เวลาค่อยๆ ไหลไปช้าๆ ในระหว่างนี้ก็มีผู้ที่เข้ามาสอบถาม มีผู้ที่มองดูเขากิเลนที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วเอ่ยถามขึ้นมาว่า "เถ้าแก่ สิ่งนี้ขายอย่างไร?"
ขณะที่หนิงหลงไม่ได้ไปสนใจ ยวีเหลียนซูที่นั่งอยู่ข้างๆ รีบพูดแทรกขึ้นมาว่า "สิ่งของที่เขานำมาขายนั่นเป็นของโจร ทางที่ดีอย่าซื้อจะดีกว่า มิฉะนั้นแล้ว จะหาเรื่องใส่ตัว!"
เมื่อลูกค้าคนนี้ได้ยินคำพูดเช่นนี้ อดที่จะมองยวีเหลียนซูทีหนึ่ง จากนั้นหันมองไปที่หนิงหลงซึ่งกำลังหลับตานอนพักผ่อนอยู่ รู้สึกว่าคู่รักตรงหน้านี้ดูแปลกๆ แต่ว่า เรื่องราวแปลกๆ ในโลกหล้ามีอยู่มากมาย ดังนั้นจึงไม่ได้ถามต่อ หันหลังเดินจากไป
ยวีเหลียนซูรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจเมื่อเห็นว่าตนเองสามารถไล่ลูกค้าไปได้คนหนึ่งแล้ว มองไปที่หนิงหลงทีหนึ่ง และกล่าวว่า "วันนี้ท่านอย่าคิดจะได้ค้าขายแล้วล่ะ ข้าได้จับจองสิ่งนี้เอาไว้แล้ว"
หนิงหลงเพียงยิ้มๆ เท่านั้นเองโดยไม่ได้ให้ความสนใจ สำหรับคำพูดยั่วยุของยวีเหลียนซู
ระหว่างนี้ ได้มีหลายคนที่รู้สึกสนใจเข้ามาสอบถามมากมาย แต่ว่า ขณะที่พวกเขาเหล่านี้เอ่ยปาก ยังไม่ทันที่หนิงหลงจะพูดอะไรออกมา ยวีเหลียนซูที่อยู่ด้านข้างก็บอกพวกเขาทันทีว่า ของที่หนิงหลงขายเป็นของโจร ไม่ควรซื้อ
เมื่อเป็นเช่นนี้ ลูกค้าที่สนใจเขากิเลนคู่นี้ล้วนแล้วแต่ส่ายหน้าและเดินจากไป
แม้ว่ายวีเหลียนซูจงใจไล่ลูกค้าของหนิงหลงให้หนีไปคนแล้วคนเล่า ขณะที่หนิงหลงยังคงนอนหลับตาไม่รู้ร้อนรู้หนาวไปแล้วอย่างนั้น ปฏิกิริยาที่มีให้เห็น ก็มีแค่ยิ้มเล็กๆ ออกมาเท่านั้นเอง
หลังจากที่ยวีเหลียนซูไล่ลูกค้าติดต่อกันไปหลายคนก็รู้สึกสงสัยขึ้นมา เนื่องจากนางได้จัดการไล่ลูกค้าของหนิงหลงไปจนหมด ทว่าหนิงหลงกลับไม่โกรธแม้แต่น้อย ยังคงนอนเอ้อระเหยไม่สะทกสะท้าน และเหมือนว่าการกระทำของนางเป็นการช่วยไล่แมลงวันให้เขาอย่างนั้น
ท่าทางลักษณะเช่นนี้ของหนิงหลงพลันทำให้ยวีเหลียนซูรู้สึกแปลกใจ
"ท่านต้องการจะขายของจริงๆ รึ?" ในขณะนี้ ยวีเหลียนซูรู้สึกสงสัยว่า บางทีหนิงหลงไม่ได้มาขายของอยู่แล้ว
"ขายสิ ทำไมไม่ขาย" หนิงหลงยังคงนอนหลับตา กล่าวเอ้อระเหยขึ้นมา
ยวีเหลียนซูไม่ค่อยอยากจะเชื่อนัก และกล่าวว่า "ถ้าเช่นนั้น ทำไมท่านไม่มีความกระตือรือร้นที่จะขายเลย?"
ในเวลานี้ นางเองรู้สึกสงสัยไม่น้อย ต่อให้นางไม่ไปไล่ลูกค้าเหล่านั้นไป หนิงหลงก็จะสนใจพวกเขาหรือไม่?
"เนื่องจากพวกเขาก็เหมือนกับเจ้า ไม่มีปัญญาซื้อได้" หนิงหลงกล่าวด้วยท่าทีเอ้อระเหยขึ้นว่า "พูดคุยไปก็เสียเวลาเปล่า"
"ฮึ!" ยวีเหลียนซูจ้องหน้าหนิงหลงด้วยท่าทีไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่ก็จนด้วยเกล้า ได้แต่เอาความโมโหนั้นกล้ำกลืนเอาไว้
"ข้านี่แหละจะดูว่าท่านจะเล่นลูกไม้อะไร" ยวีเหลียนซูตัดสินใจเด็ดขาดที่จะเปิดสงครามประสาทกับหนิงหลงให้ได้ ดังนั้น นางลุกขึ้นมือเท้าคางจ้องเขม็งไปที่หนิงหลง
หนิงหลงเพียงยิ้มๆ เท่านั้น ไม่ให้ความสนใจ ยังคงนอนสบายใจเฉิบอยู่ตรงนั้น
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง ยังคงมีคนอื่นๆ เข้ามาสอบถาม แต่ว่า หนิงหลงไม่ได้สนใจพวกเขาเลย หลับตาเหมือนนอนหลับไปแล้วอย่างนั้น เหมือนไม่ได้ยินคำพูดของพวกเขาอย่างนั้น
มาคราวนี้ยิ่งสร้างความฉงนสงสัยให้กับยวีเหลียนซูขึ้นไปอีก เนื่องจากนางไม่ได้เอ่ยคำขับไล่ลูกค้าเหล่านี้อีกแล้ว และหนิงหลงไม่ได้ให้ความสนใจพวกเขาเลย ดูจากลักษณะของเขาแล้วไม่เหมือนเป็นการขายของสักนิด
สิ่งนี้ได้สร้างความอยากรู้อยากเห็นให้กับยวีเหลียนซูว่า หากหนิงหลงไม่ได้ขายของล่ะก็ เขามาอยู่ที่ตรงนี้ต้องการทำอะไรกันแน่?
"ชิงเอ๋อร์ขออภัยที่ปล่อยให้คุณชายรอนาน" จังหวะที่ยวีเหลียนซูกำลังแปลกใจอยู่นั้น เสียงหนึ่งได้ดังขึ้น เมื่อนางได้สติกลับมา ก็ได้ปรากฏร่างเงาที่งดงามร่างหนึ่งอยู่ด้านหน้าของพวกเขา ผู้หญิงที่งดงามจนโลกหล้าหม่นหมองก็ได้ยืนอยู่ตรงนี้แล้ว
กลิ่นหอมจางๆ ที่แผ่กระจายล่องลอยตามลม ยวีเหลียนซูรู้สึกเหมือนตาพร่าไป นางรู้สึกเหมือนว่าผู้หญิงคนนี้ยืนอยู่ที่ตรงนั้นตลอดมา เพียงแต่นางเพิ่งจะมองเห็นเท่านั้น
ผู้หญิงคนนี้มีรูปร่างสูงโปร่ง ช่วงขาที่เรียวยาวคู่นั้นดึงดูดสายตาผู้คนมากเป็นพิเศษ ขาทั้งสองข้างของนางได้รับการยกย่องว่างดงามและสมบูรณ์แบบที่สุด ช่วงขาที่ยาวเรียวหากแม้เพิ่มขึ้นหนึ่งมิลลิเมตรก็จะเป็นส่วนเกิน หากน้อยกว่านี้หนึ่งมิลลิเมตรก็จะขาดไป ด้วยช่วงขาเรียวยาวที่สมบูรณ์แบบเช่นนี้ ทำให้ผู้พบเห็นต่างต้องการเอื้อมมือไปลูบไล้เบาๆ สักทีหนึ่ง
ผู้หญิงคนนี้สวมชุดสีแดง และปักลายเปลวไฟเล็กๆ ด้วยเส้นไหมสีทองเอาไว้ ผ้าแพรบางเบาคาดเอว อวดรูปร่างส่วนเว้าส่วนโค้งออกมาโดยไม่มีการซ่อนเร้น
ผู้หญิงที่งดงามเช่นนี้ ดวงหน้าดั่งดอกท้อ ภาพรวมเปี่ยมด้วยความกระปรี้กระเปร่า ใบหน้าที่บอบบางสวยสดงดงาม
ขณะที่ผู้หญิงคนนี้ยืนอยู่ตรงนั้น มักจะปรากฏหงส์เพลิงขึ้นมาบินรอบตัวเสมอๆ แม้แต่ขณะนางก้าวเดินออกไปก็มีเงาของดอกบัวเพลิงที่ปรากฏขึ้นมา เหมือนว่าทุกย่างก้าวของนางก็จะมีดอกบัวเพลิงแต่ละดอกที่เกิดขึ้นมาอย่างนั้น ดูเหมือนหาใช่นางที่ไล่ติดตามบุปผา แต่เป็นบุปผาต่างหากที่คอยไล่ติดตามนาง
"มาแล้วก็ดี" ในเวลานี้หนิงหลงได้ลืมตาขึ้นมา เพียงจ้องมองนางพลางประเมินความงามไปตามอารมณ์แวบหนึ่ง และกล่าวว่า "ข้ายังเข้าใจว่าเจ้ากลับไปแล้ว"
ท่าทีของหนิงหลงพลันทำให้ยวีเหลียนซูรู้สึกแปลกใจ ก่อนหน้านั้น หนิงหลงไม่ได้สนใจบรรดาลูกค้าเหล่านั้นเลย กับผู้หญิงคนนี้เขากลับลืมตาขึ้นมาพูดคุยด้วย
"ชิงเอ๋อร์ก็อยากจะกลับ แต่ยังมิอาจกลับได้" หญิงสาวที่แทนตนว่าชิงเอ๋อร์ได้เผยรอยยิ้มที่จนด้วยเกล้า ดูงามหยาดเยิ้มยิ่งนัก
"ไม่มีปัญหา เช่นนั้นให้ข้าไปส่งไหมล่ะ?" หนิงหลงหัวเราะและกล่าวว่า "จะได้ไปพูดคุยเพื่อสู่ขอเจ้ากับคนเฒ่าคนแก่เลยเป็นไง?"
"นับว่าเป็นวาสนาของชิงเอ๋อร์แล้ว" หญิงสาวกล่าวยิ้มตาหยี ไม่ได้โกรธแม้แต่น้อย อีกทั้งยังมีความรู้สึกดีใจเล็กๆ ในแววตาของนาง
ยวีเหลียนซูยิ่งรู้สึกแปลกใจมากขึ้นเมื่อได้ฟังคำโต้ตอบของคนทั้งสอง หนิงหลงกับผู้หญิงคนนี้ทั้งดูเหมือนเป็นคู่รัก แต่ก็ดูเหมือนพึ่งรู้จักกัน ท่าทีของคนทั้งสองล้วนแล้วแต่แปลกมาก คำพูดก็ไม่สามารถอธิบายได้
"เขาคู่นี้ไม่ทราบว่าคุณชายขายเท่าใด?" เวลานี้สายตาของหญิงสาวตกอยู่บนเขาของกิเลนคู่นั้น
หนิงหลงหัวเราะและกล่าวว่า "สิบสองวัฏจักรเลยนะเนี่ย! นับว่าพอมีราคาอยู่บ้าง"
หญิงสาวถอนหายใจเบาๆ และกล่าวว่า "เขาคู่นี้หายาก และมีมูลค่าสูงเกินกว่าชิงเอ๋อร์จะจ่ายไหว"
"เจ้ากำลังตกปลากระมัง" หนิงหลงหัวเราะขึ้นมา และกล่าวว่า "ที่ว่าหายาก นั่นเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้นเอง"
"เช่นนั้นแล้ว คุณชายคือปลาหรือไม่?" หญิงสาวยกมือยิ้มจางๆ งามหยดย้อยไร้ที่ติเตียน และกล่าวว่า "หรือบางที คุณชายน่ะคือผู้ตกปลา และชิงเอ๋อร์จึงเป็นปลาที่ถูกตก"
หนิงหลงหัวเราะ และไม่วิจารณ์คำพูดนี้
หญิงสาวเอื้อมมือหยิบเขาของกิเลนที่อยู่บนโต๊ะขึ้นมาดู นางเห็นสิบสองวัฏจักรที่อยู่ภายในเขา กิเลนที่เป็นเจ้าของเขาคู่นี้เป็นราชันอสูรสิบสองวัฏจักรจริงๆ กงล้อวันเวลาสิบสองวัฏจักรมีความอุดมสมบูรณ์ยิ่งนัก
พลันที่หญิงสาวหยิบเขาของกิเลนขึ้นมา ยวีเหลียนซูเอียงคอด้วยความฉงน นัยน์ตาคู่นั้นของนางเต็มไปด้วยความสงสัย นางอยากรู้ว่าเขากิเลนคู่นี้เป็นของจริงหรือไม่
ภายในใจของยวีเหลียนซูไม่ค่อยอยากจะเชื่อนักว่าเขากิเลนคู่นี้จะเป็นของจริง จะอย่างไรเสีย ไม่ว่าจะดูอย่างไรก็ตาม มันก็ดูเหมือนเขาของกวางหรือไม่ก็กิ่งไม้ธรรมดาๆ มากกว่า
อีกทั้งบรรดาขุมกำลังต่างๆ ที่กำลังไล่ล่ากิเลนในเทือกเขาคุนหลุนก็ยังไม่มีข่าวคราวใดๆ การที่เขากิเลนจะมาปรากฏอยู่ในมือของหนิงหลงนั้น มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว
ขณะที่หญิงสาวสำรวจตรวจสอบเขาของกิเลนอยู่นั้น พลังชีวิตที่ยิ่งใหญ่ไพศาลสายหนึ่งได้ลอยออกไปปะทะใบหน้าของยวีเหลียนซูโดยพลัน ในพริบตาเดียวนี้เองยวีเหลียนซูก็บังเกิดเป็นมโนภาพ นางรู้สึกว่าตนเองเหมือนไปอยู่ในเทพนิยาย มองเห็นเกาะลอยฟ้าจำนวนนับไม่ถ้วน ท้องฟ้าสีครามที่ถูกประดับด้วยรุ้งงามที่สดใส ทุ่งหญ้าเขียวขจีที่กว้างใหญ่ไพศาลแลดูไม่มีสิ้นสุด บรรดาสรรพชีวิตต่างๆ ณ ที่แห่งนี้ดูมีชีวิตชีวาอย่างยิ่ง
แต่ว่า ยังไม่ทันที่ยวีเหลียนซูจะได้ดื่มด่ำไปกับจินตนาการนี้อย่างละเอียดและชัดเจนนั้น หนิงหลงได้ยื่นมือออกไปดีดหน้าผากนางทีหนึ่ง
ยวีเหลียนซูที่พึ่งได้สติถึงกับเหงื่อแตกพลั่ก แม้ว่านางจะไม่อยากเชื่อว่าเขาคู่นั้นจะเป็นเขาของกิเลนจริงๆ แต่ว่า พลังชีวิตที่ยิ่งใหญ่ไพศาลนั้นทำให้นางมีความทรงจำที่ลึกมาก แม้จะเป็นเพียงพลังชีวิตสายหนึ่งเท่านั้น แต่เหมือนเป็นโลกใบหนึ่งอย่างนั้น
มาคราวนี้พลันทำให้ภายในใจของยวีเหลียนซูบังเกิดความกลัวขึ้นมาทันที เขาคู่นี้คือเขาของกิเลนจริงๆ หรือเนี่ย? แต่ว่า ดูไปแล้วไม่เหมือนเป็นของวิเศษอย่างที่เขาว่ากัน และไม่เหมือนเป็นสุดยอดยาอายุวัฒนะโอสถเซียนอะไรนั่น?