15:40 น.
คาบสันทนาการ
“ตอนม.ต้นพัตเล่นบาสบ้างใช่มั้ย?”
“อืม ก็เล่นตอนม.2”
“งั้นลองเลี้ยงบอลให้ดูหน่อย” บอมส่งลูกบาสมาให้ ผมก็พยายามตีให้มันเด้งขึ้นลง
“ทำแบบนั้นจะเจ็บมือนะ นายต้องใช้ปลายนิ้วเลี้ยงลูกบาส”
“ยังไงนะ?”
“กางนิ้วออก ไม่ต้องเกร็ง พอลูกบาสเด้งขึ้นมาใช้นิ้วรับ แล้วตอนกดมันลงก็ใช้แค่ข้อนิ้วกับข้อมือ”
...ยากมาก…
“นึกว่าเล่นแมงมุมขยุ้มหลังคาละกัน” บอมก็วางฝ่ามือบนหลังมือผมแล้วทำท่ารวบปลายนิ้วเข้าตรงกลาง
“ข...เข้าใจละ” วิธีอธิบายของนายทำสติสตังผมเตลิดหมดแล้ว
“งั้นวันนี้พัตลองเลี้ยงอยู่กับที่ก่อน แล้วค่อยเดินไปเลี้ยงไป เดี๋ยวเราไปคุยกับรุ่นพี่ก่อนแล้วจะกลับมาสอนชู้ตนะ นายจะได้มีเบสิคไว้เล่นคนเดียวได้”
ผมมองบอมจากระยะไกล มีความสุขชะมัด ่เวลาที่ได้อยู่ใกล้เขา อยากให้มีไปนาน ๆ ถึงแม้ว่าต้องฝึกอะไร ๆ ที่ไม่คุ้นเคยก็ตาม
“เริ่มเลี้ยงบอลได้แล้วนะ งั้นส่งบอลให้เราหน่อย” อ่ะก็โยนลูกบาสให้
“ฮะ ๆๆ ต้องใช้นิ้วของสองมือประคองลูกบาสไว้ระดับหน้าอก สะบัดข้อมือดันลูกบาสออกไป”
...ยากอีกแล้ว…
“ทำได้ไหม? โอเคแบบนั้นแหละ ส่งลูกบาสให้เราเลย ทีนี้เราจะส่งกลับ พัตก็รับด้วยท่าเดียวกันนี้นะจะป้องกันนิ้วาเ็”
“เอาล่ะ นายเริ่มเบสิคได้แล้ว เดี๋ยวมาเรียนการชู้ตกัน แป้นตรงนั้นว่างละ ลองชู้ตดู” ผมก็ทุ่มลูกบาสไปแต่ไม่โดน
“ฮะ ๆๆ อันนั้นท่าทุ่มลูกฟุตบอล มันจะไม่โด่ง”
“แล้วชู้ตยังไงเหรอ?” ตรูทำอะไรเป็บ้างฟระ? บอมจะเบื่อผมไหมเนี่ย
“เอามือนึงยกขึ้นเหนือหัวแบบนี้ โอเคนั่นแหละ มือนี้คือมือที่จะออกแรงส่งลูกด้วยข้อมือ แล้วอีกมือประคองด้านข้าง”
“ยังไงนะ?”
บอมสอนหลายทีแต่ผมก็ยังทำไม่ได้ ตรูเลือกผิดหรือเปล่าฟระเนี่ย ผมกลัวเขาเบื่อรำคาญผมแล้วสิ
“อือ...งั้นเอาอย่างนี้ละกัน” แล้วบอมก็เดินอ้อมมาข้างหลัง อกทาบหลัง แขนทาบแขน
“ทำตัวตามสบายนะ” บอมเอียงหัวเข้ามาคุยด้านข้างซอกคอแล้วจัดแขนผมให้ถูกท่า ...คือ...คือนายกำลังกอดเรา ซุกซอกคอเรา พูดเบา ๆ ข้างหูเรานี่ทำตัวตามสบายไม่ไหวหรอกว้อยยย
“งอเข่าเล็กน้อยแล้วเหยียดตัวเพิ่มแรงส่งพร้อมสะบัดแค่ข้อมือนะ ลองดู”
“ต้องเล็งยังไง?”
“ตามองกรอบสีบนแป้นบาส ไม่ต้องเล็งห่วง เล็งกรอบสีแล้วสะบัดข้อมือ จำความรู้สึกนี่ไว้”
จำความรู้สึกได้เลยว่าอุ่นมาก อกกับแขนบอมแข็งมาก ไม่สิ นี่ตรูจะพาตัวเองเข้าโหมด NC แล้วใช่มั้ย
บอมบอกให้ผมยืนที่เดิมแล้วตัวเองวิ่งไปเก็บบอล
“เมื่อกี้บอลต่ำไป ลองเล็งให้สูงขึ้น นั่นแหละ” คราวนี้บอลสูงขึ้นก็จริงแต่เบี้ยวขวา ผมเดินไปจะเก็บลูกบาสแต่บอมกอดเอวไว้
“พัตไม่ต้องไป ยืนที่เดิมนี่แหละ จำความรู้สึกไว้ เดี๋ยวเราไปเก็บลูกให้เอง”
ผมชู้ตอีกหลายครั้งแต่ไม่ลงสักที บอมวิ่งเก็บจนเหงื่อเริ่มเต็มตัว เขาปลดกระดุมลงสองเม็ด เชรี่ยแล้วตรูสมาธ้งสมาธิไม่อยู่แล้ว พัตมริงต้องตั้งใจ ถ้ามริงชู้ตไม่ลงสักทีแล้วเขาเบื่อมริงล่ะแย่แน่ ในที่สุดลูกบาสก็โดนกรอบสีบนแป้น กระเด้งขอบห่วงแล้ว...กระเด็นออกไป
“เยี่ยม ๆๆ อีกทีนะ คราวนี้เล็งให้สูงกว่ากรอบนิดหน่อย” ครั้งนี้ลูกบาสโดนเหนือกรอบแล้วหล่นลงห่วงดังซวบ
“เย้! พัตทำได้แล้ว” บอมเข้ามาตบบ่า ตอนนี้เสื้อเขาชื้นเหงื่อเต็มไปหมดเพราะวิ่งเก็บลูกบาสให้ผมครั้งแล้วครั้งเล่า มองเห็นหุ่นเขาลาง ๆ จนผมต้องหลบตา
พวกเราออกมานั่งพักข้างสนาม
“ขอบใจมากนะครับ บอมเหนื่อยแย่เลย โทษนะเพราะเราเล่นบาสไม่เป็”
“แต่ตอนนี้เล่นเป็แล้วนี่” บอมหันมายิ้มและโอบเอวผม มันเป็รอยยิ้มที่เหมือนจะหยุดเวลา หยุดเสียงจอแจรอบข้าง
...ผมเพิ่งสังเกตชัด ๆ ว่าตาของบอมเป็สีน้ำตาล
...เขาไม่หลบสายตา...ผมก็เช่นกัน
...ไออุ่นที่เขาโอบกอดผมหลายต่อหลายครั้ง...ดึงให้ผม...ลืมเื่แฟนเขาไป
...หน้าบอมเคลื่อนใกล้เข้ามา...อะไรก็ได้...ผมอยากได้ทั้งหมด
“เฮ้ยบอม พัต กูกลับมาแล้ว! ห้องสแครบเบิ้ลแมร่งโคตรเหี้ยเลย!”
$&%&^*^%$#^% แย่แล้ว!!! เมื่อกี้ตรูเกือบทำอะไรฟระ!!
“มีเื่อะไรเหรอวะสน?”
สนเล่าเื่ที่เพิ่งเกิดขึ้นในคาบสแครบเบิ้ล เป็อย่างที่ผมคาดไว้เลย เพียงแต่ไม่นึกว่าสนจะะเิลงั้แ่คาบแรก เหอ ๆๆๆ พวกนายนึกภาพไม่ออกหรอกว่าสังคมเล็ก ๆ ที่หลายคนเอาเปรียบกัน ชิงดีชิงเด่น อิจฉากันทุกวินาทีเป็ยังไง นี่ยังไม่รวมถึงความกดดันและการลงโทษจากครู การกวดวิชาถึงสามสี่ทุ่ม ที่สำคัญคือพ่อแม่ไม่เข้าข้างเรา พวกเขาเห็นด้วยกับเื่พวกนี้
“อย่างนี้มึงมาเข้าชมรมบาสเลยละกันนะ”
“เออ กรูก็ว่าที่นี่แหละน่าจะเหมาะสุดละ”
“เมื่อกี้กูก็คุยกับรุ่นพี่แล้ว เขาว่าจะคัดคนเก่งฟอร์มทีมลงกีฬาสีเลย มึงมาด้วยนะ เดี๋ยวพี่เขาจะแบ่งทีมเล่นกันตอนนี้เลยก่อนจบคาบ”
“งั้นเราเล่นด้วยนะ” อย่าทิ้งตรูดิ ผมก็อยากมีส่วนร่วม
“พัตนั่งดูก่อนละกันนะ อันนี้เราเล่นกับตัวจริงม.5 ม.6 เขาจะเล่นกันโหดมาก เล่นแรงกว่าตอนพวกเราเล่นกันวันนั้นอีก”
“อืม ก็ได้”
หลังจากแข่งเสร็จก็เย็นแล้ว บอมไปคุยอะไรกับรุ่นพี่ ผมกับสนช่วยกันเข็นลังอุปกรณ์เข้าไปเก็บในโรงยิม
“เออนี่พัตรู้มั้ย ตอนเราลาออกจากห้องสแครบเบิ้ลน่ะมีคนลาออกพร้อมเราด้วย”
“โห! เพื่อนสนเหรอ?”
“ไม่อ่ะ ไม่รู้จักเลย เขาบอก ‘ผมก็ลาออกด้วยครับ’ แล้วก็เดินหายไปอีกทางเลย”
“อืม ถ้าเจอแบบนั้นก็คงทนไม่ไหว”
สนปล่อยมือจากรถเข็นไปถอดเสื้อนักเรียนที่ชุ่มเหงื่อออกพาดบ่า $&^%&^$^%o_O!!!
“ร้อนชิบเป๋ง เออ! พัต เราลองอ่านหนังสือล่วงหน้าตามที่บอมบอกว่านายแนะนำ แต่แม่งไม่รู้เื่เลยว่ะ ทำไงดีวะปรึกษาหน่อยสิ”
“เอ่อ...งั้น...ว...ว่าง ๆ เรามาติวกัน เราอธิบายให้”
“ขอบใจนะเพื่อน” สนโอบไหล่ผมแน่น ๆ
นายช่วยใส่เสื้อก่อนได้ไหม กล้ามของสนเป็มัด ๆ ทั้งกล้ามอกกล้ามท้อง เหงื่อเกาะพราวตัวเงาวับ ตรูจะตายละว้อยยย!! ตรูไม่อยากเป็คนหลายใจ จิ้นหลายคนว้อย
“เป็ไรวะพัตเดินแข็ง ๆ?”
“เปล่านี่” นายนั่นแหละต้นเหตุ
“แล้วมีวิธีไหนอีกที่ทำให้เรียนเก่ง?”
“ก็...อ่านเว็บภาษาอังกฤษเื่ที่นายชอบและมีแอพดิคชันนารีไว้เปิดดูความหมาย แล้วจดใส่สมุดพก”
“เออ เราจะลองดูนะ แล้วแอพนี่มันต้องซื้อหรือเปล่า?”
“มีแอพฟรีหลายอันนะ เดี๋ยวเราส่งลิ้งค์แอพที่เราใช้ให้นะ”
“ขอบใจนะพัต” สนพูดพร้อมจับผมหันไปหาเขา เห็นเขาเปลือยท่อนบนเต็ม ๆ ระยะประชิด เชรี่ยแล้ว ตรูละสายตาไม่ได้! ผมคิดถูกไหมเนี่ยที่เข้าชมรมบาสเดียวกับพวกเขา ถูกเนื้อต้องตัวกันขนาดนี้ ถอดเสื้อให้เห็นแบบนี้ ผมว่าสักวันความคงแตก หรือไม่ผมก็ทนไม่ไหวปล้ำบอมแม่งบนสนามนี่แหละ ...ผมลืมอะไรไปรึเปล่าหว่า เฮ้ย! ลืมโทรให้พ่อมารับ!!
“พ่อครับ ขอโทษครับ ผมเพิ่งเสร็จธุระครับ”
“ทำไมเย็นจังล่ะ พ่อเห็นเด็กคนอื่นเดินออกมาั้แ่บ่ายสี่แล้ว”
“ค...คาบสุดท้ายของ ม.4 เป็คาบสันทนาการน่ะครับ เลิกช้าหน่อย”
“อืม รอหน้าประตูโรงเรียนแหละไม่ต้องเดินออกซอยมา มันเริ่มมืดแล้ว”
“ครับ ขอโทษครับพ่อ”
รถของพ่อแล่นมาจอดหน้าประตู เปิดประตูเข้าไปเจอพ่อหน้าบูด
“คาบสันทนาการเหรอ? ชมรมใช่ไหม?”
“สันทนาการแยกกับชมรมครับพ่อ เราเลือกไม่เหมือนกันก็ได้ครับ”
“ลูกเลือกชมรมอะไร? คอมพิวเตอร์, ภาษาอังกฤษ, ห้องสมุด หรือสแครบเบิ้ลเหมือนที่โรงเรียนเก่า?”
“เอ่อ...”
“ชมรมอะไรเหรอ?”
“บ...บาสเก็ตบอลครับ”
บรรยากาศกดดันก่อตัวขึ้นในรถทันที
“แล้วเป้นั่น...”
“ครับพ่อ คือโรงเรียนห้ามใช้เป้สี ผมเลยต้องซื้อเป้โรงเรียน”
“แล้วเป้สีฟ้าของลูกอยู่ไหน?”
“ผมลืมไปเอาคืนจากห้องปกครองครับ พอจบชมรมห้องก็ปิดแล้ว” ...พ่อนิ่งเงียบไป...
“งั้นพรุ่งนี้ไปเอาเป้คืนจากห้องปกครองนะ แล้วต่อไปพ่อต้องมารับกี่โมง?”
“สัปดาห์แรกผมยังไม่รู้เลยจะมีกิจกรรมอะไรเลิกกี่โมงครับพ่อ แต่ผมจะโทรบอกพ่อก่อนเลิกครึ่งชั่วโมงนะครับผมสัญญา”
พ่อนิ่งเงียบไปอีกครั้ง คราวนี้นานเลย “พัต นี่วันแรกลูกก็เหลวไหลหลายเื่เลยนะ”
“ขอโทษครับพ่อ”
“แล้วลูกว่าการเล่นกีฬาจะทำให้เสียการเรียนไหม? วันก่อนลูกบาสของลูกก็ทำกระจกแตกไปบานนึงแล้ว”
“ผ...ผมจะไม่ให้การเรียนตกครับ การออกกำลังช่วยเพิ่มพัฒนาการร่างกายและสมองครับพ่อ”
ผมรู้แล้วว่าพ่อ้าพูดอะไร
“แต่เวลาแข่งจริงก็อาจาเ็จนต้องขาดเรียนก็ได้หรือเปล่า? พ่อว่าย้ายไปชมรมสแครบเบิ้ลดีไหม?”
“ผ...ผม...ผมจะไม่ลงเล่นจริงครับ มันจะเป็แค่กิจกรรม”
หลังอาบน้ำกินข้าวเสร็จผมก็ขึ้นห้องนอนทันที
...แต่ตอนนี้เล่นเป็แล้วนี่…ใบหน้าบอมที่ยิ้มตอนพูดประโยคนี้
...ผมจะไม่ลงเล่นจริงครับ มันจะเป็แค่กิจกรรม...
ทำไมวะ...ทำไมวะ...คิดวนไปมา ผมก็แค่...อยากเป็คนปกติธรรมดา...อยากเล่นบ้าง
เสียงโทรศัพท์ผมดังขึ้น บอมโทรมา
“ห...หวัดดี..บอม”
“เออ จะโทรมาบอกว่าวันนี้พัตพัฒนาเร็วมากเลย ฝึกเรื่อย ๆ นะ”
“ข...ขอบใจนะบอม”
“เฮ้ย! ทำไมเสียงนายแปลก ๆ วะ?”
“เรา...เราคงเป็หวัดน่ะ”
“เหรอ งั้นรีบพักผ่อนนะ ขอให้หายไว ๆ นะพรุ่งนี้จะได้ไปโรงเรียนได้”
“อืม ขอบใจนะบอม”
ผมกดวางแล้วมองมือถือ ผมตั้งภาพบอมกับสนเล่นบาสเป็ภาพหน้าจอแล้วกำมือถือนอน...เราก็คงได้แค่นี้…ก็ได้แค่คนนอกสนาม
บรรพตนั่งในความมืดของห้องทำงาน เขากดเบอร์โทรใครคนหนึ่ง
“สวัสดีครับคุณครูบิ๊ว ผมมีอีกงานหนึ่งอยากจะไหว้วานคุณครู”
“สวัสดีครับคุณพ่อของน้องพัต มีอะไรเหรอครับ?”
“ครูช่วยดูผลสอบเข้าของพัตหน่อยว่าตอบผิดข้อไหนบ้าง ผมจะได้หาติวเตอร์สอนพัตในจุดที่เขาอ่อน”
“เอ่อ...กระดาษคำตอบเก็บที่ส่วนกลาง ผมเกรงว่าจะดูยากนะครับ”
“เวลาคุณครูให้เด็กทำข้อสอบ คุณครูมีการเฉลยคำตอบทีหลังใช่มั้ยไหมครับ เพื่ออะไรครับ?”
“เพื่อให้เด็ก ๆ เรียนรู้จากความผิดพลาด จะจดจำได้แม่นมากและไม่ทำผิดซ้ำอีกครับ”
“นั่นสิครับ ที่ผมขอให้คุณครูทำก็จุดประสงค์เดียวกัน พัตจะต้องเรียนรู้จากความผิดพลาด คุณครูเองก็อยากให้ลูกศิษย์พัฒนาตัวเองใช่ไหมครับ?”
“เอาเป็ว่าผมจะลองดูว่าจะเข้าถึงกระดาษคำตอบได้ไหมนะครับ”