ความเงียบงันปะปนด้วยความเสียวซ่านแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วห้องทำงานระดับผู้บริหารของกวินทร์ทาวเวอร์ ปลายนิ้วและฝ่ามือของทั้งสองคนยังคงเชื่อมโยงกันอยู่ครู่หนึ่ง กระแสไฟร้อนแปลบปลาบยังคงแล่นริ้วสลับกันระหว่างผิวเนื้อ ลินินหอบหายใจแ่เบา ร่างกายอุ่นวาบและสั่นสะท้านไปด้วยความรัญจวนใจที่แสนแปลกประหลาด
ลินินใช้สติและแรงใจที่เหลืออยู่ทั้งหมดสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมของกวินทร์อย่างรวดเร็ว เธอถอยหลังออกมาหนึ่งก้าวพลางกำมือข้างนั้นไว้แน่น รวบรวมกระดาษคำถามที่กระจัดกระจายและแฟ้มเอกสารขึ้นแนบอกเพื่อใช้เป็โล่กำบังใจ
"ขอบคุณสำหรับการสัมภาษณ์ค่ะคุณกวินทร์ ฉันคิดว่าข้อมูลวันนี้เพียงพอสำหรับการเขียนบทความของคุณมนัสวีแล้วค่ะ" ลินินพูดรวดเร็ว น้ำเสียงสั่นไหวเล็กน้อยทว่าพยายามรักษาความมั่นคงเอาไว้ให้มากที่สุด
กวินทร์ไม่ได้ก้าวตามเพื่อจับกุมเธอในทันที เขายืนนิ่งจ้องมองฝ่ามือหนาของตัวเองที่เพิ่งััผิวเนียนนุ่มของลินิน ความรู้สึกอุ่นร้อนและเบาสบายในส่วนลึกของิญญายังคงหลงเหลืออยู่ คำสาปมืดที่เคยทับถมหน้าอกของเขาจู่ๆ ก็กระเพื่อมไหวเบาบางลงอย่างอัศจรรย์ สายตาคมกริบของเขาจ้องมองร่างบางของลินินที่แผ่นหลังเริ่มเหยียดตรงและกำลังจะหันหลังเดินหนีไป
"คิดว่าตัวเองจะเดินออกไปจากห้องนี้ง่ายๆ งั้นเหรอ ลินิน?" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังของกวินทร์ดังขึ้น น้ำเสียงแหบพร่าลงเล็กน้อยด้วยแรงกระตุ้นอารมณ์ใคร่ที่พลุ่งพล่าน
ลินินหยุดก้าวเดินและหมุนตัวกลับมาสบตากับเขา "ฉันมาที่นี่เพื่อทำงานค่ะคุณกวินทร์ และงานของฉันเสร็จสิ้นแล้ว ไม่มีเหตุผลอะไรที่ฉันต้องอยู่ต่อ"
กวินทร์ขยับกายย่างสามขุมเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็วและเงียบเชียบดั่งเสือร้าย ลินินก้าวถอยหลังเพื่อรักษาระยะห่างทว่าก้าวถอยไปได้เพียงไม่กี่ก้าว แผ่นหลังบางของเธอก็ปะทะเข้ากับความเย็นเฉียบของกระจกแก้วบานั์เื้ั ความเย็นของกระจกและไออุ่นร้อนจากร่างกายของกวินทร์ที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวตัดกันอย่างรุนแรง ลินินยกมือขึ้นยันหน้าอกแกร่งของเขาไว้เพื่อสะกัดกั้นการรุกคืบ
ฝ่ามือบางััได้ถึงกล้ามเนื้อหน้าอกแน่นและอัตราการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วและหนักหน่วงของเขาอย่างน่าประหลาดใจ ประสาทััของลินินดูเหมือนจะคมชัดขึ้นผิดปกติจนเธอแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของเขาทุกๆ จังหวะ
"เธอมีอะไรบางอย่างที่ต่างจากผู้หญิงทุกคนที่ฉันเคยเจอ" กวินทร์กระซิบ ใบหน้าคมคายโน้มลงมาต่ำจนลมหายใจอุ่นร้อนที่มีกลิ่นไม้ซีดาร์ปนเป่ารดผิวแก้มใสของเธอ ลินินรู้สึกซ่านสยิวไปทั่วเรือนร่าง ขนลุกชันด้วยความเสียวซ่านดึงดูดที่แสนอันตราย "จูบและััของเธอ... มันทำให้ฉันรู้สึกลืมตัวเอง"
"ปล่อยค่ะ... นี่ไม่ใช่ข้อตกลงในการทำข่าว" ลินินเตือนเสียงแ่ พยายามทำตัวเข้มแข็งแม้ว่าร่างกายส่วนลึกกำลังกรีดร้องปรารถนาััจากเขามากกว่านี้
"อย่าอวดดีให้มากนัก ลินิน... เธอััได้เหมือนที่ฉันััได้ กระแสไฟระหว่งเราสองคน มันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความบังเอิญ" กวินทร์เอ่ยเตือนพลางใช้มือแกร่งเชยคางมนของเธอขึ้น ดึงรั้งดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเธอให้สบประสานดวงตาสีดำสนิทของเขาตรงๆ
ลินินเผยอริมฝีปากเตรียมจะโต้เถียง ทว่าคำพูดทั้งหมดของเธอถูกปิดกั้นลงทันทีเมื่อกวินทร์กดริมฝีปากหยักลึกและอุ่นจัดของเขาลงมาริมฝีปากอิ่มของเธออย่างล้ำลึกและดุดัน
*อืม...*
กวินทร์ครางต่ำในลำคอด้วยความซาบซ่านสะใจ ััแรกในจูบนี้เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันดิบและลึกลับ ริมฝีปากของเขาบดเบียดนุ่มนวลทว่าหนักหน่วง แทรกซึมกวาดต้อนความหวานจากเรียวปากอิ่มอย่างเป็เ้าของ ลินินรู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้น ร่างกายวูบวาบไร้เรี่ยวแรงจนกระดาษและแฟ้มในอ้อมอกร่วงหล่นลงสู่พื้นหินอ่อนไร้เสียงใดๆ ทว่าเพียงไม่กี่วินาทีต่อมา กระแสพลังงานลึกลับรอบตัวก็เริ่มไหลบ่าข้ามผ่านริมฝีปากที่สอดประสานกันเข้าสู่ร่างกายของเธออย่างรวดเร็ว
ลินินอ้าปากรับรสจูบของเขาอย่างลืมตัว เรียวลิ้นอุ่นร้อนขยับพัวพันแลกเปลี่ยนรสััเปียกชื้นที่ซาบซ่านระคนเสียวเกร็ง ััจูบของเขาทั้งแสบร้อนดุจเปลวไฟลวกแต่ก็หวานล้ำประหนึ่งหยาดน้ำผึ้งป่า ลินินยกมือขึ้นโอบรอบคอแกร่งของเขา ยึดเหนี่ยวร่างสูงใหญ่ไว้แน่นและบดจูบตอบโต้อย่างเร่าร้อนทระนงตัว ร่างของเธอสั่นระริกพร้อมกับการดูดซับไอพลังความมืดสีดำที่แฝงอยู่ลึกในิญญาของกวินทร์เข้ามาโดยสัญชาตญาณ
กระแสพลังเวทมนตร์สีดำที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งของคำสาปปีศาจไหลทะลักผ่านจูบเข้าสู่ตัวลินิน ก่อนจะถูกกระแสพลังวิเศษในสายเื Harmonizer ของเธอแปรสภาพให้กลายเป็ความอบอุ่นสีทองวิ่งพล่านไปทั่วทุกอณูเนื้อ ลินินรู้สึกปลอดโปร่ง ร่างกายแข็งแกร่งและสดชื่นอย่างน่าประหลาด ผิวพรรณของเธอมีประกายเปล่งปลั่งอมชมพูขึ้นอย่างชัดเจน
กวินทร์รู้สึกสะท้านวูบในทรวงอก ความอึดอัดเ็าของคำสาปมืดที่เคยหลอกหลอนเขาทุกค่ำคืนจู่ๆ ก็สลายเบาบางลงอย่างเหลือเชื่อ ความรู้สึกผ่อนคลายและมีชีวิตชีวาทำให้เขาหลุดครางออกมาแ่เบา เขาบดจูบเธอรุนแรงยิ่งขึ้น ขยับริมฝีปากและเรียวลิ้นอย่างลุ่มหลง ราวกับคนเดินทางกลางทะเลทรายที่ได้พานพบแหล่งโอเอซิสอันอุดมสมบูรณ์
เนิ่นนานกว่าที่กวินทร์จะยอมผละริมฝีปากออกอย่างแ่เบาและเชื่องช้า เส้นใยน้ำหวานบางเบาเชื่อมต่อเรียวปากของทั้งคู่ไว้ชั่วครู่ก่อนจะขาดสะบั้นลง ลมหายใจของทั้งคู่สั่นสะท้านหอบกระชั้น ดวงตาคมปะทะกันด้วยความสับสนและแรงเสน่หาที่ยากจะปฏิเสธ
ลินินหอบหายใจ แก้มเนียนแดงซ่านด้วยความเขินอายปนความเร่าร้อนสะท้านไหวในอก แต่แววตาของเธอยังคงหยิ่งทระนงและถือดี เธอจ้องหน้าเขาก่อนจะยกหลังมือขึ้นเช็ดริมฝีปากเบาๆ
"นี่ไม่ใช่เื่ที่สมควรเกิดขึ้นค่ะ คุณกวินทร์" ลินินพูดเสียงสั่นเล็กน้อยก่อนจะก้มลงเก็บแฟ้มเอกสารบนพื้นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก้าวเดินเลี่ยงผ่านร่างสูงสง่าของเขาตรงไปยังประตูไม้โอ๊กขนาดั์ทันที
กวินทร์ไม่ได้ก้าวเดินตามไปขัดขวาง เขาเพียงหมุนตัวกลับมา จ้องมองตามแผ่นหลังบางของลินินที่ก้าวพ้นประตูห้องทำงานไป แผ่นหลังที่เหยียดตรงมั่นคงไม่มีร่องรอยของความตื่นกลัวหรือความเหนื่อยอ่อนแม้แต่น้อย
"ลินิน..." กวินทร์ทวนชื่อเธอในลำคอ ยื่นปลายนิ้วแตะริมฝีปากที่ยังคงอุ่นซ่านและกรุ่นกลิ่นอายความหวานของเธออยู่
ปกติแล้ว ผู้หญิงที่เขาจูบหรือัั แม้เพียงเล็กน้อยจะแสดงอาการซีดเซียว อ่อนเพลีย และมีใบหน้าหมองคล้ำจากพิษคำสาปสูบพลังชีวิตทันที แต่ลินินเมื่อครู่นี้ ดวงตาของเธอกลับฉายแสงระยิบระยับ ผิวแก้มสีเืฝาดงดงามยิ่งกว่าตอนก้าวเข้ามาในห้องทำงานเสียอีก ในขณะเดียวกัน ตัวกวินทร์เองกลับรู้สึกโหวงและเบาสบายร่างกายอย่างประหลาด
ลินินก้าวเดินออกจากตึกกวินทร์ทาวเวอร์อย่างรวดเร็ว ทันทีที่ก้าวออกสู่ลานโล่งด้านหน้าตึกที่แสงแดดส่องสะท้อน ลินินก็ต้องประหลาดใจกับสภาพร่างกายของตัวเอง เธอพบว่าความเมื่อยล้าจากการอดนอนปั่นงานออกแบบติดต่อกันหลายคืนหายเป็ปลิดทิ้ง ร่างกายของเธอสดชื่นเปี่ยมพละกำลังราวกระชุ่มกระชวย ผิวแก้มและข้อมือดูผุดผ่องมีน้ำมีนวล ยิ่งไปกว่านั้น โสตประสาทของเธอกลับทำงานได้ชัดเจนเป็พิเศษจนได้ยินเสียงนกร้องบนต้นไม้และเสียงกระซิบพูดคุยของผู้คนที่อยู่ห่างออกไปได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
"เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายเรากันแน่..." ลินินพึมพำพลางแหงนหน้ามองขึ้นไปบนชั้นสูงสุดของกวินทร์ทาวเวอร์ที่สะท้อนแสงแดดยามบ่ายเป็ประกายเหลืองระยิบระยับ
เธอรู้สึกถึงสายตาคู่หนึ่งที่จ้องมองลงมาจากตึกนั้น และสัญชาตญาณในส่วนลึกบอกเธอว่า... นี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นของพายุใหญ่เท่านั้น