บทที่ 13: หอศาสตราวุธและดาบอัสนีทมิฬ
สองวันต่อมา...
ตลอดสองวันที่ผ่านมา หลินฟานไม่ได้ออกจากถ้ำบำเพ็ญเพียรเลยแม้แต่ก้าวเดียว เขาใช้เวลาทั้งหมดไปกับการทำความคุ้นเคยและควบคุม "พลังปราณอสุนีบาต" ที่เพิ่งได้รับมาใหม่ พลังปราณที่เคยไหลเวียนอย่างสงบดุจสายน้ำ บัดนี้กลับเกรี้ยวกราดและเปี่ยมด้วยพลังทำลายล้างดุจพยัคฆ์ร้ายที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น เขาสามารถควบคุมมันให้ไหลเวียนไปตามเส้นชีพจรได้อย่างอิสระ และเรียกใช้ประกายสายฟ้าเล็กๆ ให้ปรากฏบนปลายนิ้วได้ดั่งใจนึก
ในขณะเดียวกัน ข่าวเื่การท้าประลองระหว่าง "หวังเทา" ศิษย์ชั้นในขอบเขตรวบรวมปราณขั้นที่ 2 กับ "หลินฟาน" ดาวรุ่งดวงใหม่ที่เพิ่งได้อันดับหนึ่งของศิษย์ชั้นนอก ก็ได้กลายเป็หัวข้อที่ร้อนแรงที่สุดในสำนักเมฆาคราม
"พวกเ้าว่าใครจะชนะ? ข้าว่ายังไงก็ต้องเป็ศิษย์พี่หวังเทาอยู่แล้ว! เขาอยู่ขอบเขตรวบรวมปราณเชียวนะ! พลังปราณมันคนละระดับกันเลย!"
"ข้าก็คิดเช่นนั้น แต่หลินฟานคนนั้นก็ไม่ธรรมดา ข้าได้ยินว่าเขาสามารถบรรลุเจตจำนงกระบี่ได้ั้แ่อยู่ระดับขัดเกลาร่างกาย มันอาจจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นก็ได้"
"ปาฏิหาริย์อะไรกัน! ต่อหน้าพลังที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง พร์ใดๆ ก็ไร้ความหมาย! ข้าพนันได้เลยว่าหลินฟานจะต้องถูกอัดจนหมอบภายในสิบกระบวนท่า!"
การเดิมพันถูกตั้งขึ้นอย่างลับๆ ทั่วทั้งสำนัก และแน่นอนว่าอัตราต่อรองส่วนใหญ่เทไปทางฝั่งของหวังเทาอย่างท่วมท้น ในสายตาของทุกคน นี่คือการต่อสู้ที่ผลลัพธ์ถูกกำหนดไว้แล้ว
ในที่สุด วันแห่งการประลองก็มาถึง
ในตอนเช้าของวันนั้น หลินฟานเดินออกจากที่พักของเขาเป็ครั้งแรกในรอบสองวัน เป้าหมายของเขาไม่ใช่เวทีประลองในทันที แต่เป็ "หอศาสตราวุธ" กระบี่คลื่นมรกตของเขาไม่สามารถทนรับพลังของสายฟ้าได้อีกต่อไป เขา้าดาบเล่มใหม่ที่เหมาะสมกว่านี้
หอศาสตราวุธเป็อาคารหินสีดำที่ดูแข็งแกร่งและน่าเกรงขาม ภายในเต็มไปด้วยศาสตราวุธนานาชนิดที่วางเรียงรายอยู่บนชั้นวาง มีทั้งดาบ กระบี่ ทวน ง้าว และอื่นๆ อีกมากมาย แต่ละชิ้นต่างก็แผ่ไอพลังออกมาจางๆ
ด้วยสถานะศิษย์ในนามของผู้าุโหลี่ หลินฟานได้รับอนุญาตให้เลือกศาสตราปราณระดับต่ำได้หนึ่งชิ้นโดยไม่เสียแต้มสำนัก
เขาเดินผ่านชั้นวางศาสตราวุธต่างๆ ไปอย่างช้าๆ สายตาของเขากวาดมองหาดาบที่สามารถเข้ากับพลังปราณอสุนีบาตของเขาได้ ดาบส่วนใหญ่ที่นี่มีคุณสมบัติเป็กลาง หรือไม่ก็เป็ธาตุลม ธาตุน้ำ หรือธาตุดิน ซึ่งไม่เข้ากับเคล็ดวิชาของเขาทั้งสิ้น
ทันใดนั้น สายตาของเขาก็ไปหยุดอยู่ที่ดาบเล่มหนึ่งซึ่งถูกวางพิงไว้ที่มุมห้องอย่างไม่เป็ระเบียบ มันเป็ดาบคาตานะสีดำสนิททั้งเล่ม ตัวดาบดูทื่อและไร้ประกาย ไม่มีไอพลังปราณแผ่ออกมาแม้แต่น้อย ดูไม่ต่างอะไรจากเศษเหล็กธรรมดาๆ
แต่สัญชาตญาณที่เฉียบคมของหลินฟานกลับบอกเขาว่าดาบเล่มนี้ไม่ธรรมดา
เขาเดินเข้าไปหยิบมันขึ้นมา ทันทีที่ัั เขาก็รู้สึกได้ถึงน้ำหนักที่พอดีมือและความรู้สึกเชื่อมโยงที่แปลกประหลาด เขาลองส่งพลังปราณอสุนีบาตเข้าไปในตัวดาบเพียงเล็กน้อย...
เปรี๊ยะ!
วินาทีต่อมา สิ่งที่น่าอัศจรรย์ก็เกิดขึ้น!
ดาบสีดำทมิฬที่เคยดูไร้ชีวิต บัดนี้กลับมีลวดลายสายฟ้าสีม่วงวิ่งพล่านไปทั่วทั้งใบดาบ! มันสั่นะเืเบาๆ ในมือของเขาราวกับกำลังร้องคำรามด้วยความยินดีที่ได้พบกับพลังที่เข้ากันได้!
[ติ๊ง! ตรวจพบศาสตราปราณระดับกลาง (ผนึก) "ดาบอัสนีทมิฬ"!]
[คุณสมบัติ: นำไฟฟ้าและทนทานต่อพลังสายฟ้าสูงเป็พิเศษ สามารถเติบโตได้พร้อมกับพลังของผู้ใช้!]
[สถานะปัจจุบัน: ผนึกถูกคลายออก 10% เนื่องจากัักับพลังปราณอสุนีบาต!]
ศาสตราปราณระดับกลาง! แถมยังถูกผนึกไว้อีก!
หลินฟานตกตะลึง! ศาสตราปราณระดับกลางเป็ของล้ำค่าที่แม้แต่ศิษย์ชั้นในระดับสูงยังต้องฝันถึง! แต่ดาบเล่มนี้กลับถูกทิ้งไว้ราวกับเป็ขยะเพราะผนึกที่ซ่อนเร้นพลังที่แท้จริงของมันเอาไว้
"ข้าเอาเล่มนี้!" หลินฟานตัดสินใจทันที
เขาไม่ได้สนใจสายตาประหลาดใจของผู้ดูแลที่มองมา เขานำดาบอัสนีทมิฬไปลงบันทึกแล้วเดินจากมาอย่างรวดเร็ว บัดนี้เขามีทั้งเคล็ดวิชาและอาวุธที่สมบูรณ์แบบแล้ว
ณ เวทีประลองกลาง
บรรยากาศคึกคักอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ศิษย์นับพันคนมารวมตัวกันจนแน่นขนัดเพื่อชมการประลองครั้งประวัติศาสตร์นี้
บนเวที ร่างของหวังเทาในชุดศิษย์ชั้นในสีขาวสะอาดยืนรออยู่แล้ว เขายืนกอดอกเชิดหน้าขึ้นอย่างหยิ่งผยอง สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ อย่างพึงพอใจกับความสนใจที่เขาได้รับ เขาคือจุดศูนย์กลางของเวทีในวันนี้
"เ้าหลินฟานนั่นยังไม่มาอีกรึ? หรือว่ามันกลัวจนไม่กล้าโผล่หัวมาแล้ว?" หวังเทาพูดกับพรรคพวกที่อยู่ข้างเวทีด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
"ฮ่าๆๆ ศิษย์พี่หวังเทาพูดถูกแล้วครับ! แค่ได้ยินชื่อของศิษย์พี่ มันก็คงจะฉี่ราดกางเกงไปแล้ว!"
ในขณะที่พวกเขากำลังหัวเราะเยาะกันอยู่นั้นเอง ร่างของเด็กหนุ่มคนหนึ่งในชุดศิษย์ชั้นนอกที่ดูธรรมดาก็ค่อยๆ เดินฝ่าฝูงชนเข้ามา
เขาคือหลินฟาน
เขาไม่ได้มีท่าทีโอ้อวดหรือตื่นตระหนก ใบหน้าของเขาสงบนิ่งราวกับผืนน้ำ ในมือของเขาถือดาบสีดำสนิทเล่มหนึ่งที่ดูธรรมดาจนไม่มีใครให้ความสนใจ
การปรากฏตัวของเขาทำให้เสียงพูดคุยเงียบลง ทุกสายตาจับจ้องไปที่การเผชิญหน้าระหว่างคนทั้งสอง
หวังเทาหรี่ตามองหลินฟานั้แ่หัวจรดเท้า เมื่อเห็นว่าหลินฟานยังคงอยู่ในขอบเขตขัดเกลาร่างกาย เขาก็แสยะยิ้มออกมาอย่างดูถูก
"นึกว่าเ้าจะกลัวจนหนีไปแล้วเสียอีก" หวังเทากล่าว "วันนี้ข้าจะสั่งสอนให้เ้ารู้ว่า ระหว่างศิษย์ชั้นในกับศิษย์ชั้นนอกมันแตกต่างกันแค่ไหน! และให้เ้ารู้ว่าผลของการมายุ่งกับคนของข้ามันเป็อย่างไร!"
หลินฟานเพียงแค่มองตอบด้วยสายตาเรียบเฉย ราวกับกำลังมองตัวตลกอยู่เท่านั้น
"พูดมากไร้สาระ" เขากล่าวสั้นๆ "เริ่มได้แล้ว"
คำพูดที่ไม่ไว้หน้าแม้แต่น้อยของหลินฟานทำให้ใบหน้าที่หยิ่งผยองของหวังเทาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ!
"ปากดีนักนะเ้าสวะ! ได้! ข้าจะทำให้เ้าต้องคุกเข่าอ้อนวอนขอชีวิตจากข้าเอง!"
หวังเทาชักกระบี่ของเขาออกมา มันคือกระบี่ชั้นดีที่ส่องประกายเย็นเยียบ พลังปราณของขอบเขตรวบรวมปราณขั้นที่ 2 ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มที่ กดดันไปทั่วทั้งเวที!
หลินฟานเองก็ยกดาบอัสนีทมิฬขึ้นมาตั้งท่าอย่างสบายๆ
กรรมการผู้ดูแลการประลองเห็นว่าทั้งสองฝ่ายพร้อมแล้วจึงะโขึ้น
"การประลอง... เริ่มได้!"
สิ้นเสียงกรรมการ ร่างของหวังเทาก็พุ่งเข้าใส่หลินฟานราวกับพายุ! กระบี่ในมือของเขาวาดออกเป็เพลงกระบี่วายุคลั่งที่รวดเร็วและรุนแรง!
การต่อสู้ที่ทุกคนรอคอย... ได้เปิดฉากขึ้นแล้ว!