ปฐมบท ศึกชิงอำนาจ ตอน วีรบุรุษผู้อาภัพ
ในยุคสมัย พระนางบูเช็กเทียน เรืองอำนาจ ในราชสำนักมิมีผู้ใด หาญกล้าต่อกรกับพระนาง
ผู้คล้อยตามอยู่ ผู้ขัดขวางดับสิ้น ภายในสองปีพระนางทรงแต่งตั้งถอดถอนฮ่องเต้ ตามอำเภอใจ
คือถังจงจงฮ่องเต้และถังรุ่ยจงฮ่องเต้ ทั้งแต่งตั้งตนเองเป็จักรพรรดินีแห่งราชวงศ์อู่โจว สนับสนุน
คนตระกูลอู่ของพระนางขึ้นมาเป็ใหญ่ นำโดยมหาเสนาอู่ซานซือ สร้างความมิพอใจแก่เหล่าขุน
นาง ที่สนับสนุนตระกูลหลี่ เมื่อพระนางบูเช็กเทียนสิ้นอำนาจ ก็เกิดการ่ชิงอำนาจขึ้นระหว่าง
ตระกูลอู่ และตระกูลหลี่ขึ้นบ้านเมืองจึงระส่ำวุ่นวาย ทั้งชายแดนทัพทู๋เจี๋ยก็จ้องรุกราน เหตุการณ์
ร้าย มิส่งผลดีต่อฝ่ายใด ในที่สุดเพื่อลดแรงกดดัน จำต้องมีผู้เสียสละเพื่อการณ์นี้ นั้นคือเสนาซ้าย
จางเจี้ยนจือ
ณ ทิศใต้ประตูเมืองฉางอาน จางเจี้ยนจือ คุกเข่าหมอบกราบ ไปทางทิศประตูราชวังที่
ประทับขององค์ฮ่องเต้ ด้วยความเคารพ ใบหน้าสงบราบเรียบ ราวน้ำไร้ระรอกคลื่น บ่งบอกถึง
ความแข้มแข็ง ย้อนไปเมื่อครั้งวัยหนุ่มเคยเหยียบย่างประตูนี้ เข้าไปด้วยอุดมการและความมุ่งมั่น
ใช้เวลาหลายสิบปี ไต่เต้าต่อสู้ในวงราชการ จากขุนนางเล็กๆจนถึงตำแหน่งเสนาซ้าย อันเป็ตำ
แหน่งสูงสุดของตน ยิ่งสูงยิ่งหนาว ยิ่งตกเป็เป้าของฝ่ายตรงข้าม แต่สำหรับจางเจี้ยนจือหาได้
หวาดวิตกไม่ การระเล่นกับความรู้สึกเช่นนี้ ถือเป็ความท้าทายน่าเล่นยิ่ง
ครั้งนี้จางเจี้ยนจือ ถูกเนรเทศออกนอกด่าน ทราบดีว่าเป็ฝีมือของมหาเสนาบดีอู่ซานซือ
เพราะเจ็บแค้นที่ตนนำพาเหล่าผู้คนขุนนางล้มล้างอำนาจของจักรพรรดินีบูเช็กเทียน ทำให้ตระกูล
อู่ เพลี่ยงพล้ำสูญเสียอำนาจในราชสำนักจนอ่อนแอลง หากเพื่อรักษาอำนาจความชอบธรรมของ
ตระกูลหลี่แห่งราชวงศ์ถัง จางเจี้ยนจือผู้จงรักภักดีผู้นี้ ก็ยอมเสียสละได้ แม้กระทั่งชีวิตก็มิเสียดาย
" เจี้ยนจือเมื่อเ้ามาตัวเปล่า ก็จงจากไปตัวด้วยเปล่า ฮาฮา.." เสียงร่อเย้ยถางถากของคน
บนกำแพงเมืองดังขึ้น ด้วยความสมใจในคราเคราะห์ของผู้อื่น จางเจี้ยนจือค่อยยืนขึ้นแหงนหน้า
มองไปยังต้นเสียง หัวร่อกล่าวขึ้นบ้างว่า
" จริงแท้ ข้ามาตัวเปล่า ก่อนจากไป ทำการใหญ่สำเร็จ นับว่าพอมีกำไรอยู่บ้าง ฮ่าฮา.."
กล่าวจบก็ขึ้นรถม้า สั่งให้คนขับควบจากไป โดยมิใส่ใจต่อคนบนกำแพง
เสียงคนต่างบนกำแพงแช่งชักหักกระดูก เมื่อจางเจี้ยนจือล้มล้างจักรพรรดินีบูเช็ก
เทียน ส่งผลกระทบต่อฝ่ายตระกูลอู่อย่างใหญ่หลวง กลุ่มคนบนกำแพงย่อมเป็กลุ่ม
คนตระกูลอู่ และพวกพ้อง
" นอกเขตนครฉางอาน ข้าจะให้เ้าตายโดยไร้ที่กลบฝัง " เสียงแค่นของ
มหาเสนาบดีอู่ซานซือ ดังขึ้นในมุมหนึ่งของกำแพง กำหนดความเป็ตายของฝ่ายตรง
ข้าม
เมื่อจางเจี้ยนจือออกจาก นครฉางอาน แน่นอนว่าย่อมตกเป็เป้าให้ศัตรูเข่นฆ่า
ไล่ล่าสังหาร เหล่าพวกพ้องที่หลบหนีมิทัน จึงถูกกวาดล้าง ตลอดเส้นทางจางเจี้ยนจือ
ถูกช่วยด้วยเหล่าจอมยุทธผู้กล้า แต่สุดท้ายถูกล้อมถอยไปจนมุมที่ริมผาขาด
" จางเจี้ยนจือ ขอบคุณจอมยุทธทุกท่าน ที่ให้การช่วยเหลือ " เสียงจางเจี้ยนจือ
ดังขึ้นทั้งโค้งคารวะไปรอบๆกาย กล่าวด้วยซาบซึ้งและยอมรับชะตากรรมกรรมของตน
" ใต้เท้าจาง โปรดอย่ากล่าวเช่นนี้ ท่านมีบุญคุณใหญ่หลวง
ต่อแผ่นดิน กลับได้รับผลเช่นนี้ แม้ฟ้าดิน ยังคลั่งแค้น "
เสียงของเหล่าจอมยุทธผู้กล้าต่างดังขึ้น เป็สัญญาณว่าแม้ตายก็จะปกป้อง จางเจี้ยนจือ
จนถึงที่สุด
จางเจี้ยนจือชั่วชีวิตมิเคยหลั่งน้ำตา แต่ยามนี้หลั่งไหลออกมา ด้วยความตื้นตัน
ยามยากกลับมีผู้ซาบซึ้งถึงผลงานความดี ได้แต่สะท้อนใจ ผู้คนเหล่านี้มิควรถูกกลบฝัง
ร่วมกับตน เมื่อหวนคิดปีนี้อายุ81 บุตรธิดาได้ลอบส่งหลบหนี ไปก่อนหน้านั้นหลายปี
เมื่อวันที่ตัดสินใจเผชิญหน้ากับอำนาจของพระนางบูเช็กเทียน ไม่ว่าประสบผลหรือล้ม
เหลว จักต้องมีวันนี้ เมื่อประสบความผล ชีวิตไยคำนึงให้มากความ เมื่อคิดขึ้นเช่นนี้
ใบหน้าพลันปรากฏรอยยิ้ม มุมปากมีหยาดโลหิตไหลออกมา ร่างระทวยล้มลงสิ้นใจ
จางเจี้ยนจือวีรบุรุษผู้อาภัพ จากไปด้วยลักษณะนี้ ในระหว่างทางที่ถูกเนรเทศออกจาก
แผ่นดินต้าถัง แผ่นดินที่เขาทุ่มเทกอบกู้เพื่อตระกูลหลี่ มาตลอดด้วยชีวิต
...................................................................................................................