2.
เอพริล:
ผมยืนมองผู้หญิงคนหนึ่งสะบัดหน้าหมุนตัวเดินจากไป อย่างขำๆ ทิ้งท้ายด้วยคำพูดที่ผมไม่เคยลืม
“ ฉันชื่อแฟรี่ แปลว่านางฟ้า อย่าลืมล่ะ”
ภาพของเด็กผู้หญิง ผมยาว หน้าตาจิ้มลิ้มยืนกอดตุ๊กตาแนนบอก ผุดขึ้นมาในความคิด
ตอนนั้น พ่อพาไปที่ไหนสักแห่งและเจออุบัติเหตุอยู่ด้านหน้า ท่านออกจากรถไปช่วยเหลือ ผู้ที่ประสบเหตุร่วมกับพวกกู้ภัย ที่ท่านเป็คนก่อตั้งขึ้นมาโดยทิ้งผมไว้ที่รถคนเดียว ตอนนั้นตัวเองอายุแปดขวบ ออกมายืนร้องให้อยู่ข้างๆ รถ
“นี่...เธอร้องให้ทำไมเหรอ ”
เธอถาม...ผมไม่ตอบ แต่กลับร้องไห้หนักขึ้น เธอเข้ามากอดและพูดปลอบใจ
“ โอ๋...อย่าร้องน้า..เดี๋ยวแฟร์ให้ตุ๊กตาเอาไหม”
“ ผู้ชายที่ไหนเขาเล่นตุ๊กตากันล่ะ...ยัยบ้า!!!ฮื่อๆๆ” ผมด่าเธอ แต่เธอกลับไม่โกรธ
“แล้วเธอร้องให้ทำไมล่ะ ” เธอถามผมอีกครั้งหนึ่ง อย่างใจเย็น
“ ก็ฉันกลัวฮื่อๆๆๆ มีคนตายด้วย ฉันกลัวผีฮื่อๆๆๆ ”
“ เธอเคยเห็นผีเหรอ ”
“ ฮึ ” ผมส่ายหัว
“ ไม่เคยเห็นแล้วจะกลัวไปทำไม...ฉันให้พระเธอก็แล้วกันนะท่านจะได้คุ้มครอง ให้เธอปลอดภัย ไม่มีใครทำอะไรเธอได้..รับไปสิ ”
เธอถอดสร้อยพร้อมพระของตัวเองสวมใส่คอให้ และก่อนที่เธอจะกลับไปนั่งในรถ เธอยังหันกลับมาบอกชื่อตัวเอง
“ ฉันชื่อว่า แฟรี่ แปลว่านางฟ้า อย่าลืมล่ะ ”
ผมยืนมองเธอ ระคนแปลกใจแล้วกลับขึ้นไปนั่งบนรถเหมือนกัน
ผู้หญิงคนนี้ คือเด็กหญิงคนนั้นเธอโตเป็สาว หน้าตาสวยมาก คิ้วคางจมูกปาก ตาหวานหยาดเยิ้ม ขนตาหนา งอนยาวกลมกลืนอยู่บนใบหน้า ดวงตาของเธอเมื่อได้สบด้วย เหมือนต้องมนต์ ผมของเธอยาวสลวย มันขลับ จนผมอยากจะขอัั และที่สำคัญที่สุดเธอคือผู้หญิงคนเดียว ที่อยู่ในฝันของผมตลอดมา
ั้แ่ตัวเองอายุได้สิบหก ผมฝันถึงเธอเกือบทุกคืน ในฝัน ผมกับเธอแต่งชุดสวยงามเหาะเหินเดินอากาศ ได้ จะไปที่ไหนสามารถคิดและถึงได้เลยได้อยู่ร่วมกัน ได้พูดคุย ได้ัั รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเธออยากนอนต่อ เพื่อฝันถึงเธอตลอดเวลา ในที่สุดเธอก็ไม่ใช่เพียงนางในฝันเพียงอย่างเดียว เธอมีตัวตน มีลมหายใจ และเพิ่งจะได้ต่อปากต่อคำด้วย ก่อนไปยังทำหน้าทะเล้น พูดจากวนประสาท แล้วเมื่อไหร่จะได้พบเธออีกนะ..
แฟรี่:
สองเดือนต่อมา พ่อมารับฉันก่อนเปิดเทอมสองวัน ฉันมุดรั้วมาทักทายคุณลุงคุณป้า เผลอมองไปที่บ้านน่ารักหลังนั้น มองแล้วก็อดคิดถึงเ้าของชิงช้าขี้หวงนั่นไม่ได้ ตลอดสองเดือนที่ผ่านมาเขาชอบเข้ามาอยู่ในสมาธิเสมอ ใบหน้าคม คอยรบกวนจิตใจฉันอยู่ตลอดเวลา เขาชื่ออะไรนะออกัส หรือ เอพริล
ฉันเดินด้อมๆ มองๆ อยู่หน้าตึกใหญ่ ตามหาคนรับใช้ จะให้ไปเรียนท่านว่าฉันมาขอพบ ดีกว่าเดินดุ่มๆ เข้าไปเลย
ฉันเดินอ้อมมาเจอกับสวนดอกไม้เล็กๆ ที่เมื่อสองเดือนก่อนยังไม่มี ดอกกุหลาบสีแดงเืนก สวยอะไรแบบนี้นะ ฉันค่อยๆย่อตัวหอมไปที่ดอกของมันอย่างชื่นใจ
“ หยุดนะ.!!!นั่นเธอกำลังจะทำอะไรน่ะกล้าดียังไงมายุ่งกับดอกกุหลาบของฉัน ”
เสียงของผู้ชายคนหนึ่งะโออกมาเสียงดัง จนทำให้หน้าฉันเกือบทิ่มไปใส่หนามแหลมๆ ของกุหลาบนั่นแล้ว ไอ้....อุ๊ย!!!นางฟ้า หล่อนห้ามหยาบคายเด็ดขาดเลยนะ !!! ฉันยืนยืดตัว เต็มความสูง (นี่สูงแล้วใช่ไหม ) ค่อยๆ หันไปมองเ้าของเสียงนั่นอย่างเต็มตา น่าเบื่อเสียจริง!!!คนบ้านนี้ทำไม่ขี้หวงกันนักนะ คนนั้นหวงชิงช้ามาคนนี้หวงดอกไม้ ทั้งๆ ที่หน้าตาเป็ผู้ชายเต็มขั้น ยังชอบดอกไม้อีกตุ๊ดป่ะเนี่ย...
“ นี่นายจะหวงอะไรนักหนาฮะ...ฉันแค่ดม ไม่ได้กินเสียหน่อย ”
ถ้าฉันทายไม่ผิดผู้ชายตรงหน้านี่ต้องเป็ออกัส เพราะเขาแต่ชุดตำรวจนอกเครื่องแบบ ท่อนล่างใส่กางเกงสีกากีส่วนเสื้อเป็เสื้อยืดสีขาวแขนจ้ำ มีตราประทับรูปโล่ อยู่บนหน้าอกเสื้อข้างซ้ายเพราะพ่อบอกว่า คนพี่เพิ่งเรียนจบจากโรงเรียนนักเรียนนายร้อยมาหมาดๆ งั้นเขาคนนั้นก็คือเอพริลสินะหน้าตาทั้งคู่ดูคล้ายๆ กัน แต่นายคนนี้คล้ำกว่า หน้าแก่กว่า อย่าคิดนะว่าฉันจะกลัว ศพกับผี ฉันยังไม่กลัวเลย
“ แต่เธอทำให้กลิ่นมันหมดไปนะ..”
ฉันกำลังจะอ้าปากเถียง
“ หยุด!!!เธอมีสิทธิที่จะไม่พูด ”.
เขาชี้มาที่หน้าฉันฉันแบะปากกลับไปอย่างกวนๆ
“ แต่ถ้าฉันพูดคำพูดของฉันสามารถ เป็พยานในชั้นศาลได้..ยังงั้นใช่ไหม ”
สงสัยเขาจะดูหนังมากไปหรือเปล่าฉันเลยช่วยต่อให้ซะเลย
“ เธอรู้ได้ไงว่าฉันจะพูดแบบนี้อ่ะ ”
“ โธ่เอ๋ย!!! จำมาจากหนังนะสินายนี่มันเสล่อจริงๆ ”
ฉันหลอกด่าให้...ยังไม่รู้อีก
“ เธอพูดกับฉันแบบนี้ รู้ไหมว่าฉันเป็ใคร ” เขาเบ่ง
“ เป็ตำรวจตุ๊ดนะสิ.”
..ปั๊ก!!!.
“ แหวะ!! ”
ฉันเตะหน้าแข้งเขาไปหนึ่งที หันไปแลบลิ้นใส่แล้วเดินหนีเขา ขึ้นไปหาคุณป้า บนตึกใหญ่ทันที ยังไงก็หาพวกเอาไว้ก่อนดีกว่า
“ โอ๊ย!!! หยุดเดี๋ยวนี้นะ ”
เขานั่งลงกุมหน้าแข้งของตัวเองหน้าแดงกล่ำ สงสัยกำลังมีความรัก
“ เธอกลับมาขอโทษฉันเดี๋ยวนี้นะ...ยัยเบ๊อะ!!! ”เสียงเขาะโไล่หลังมาติดๆ
ฉันหันไปเท้าเอวชี้หน้าเขา เพราะตัวเองอยู่ในจุดที่น่าจะหนีทัน
“ประเทศไทยมีตำรวจตุ๊ดแบบนาย ฉันละเสียดายภาษีของประชาชนจริงๆ”
“ฉันจะฆ่าเธอ!!!” เขาะโเสียงเขียว ยืนขึ้นแล้วลากขาตัวเองเดินเข้ามาหาฉันหน้าตาเหมือนผู้ร้ายชัดๆ
“ก่อนจะฆ่าใครเดินให้ตรงก่อนไหม” ฉันยิ้มเยาะ รู้จักฉันน้อยไปแล้ว
“แน่จริงหยุดยืนอยู่ตรงนั้น อย่าขยับไปไหนสิ” เขาพูดพร้อมกับเริ่มลากขาเร่งความเร็ว เข้ามาใกล้
“ ฉันไม่ได้โง่อย่างนายนี่”ฉันว่ากลับไปและหมุนตัว เร่งสปีดสุดฤทธิ์เพื่อไม่ให้เขาตามมาทัน เื่อะไรจะหยุดให้โง่
ฮ่ะๆๆๆสนุกจัง
ผลั๊ก!!!
“ อุ๊ย!!!..นาย ”
ฉันไม่ทันระวังจนชนกับตาคนหวงชิงช้าเข้าอีก ฉันอยู่ในวงแขนของเขา รู้สึกเหมือนมีไฟฟ้า แล่นอยู่ทั่วร่างกายเต็มไปหมด ฉันรีบดันตัวเองออกมาทันที
“ คุณป้าอยู่ไหน ”
ฉันละล่ำละลักถามเขาพร้อมกับหอบไปด้วย
“ ห้องรับแขก ”
ฉันไม่มีเวลาขอบคุณหรอกนะตอนนี้ไปให้ถึงคุณป้าก่อนดีกว่า
“ คุณป้า!”
ฉันเข้าไปนั่งฟุบลงข้างๆ ยกมือไหว้ไปที่หน้าอกของท่านตอนนี้ขอประจบไว้ก่อนนะ
“ อ้าว...หนูแฟร์...”ท่านลูบหัวฉัน ยิ้มให้อย่างใจดี “ เอ้า..ออกัส...ไปโดนอะไรมานะเป๋มาเชียว ”
ฉันหันไปตามสายตาของคุณป้า ก๊ากๆๆๆตำรวจหนุ่มอนาคตไกล เดินขาเป๋หมดสภาพ โดยมีเอพริลเดินตามหลังมาติดๆฉันพยายามกลั้นหัวเราะไว้อย่างสุดฤทธิ์ สองคนนี้สูงไล่เลี่ยกัน แต่เอพริลสูงกว่า หน่วยก้านก็พอๆกัน ผิดกันตรงสีผิว ส่วนความหล่อ ฉันยกให้เอพริลล่ะ เพราะฉันเจอเขาก่อนนี่นะ
“ ยัยเด็กนี่...ใครฮะแม่...มายุ่งกับดอกไม้ของผม แถมยังทำร้ายผมอีก ”
ออกัสยืนเท้าสะเอวชี้หน้ามาที่ฉันคนขี้ฟ้อง หยาบคาย ไม่สุภาพเลย แบบนี้รับไม่ได้
“ เปล่านะคะคุณป้า ”
ฉันกอดเอวคุณป้าแน่น ส่ายหน้าพร้อมกับคำปฏิเสธ ทำตาใสซื่อสุดๆ
“ แฟร์แค่ดมนิดๆ พี่เขาก็มาด่าๆๆๆ หัวฟัดหัวเหวี่ยงหาว่าแฟร์จะทำให้ดอกกุหลาบของเขาเสียหาย ทำเหมือนแฟร์ฆ่าคนตายยังนั้นแหละ แล้วแฟร์ไม่รู้ว่าเขาเป็ใครนี่นา และเขาก็ทำท่า จะเข้ามาทำร้ายแฟร์ด้วยฮื่อๆๆๆ ”
ฉันเพิ่งรู้วันนี้เอง ว่าเวลาที่ตัวเอง้าเอาตัวรอดพร์ทางด้านการแสดงก็บังเกิด โดยที่ตัวเองไม่รู้ตัว.....รางวัลดาราดาวรุ่งฝ่ายหญิงยอดเยี่ยมปีนี้ให้ฉันเถอะ
“ โธ่...หนูแฟร์...อย่าร้องนะลูก..”
คุณป้ากอดปลอบฉัน และหันไปตวาดใส่ลูกชายคนโต
“ นี่แกจะกร่างที่ไหนก็ไป...ห้ามมากร่างกับคนในบ้านนี้นะ ”
ฉันแอบแลบลิ้นใส่ ปากก็พูดว่าตุ๊ดๆๆๆๆแบบไม่มีเสียงใส่เขา
อุ๊ย!!ลืมไปว่ายังมีใครอีกคน นั่งมองฉันอยู่ ฉันเหลือบตาไปมองเห็นเขาอมยิ้มอยู่นะ
“ คุณแม่...เข้าข้างยัยตัวแสบนี่เหรอ ”
เขาชี้มาที่ฉันอีกแล้ว
“ ใช่...เพราะไอ้กุหลาบบ้าบอของแก ปลูกไว้ เพื่อจะเอาไปให้สาวๆ ของแกน่ะ แค่นี้ก็ทำเป็หวงน้อง…ไม่เป็ไรนะหนูแฟร์ที่เรามีเยอะแยะ เดี๋ยวป้าให้คนสวนปลูกให้อีกแปลงหนึ่งเลย เอาให้เยอะกว่าพี่เขาอีกนะ ”
ได้ยินอย่างนั้น ออกัสก็ทำตาขวาง สะบัดหน้าพรืดออกไปจากตรงนั้นทันทีอย่างขัดใจ เป็ตุ๊ดอีกแล้ว เพราะคุณป้าเอาใจฉันอย่างน่าหมั่นไส้จริงๆ
“ แฟร์ไม่ชอบดอกกุหลาบแล้ว...แฟร์ชอบหิรัญญิกามากกว่า ”
ฉันตอบคุณป้าแต่เหลือบตามองไปที่เอพริลเขากำลังมองฉันอยู่เหมือนกัน
“ ที่บ้านของเอพริลมีนะ เดี๋ยวให้พาไปดูสิ..เอ้อ!!.ป้าลืมแนะนำให้หนูรู้จัก คนเมื่อกี้คือพี่ออกัสนี่เอพริล อยู่มหาลัยเดียวกับหนู คณะเดียวกันด้วยนะป้าไม่รู้ว่าจะอยู่ห้องเดียวกันด้วยหรือเปล่า ”
ฉันยักคิ้วให้เขานิดหนึ่ง ตามมารยาทยังเคืองเื่หวงชิงช้าวันนั่นไม่หาย
“ เอพริล...รู้จักกันไว้สิ..นี่แฟรรี่..ลูกสาวของอาเนื่องเขา ”
เขาพยักหน้าให้ฉันนิดหนึ่ง ก่อนลุกขึ้นยืน
“ แม่ครับ...ผมขอตัวกลับบ้านก่อนนะ..”
พูดจบเขาก็เดินออกไปเลยไม่ล่ำลาฉันสักคำ เกลียดลูกผู้ชายบ้านนี้จริงๆ
“ คุณป้าขา พรุ่งนี้แฟร์ขอไปวัดด้วยได้ไหมคะเห็นพ่อบอกว่าคุณป้าไปทำบุญที่วัดทุกวันอาทิตย์ ”
ฉันไม่อยากห่างบุญมากนักไม่ว่าอยู่ที่ไหน เราก็สามารถทำได้ทุกที่
“ ได้สิ...ตาเอพริลเขาก็ชอบนะ...ไปกับป้าั้แ่เด็กไม่เคยขาด ”
“ งั้นแฟร์ขอตัว ไปเตรียมข้าวของก่อนนะคะ ”
เย็นนี้ฉันออกไปหาซื้อของ ที่จะไปทำบุญที่วัดพร้อมคุณป้าพรุ่งนี้และซื้ออาหารสดและแห้ง มาไว้ทำอาหารถวายพระและทำให้พ่อทาน ฉันพอทำอาหารได้บ้าง เพราะเข้าครัวกับแม่บ่อยๆ ชีวิตฉันส่วนใหญ่ จะอยู่กับครอบครัวมากว่าเพื่อนๆ เสียอีก