บทที่ 3 ชายที่ได้รับาเ็
หลังจากที่หนิงเหอออกไปทำงานจิวหรงเก็บกวาดโต๊ะอาหารก่อนจะให้ซือเป่าไปเล่นกับสหายที่อยู่ใกล้ๆ กับบ้านตนเอง ส่วนตัวเองได้มานั่งซักผ้า ล้างจาน เก็บผักที่สุกแล้วมาไว้ แล้วมานั่งคัดแยกผักว่าจะเอาอันไหนไว้ดองอันไหนเก็บไว้ทำอาหารตอนเย็นพอจัดการเสร็จมานั่งพักเอาแรงก่อนจะไปตามน้องชายคนเล็กให้กลับบ้านมาทานข้าวกลางวัน
“เสี่ยวเป่า กลับบ้านไปกินข้าวได้แล้ว”
“ขอรับต้าเกอ ข้าไปก่อนนะแล้วจะมาเล่นด้วยใหม่” ซือเป่าขานรับพี่ชายก่อนจะหันไปลากับสหายที่เล่นด้วยแล้ววิ่งมาจูงมือพี่ชายเดินกลับบ้านด้วยกัน
พอกลับมาถึงจิวหรงและซือเป่าได้นั่งทานข้าวกันก่อนที่จิวหรงจะพาซือเป่าน้อยไปนอนกลางวันเป็เพื่อนตนเองกว่าทั้งคู่จะตื่นนอนทำให้เวลานั้นเข้ายามเซิน [15.00 – 16.59 น.] พอดีกับที่หนิงเหอเลิกงานเร็วจึงได้กลับบ้านมาทันเห็นพี่ชายกับน้องชายกำลังหลับอยู่เลยไม่อยากจะรบกวนจึงเดินออกไปเตรียมไม้มาทำฟืนเตรียมไว้ใช้ในตอนเย็นๆ ค่ำๆ จิวหรงเองตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงดังอยู่ข้างบ้านลุกขึ้นเดินไปมองดูหาต้นตอของเสียง
“อ่าว อาหนิงเ้ากลับมานานแล้วหรือ”
“ขอรับต้าเกอ ข้ากลับมาได้ไม่นานนี่เองขอรับ”
“อื้ม... งั้นเดี๋ยวข้าไปล้างหน้าแล้วเดี๋ยวเตรียมกับข้าวเลยแล้วกันถ้าเ้าทำตรงนี้เสร็จแล้วไปปลุกเสี่ยวเป่าด้วยล่ะ”
“ได้ขอรับ”
จิวหรงพยักหน้ารับก่อนจะเดินกลับไปจัดการตัวเอง แล้วค่อยไปทำอาหารที่ห้องครัวต่อโดยหนิงเหอได้ก่อไฟและหุงข้าวเอาไว้ให้แล้วเรียบร้อยจิวหรงจึงลงมือทำอาหารทันทีด้วยไม่อยากให้น้องๆ ต้องหิ้วท้องรอนานพอทำอาหารเรียบร้อยจิวหรงได้เรียกน้องๆ ให้มาทานอาหารเมื่อทั้งสามพร้อมหน้าพร้อมตากันแล้วลงมือทานข้าวเย็นกันจิวหรงกับน้องๆ ทานอาหารกันอย่างเรียบร้อยพอทานกันเสร็จจัดการเก็บกวาดหนิงเหอขอตัวไปจัดการกับดักจับปลาที่ลำธารก่อนจะกลับมาอาบน้ำที่หลังพร้อมบอกให้พี่ชายอย่างจิวหรงและซือเป่านอนก่อนโดยไม่ต้องรั่งรอตนเองเพราะอาจจะกลับดึกจิวหรงด้วยห่วงน้องชายแต่เลือกที่จะพยักหน้ารับคำของน้องชายไปแทนที่จะรั่ง
“เ้าเองระวังๆ ด้วย กลางคืนยิ่งอันตรายยิ่งนัก”
“ขอรับ ข้าจะระวังท่านเองรีบพักผ่อนเถอะขอรับ ข้าฝากเ้าดูแลพี่ใหญ่ด้วยละเสี่ยวเป่า”
“รับทราบขอรับ เอ้อเกอไม่ต้องเป็ห่วง” จิวหรงได้แต่ส่ายศีรษะไปมาให้กับความน่ารักของสองพี่น้องที่กำลังคุยกับพร้อมทั้งสั่งให้ดูแลตนเองอีกด้วย
“เอาล่ะๆ เ้ารีบไปเถอะเดี๋ยวจะยิ่งดึกไปมากกว่านี้เอาเสียก่อน”
“ขอรับ งั้นข้าไปก่อน” จิวหรงและซือเป่ายืนมองหนิงเหอเดินออกไปแล้วหายไปกับความมืดแล้วได้ชักชวนกันไปอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอนกัน
“งั้นพวกเราไปอาบน้ำกันเถอะเนอะ วันนี้ต้าเกอจะเล่านิทานให้ฟังอีกดีหรือไม่”
“ดีๆ ขอรับต้าเกอ” ซือเป่ายิ้มดีใจก่อนจะจูงมือพี่ชายเดินไปยังที่ใช้อาบน้ำจิวหรงจัดการจับน้องชายและตนเองเสร็จได้กินเวลาไปถึงหนึ่งเค่อ [15นาที] ทั้งสองจึงพากันมานอนที่ห้องนอนโดยจิวหรงจับน้องชายมานอนห่มผ้าก่อนจะเริ่มเล่านิทานให้น้องน้อยได้ฟัง
“อื่ม... งั้นวันนี้ต้าเกอเล่าเื่นี้ให้เ้าฟังแล้วกัน”
“เื่อะไรหรือขอรับต้าเกอ”
“เื่ คนมือเติบกับนกนางแอ่น”
“เล่าเลยๆ ขอรับ” จิวหรงพยักหน้ายิ้มรับแล้วเริ่มเล่าเื่
“มีชายหนุ่มคนหนึ่งเป็ที่ชื่นชมในหมู่เพื่อนกินว่าเป็คนมือเติบ เขาใช้จ่ายเงินทองที่ได้มาอย่างสิ้นเปลืองเพื่อรักษาหน้าตาชื่อเสียง จนวันหนึ่งต้นฤดูใบไม้ร่วง เขาก็พบว่าตนเองไม่เหลือเงินเลยแม้แต่แดงเดียว รวมถึงไม่มีทรัพย์สินอื่นใดเว้นแต่เสื้อผ้าที่เขาสวมใส่อยู่
เขาต้องออกไปหาเพื่อนเ้าสำราญบางคนในเช้านั้น และเขาก็คิดจนหมดปัญญาว่าควรจะทำอย่างไรจึงจะมีเงินทองพอที่จะแต่งตัวให้ดูดีได้ ทันใดนั้นก็มีนกนางแอ่นบินผ่านมา มันร้องเพลงอย่างรื่นเริงเสียจนชายหนุ่มเข้าใจว่าฤดูร้อนมาถึงแล้ว เขาจึงรีบรุดไปหาพ่อค้าขายเสื้อผ้า จัดแจงถอดเสื้อผ้าทั้งหมดที่ใส่อยู่เพื่อเปลี่ยนเป็ชุดในหน้าร้อน
อีกไม่กี่วันถัดมา สภาพอากาศก็กลับกลายเป็เหน็บหนาวแสนสาหัส ทั้งเ้านกนางแอ่นผู้น่าสงสารและชายหนุ่มผู้โง่เขลาในชุดอันบางเบาเปลือยท่อนแขน จึงไม่อาจเอาชีวิตรอดได้ด้วยร่างกายที่หนาวสั่นงันงก
:: นิทานเื่นี้สอนให้รู้ว่า ::
นกนางแอ่นเพียงตัวเดียวไม่อาจบันดาลฤดูร้อนได้” จิวหรงเล่าจบหันมามองน้องชายที่นอนข้างๆ ว่าหลับแล้วตนเองก็เตรียมตัวเข้านอนตามไปด้วยอีกคน
ิญญาชายหนุ่มใช้ชีวิตเป็จิวหรงมาหลายวันจนลืมชื่อของตัวเองที่โลกเก่าไปบ้างแล้วบวกกับมีน้องๆ คอยอยู่เป็เพื่อนจนทำให้ความรู้สึกผูกพันขึ้นมากนับวันเวลาผ่านไปจากวันแปลเปลี่ยนเป็เดือนจิวหรงเองเริ่มฝึกออกกำลังและฝึกการปรุงยาการเก็บสมุนไพรถึงจะยังไม่ได้ลองฝึกฝังเข็มกับจับชีพจร มีบางวันที่ไปขอหมอผู้เฒ่าในหมู่บ้านช่วยสอนการฝังเข็มกับจับชีพจรให้จนในที่สุดสามารถรักษาอาการป่วยเบื่องต้นได้บางแล้วจึงทำให้เวลาน้องๆ ป่วยไข้ไม่สบายไม่ต้องเชิญหมอมารักษาเลยถ้าอาการไม่หนักหนาอะไร
จนกระทั่งวันหนึ่งในยามเหม่า [05.00 – 06.59 น.] จิวหรงได้ตื่นเวลาเดิมจึงลุกไปล้างหน้าล้างตาเรียบร้อยก่อนจะเดินออกกำลังมาจนมาถึงลำธารได้ใช้เวลาในการรําไทเก๊กไปเรื่อยๆ จนกระทั่งพระอาทิตย์ขึ้นสว่างมากพอจึงได้เดินกลับบ้านไปในระหว่างทางที่เดินกลับได้เจอเข้ากับคนาเ็หนักที่นั่งหลังพิงกับต้นไม้อยู่
จิวหรงจึงรีบเข้าไปดูอาการปรากฏว่าอาการสาหัสเอาการร่างกายมีแต่รอยาแทั้งเล็กทั้งใหญ่ไหนจะในรอยาแบางรอยมีรอยคล้ายกับโดนยาพิษ จิวหรงจึงพยายามประคองชายคนนั้นกลับมาที่บ้านหลังน้อยของตนถึงแม้ว่าจะทุลักทุเลมาก จนน้องชายคนรองที่ออกมาหน้าบ้านพอดีเจอเข้าจึงรีบเข้ามาช่วยเหลือ
“ต้าเกอ!! ท่านไปเอาใครมาขอรับ!! ท่าทางจะาเ็สาหัสเอาการเลย”
“อย่าพึ่งถามตอนนี้อาหนิงรีบมาช่วยข้าอุ้มเขาเข้าบ้านก่อนเถอะข้าหนักไม่ไหวจะอุ้มแล้ว เร็วสิอาหนิง” จิวหรงเร่งในน้องชายมาช่วยตนเอง
“ขอรับๆ ต้าเกอ” หนิงเหอรีบเข้ามาช่วยประคองก่อนจะพากันเข้าบ้านไป
จิวหรงหลังจากที่น้องชายมาช่วยแล้วได้แยกตัวไปเตรียมอุปกรณ์ที่จะไปรักษาก่อนจะเตรียมสมุนไพรที่ต้องใช้ต่อพอทุกอย่างเสร็จรีบเร่งเดินไปยังห้องที่มีคนาเ็นอนอยู่
“ต้าเกอรีบมาดูอาการเถอะ ดูท่าจะแย่มากแล้ว แล้วท่านจะให้ข้าไปตามท่านหมอผู้เฒ่าหรือไม่ขอรับ”
“คงไม่ต้อง อาการไม่ได้แย่อันใดมากนักเพียงแต่คนเจ็บโดนยาพิษนานมากอาการจึงแย่เท่านั้น ยังไงเ้ารอข้าอยู่ข้างนอกก่อน ถ้าข้า้าอะไรจะได้วานเ้าไปหยิบจับให้ข้าได้”
“ได้ขอรับ”
หนิงเหอเดินออกไปแล้วจิวหรงจึงหันกลับมาตรวจอาการดูว่าชายที่าเ็คนนี้ได้รับพิษอะไรมา พอตรวจดูปรากฏว่าเป็พิษดับิญญา ถึงชื่อฟังดูจะร้ายแรงแต่ความจริงไม่ได้รุนแรงถึงขนาดตายได้ถ้าได้รับในระยะเวลาไม่นานแต่ถ้าได้รับเป็เวลานานแล้วมันจะตรงตามชื่อของมันเพียงแต่อาการมันจะไม่หนักในตอนที่โดนพิษแต่จะอาการย่ำแย่ลงเรื่อยๆ ถ้าไม่ได้รับการถอนพิษอย่างถูกต้องถูกวิธี
ข้าต้องรีบถอนพิษอย่างเร่งด่วนเสียแล้วไม่งั้นอาจถึงตายได้ดีที่ข้าพึ่งจะลองวิธีถอนพิษชนิดนี้พอดีถึงจะยังไม่เคยรักษาใครจริงๆ จังๆ มาก่อนเลยล่ะนะ เ้าจงดีใจที่อย่างน้อยได้มาเป็หนูทด... ไม่ใช่สิเป็คนป่วยคนแรกที่ได้รักษากับข้าฮ่าๆ แบบตัวเป็ๆ อย่างงี้
จิวหรงคิดในใจก่อนจะสั่งให้หนิงเหอต้มสมุนไพรที่เตรียมมาส่วนเ้าตัวลงมือรักษาอาการเบื้องต้นโดยทำการขับเืที่เป็สีดำหรือคือส่วนที่เป็พิษออกถึงไม่มากแต่พอจะทำให้อาการไม่ทรุดเร็วก่อนจะไล่เย็บาแทั่วทั้งร่างกายก่อนจะลงมือฝังเข็มอีกรอบเป็อันเสร็จไม่นานหนิงเหอได้เดินเข้าห้องมาพร้อมกับหม้อต้มยาหนึ่งหม้อใหญ่ๆ ทันที
“ต้าเกอข้าต้มมาให้แล้วขอรับ”
“ขอบใจเ้า วันนี้เ้าได้ออกไปทำงานหรือไม่”
“ไม่ขอรับ แต่วันนี้ข้าต้องเข้าป่า เพื่อจะไปดูผลไม้ในป่าแล้วกับที่ดักสัตว์ไว้เมื่อคืนด้วยขอรับ”
“งั้นหรือ แล้วจะไปยามใดหรือ”
“ยามซือ [09.00 – 10.59 น.] ขอรับ”
“งั้นดีเลย ข้าฝากเ้าทำข้าวเช้าหน่อยนะ อ่อไปปลุกเสี่ยวเป่าด้วยละ”
“ได้ขอรับต้าเกอ” หนิงเหอรับคำก่อนจะวางหม้อยาไว้ที่โต๊ะใกล้ๆ แล้วเดินออกไปเตรียมทำอาหารเช้า
จิวหรงเองจัดการให้คนป่วยทานยาแม้จะยากแต่สุดท้ายได้จัดการจับกรอกยาให้คนเจ็บได้สำเร็จก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วจับเช็ดตัวใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยได้ยืนมองดูผลงานตัวเองก่อนจะเดินออกไปเพื่อทานอาหารเช้าที่ตอนนี้หน้าจะสายมากแล้วพอเดินมาถึงห้องครัวเจอเข้ากับซือเป่าที่ยังนั่งหลับตาอยู่จิวหรงจึงเดินเข้าไปเย้าแหย่ให้ตื่น
“ฮ่าๆ ต้าเกอพะ... พอก่อนแฮ๊กๆ ข้าหายใจไม่ทัน ฮ่าๆ ขอรับ” จิวหรงเห็นว่าน้องชายตาสว่างแล้วจึงได้ปล่อยเอวน้อยๆ แล้วเดินมานั่งประจำที่ตัวเอง
“นั่งทานข้าวอย่างไรถึงได้หลับคาถ้วยข้าวเช่นนี้เล่าเสี่ยวเป่าน้องของต้าเกอ” จิวหรงเอ่ยยิ้มๆ
“ขะ...ข้ายังง่วงอยู่นิขอรับต้าเกอ”
“งั้นวันนี้... เ้าคงไม่ต้องออกไปเล่นกับสหายแล้วกระมั้ง”
“ข้าจะไปเล่นขอรับ” ซือเป่าตอบอย่างขยันขันแข็ง
“อย่างงั้นจงตั้งใจกินข้าวให้หมด แล้วต้าเกอจะอนุญาตให้เ้าได้ออกไปเล่นกับสหายได้”
“ขอรับ”
ซือเป่าขานรับก่อนจะกลับมาตั้งใจทานข้าวเช้าต่อจิวหรงเองลงมือทานด้วยอีกคนส่วนหนิงเหอที่จัดอาหารให้พี่ชายเสร็จได้ขอตัวออกไปเพราะต้องเตรียมของก่อนจะเข้าป่าพอดีกว่าจิวหรงและซือเป่าจะทานข้าวเช้าเสร็จได้ใช้นานพอสมควรกว่าทุกอย่างเรียบร้อย จิวหรงจึงอนุญาตให้ซือเป่าไปเล่นกับสหายได้โดยถึงยามอู่ [11.00-12.59น.] จะไปตามอีกทีซือเป่าพยักหน้ารับแล้ววิ่งออกไปข้างนอกทันที จิวหรงเห็นอย่างงั้นยิ้มขำขันเล็กหน่อยก่อนจะทำงานบ้านต่ออีกสักหน่อยแล้วจึงหยิบตำราแพทย์มาอ่านอยู่ที่แคร่ข้างบ้านแทนการนั่งเฝ้าคนป่วย
เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยาม [2ชั่วโมง] จิวหรงที่นั่งอ่านตำราอยู่ได้พักอ่านก่อนจะลุกไปดูคนเจ็บว่าอาการเป็เช่นไรพอตรวจดูแล้วไม่มีอาการแทรกซ้อนแต่ต้องหมั่นมาเช็ดตัวมาดูาแให้เป็ระยะๆ พอทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วจึงเดินออกไปห้องครัวเพื่อทำอาหารกลางวันต่อว่าด้วยไม่รู้ว่าหนิงเหอจะกลับจากป่ายามใดทำให้จิวหรงต้องทำอาหารเผื่อเอาไว้อีกชุดก่อนจะตามซือเป่ากลับบ้านมาทานข้าวกลางวัน
...
..
.
ทางด้านคนนอนาเ็เหมือนจะรู้สึกตัวแต่ยังไม่สามารถลืมตาขึ้นมาได้จิวหรงที่ไปตามซือเป่ากลับมาบ้านได้ยินเสียงเหมือนอะไรแตกจึงวิ่งไปตามเสียงที่ได้ยินก่อนจะเจอกับคนเจ็บที่จวนจะล้มจิวหรงเห็นเช่นนั้นรีบวิ่งเข้าไปประคองทันทีซือเป่าที่วิ่งตามมาร้องใเพราะไม่รู้ว่ามีคนอื่นอยู่ในบ้านตัวเอง
“ต้าเกอๆ ...”
“เสี่ยวเป่า เ้าไปทานข้าวก่อนนะเดี๋ยวต้าเกอตามไป”
“ได้ขอรับ” ซือเป่าขานรับแล้วเดินไปห้องครัวจิวหรงที่ยังคงยืนประคองคนเจ็บได้พาอีกฝ่ายไปนั่งที่เตียงนอนก่อนจะถามไถ่อาการ
“เ้าฟื้นแล้วก็ดีแต่ไม่ควรลุกเช่นนี้เพราะาแเ้าสาหัสพอสมควร”
“ขอบใจเ้าที่ช่วยชีวิตข้า แล้วเ้าเป็หมอหรือ”
“ข้าเป็แค่เด็กฝึกหัดเท่านั้น”
“แล้วข้าหลับไปนานเท่าไหร่?”
“ข้าเองก็ไม่แน่ใจนักเพราะตอนที่เจอเ้าก็หมดสติอยู่ก่อนแล้ว อ่านี่น้ำเ้าดื่มสักหน่อย” จิวหรงยืนน้ำให้คนเจ็บรับไปดื่มก่อนจะคืนถ้วยกลับมาจิวหรงตรวจอาการอีกเล็กหน่อย
“ดีๆ อาการเ้าคงที่แล้วล่ะ อาจเพราะเ้ามีวรยุทธ์เลยทำให้การฟื้นตัวเร็วกว่าปกติถึงแม้เ้าจะโดนพิษดับิญญาก็ตาม”
“ข้าโดนพิษดับิญญา?”
“ใช่ ตอนนี้เ้าคงหิวแล้ว ข้าจะไปทำอาหารมาให้แล้วกันนะ”
“อืม”
จิวหรงกลับมาพร้อมกับอาหารและถ้วยยาและยังอยู่ดูแลคนเจ็บจนอีกฝ่ายหลับตนเองถึงได้เดินออกไปหาน้องชายอย่างซือเป่าที่ตอนนี้กำลังนั่งเล่นอยู่ที่สวนผักข้างบ้านจิวหรงจึงเดินไปหา
“เสี่ยวเป่าน้อยของต้าเกอมานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้กันนะ บอกต้าเกอได้หรือไม่”
“ข้า... คือข้า...”
“หื่อ!! ว่าอย่างไรล่ะ”
“ข้าอยาก... ข้าอยากไปเล่นที่ลำธารอีกขอรับ”
“งั้นหรือ เอาอย่างงี้ดีหรือไม่ รอเอ้อเกอเ้ากลับมาก่อนเราค่อยไปลำธารกันดีไหม”
“ดีขอรับต้าเกอ”
จิวหรงหลอกล่อซือเป่าน้อยได้สำเร็จได้ชักชวนไปเก็บผักที่แปลงเพื่อเอามาดองกับเก็บเอาไว้ทำทานทั้งสองทำกันอย่างเพลิดเพลินจนเกือบถึงยามเซิน [15.00-16.59น.] เป็่เวลาที่น้องชายคนรองอย่างหนิงเหอจะกลับมาพอดีกับที่จิวหรงพักจากเก็บผักหนิงเหอได้กลับมาพอดี
“ข้ากลับมาแล้ว” เสียงของหนิงเหอดังมาจากทางข้างหน้าบ้านจิวหรง จึงเดินไปรับที่หน้าบ้านทันที
“ยินดีต้อนรับกลับมานะอาเหอ”
“ขอรับ”
“อ่ะนี้น้ำ... ดื่มสักหน่อยจะได้สดชื่น”
“ขอบคุณขอรับต้าเกอ” หนิงเหอวางตะกร้าลงพร้อมกับรับน้ำมาดื่ม
“เป็อย่างไรบ้าง ได้อะไรมาล่ะ”
“ข้าได้มาไม่เยอะขอรับ ได้พวกผลไม้กับเนื้อสัตว์มาอีกนิดหน่อยขอรับ”
จิวหรงก้มลงหยิบตะกร้าขึ้นมาไว้ที่แคร่ แล้วเลือกดูว่ามีอะไรบ้างก่อนจะจัดแบ่งแยกแล้วให้หนิงเหอจัดการต่อส่วนตนเองก็จัดการกับสมุนไพรที่แยกเอาไว้ พอจัดการสมุนไพรเรียบร้อยก็จัดการจัดเก็บก่อนจะเดินไปดูคนป่วยที่ไม่รู้ตื่นแล้วหรือยัง แต่พอเดินมาถึงกลับได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วของเ้าน้องชายตัวน้อยที่ตอนนี้กำลังเล่าเื่ไปเรื่อยจนไม่ได้สังเกตการณ์มาของพี่ชายคนโตเลยสักนิด
“เสี่ยวเป่า... เ้าเข้ามาป่วนอะไรพี่ชายที่ป่วยอยู่ หื่อ!!...”
“อ่ะ!! ต้าเกอ ท่านมาั้แ่เมื่อไหร่ขอรับ”
“มาทันตอนเ้ากำลังเล่าเื่ข้าอยู่นั่นแหละ”
“แหะ..แหะ..”
“ไม่ต้องมาหัวเราะเลยเ้าตัวแสบ” จิวหรงเดินเข้าไปจั๊กจี้เอวซือเป่าก่อนจะมีเสียงหัวเราะดังขึ้นไม่หยุดตามด้วยคำบอก ยอมแล้ว ยอมแล้ว ดังขึ้นมาอีกหลายรอบกว่าจิวหรงจะหยุดแกล้งน้องชาย ก่อนจะหันไปถามอาการจากชายอีกคนที่กำลังนั่งมองสองพี่น้องเล่นกันอยู่
“ต้องขอโทษเ้าด้วยที่รบกวน แล้วอาการเ้าเป็เช่นไรบ้าง”
“ดีขึ้นมากแล้วล่ะ ถึงจะยังเดินลมปราณได้ยากอยู่”
“งั้นดีแล้วตอนนี้เ้าพอจะลุกเดินเองได้หรือไม่”
“คิดว่าได้”
“งั้นเดี๋ยวอีกสักพักข้าจะให้น้องชายข้ามาตามไปทานข้าวด้วยกันอีกที”
“ได้”
จิวหรงพยักหน้ารับก่อนจะเดินออกไปจัดการอาหารเย็นโดยรอบนี้มีข้าวสารจากที่หนิงเหอซื้อมามากพอที่จะทานสี่คนได้จิวหรงมองดูวัตถุดิบอย่างอื่นก่อนจะลงมือทำเมนูวันนี้คือ หมูผัดขิง ต้มแกงจืดใส่หมูสับ และผักกาดห่อหมูสับ โดยลูกมือวันนี้คือหนิงเหอที่มาช่วยทำด้วยอีกแรงกว่าจะทำเสร็จปาเข้าไปแล้วครึ่งชั่วยาม [1ชั่วโมง] เสียแล้วพอทุกอย่างเรียบร้อยได้ให้หนิงเหอไปตามซือเป่ากับชายาเ็มานั่งทานอาหารกันพอทุกคนมานั่งจนครบก่อนจัดการลงมือทานอาหารกันทันที