วันเวลาในตำหนักเมฆาครามเคลื่อนผ่านไปพร้อมกับระเบียบวินัยอันเคร่งครัด ผลกระทบจากการประเมินครั้งก่อนเริ่มฉายชัด เฉิน ฮ่าวหราน สังเกตเห็นสหายร่วมกลุ่มอย่างฟางเจี๋ยที่ต้องแบกรับภาระงานพิเศษเพิ่มขึ้น ดวงตาที่เคยสดใสบัดนี้ฉายแววเหนื่อยล้าอย่างปิดไม่มิด การต้องใช้แรงงานทำความสะอาดหรือช่วยงานโรงครัว กัดกินเวลาพักผ่อนและเวลาฝึกฝนอันมีค่ายิ่งของเขาไปจนแทบไม่เหลือ "ข้าเหนื่อยเหลือเกิน สหายเฉิน" ฟางเจี๋ยเคยบ่นให้ฟัง "แทบไม่มีเวลาฝึก 'รากฐานแปดทิศ' เลย กลัวเดือนหน้าจะยิ่งแย่ลงไปอีก" คำพูดนั้นสะท้อนความจริงอันโหดร้ายของการแข่งขัน ที่ผู้ด้อยกว่าต้องพยายามมากกว่า แต่กลับมีโอกาสน้อยกว่า
ในทางกลับกัน ศิษย์อันดับสูงอย่างหวังจวินหรือหลู่เสวี่ย กลับดูสง่างามและได้รับสิทธิพิเศษเล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยส่งเสริมการฝึกฝน ทั้งการเข้าใช้ลานฝึกซ้อมที่ดีกว่า หรือโอสถพื้นฐานเพิ่มเติมที่ได้รับจากตำหนัก นี่คือช่องว่างที่ถ่างกว้างขึ้นเรื่อยๆ บนเส้นทางของผู้ฝึกตน
สำหรับฮ่าวหราน ชีวิตดำเนินไปตามปกติ เขาเข้าเรียน เข้าร่วมภารกิจสวนสมุนไพร แต่เบื้องหลังประตูห้องพักหมายเลข 12 คือ สมรภูมิ ที่เขากำลังต่อสู้อยู่กับตนเองและพลังอันดุร้ายภายใน – การฝึกฝน "เส้นใยอัสนี"
เขานั่งขัดสมาธิ จิตใจจดจ่ออยู่กับการ ชี้นำ พลังงานอัสนีบรรพกาลอัน ป่าเถื่อน ให้กลายเป็นเส้นใยบางเบา แต่ความคืบหน้ากลับ เชื่องช้าจนน่าท้อแท้ เขาสามารถก่อรูปเส้นใยที่ สั่นระริกไม่มั่นคง นั้นได้นานขึ้น... สอง... สาม... หรือบางครั้งที่ฝืนสมาธิอย่างสุดกำลัง อาจถึงห้าลมหายใจ! แต่มันยังคง เปราะบาง ดุจใยแมงมุมในสายลม ทุกครั้งที่พยายามรวบรวมจิตเพื่อทำให้มัน มั่นคงและแหลมคม ขึ้น มันกลับ ต่อต้านและแตกสลาย อย่างรุนแรง! ทิ้งไว้เพียงความ ปวดหนึบ ในสมองและความรู้สึก สูญเปล่า
ปัญหาใหญ่คือ ทรัพยากร ยาเม็ดชำระจิตหมดสิ้น แต้มอุทิศ 25 แต้มที่เหลืออยู่ ไม่พอแม้แต่จะแลกยาเม็ดระดับกลางที่ดีกว่านี้ได้สักเม็ด ระดับต่ำก็คงช่วยบรรเทาได้เพียงเล็กน้อย เขารู้สึกถึงกำแพงหนาที่มองไม่เห็น กำแพงของ ความขัดสน ที่กำลังขัดขวางความก้าวหน้า 'หากมีโอสถช่วยเสริมสมาธิมากกว่านี้ หรือห้องฝึกที่มีพลังงานหนาแน่นกว่านี้...' เขาได้แต่คิดอย่างขมขื่น
วันหนึ่ง ณ สวนสมุนไพรที่คุ้นเคย กลิ่นดินและไอพลังชีวิตของพืชพันธุ์ช่วยให้จิตใจที่หม่นหมองของเขาสงบลงได้บ้าง เขาเห็นศิษย์พี่หลี่เฉิงกำลังบรรจงดูแลแปลง "หญ้าจันทร์กระจ่าง" สมุนไพรวิญญาณที่ต้องการความละเอียดอ่อนอย่างยิ่งยวด ปลายนิ้วของศิษย์พี่หลี่ค่อยๆ ส่งผ่านพลังปราณธาตุไม้อัน อ่อนโยนแต่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวา เข้าสู่ต้นหญ้าที่ดูเหี่ยวเฉาอย่างเชื่องช้าและแม่นยำ ราวกับกำลังสนทนากับมัน ทำให้มันค่อยๆ กลับมาสดใส เปล่งประกายอีกครั้ง ภาพนั้นจุดประกายความคิดบางอย่าง
เขารวบรวมความกล้า เดินเข้าไปหาด้วยความนอบน้อม "ศิษย์พี่หลี่ขอรับ" เขาเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง "ข้ามีเรื่องติดขัดเรื่องการควบคุมพลังงานที่... ละเอียดอ่อนและไม่ค่อยเสถียรนัก ศิษย์พี่พอจะมีคำแนะนำหรือไม่ขอรับ ว่าควรจะเริ่มต้นทำความเข้าใจหรือฝึกฝนจากสิ่งใดเป็นสำคัญ?"
ศิษย์พี่หลี่เฉิงเงยหน้าจากต้นหญ้า ดวงตาที่ดูเหมือนจะง่วงงุนเสมอนั้น กลับฉายแวว กระจ่างใสและลึกซึ้ง ราวกับมองทะลุถึงปัญหาของเขา เขามองไปยังลำธารเล็กๆ ที่ไหลผ่านไม่ไกล "พลังงานทุกชนิด ล้วนมี 'ธรรมชาติ' ของมัน" เขากล่าวเนิบช้า แต่น้ำเสียงกลับชัดเจนในโสตประสาท "เหมือนสายน้ำที่ไหลเชี่ยว แต่ใต้ความเชี่ยวกรากนั้น กลับมีศิลาที่ สงบนิ่ง ไม่หวั่นไหว หรือดั่งพายุที่บ้าคลั่ง แต่ ณ ใจกลางกลับ สงบนิ่ง อย่างน่าประหลาด" เขาหันมาสบตาฮ่าวหราน "แทนที่จะพยายาม 'บังคับ' หรือ 'ฝืน' ธรรมชาติอันปั่นป่วนนั้น ลองใช้ 'จิต' ที่สงบนิ่งของเจ้า ดำดิ่งลงไป 'ทำความเข้าใจ' ธรรมชาติที่แท้จริง... ค้นหา 'จังหวะ' หรือ 'จุดสมดุล' ที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน เมื่อเจ้าพบและ 'ประสาน' ความนิ่งของเจ้าเข้ากับแก่นแท้ของมันได้แล้ว การ 'ชี้นำ' ก็จะกลายเป็นเรื่องธรรมชาติเอง" เขาก้มลงดูแลต้นหญ้าต่อ ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่เปี่ยมด้วยปริศนาธรรมให้ฮ่าวหรานขบคิด
'เข้าใจธรรมชาติ... ค้นหาจังหวะ... ประสานความนิ่ง...' คำพูดเหล่านั้น ดังก้อง อยู่ในหัว! เขานึกถึงพลังอัสนีบรรพกาล... ความรุนแรง! ปั่นป่วน! เก่าแก่! เขาพยายาม กดข่ม มันมาตลอด! พยายามทำให้มัน เชื่อง! แต่บางที... นั่นคือวิธีที่ผิด! เขาไม่ควรพยายามเปลี่ยนธรรมชาติของมัน แต่ควรหา ความสงบในตัวเอง แล้วใช้ความสงบนิ่งนั้น โอบรับ และ ไหล ไปพร้อมกับ จังหวะ อันบ้าคลั่งของมัน! ไม่ใช่การต่อต้าน แต่คือ การอยู่ร่วมอย่างเข้าใจ! ประกายแห่งความเข้าใจ สว่างวาบ ดุจสายฟ้าฟาด!
คืนนั้น เขากลับมาฝึกฝนอีกครั้ง แต่ด้วย หัวใจ ที่เปลี่ยนไป เขาไม่ได้รีบร้อน เขาทำสมาธิอย่าง สงบลึก ยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ดำดิ่งสู่แก่นกลางของจิตใจ ค้นหาความนิ่งอันสมบูรณ์ จากนั้นจึงค่อยๆ สัมผัสถึงพลังอัสนีบรรพกาล เขายอมรับในความ ดุร้าย ของมัน สัมผัสถึง จังหวะ การเต้นอันปั่นป่วนของมัน... แล้วใช้จิตที่นิ่งสงบ ประสาน เข้าไป...
เขาค่อยๆ ชักนำพลังงานสายเล็กๆ ออกมา... ไม่ได้ "ยืด" หรือ "บีบ" แต่ "รู้สึก" ถึงการไหล... ปล่อยให้มันเคลื่อนไปตาม "ธรรมชาติ" ของมันเอง แล้วใช้ "เจตจำนง" ที่สงบนิ่ง "ประคอง" และ "ชี้นำ" อย่างแผ่วเบา... ให้รวมตัว...
เปรี๊ยะ... เปรี้ยะ...
ณ ปลายนิ้ว... แสงสีครามทอง ควบแน่น อย่างช้าๆ! ก่อเกิดเป็น เส้นใย บางเฉียบ! ส่องประกายเจิดจ้าแต่ไม่แสบตา! มันยังสั่นไหวเล็กน้อยตามธรรมชาติของพลังงาน แต่... มันมั่นคง! ไม่แตกสลาย! หนึ่ง... สอง... สาม... ห้า... สิบลมหายใจเต็ม! มันยังคง ดำรงอยู่! ยาวประมาณหนึ่งชุ่น! สัมผัสได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่ถูก ควบคุม ไว้ภายในเส้นใยเล็กๆ นี้!
"สำเร็จ!" เสียงกระซิบแหบพร่าด้วยความตื้นตันหลุดออกมา เขามองเส้นใยอัสนีบนปลายนิ้วด้วยแววตาที่ สั่นระริก ด้วยความ ปีติยินดี อย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน! หยาดเหงื่อและความพยายามทั้งหมด... ไม่สูญเปล่า!
[ตรวจพบความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญ!]
[เทคนิค 'เส้นใยอัสนี' - บรรลุความเสถียรขั้นต้น!]
[คำแนะนำ: รักษาสมาธิและฝึกฝนต่อเนื่องเพื่อเพิ่มความมั่นคง ระยะเวลา และความละเอียดในการควบคุม]
ระบบยืนยันความสำเร็จ! ตอกย้ำความจริง!
ฟุ่บ! ทันทีที่จิตคลายลงด้วยความยินดี เส้นใยอัสนีพลันสลายไป พร้อมกับความ เหนื่อยล้าทางจิตใจอย่างรุนแรง ที่ถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นยักษ์! ศีรษะปวดหนึบ! ดวงตาพร่าเลือน! การคงสภาพเส้นใยนั้นแม้เพียงชั่วครู่ กลับสูบฉีดพลังจิตของเขาไปจนเกือบหมดสิ้น!
'ข้าทำได้... แต่ยังต้องฝึกอีกมาก' ความยินดีถูกแทนที่ด้วยความตระหนักรู้ 'ต้องทำให้มันมั่นคงกว่านี้ นานกว่านี้ ควบคุมได้ดั่งใจกว่านี้... ข้าต้องการเวลาฝึกฝน! ต้องการยาเม็ดชำระจิต! ต้องการ แต้มอุทิศ!' ความสำเร็จนี้คือประตูบานใหม่ แต่การจะก้าวผ่านไปได้ ต้องอาศัยทรัพยากร!
เขาหลับตาลง ฟื้นฟูพลังจิตที่อ่อนล้าอย่างเชื่องช้า ในใจเริ่มวางแผนอย่างรวดเร็ว... ภารกิจระดับต่ำที่พอจะทำได้มีอะไรบ้าง? เก็บสมุนไพร? ส่งข่าว? หรือล่าอสูรมายาระดับต่ำ? เขาต้องออกไป ล่าแต้มอุทิศ! เพื่อนำมาต่อยอดความสำเร็จนี้! เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายต่อไป... 7 แต้มมรดก ที่ยังคงรอคอย!
(จบตอนที่ 60)