ยามรุ่งอรุณ แสงตะวันเพิ่งฉายส่องตำหนักจ้าวอ๋อง จางเอ่อร์ก็นำป้ายคำสั่งขององค์รัชทายาทจ้าวเคอฉี่ออกนอกประตูวังแล้ว
เขาเดินทางมุ่งหน้าไปหาเซี่ยงอวี่ที่จวนแม่ทัพ จำเป็ต้องตรวจสอบเื่คนชุดดำให้กระจ่าง กำจัดภัยในภายหลังแก่เสวี่ยสวิน
่สองสามวันนี้เซี่ยงอวี่พักรักษาแผลอยู่ในจวนแม่ทัพ เนื่องจากไม่คุ้นชินกับชีวิตที่ได้รับการปรนนิบัติประคบประหงมเป็อย่างมาก จึงมักฝึกยุทธ์ในลานเรือนบ่อยครั้ง แม่ทัพหม่าเหวินหยวนเห็นแล้วก็ทนไม่ไหวขอประลองกระบี่กับเขา ทั้งคู่ประหนึ่งเพชรตัดเพชร ต่อสู้ขับเคี่ยวกันดุเดือดไม่มีใครเป็รอง!
หม่าเหวินหยวนชื่นชมเซี่ยงอวี่เหลือประมาณ ้าให้เขาติดตามตนเข้าวังไปเป็หัวหน้ากองทหารองครักษ์วังหลวง
เซี่ยงอวี่ประสานมือคารวะขอบคุณด้วยความเคารพ “แท้จริงแล้วผู้น้อยอยากเป็เพียงจอมยุทธ์ยึดมั่นในหลักคุณธรรม ไม่้าเกี่ยวข้องพัวพันกับรั้ววัง แต่ข้าเป็ห่วงความปลอดภัยของสวินเอ๋อร์ ฉะนั้นแล้วคงต้องขอรับน้ำใจท่านแม่ทัพไว้ขอรับ”
หม่าเหวินหยวนหัวเราะร่า กล่าวเพียง “ข้าพบเจอชาวยุทธ์เช่นเ้ามามากมาย พวกเขาวรยุทธ์แข็งแกร่ง กลับไม่สนใจแวดวงราชการ ทำข้านึกเสียดายจริงๆ เ้ากลับยินดียอมละทิ้งยุทธภพตนเองเพื่อดรุณีผู้หนึ่ง นี่แสดงว่านางคงมีความสำคัญต่อเ้ามาก!”
เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนกล่าวต่อ “แต่ข้าจำเป็ต้องเตือนสติเ้าไว้ เื่บางอย่างั้แ่เริ่มต้นขึ้นมันก็ถูกกำหนดให้ไม่มีจุดจบไว้แล้ว เ้าต้องเตรียมใจสำหรับสิ่งนี้...”
ั์ตาดำซ้อนคู่ของเซี่ยงอวี่เบิกกว้าง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายเต็มไปด้วยความฉงน “ข้าไม่เข้าใจความหมายของแม่ทัพหม่า”
หม่าเหวินหยวนตบไหล่เซี่ยงอวี่เบาๆ “ต่อไปเ้าจะเข้าใจเอง”
ระหว่างทั้งสองกำลังพูดคุยกัน จางเอ่อร์ที่สวมอาภรณ์ดำตลอดร่างก็เดินเข้ามา “สหายเซี่ยง แม่ทัพหม่า พวกท่านอยู่กันพร้อมหน้าพอดี!”
เซี่ยงอวี่ยิ้มบาง เอ่ยคำอย่างอารมณ์ดี “สหายเอ่อร์ ท่านมาได้อย่างไร”
“ข้ามีป้ายคำสั่งอยู่ในมือ เลยออกจากวังมาสืบหาเบาะแสของคนชุดดำ”
จางเอ่อร์หยักมุมปาก ในใจเขามีแผนการดีๆ เพื่อใช้ล่อศัตรูแล้ว “แผลเ้าดีขึ้นบ้างแล้วหรือ สวินเอ๋อร์เองก็เป็ห่วงเ้ามาก”
เซี่ยงอวี่ยิ้มกล่าว “เดินทางท่องยุทธภพย่อมยากจะเลี่ยงได้รับาเ็ พักผ่อนสองสามวันก็หายดีแล้ว ท่านกับสวินเอ๋อร์ตื่นใทำเื่เล็กเป็เื่ใหญ่เกินไปแล้ว ส่วนเื่คนชุดดำ ข้าย่อมช่วยเป็กำลังเสริมให้ท่านแน่นอน!”
หม่าเหวินหยวนที่อยู่ด้านข้างประสานมือกล่าวคำ “ถ้าเช่นนั้นข้าจะจัดลูกน้องจำนวนหนึ่งส่งไปทำงานให้พวกเ้า ข้ายังมีภารกิจกองทัพติดตัว ขออภัยไม่อาจอยู่ร่วมเสวนากับเ้าทั้งสองได้”
จางเอ่อร์กับเซี่ยงอวี่คารวะขอบคุณ “ขอบคุณท่านแม่ทัพ!”
…
โรงเตี๊ยมเหอเฟิงของเมืองซิ่นตูได้ชื่อว่าเป็ ‘โรงเตี๊ยมอันดับหนึ่งของเมือง’ ทว่าบัดนี้กิจการกลับซบเซา โต๊ะเก้าอี้ล้วนพังเสียหาย ชาวบ้านเห็นแล้วต่างประหลาดใจไปตามๆ กัน
บุรุษท่าทางลับๆ ล่อๆ สองคนเดินผ่านมา หลังเห็นสภาพการณ์แล้วก็ตื่นใ เดินเข้าประตูมาถาม “เถ้าแก่ เหตุใดโรงเตี๊ยมเหอเฟิงถึงมีสภาพเช่นนี้ได้”
เถ้าแก่ก้มหน้าถอนหายใจหลายเฮือก เอ่ยคำอย่างจนใจ “เมื่อหลายวันก่อนมีคนชุดดำกลุ่มหนึ่งเข้ามาก่อเื่ คุณชายจางเอ่อร์ต่อสู้ต่อยตีกับพวกเขายกใหญ่ ผลสุดท้ายหอสุราก็กลายเป็สภาพเช่นนี้แหละ”
ครั้นสองคนได้ยินดังนั้นก็ถอดเสื้อคลุม เผยเครื่องแต่งกายคนชุดดำออกมา “เป็พวกข้าเอง หลังเกิดเื่ข้าสั่งให้พวกเ้าเก็บกวาดในส่วนของหอสุราให้กลับคืนสภาพเดิมทันที และห้ามไม่ให้บอกผู้ใด เหตุใดไม่จัดการตามนั้น เ้าไม่อยากรักษาชีวิตไว้แล้วหรือ”
เถ้าแก่เงยหน้าขึ้นช้าๆ ั์ตาฉายรังสีเย็นเยือกดุจดวงดาวหนาวเหน็บ “คนที่ไม่คิดเอาชีวิตไว้คือพวกเ้าต่างหาก!”
คนชุดดำเพ่งจ้อง คู่ั์ตาเถ้าแก่มองตรง คิ้วกระบี่เลิกขึ้น ใบหน้าสีทองแดงเผยร่องรอยกระหยิ่มยิ้มย่อง นึกไม่ถึงว่าแท้จริงแล้วจะเป็จางเอ่อร์ปลอมตัวมา
“แย่แล้ว!” คนชุดดำอุทานพลางตั้งท่าจะวิ่งหนี เซี่ยงอวี่ที่แต่งกายเป็คนงานก้าวขึ้นมาข้างหน้า วาดเท้าเตะพวกเขาล้มลง พูดอย่างภาคภูมิใจ “จับตัวมาให้ข้าทั้งหมด!”
พวกเสี่ยวเอ้อร์ทยอยชักกระบี่ออกมาจากใต้โต๊ะ เข้าไปจับตัวคนชุดดำ แท้จริงแล้วเสี่ยวเอ้อร์เหล่านี้คือลูกน้องนายทหารของหม่าเหวินหยวนที่อาซิ่นพาแต่งกายปลอมตัวมา
ใบหน้าหล่อเหลาของจางเอ่อร์เย็นเยือกเปี่ยมรังสีสังหาร ขยับริมฝีปากบางพูดเยาะหยันเสียงเ็า “นี่เรียกว่าหนามยอกเอาหนามบ่ง พาตัวไป!”
…
หลังจัดการเื่คนชุดดำเสร็จสิ้น แม่ทัพใหญ่หม่าเหวินหยวนก็ให้เหตุผลว่าเซี่ยงอวี่มีผลงานความดีความชอบ ผลักดันเขาเข้าวังเป็หัวหน้ากองทหารองครักษ์วังหลวง
ตอนเข้าค่ายทหารวันแรก จ้าวเสวี่ยสวินกับจางเอ่อร์ก็ไปร่วมแสดงความยินดีด้วย เห็นเพียงเซี่ยงอวี่สวมเสื้อคลุมผ้าแพรปักลายขนนุ่ม ผู้บัญชาการกองทหารองครักษ์ ช่างดูสง่างามน่าเกรงขาม!
เนื่องจากเสวี่ยสวินไม่้าดึงดูดความสนใจผู้อื่น จึงเลือกชุดกระโปรงผ้าทอโปร่งสีน้ำเงินมรกตของเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์มาชุดหนึ่ง สวมปลอมตัวเป็นางกำนัล
เซี่ยงอวี่เห็นเสวี่ยสวินแต่งกายเช่นนี้ก็หัวเราะร่วนออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ “ยายหนูสวิน เ้าแต่งตัวเช่นนี้ข้าจำแทบไม่ได้แน่ะ!”
จางเอ่อร์กลับกล่าว “ถ้าเป็ข้า ไม่ว่าสวินเอ๋อร์จะแต่งกายปลอมตัวเช่นไร ข้าล้วนจำได้หมด”
ดวงตาใสกระจ่างของเสวี่ยสวินกะพริบปริบๆ เอ่ยถามอย่างแปลกใจ “เหตุใดพี่ชายจึงพูดเช่นนี้”
จางเอ่อร์มองดูหญิงสาวผู้ส่องประกายสดใสดุจหยกงามตรงหน้า ใบหน้าหล่อเหลาไร้ใดเทียบแต้มรอยยิ้มอ่อนโยน กล่าวถ้อยคำออกมาจากใจ “กุลสตรีดีงามเช่นนี้ ไม่ว่าอยู่ที่ใดก็เจิดจ้าพราวตา!”
เสวี่ยสวินพลันก้มหน้าลงอย่างเอียงอาย ริ้วแดงระเรื่อบนแก้มยิ่งขับเสริมให้ตัวคนดูน่ารักพริ้มเพรา อรชรงามสง่า
ขณะสามคนเอ่ยหยอกเย้ายิ้มหัว หม่าเหวินหยวนก็เดินเข้ามาพอดี
เซี่ยงอวี่คารวะแสดงความขอบคุณ “ขอบคุณแม่ทัพหม่าที่จัดการให้ข้าได้เข้าวัง เช่นนี้ต่อไปข้ากับสหายเอ่อร์และยายหนูสวินก็ได้พบหน้ากันสะดวกมากขึ้นแล้ว”
หม่าเหวินหยวนกล่าว “อย่าได้พูดขอบคุณอะไรเช่นนั้นเลย ตัวเ้าวรยุทธ์แข็งแกร่ง ทั้งเป็คนซื่อตรงยึดมั่นในคุณธรรม ทั้งหมดนี้ล้วนเป็สิ่งที่เ้าสมควรได้รับ ในวังไม่เหมือนยุทธภพ หากมีสิ่งใดผิดพลาด เกรงว่าข้าเองก็ไม่อาจปกป้องเ้าได้เช่นกัน”