หยางหลี่หยางฟังเสียงผู้คนะโค้าขายแลกเปลี่ยนไปมา ชายหนุ่มมองดูอิริยบถท่าทางของผู้คน มันเริ่มที่จะเข้าใจแล้วว่าเพราะเหตุใด ภารกิจจึงเป็เื่ยากสำหรับโลกมายา
‘อย่างน้อยๆเกมส์วีอาร์ก็จะมีชื่อของคนหรือตัวละครให้เราได้รู้ แต่นี้ไม่เลย หรือว่าสิ่งที่เราคิดผิด ที่นี่คืออีกโลกหนึ่งจริงๆ’
ระหว่างคิดอยู่นั้น เสียงของจิ้นอวี่ดังขึ้น มันะโเรียกชื่อหยางหยางมาจากที่ไกลๆ ไม่นานนักมันก็วิ่งมาอยู่ตรงหน้า
“เ้าพร้อมหรือยัง?? ท่านหยางลู่กำชับว่าให้รีบทำภารกิจทั้งสามให้เรียบร้อย” จิ้นอวี่กล่าวเตือน
หยางหลี่หยางไม่ได้ตอบคำถาม แถมยังถามกลับไป “เ้ามาที่ได้7วันแล้วสินะ แล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง? รู้สึกถึงความผิดปกติตรงไหนหรือไม่??”
อีกฝ่ายส่ายหน้า “ก็ไม่มีนะ ข้าคิดว่าที่นี่ก็คือโลกอีกโลกหนึ่งที่มีอยู่จริง แค่วิธีการเข้ามาแปลกประหลาดพิสดารไปหน่อยเท่านั้น”
ได้ยินเช่นนั้นหลี่หยางพยักหน้าขึ้นลง “ถ้าคิดแบบเ้า ก็สมเหตุสมผลดี คิดแบบข้าก็จะดูแปลกๆไปหน่อย”
“แล้วเ้าคิดว่าอย่างไรละ??” อีกฝ่ายถามกลับ
หลี่หยางจะตอบว่า เป็โลกเกมส์แต่อีกฝ่ายคงไม่เข้าใจ “ช่างเถอะ จริงสิมันมีวิธีเปิดดูสถานะ...ไม่ใช่สิจะเรียกว่าอะไรดีนะ??”
คิดอยู่ครู่หนึ่ง หลี่หยางจึงเปลี่ยนคำถาม “จิ้นอวี่เ้าระดับใดแล้ว??”
“ข้าระดับ3”
“แล้วเ้ามีวิธีดูระดับของตัวเองอย่างไร??”
“ออ!! ถ้าเ้า้าดูความสามารถ แค่ทำแบบนี้” จิ้นอวี่หลับตาลง และกล่าวต่อไป “คิดถึงสิ่งที่้าเห็น”
เมื่อหยางหลี่หยางทำตาม สิ่งที่ปรากฏขึ้นต่อหน้ามัน ย้ำชัดว่ามันคิดถูกแล้ว
ระดับ : 1
ความถนัด : ไม่ปรากฏ
พลังชีวิต : 50
ลมปราณ : 10
กำลัง : 1
กาย : 1
ว่องไว: 1
ควบคุม : 1
ตบะ : 1
ความสามารถ : ไม่ปรากฏ
คุณงามความดี : 0
หลี่หยางรับรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณ พลังชีวิตก็คือHP ลมปราณน่าจะเป็MP ทั้งสองเข้าใจได้อย่างไม่ยาก
กำลังก็คงเป็ความแรงในการโจมตี กายคงหมายถึงเืหรือความทนทาน ว่องไวน่าจะเป็ความเร็ว
ถ้าเป็ตามที่หลี่หยางเข้าใจมันสามารถบอกได้ว่า สถานะอย่าง กำลัง กาย และว่องไว เป็สิ่งที่สามารถใช้กฏของแรงโน้มถ่วงทำให้เกิดขึ้นจริงได้
แต่สำหรับอีก2สถานะไม่สามารถใช้กฎทางวิทยาศาสตร์อธิบายได้ ย่อมหมายถึงสิ่งที่มีไว้เพื่อโลกมายาโดยเฉพาะ
‘สถานะควบคุมและตบะ คือสิ่งใดหว่า?? ถึงจะน่าสนใจแต่เรายังไม่แน่ใจว่ามันช่วยในเื่ใด คงจะต้องรอถามท่านปู่อีกครั้ง’
หยางหลี่หยางเดินตามจิ้นอวี่ที่มีประสบการณ์มากกว่า ไปที่กระท่อมไม้หลังหนึ่ง จากนั้นจิ้นอวี่มองไปที่ป้ายไม้หน้ากระท่อม แต่ละป้ายถูกเขียนแทนตัวเลข
“ไม่มีป้ายหลักเดียวเลยรึไง??” ชายหนุ่มพึมพำพร้อมนำป้ายหมายเลขสิบเอ็ดไปแขวนไว้ที่หน้าประตู
“เ้าทำอะไรนะ??” หลี่หยางถาม
อีกฝ่ายตอบ “ที่นี่คือบ้านของยายโถ่ ภารกิจแปลงโฉมสามารถทำได้ที่นี่ และรู้สึกเหมือนว่าภารกิจนี้จะทำได้ทีละคน ป้ายไม้เมื่อครู่คือจำนวนลำดับที่เราต้องรอ”
“เ้าก็รู้เยอะเหมือนกันนะ แต่ข้าไม่รู้อะไรเลย” หลี่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ก็เพราะข้าได้รับคำสั่ง ให้พาเ้าดำเนินภารกิจทั้งสามให้สำเร็จ ฉะนั้นมีข้าอยู่ เ้าก็สบายๆ”
จิ้นอวี่ยิ้มเจื้อนๆและกล่าวต่อ “แต่ข้าไม่สบายเลยนะ เ้ารู้หรือไม่? วิธีทำภารกิจทั้งสาม ท่านพ่อของข้าพูดใส่หู เช้ากลางวันเย็น ชื่อผู้รับภารกิจ สถานที่และวิธีทำให้สำเร็จ ข้าจำจนเก็บไปฝันเลยละ”
ได้ยินเช่นนั้น หลี่หยางเปล่งเสียงหัวเราะตลอดทาง
เนื่องจากต้องรอแถว ทำภารกิจแปลงโฉมอีกถึงสิบคน จิ้นอวี่จึงพาหลี่หยางมาที่ใจกลางของหมู่บ้านเริ่มต้น
สายตาของทั้งสองคนมองไปยังชายวัยกลางคน รูปร่างบึกบึน ที่ไหล่ขวาและซ้าย มีนกพิราบสองตัวเกาะอยู่ แค่เห็นรูปลักษณ์ก็บอกได้แล้วว่าคนๆนี้คือผู้มอบภารกิจพิราบสื่อสาร
เบื้องหน้ามีกลุ่มคนกำลังมุงดูจำนวนหนึ่ง หลี่หยางสังเกตเห็นว่า ชายวัยกลางคนผู้นี้ได้พูดเชื้อเชิญจนแทบจะกลายเป็อ้อนวอนให้คนที่ผ่านมาคนไปมาร่ำเรียนวิชาฝึกสอนนกพิราบ
“ข้าคือผู้ฝึกพิราบ หาก้าสื่อสารในระยะทางไกล พวกมันจะช่วยเ้าได้เป็อย่างดี”
“เ้า้าฝึกหรือไม่? เ้าละ้าฝึกไหม?? มาฝึกเถอะ ฝึกเถอะ นะนะๆๆ”
หลี่หยางคิดไว้แล้วว่าอย่างน้อยๆ หากเป็ภารกิจบังคับ ผู้มอบภารกิจจะต้องมีนิสัยแบบนี้ เหมือนคนทั่วไปอยู่หลายส่วนแต่มีรูปแบบเชิญชวนเหมือนเอ็นพีซี
จากนั้นมันเข้าไปคุยกับชายวัยกลางคน “ข้า้ารู้วิธีฝึกฝนพิราบสื่อสาร”
ได้ยินเช่นนั้นชายวัยกลางคนยิ้มกว้าง สีหน้าและน้ำสี ดีใจออกนอกหน้า
“ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม เ้ามาถูกที่แล้ว แต่ก่อนอื่น เ้าจะต้องมีนกพิราบเป็ของตัวเองก่อน ไปทางทิศตะวันออกของคู่บ้าน บริเวณนั้นมีนกพิราบอยู่จำนวนมาก ลองจับมาสักตัวหนึ่งสิ”
‘ไม่มีหน้าต่างเควสขึ้นให้แฮะ’ จากนั้นหลี่หยางตอบตกลง มันเดินออกมาและเตรียมไปทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านเริ่มต้นตามคำแนะนำของผู้มอบภารกิจ
ออกจากหมู่บ้านมาได้ไม่นาน มันพบเจอต้นไม้สูงใหญ่ บนกิ่งไม้ปรากฏนกพิราบสีขาวเกาะอยู่นับร้อยๆตัว
หลี่หยางประเมินในสิ่งที่เห็น ‘การจะฆ่าพวกมันนั้นง่ายมาก แต่การจะจับมาเป็ๆกับเราที่ไม่มีอุปกรณ์อะไรเลย นับว่าเป็ปัญหาอยู่มาก’
คิดดังนั้น มันจึงหันไปกล่าวแก่จิ้นอวี่ “ยังไงฝากจับเพื่อข้าสักตัวนะ”
ได้ยินเช่นนั้นจิ้นอวี่พึมพำอุบอิบ “คิดไว้แล้วต้องเป็แบบนี้”
หยางหลี่หยางนอนลงกับพื้นหญ้าอ่อนนุ้ม มันแหงนหน้ามองสหายที่กำลังปีนปายเพื่อจับนกพิราบบนต้นไม้ใหญ่
‘จิ้นอวี่นั้นฝึกฝนพลังวัตรมาั้แ่เด็ก การจะจับนกพิราบตัวหนึ่งง่ายเหมือนการปอกกล้วยเข้าปาก แต่ทว่าตอนนี้ผ่านไปหลายนาทีแล้วก็ยังไม่สามารถทำได้สำเร็จ
ความสามารถที่มีอยู่ในโลกจริงไม่สามารถนำมาใช้ในโลกมายาได้สินะ’ จากนั้นหลี่หยางะโถาม
“จิ้นอวี่ เ้าระดับ3แล้ว ได้เพิ่มความสามารถอะไรบ้างหรือยัง??”
อีกฝ่ายะโด้วยเสียงเหนื่อยหอบ “ยังเลย แต่ท่านพ่อบอกไว้ว่า เพราะการตายเป็เื่สำคัญ ผู้คนส่วนใหญ่จึงมักจะเพิ่มขีดความสามารถทางกายเพื่อให้ได้พลังชีวิตที่มากขึ้น
แต่สำหรับข้า ช่วยเ้าออกไปจากหมู่บ้านเริ่มต้นสำเร็จ ข้าก็จะไม่กลับมาในโลกมายาแล้ว จึงคร้านจะเพิ่มขีดความสามารถให้ยุ่งยากสมอง
ว่าแต่มันน่าโมโหชะมัด พลังวัตรที่ข้าเฝ้าฝึกฝนมาั้แ่เด็ก กลับไม่สามารถจับนกสักตัวได้!!!”
“ถ้าเช่นนั้น เ้าลองเพิ่มความสามารถว่องไวดูเป็ไง”
ได้ยินดังนั้น จิ้นอวี่ทำตามโดยไม่สงสัย มันอยู่ในระดับ3 จึงสามารถเพิ่มความว่องไวของตัวเองจาก1ไป3ได้ในทันที
“บอกความรู้สึกของเ้ากับข้าที” หยางหลี่หยางถามออกไป
อีกฝ่ายะโตอบ “เบา...ข้ารู้สึกเหมือนกับว่าร่างกายเบาลง น้ำหนักตัวลด สามารถเร่งความเร็วไปได้มากขึ้น”
นกพิราบที่จิ้นอวี่ใช้เวลาหลายนาทีก็ยังไม่สามารถจับได้ กลับถูกจับได้ในไม่กี่อึดใจ
หลังจากจับพิราบขาวมาได้แล้ว หลี่หยางนำมันกลับไปให้ผู้ฝึกฝนพิราบ ชายฉกรรจ์ดีใจมากที่อีกฝ่ายทำสำเร็จ มันบอกให้หลี่หยางปล่อยพิราบในมือและกางฝ่ามือออก
ในความเป็จริงแล้วพิราบขาวที่ถูกปล่อยจากการจับกุมจะต้องบินหนีไปอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อหลี่หยางปล่อยพิราบตามที่อีกฝ่ายแนะนำ นกพิราบขาวกลับบินมาเกาะที่ฝ่ามือของมันดั่งเดิม
เห็นดังนั้น หลี่หยางรีบเปิดค่าสถานะขึ้นดู
ระดับ : 2
ความถนัด : ไม่ปรากฏ
พลังชีวิต : 55
ลมปราณ : 11
กำลัง : 1
กาย : 1
ว่องไว: 1
ควบคุม : 1
ตบะ : 1
ค่าคงเหลือ : 1
ความสามารถ : ควบคุมพิราบสื่อสาร
คุณงามความดี : 0
‘เป็อย่างที่คิดไว้จริงๆ ภารกิจสามารถทำให้ระดับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แถมการควบคุมนกพิราบก็กลายเป็หนึ่งในทักษะประจำตัวอีกด้วย’
“แค่เ้ากางมือออกมา พิราบที่อยู่ในระยะ1ลี้จะบินมาเกาะที่ฝ่ามือของเ้า” ผู้ฝึกฝนนกพิราบยังกล่าวอธิบายต่อ
“แต่หากจะบังคับให้พวกมันส่งสาสน์ไปหาคนที่เ้า้าติดต่อ จะต้องมีหยกสลักชื่อเสียงก่อน ทางทิศใต้ของหมู่บ้าน ตามหาชายตัวอ้วน เขาคนนั้นไม่ชอบใส่เสื้อ ศีรษะล้านหมดหัว เขาจะช่วยเ้าสร้างหยกสลักชื่อได้”
‘นี้มัน!! ภารกิจต่อเนื่องชัดๆ สงสัยจริงๆ คนกลุ่มแรกที่เข้ามาและใช้เวลาถึงหนึ่งปีกว่าจะค้นหาภารกิจพบ พวกเขาเอาเวลาไปไล่จับนกพิราบกันอยู่หรือไงนะ??’
หยางหลี่หยางเดินจากมาด้วยความสงสัยในหัว มันและจิ้นอวี่มุ่งหน้าไปทางทิศใต้ตามคำแนะนำของผู้ฝึกพิราบ
เมื่อมาถึงหยางหลี่หยางตรงไปหาชายร่างอ้วนที่มีลักษณะตามที่ได้ยินมา เพียงแค่ยืนจ้องหน้า อีกฝ่ายก็เป็ผู้เริ่มสนทนาก่อน
“จะ..จะจะจะ...เ้า เ้าช่วยข้าได้หรือไม่??”
หลี่หยางยิ้มรับพร้อมเล่นไปตามบท “ช่วยรึ? ได้สิ ท่านมีอะไรให้ข้าช่วยละ??”
“ทางทิศเหนือของหมู่บ้านมีถ้ำหินเหล็ก เ้าช่วยขุดหินเหล็กให้ข้าหนึ่งก้อนได้หรือไม่ ข้า้านำมันมาทำป้ายชื่อให้แก่บุตรชาย”
หลี่หยางพยักหน้าขึ้นลง “แน่นอนพวกเราจะไปเดี๋ยวนี้”
ทั้งสองคนเดินชมสถานที่และสังเกตผู้คนไปเรื่อยๆ ไม่นานนักพวกมันก็มาถึงถ้ำหินเหล็ก
ด้านหน้าของมันปรากฏสองบุรุษและหนึ่งสตรี พวกเขากำลังใช้แท่งเหล็ก กะเทาะถ้ำหินตรงหน้าอย่างขะมักเขม้น หลี่หยางมองดูอยู่นาน แต่ทั้งสามคนก็ยังไม่มีใครสามารถทำได้สำเร็จ
เห็นเช่นนั้น หลี่หยางแตะฝ่ามือไปที่ไหล่ของจิ้นอวี่เบาๆ
“งานนี้ดูไม่ง่าย พยายามเข้าละ” จากนั้นชายหนุ่มเดินไปนั่งพิงหลังกับต้นไม้ ก่อนจะปิดตาหลับ
ล่วงเวลาผ่านไปสองชั่วยาม แสงตะวันคล้อยลงต่ำ เสียงของจิ้นอวี่ดังปลุกชายหนุ่มจากการหลับใหล
“ไปกันเถอะ ข้าได้หินเหล็กมาแล้ว”
หลี่หยางรับหินเหล็กมาจากอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม หางตามองไปที่สองบุรุษหนึ่งสตรี ที่กำลังพยายามกะเทาะหินอยู่ มันเริ่มรู้สึกชอบในฐานะของหยางหยางขึ้นมาเล็กๆแล้ว
ระหว่างทางเดินกลับ หลี่หยางกล่าวถาม“ขณะที่พวกเขาสามคนยังทำไม่ได้ เ้ากลับใช้เวลาน้อยและทำสำเร็จได้ก่อน??”
จิ้นอวี่ส่ายหน้า “ข้าเองก็ไม่รู้ ดูเหมือนความสามารถว่องไวจะมีผลอย่างมาก”
คนที่ไม่มีความรู้ ส่วนใหญ่จะเลือกเพิ่มขีดความสามารถทางกาย เพื่อให้มีพลังชีวิตที่สูงขึ้น เป็หลักประกันว่ามันจะตายออกไปจากโลกมายาได้ยากขึ้น
“ค่ากายนั้นมีผลดีเวลาที่ต่อสู้กับศัตรู หากแต่เป็ภารกิจทั่วๆไปแบบนี้ หลี่หยางคิดว่ากำลังหรือว่องไว จะช่วยให้ทำสำเร็จง่ายกว่า”
หยางหลี่หยางมาถึงทิศใต้ของหมู่บ้าน มันรีบเข้าไปสนทนากับชายร่างอ้วน และส่งมอบหินเหล็กให้แก่เขา
อีกฝ่ายดีใจเป็อย่างมาก ชายร่างอ้วนกล่าวถาม “บอกชื่อของเ้ามาสิ ข้าจะทำป้ายสลักชื่อให้แก่เ้าด้วยหนึ่งชิ้น เป็การตอบแทน”
ได้ยินเช่นนั้น มันหวนคิดถึงคำพูดของปู่ สำหรับตระกูลใหญ่แล้ว การเข้าไปในโลกมายาเพื่อสร้างชื่อเสียง ดังนั้นจึงไม่จำเป็ต้องเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์หรือปลอมแปลงชื่อ
“เอาเป็ 'หยางหยาง' ก็แล้วกัน”
ชายร่างอ้วนพยักหน้าขึ้นลง “ไม่มีปัญหา เพียงแต่ข้าคงต้องใช้เวลาประมาณหนึ่ง”
จากนั้นชายร่างอ้วนพิจารณาหลี่หยางั้แ่หัวถึงเท้า ก่อนจะกล่าว “ดูๆไปแล้วรูปร่างของเ้ามอมแมมยิ่งนัก คงเป็เพราะขุดหาหินเหล็กมาละสิ
เอาอย่างนี้เ้าไปที่กระท่อมไม้ใจกลางของหมู่บ้าน ตามหาบ้านของท่านยายโถ่ นางเก่งเื่ทำให้ยากจก ดูกลายเป็เศรษฐี ข้าหมายถึงรูปลักษณ์นะ
สภาพมอมแมมของเ้า เขาเป่าแปปเดียวก็สะอาดเรียบร้อยแล้ว ไปลองดูสิ”
ได้ยินเช่นนั้นหลี่หยางอดหัวเราะออกในใจไม่ได้ มันไม่ได้ลงมือขุดหินเหล็กด้วยซ้ำ เหงื่อหยดเดียวก็ไม่มีไหลออกมาให้เห็น แล้วมันจะมีสภาพมอมแมมได้อย่างไร??
แม้จะคิดเช่นนั้นแต่ปากก็ลื่นไหลไปตามน้ำ “ตกลง ข้าจะไปขอให้ท่านยายโถ่ช่วยดู”
อีกฝ่ายยกยิ้มกว้าง “ดีมาก ดีมาก เ้ากลับจากบ้านท่านยายโถ่ หยกสลักชื่อของเ้าก็คงเสร็จพอดี”
สำหรับหยางหลี่หยางแล้ว ภารกิจสร้างหยกสลักชื่อ ภารกิจแปลงโฉมและภารกิจฝึกฝนพิราบสื่อสาร ไม่ใช่สิ่งที่ต้องใช้เวลาทำถึงปีเลยด้วยซ้ำ
ความจริงมันควรเป็ระบบให้กรอกชื่อตัวละคร ปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์และช่องทางการสื่อสารเหมือนๆเกมส์ทั่วไป หากแต่โลกมายากลับทำให้มันกลายเป็ภารกิจ
‘เพราะแบบนี้สินะ ถึงต้องบังคับให้ทำสามภารกิจที่ว่าให้สำเร็จก่อน มิเช่นนั้นพื้นฐานของตัวละครจะไม่สมบูรณ์และไม่สามารถเริ่มเกมส์ได้’
ชายหนุ่มคิดอยู่ในหัว ก่อนจะหยุดเท้า สายตามองมันมองไปยังบ้านของท่านยายโถ่...