ศรรักปักใจมาร (มี E-book)

    ตอนที่ 85 เอาคืน

     

     “นั่นเทพเทียนหยาง”

     

     ตอนออกมาจากห้องของอู๋จื่อหาน เซียวอวี้ฉีที่อุ้มไข่กับเจิ้งเฟยยี่บังเอิญไปเจอกับเทพเทียนหยางและกลุ่มเทพคนอื่นเข้า

     

     เทพเทียนหยางเป็นบุรุษรูปงามผิวโทนอุ่น ผมสีทองอ่อนคล้ายแสงอรุณรุ่ง ตาสีทองเปล่งประกายชีวิต บนร่างสวมชุดคลุมยาวสีขาวทองลายมังกร มีนิสัยค่อนข้างไม่กลัวใคร เนื่องจากเป็นต้าเกอที่คอยปกป้องทุกคนในสภาเทพ

     

     เสียดายที่…เขาเป็นเทพฝ่ายบุ๋น เก่งเรื่องวิชาการ วิชากระบี่อยู่ในระดับกลาง ดังนั้นจึงถูกอู๋จื่อหานเตะปลิวไปตอนแรก

     

     “เป็นเขาที่ทำให้ท่านอ๋องคลอดก่อนกำหนด?”

     

     เซียวอวี้ฉีหันไปขอคำยืนยันจากเจิ้งเฟยยี่

     

     “อืม เขาเป็นเทพแห่งชีวิตและการเกิด สามารถควบคุมการเกิดได้ระดับหนึ่ง”

     

     เจิ้งเฟยยี่ยืนยัน เซียวอวี้ฉีจึงหันกลับไปมองอีกครั้ง ก่อนที่เงามืดจะบดบังดวงตา

     

     “ยี่เกอ ข้าฝากไข่กับท่านหน่อย”

     

     “อ้อ ได้”

     

     เจิ้งเฟยยี่ยื่นแขนไปรับไข่มาอุ้มไว้อย่างไม่คิดอะไร สองมือประคองไข่สีเขียวนวลอย่างระวัง

     

     ตาสีฟ้าหลุบมองไข่ใบนั้นด้วยแววตาอาทร นี่ก็คือสิ่งที่เขาเอาชีวิตปกป้องในแก่นโลก… 

     

    เป็นลูกของอาฉี…

     

     “เทพเทียนหยาง”

     

     ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เซียวอวี้ฉีหายไปจากตรงหน้า เจิ้งเฟยยี่ละสายตาจากไข่ขึ้นมาแปลกใจ จากนั้นจึงเห็นว่าร่างสูงในชุดฟ้าไปอยู่กลางวงเทพแล้ว

     

     “เจ้าเป็นใคร?”

     

    เทพเทียนหยางกำลังเอาถุงน้ำแข็งประคบดั้งจมูกที่ถูกอู๋จื่อหานถีบ หันมาตามเสียงเรียก พบว่าเป็นคนแปลกหน้าคนหนึ่ง

     

    “ข้าคือ เซียวอวี้ฉี”

     

    “...! เจ้าคือ…เซียวอวี้ฉี…”

     

    ทราบเช่นนั้นสภาเทพแทบวงแตก เพราะคนที่พวกเขาเพิ่งนำสัญญาฟ้าลงไปเล่นงานก็คือชายคนนี้!

     

    “เจ้ามีธุระอะไรกับข้า หรือว่าไม่พอใจเรื่องดวงดาวสวรรค์? เรื่องนี้เป็นคำสั่งจากเบื้องบน ข้าช่วยเจ้าไม่ได้..”

     

    “เป็นท่านทำร้ายอู๋จื่อหาน”

     

    เซียวอวี้ฉีไม่รอให้อีกฝ่ายกล่าวจบก็ตัดบท เทพเทียนหยางเข้าใจทันทีว่าเจ้าตัวมาสะสางเรื่องใด

     

    “เป็นข้าเอง ทำไม? อู๋จื่อหานล่วงเกินเบื้องสูงไปคน เจ้าก็จะล่วงเกินด้วย? บอกไว้ก่อนเลย หากทำอะไรไม่คิด บาปของอู๋จื่อหานที่เจ้าแบกจะยิ่งจะทวีความรุน..”

     

    โครม!

     

    ไม่รอให้เทพเทียนหยางพูดจบเซียวอวี้ฉีก็ซัดหมัดใส่อีกฝ่ายเต็มแรง ดั้งจมูกที่เพิ่งกลับเข้ารูปของเทพเทียนหยางบิดกลับไปอีกทางดังกร๊อบ ร่างทั้งร่างปลิวไปกระแทกเสาต้นหนึ่งจนยุบ

     

    “นี่สำหรับจื่อหาน! และนี่สำหรับลูกข้าที่อยู่ในท้องเขา!”

     

    ร่างในชุดฟ้าปรี่เข้าไปเงื้อเท้าสูง กระทืบใส่เทพเทียนหยางอย่างบ้าคลั่ง

     

    เหล่าเทพไม่คิดว่าเซียวอวี้ฉีจะลงมือกะทันหัน ต่างพากันตั้งตัวไม่ติด ยืนอึ้งตาค้างอยู่ตรงนั้น 

     

    แม้แต่เจิ้งเฟยยี่ยังแทบทำไข่หลุดมือ

     

    เขาไม่เคยเห็นเซียวอวี้ฉีสติหลุดเช่นนี้มาก่อนเลย…

     

    แล้วเขาต้องห้ามหรือไม่?

     

    อืม…อย่าดีกว่า เทพเทียนหยางสมควรโดนแล้วจริง ๆ

     

    เนื่องจากทุกคนเห็นว่าเทพเทียนหยางสมควรโดนอยู่บ้าง ต่างคนต่างจึงยังยืนเก้กังอยู่ด้านข้าง รอจนผ่านไปเวลาหนึ่งเทพเหม่ยอี้กับเทพฉีหลิงจึงเข้าไปห้าม

     

    “พอแล้ว ๆ เรื่องนี้ต้องให้เขาขอโทษพวกเจ้าแน่ เจ้าใจเย็นก่อนเถอะ”

     

    “ใช่แล้ว ๆ อย่างไรเสียคนก็ปลอดภัย อย่าโกรธจนเสียสุขภาพไปเลย”

     

    ต่างคนต่างปลอบชายหนุ่มคนละคำสองคำ ช่วยกันดึงเซียวอวี้ฉีเอาไว้อย่างยากลำบาก 

     

    คนถูกห้ามหน้ามืด ยังไม่หายแค้น กระชากคอเสื้อเทพเทียนหยางขึ้นมา

     

    “ถ้าคราวหน้าท่านกล้าทำอะไรพวกเขาอีก ข้าจะเอาศรแทงท่านให้เป็นรูพรุน!”

     

    “โอ้ย ๆ เจ้าเด็กบ้า! ตอนนี้เจ้าก็ข่วนข้าจนลายไปหมดแล้ว ข้าขอโทษ! พอใจรึยัง!”

     

    เทพเทียนหยางถูกฝ่าเท้าหนักกว่าที่คาดของเซียวอวี้ฉีเข้าไปกุมหัวร้องอย่างหมดท่า ปลายจมูกเปื้อนเลือดกำเดา ทั้งตัวช้ำม่วงไปหมด ตอนนี้เขาไม่รู้แล้วว่าตกลงใครน่ากลัวกว่ากัน ระหว่างอู๋จื่อหานกับเซียวอวี้ฉี

     

    หรือว่า…เพราะแบบนี้สวรรค์ถึงต้องปิดกั้นเซียวอวี้ฉีเอาไว้? 

     

    ฮือ…สวรรค์ ท่านมองได้ทะลุปรุโปร่ง ผัวเมียคู่นี้น่ากลัวเกินไปแล้ว!

     

     

     

     

    “อาฉี ดื่มน้ำเย็นสักหน่อย”

     

    ผ่านความวุ่นวายไปยกหนึ่งเจิ้งเฟยยี่พาเซียวอวี้ฉีไปนั่งพักยังระเบียงรับลม

     

    “ขอบคุณ ยี่เกอ”

     

    เซียวอวี้ฉีรับน้ำไปจิบอึกใหญ่ สีหน้ากลับมาเป็นปกติ ท่าทางสงบลงเหมือนไม่เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทเกิดขึ้น

     

    เจิ้งเฟยยี่ใคร่ครวญว่าจะพูดดีหรือไม่ ถึงเรื่องที่เขารับรู้มา…

     

    “ยี่เกอ ข้ามีเรื่องต้องบอกท่าน”

     

    ครานี้กลับกลายเป็นเซียวอวี้ฉีที่พูดขึ้นก่อน 

     

    เจิ้งเฟยยี่หันไปสบตา เห็นแววจริงจังคู่หนึ่งก็รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายจะเอ่ยถึงสิ่งใด

     

    เขาเพียงยิ้มบาง พยักหน้าเบา ๆ 

     

    “อาฉี…ว่ามาเถอะ”

     

    เซียวอวี้ฉีกัดริมฝีปากน้อย ๆ ราวลังเล แต่สุดท้ายก็ยอมบอกความจริงที่เก็บไว้ในใจ

     

    “ยี่เกอ…ท่านคงรู้แล้วว่าข้า…ไม่อาจอยู่แดนมารได้อีกต่อไป”

     

    “อืม ข้ารู้”

     

      เจิ้งเฟยยี่รับคำเบา ๆ ความเศร้าฉายชัดในแววตา

     

     อู๋จื่อหานคือผู้ครองแดนมาร แต่ชายาของเขากลับไม่อาจก้าวเข้าไปได้แม้ครึ่งก้าว นับว่าเป็นโชคชะตาที่โหดร้ายยิ่งนัก

     

    ทว่าคำต่อมาของเซียวอวี้ฉีกลับทำให้หัวใจเจิ้งเฟยยี่สะดุดแรงยิ่งกว่าเดิม

     

    “และ…ข้าก็ไม่อาจอยู่แดนเซียนเช่นกัน”

    คล้ายกับเรื่องศรรักปักใจมาร (มี E-book) ที่คุณอ่าน