ตอน 4 ผิดคาด
ทว่าฮองเฮาผ่านมาเห็นพอดี มีหรือที่มารดาของแผ่นดินจะยินยอมให้ไท่จื่อโดนรังแก... ฮองเฮาผู้สูงส่งเดินเข้าเอาตัวกำบังบุตร จนนางเองต้องรับวงมือตบไปหนึ่งฉากใหญ่
หวงกุ้ยเฟยผู้ขาดสติ แม้จะคิดได้ก็สายเกินไปแล้ว ทำได้เพียงยืนอึ้งขาสั่นพับๆ
"หวงกุ้ยเฟย เสียแรงที่ฝ่าาชมชอบในตัวเ้า ถึงขั้นยอมเลื่อนยศให้เ้าแทบจะเสมอข้า!!!"
"ยศศักดิ์นั้นเปลี่ยนกันได้ แต่สันดานไพร่ของเ้าช่างต่ำตมรากหญ้า ยากจะเปลี่ยนแปลงเสียจริง "
"เ้ากลับไปยังตำหนักของตน รอฟังคำตัดสินของฝ่าาเสีย!!!" ฮองเฮาโกรธจนหน้าเสีย แต่ก็ยังยั้งอารมณ์ตนเองเอาไว้ได้ดี ไม่ลงมือกับคนชั้นต่ำ เอาคืนเพียงคำพูดที่เชือดเฉือนตามแบบฉบับของสตรีผู้ดีชั้นสูงที่ถูกสอนมาดี
"อาชวี่... ตามแม่มา ต่อไปนี้ เ้าเป็ถึงไท่จื่อของแผ่นดิน จงอย่าได้ใส่ใจสองแม่ลูกคู่นี้ แน่วแน่ต่อบ้านเมืองเป็หลัก อย่าให้ผู้ใดทำให้ใจของเ้าสั่นคลอน" ฮองเฮาพร่ำสอนอวี๋ชวี่ต่อหน้ากุ้ยเฟย ก่อนจูงมือเขาไปยังตำหนักใหญ่รายงานต่อฝ่าา
เหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้หวงกุ้ยเฟยถูกลงโทษอย่างหนัก เป็เวลาเนิ่นนานหลายปีมาก กว่าฝ่าาจะอภัยโทษ ยกตำแหน่งหวงกุ้ยเฟยคืนให้แก่นางเพราะความเสน่ห์ที่ไม่เคยเสื่อมคลาย อีกทั้งสองพี่น้องยังได้รับการเปรียบเทียบกันอยู่บ่อยครั้ง
โจวเหวินและอวี๋ชวี่ถูกกีดกันให้ห่างเหินไปโดยปริยาย...สานสัมพันธ์ของพี่น้องมิเคยได้สานต่อ...แต่ก็ไม่เคยถูกผู้ใดตัดขาด ถึงแม้จะถูกยุยงจากทั้งสองฝ่ายจนเติบใหญ่
(ภาพในหัวของโจวเหวินหายไป กลับคืนสู่ห้วงแห่งความจริง)
เื่ราวพวกนี้ซ้ำย้ำอยู่ในหัว... โจวเหวินอาลัยนัก... นั่งคุกเข่าสักพื้นดิน... กอดป้ายหยกที่สลักชื่ออวี๋ชวี่ไว้แน่นแนบอก
"องค์ชายรองขอรับ... เหตุใดท่านเศร้าโศกปานนั้น" แม่ทัพใหญ่ผ่านมาพบเห็น... เร่งตะเบงเสียงเรียกเตือนสติ ทำให้โจวเหวินหลุดจากห้วงความทรงจำวัยเด็ก
"ท่านแม่ทัพ... อวี๋ชวี่... " โจวเหวินผู้ที่น้ำตานองหน้า...เอนหางตาไปยังเบื้องล่างของผาสูง พร้อมยื่นป้ายหยกประจำตัวของอวี๋ชวี่แสดงให้แม่ทัพใหญ่เห็น
"ห่ะ!!! อย่าบอกนะว่า..." เพียงแค่นั้นแม่ทัพใหญ่ผู้ปราดเปรื่องก็พอจะเดาออก ว่าหมายถึงอะไร...
เขาชะโงกหน้ามองลงไปยังหน้าผาลึก... ปลายไม้ที่ยาวยื่่นกลางผา... สังเกตเห็นผ้าคลุมไหล่สีแดงปลิวไหวไปตามแรงลม
"นั่น!!!! นั่นมันผ้าคลุมไหล่ของไท่จื่อ... ใช่จริงๆด้วย!!!" แม่ทัพใหญ่ใ แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง... แขนขาอ่อนแรงทรุดลงกับที่ ก่อนจะพยายามตั้งสติ เร่งควบม้ากลับลานล่าสัตว์
"ฝ่าา.... ฝ่าาขอรับ!!" แม่ทัพใหญ่มาถึงต่อหน้าฝ่าาที่กำลังร้อนใจ
"ว่าอย่างไรแม่ทัพใหญ่... พบไท่จื่อแล้วใช่หรือไม่" ฝ่าาเกร็งตัว...ฟาดมือตบไหล่ก่อนจะเขย่าแม่ทัพใหญ่อย่างแรงเพื่อซักถาม... สีหน้าแววตาของผู้เป็บิดาเต็มไปด้วยความหวัง
"ทูลฝ่าา... โปรดทำใจดีๆก่อนฟังเื่ต่อไปนี้" แม่ทัพใหญ่กัดฟันพูด ทั้งที่ในใจแทบจะไม่อยากรายงานข่าวร้าย
"ไท่จื่อ...สิ้นแล้ว"แม่ทัพใหญ่พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"บังอาจ!!! กล้ากล่าวคำอัปมงคล สาปแช่งโอรสของข้า!!!" ฝ่าากริ้วหนักจนยั้งมือไม่ได้ ง้างตบแม่ทัพใหญ่ฉาดใหญ่
"ของสิ่งนี้ ตกอยู่ริมหน้าผา องค์ชายรองเป็พยานได้" แม่ทัพใหญ่ยื่นป้ายหยกของอวี๋ชวี่ให้ฝ่าาได้ทอดพระเนตร
"ไม่!!! เป็ไปไม่ได้เด็ดขาด!!" ฝ่าาแทบไม่อยากเชื่อสายตา ทรุดลงกับพื้น โดยมีกงกงประคองไว้
"อาชวี่... เ้าด่วนจากไปเช่นนี้... แล้วข้าจะบอกกับฮองเฮาอย่างไรได้..."
"ข้าเฝ้าปลุกปั้นเ้าให้เป็ยอดคน ไหนเลยยังไม่ทันถึงฝั่ง เ้าก็ดิ่งลงเหวเสียแล้ว" ฝ่าาตัดพ้อรำพันด้วยความปวดใจ
"ฝ่าา... ลืมไปแล้วหรือว่าไท่จื่อมีความพิเศษ บางที.... ไท่จื่ออาจจะไม่เป็อะไรเลยก็ได้ " กงกงเห็นฝ่าาคลั่งแทบเสียสติ กระซิบข้างหูเตือนใจให้มีหวัง
"จริงสินะ เื่นี้มีเพียงข้าที่รู้ดี... เร็วเข้าแม่ทัพใหญ่ ระดมพลลงเขา ไปตามหาไท่จื่อ"
"ตายต้องเห็นศพ อยู่ต้องเห็นคน" ฝ่าาเริ่มใจชื้น มีความหวังขึ้นมาเล็กน้อย
"แม้ความหวังนี้ มันจะริบหรี่ แต่ข้าจะลองดูสักตั้ง" ฝ่าาพึมพำ เดินขึ้นอานม้า ควบนำทางลงเขาไป แบบไม่สนสายตาผู้ใด
ในกระโจมเป็เหอเถาเยานั่งฟังอยู่ทุกเหตุการณ์ นางเองแทบจะทำใจไม่ไหว
"นี่ข้าจะต้องเป็หม้ายหรือนี่.... อวี๋ชวี่... ข้าจะสวดมนต์ขอพรเพื่อท่าน" เหอเถาเยาแม้นางจะดูเป็คนร้ายๆอยู่บ้าง แต่หากทำเพื่อชายที่รัก นางถือเป็สตรีที่ดีพร้อมทุกอย่าง ั้แ่เล็กจนโตนางถูกฝึกมาเพื่อตำแหน่งฮองเฮาก็ว่าได้
"กลับจวนไปวันนี้ ข้าจะแสดงความภักดีให้ฝ่าาเห็น...เก็บเตรียมของให้ข้า... เพื่อขอพรให้อวี๋ชวี่ ข้าจะจำศีลภาวนาที่อารามหลวง... เป็เวลาร้อยวัน " เถาเยาเองก็มีความหวัง แต่เพราะนางเป็สตรี ทางเดียวที่นางพอจะทำได้ คือการร่วมช่วยสวดอธิษฐานอีกแรง
**********************
ณ หน้าผาสูง
"อ๊าาาาา ข้าจะไม่ไหวแล้ว... แรงเหวี่ยงนั่นทำแขนของข้าจะขาดเป็สองท่อนอยู่รอนๆ" จังหวะที่ร่างจะร่วงดิ่งกระแทกพื้น เป็ไปดั่งปาฏิหาริย์ อวี๋ชวี่เกาะปลายยอดไม้ไว้ทัน ร่างของเขาจึงห้อยโด่เด่อยู่จุดนั้น
"ม่าย ไหวล้าววววววววว" แขนที่แข็งแรง ออกแรงรั้งดึงปลายยอดไม้ไว้จนมือบาดเป็แผลลึก เพราะครูดกับกิ่งไม้
ท้ายที่สุดแล้วอวี๋ชวี่จำต้องปล่อยมือ ร่างร่วงกระแทกพื้นดังตุ้บ! ทว่าเขากลับไม่เป็อะไรเลย ได้รับเพียงาแเล็กน้อยเท่านั้น มันรักษาตัวเองให้หายได้ภายในไม่กี่พริบตา
"อ๊ะ!!! เสียงอะไรน่ะ เหมือนฟ้าถล่ม... หรือว่า์จะมอบโชคลาภก้อนโตให้ข้า... ไปดูหน่อยก็คงไม่เป็ไร" หลีเอ้อหลันหญิงสาวชาวบ้าน รูปร่างอ้วนดำ ไปไหนมีแต่คนประณามดูถูก
หลีเอ้อหลันใช้ชีวิตเติบโตมาได้อย่างเวทนา เดิมทีถังเยียนผู้ที่เก็บนางมาเลี้ยงก็เป็แค่ผู้อยู่อาศัยอยู่ในกระท่อมเล็กๆกับญาตพี่น้องของฝ่ายสามีที่เสียชีวิต ถังเยียนมักจะถูกรังแกเยี่ยงทาส
กระทั่งได้เอ้อหลันมาชุบเลี้ยงให้เติบใหญ่ นางก็เป็คนกตัญญูรู้คุณ คอยแบ่งเบาหน้าที่แม่บุญธรรมั้แ่ยังเล็กๆ
นางเองต้องทำงานหนักมากขึ้น เพื่อหวังให้แม่บุญธรรมได้พักผ่อน ตกมาปีนี้... ถังเยียนแม่บุญธรรมสุขภาพร่างกายไม่ค่อยดีนัก ป่วยหนักถึงขั้นเกือบจะลาโลกไปหลายหน
ทว่าหลีเอ้อหลันอาลัยนัก พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อหาเงินไปซื้อยามากรักษานาง... เพราะคำว่าต้องทดแทนคุณ ทำให้นางทำงานหามรุ่งหามค่ำ กลายเป็สาวอ้วนดำที่ใครๆ ก็ต้องหัวเราะเยาะ
"เอ๋... นั่นใครน่ะ " เอ้อหลันวิ่งไปดูด้วยความรีบร้อน ทุกย่างก้าวหวังให้พบสิ่งล้ำค่าที่สามารถนำไปแลกเป็เงินเป็ทองได้ เพื่อนางจะนำไปซื้อยามารักษาถังเยียน ทว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้ากลับไม่เป็อย่างที่คิด
หนุ่มวัย 22 ปี ใบหน้าหล่อเหลาเกลี้ยงเกลา เนื้อตัวใสสะอาด ผิวขาวลื่นเหมือนแก้วกระทบแสง ริมฝีปากชมพู่ระเรื่อ
นอนหมดสติ เอ้อหลันกล้าๆกลัวๆ ใช้ไม้เขี่ยเนื้อตัวให้เขาตื่นได้สติก็ไม่เป็ผล
เมื่อนางแน่ใจแล้ว.. ว่าชายหนุ่มผู้นั้นไม่น่าจะเป็ภัย...เอ้อหลันหญิงสาวผู้ไร้เดียงสานั่งแนบข้าง เพ่งมองใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาด้วยความหลงใหล... แต่ทว่าใบหน้านั้นก็ไม่มีประโยชน์อะไรกับนางเสียหน่อย
เอ้อหลัน้าแค่ของมีค่าเท่านั้น นางจึงเริ่มที่จะค้นเนื้อค้นตัวอวี๋ชวี่ เผื่อว่าจะพบของมีค่า แน่นอนว่าเอ้อหลันพบเข้ากับหยกัที่ปักบนมวยผมของเขา นางรีบเก็บซ่อนไว้เป็อย่างดี หวังจะเอาไปขายทอดตลาด
หลีเอ้อหลันได้ของที่้าแล้ว นางจึงเดินหันหลังให้ หวังจากไปเพียงลำพัง
"ขะ ขะ ข้า... ทำเกินไปหรือไม่ เอ้อหลันปล้นของจากคนไร้ทางสู้ ซ้ำยังปล่อยให้เขานอนนิ่งโดยไม่เหลียวแล... หากท่านแม่บุญธรรมรู้เข้า คงโกรธข้าแน่" เอ้อหลันผู้ไร้เดียงสา อุส่าเดินพ้นไปไกล ตลอดทางนั้นไม่ทำให้นางนิ่งนอนใจ เฝ้านึกย้ำเื่นี้ไปตลอดทาง
"อื้อ เอาเถอะ ถือว่าข้าช่วยชีวิตเ้านั่นเพื่อเอาบุญก็แล้วกัน" เอ้อหลันตัดสินใจเดินวนหวนกลับไป แบกอวี๋ชวี่ขึ้นบ่าพากลับหมู่บ้านอู่กู๋