึงกลางดึก แต่เมื่อเปิดประตูบ้านก็เห็นมูนี่ย์ถือกล่องกระดาษนั่งรออยู่ ฮอร์วิทซ์ถึงกับผงะถอยหลังไปสองก้าว
พลเอกฮอร์วิทซ์ ซิงห์ผู้เก่งกล้าสามารถในสนามรบ คิดไม่ถึงว่าวันหนึ่งจะถูกคู่สมรสของตัวเองทำให้ใด้วยวิธีนี้
“ทำไมนายยังไม่นอนอีก” ถึงจะบอกว่าใ แต่ภายในไม่กี่วินาทีฮอร์วิทซ์ก็กลับคืนสู่ความเคร่งขรึมดังเดิม
“สุข...สุขสันต์เทศกาลความรักครับ” มูนี่ย์เอ่ยตะกุกตะกักในตอนแรก ก่อนจะเอ่ยคำว่า ‘สุขสันต์เทศกาลความรัก’ ที่ซุ่มซ้อมอยู่ทุกวันอย่างราบรื่นเหนือความคาดหมาย พูดจบยังแค่นหัวเราะเสียงเย็นออกมาอย่างไม่ถูกจังหวะ คงกำลังเย้ยหยันความเงอะงะของตัวเอง
“นี่เป็ของขวัญเทศกาลความรักที่ผมทำเอง” มูนี่ย์ฝืนยิ้มออกมา ประโยคนี้เขาก็ฝึกอยู่นานเหมือนกัน แต่สุดท้ายก็ยังดูไม่เป็ธรรมชาติอยู่ดี
เห็นชัดว่าการเอาใจด้วยความ ‘อ่อนโยน’ แบบนี้ไม่เข้ากับบุคลิกในยามปกติของเขาเลยสักนิด ถึงกับทำให้ฮอร์วิทซ์จนคำพูดไปชั่วขณะ ไม่รอให้อีกฝ่ายตอบสนองใดๆ มูนี่ย์หันหลังให้ชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว ทำราวกับไม่มีอะไรผิดแผกไปจากปกติ เขาเหยียดหลังตรง กลับห้องไปอย่างเ็า ไม่มีแม้แต่บริการหลังการขาย ช็อกโกแลตกล่องนั้นจึงทำให้ฮอร์วิทซ์รู้สึกเหมือนมันถูกฝืนใจทำให้ ถ้าไม่ใช่เพราะฮอร์วิทซ์เปลี่ยนใจในภายหลัง แกะโบว์ที่ผูกเอาไว้ออกมาดู คงไม่มีทางรู้ว่าทั้งกล่องนั้นเป็ช็อกโกแลตหน้าตาไม่สมประกอบที่มูนี่ย์ทำเองกับมือ
สุดท้ายช็อกโกแลตกล่องนั้นก็ถูกกิลสันนำไปรีไซเคิล เพราะถือคติว่าไม่กินเท่ากับสิ้นเปลือง จึงวิ่งไปยืมหม้อใบใหญ่จากโรงอาหาร พร้อมกับเอากล้วยหอมหนึ่งกล่องที่ถูกส่งมาทุกวันแต่ไม่ค่อยมีคนกินมาด้วย จากนั้นค่อยเรียกรวมตัวผองเพื่อนหาที่ว่างมาช่วยกันทำช็อกโกบานาน่า เื่นี้ถึงคลี่คลายลงในที่สุด