บทที่ 10 ฟังเพียงคำพูดของศิษย์น้องหญิงเล็ก
เมื่อเยี่ยหลิงหลงลงมายืนอีกครั้ง นางพบว่าในพื้นที่มืดมิดนี้ มีผลึกสีขาวอมเขียวปักอยู่ทั่วทุกแห่ง ผลึกเปล่งประกายเรืองรองอ่อน ๆ ส่องให้เห็นรอบข้างได้อย่างชัดเจน
ตรงหน้านางคือสระบัวขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยดอกบัวสีเขียวงดงาม ยามแสงตกกระทบกลีบดอกบัว ดูบริสุทธิ์อย่างยิ่ง
นางสังเกตเห็นว่าในพื้นที่แปลกประหลาดนี้ มีปราณิญญาเข้มข้นจนแทบจะกลายเป็ของเหลวหยดออกมาได้ ที่นี่เหมือนบ่อปราณิญญาขนาดใหญ่
นางไม่เคยเห็นปราณิญญาที่เข้มข้นเช่นนี้มาก่อน แม้แต่ปราณิญญาที่ล้นออกมาตอนกินผลเพลิงสีชาดเมื่อคืนนี้ ยังไม่เข้มข้นเท่าที่นี่ เข้มข้นจนนางอยากจะนั่งลงฝึกวิชาเสียเดี๋ยวนี้เลย
แต่ตอนนี้ นางเห็นเืทรงกลมของตนลอยเข้าไปยังดอกบัวตรงกลางที่ใหญ่และสวยที่สุด
เยี่ยหลิงหลงเพิ่งสังเกตเห็นว่าตรงกลางดอกบัวดูเหมือนมีสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ สีดำนอนอยู่
เืก้อนนั้นค่อย ๆ ลอยเข้าไปในปากของสิ่งมีชีวิตตัวจ้อยนั้น
จนกระทั่งเืถูกป้อนจนหมด สิ่งมีชีวิตตัวเล็กสีดำนั้นเริ่มขยับตัว ร่างที่ขดตัวอยู่ค่อย ๆ คลายออก
เยี่ยหลิงหลงตะลึงงัน
มันเป็อสรพิษตัวเล็กสีดำ ลวดลายประณีต แต่ละรายละเอียดชดช้อยงดงาม ภายใต้แสงเรืองรองของดอกบัว เกล็ดของมันเปล่งประกายสะกดสายตา
แตกต่างจากอสรพิษทั่วไป บนหัวเล็ก ๆ ของมันมีส่วนนูนเล็ก ๆ สองจุด เหมือนมีบางอย่างที่ยังไม่ได้งอกออกมา
ทันใดนั้น ดวงตาคู่นั้นพลันเปิดออก
ดวงตาที่สวยงามราวกับหยกนั้น ดูเหมือนจะมองทะลุทุกสิ่งในโลกใบนี้ได้ เพียงแค่สบตา ก็ทำให้หัวใจของผู้คนเต้นแรง
เยี่ยหลิงหลงไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้นางกลั้นหายใจอยู่
แต่อึดใจต่อมา มันก็หลับตาลงอีกครั้ง ราวกับไม่เคยตื่นขึ้นมาก่อน เยี่ยหลิงหลงถอนหายใจอย่างโล่งอก
นางเดินไปข้างหน้าอีกสองก้าวอย่างกล้าหาญ อยากจะมองให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ในตอนนั้นเอง ด้านหลังนางกลับมีเสียงคุ้นเคยและร้อนรนดังขึ้น
"ศิษย์น้องหญิงเล็ก! ศิษย์น้องหญิงเล็ก! ข้าพบศิษย์น้องหญิงเล็กแล้ว นางอยู่ทางนี้!"
เยี่ยหลิงหลงชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อหันไปก็เห็นศิษย์พี่หกกำลังทะยานมาหานางอย่างร้อนรน พร้อมกันนั้นศิษย์พี่ใหญ่ก็ทะยานมาจากอีกทิศทางหนึ่ง
และระหว่างนางกับพวกเขา คือสุสานกระบี่ที่เต็มไปด้วยกระบี่ที่แตกหักปักอยู่มากมาย
นางมองพวกเขาอย่างมึนงง มองรอบกายโดยไม่รู้ตัว สระบัวงดงามกลายเป็สุสานกระบี่ที่นางอยู่ตอนแรก
คล้ายเมื่อครู่เป็เพียงความฝัน ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
แต่จากระดับความร้อนใจของศิษย์พี่ทั้งสอง นางได้หายตัวไปจริง ๆ เพียงแต่ตอนนี้นางถูกส่งกลับมาแล้ว
"ศิษย์น้องหญิงเล็ก เมื่อครู่เ้าไปไหนมา ทำพวกข้าห่วงเกือบตายแล้ว! เ้าเป็อะไรหรือไม่?"
หนิงิเฉิงวิ่งมาถึงตอนที่เหงื่อท่วมหัว ใบหน้ายังซีดขาวอยู่บ้าง ดูเหมือนจะใมากจริง ๆ
"เมื่อครู่ข้าก็แค่มาหากระบี่แถวนี้ ข้าไม่ได้ไปไหนเลย"
เยี่ยหลิงหลงไม่ได้พูดความจริง กระบี่ดำนั่นสามารถทำลายเขตแดนที่ศิษย์พี่ใหญ่ ส่งนางออกไปจากสายตาพวกเขา แล้วส่งนางกลับมาต่อหน้าพวกเขาโดยไม่ทำให้พวกเขารู้สึกตัว แสดงว่าพลังของกระบี่ดำนั้นเหนือกว่าพวกเขามาก
หากมีเื่จริง ๆ นางบอกไปพวกเขาก็ไม่มีทางช่วยนางได้ กลับจะเป็การลากปัญหาให้พวกเขาเสียแทน ดังนั้นนางจึงเลือกที่จะไม่พูด
"ศิษย์น้องหญิงเล็ก เ้าได้รับาเ็หรือไม่? เมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น? เ้าหายตัวไปในเขตแดนของข้าได้อย่างไร?"
หลังจากที่เผยลั่วไป๋มาถึง สิ่งแรกที่เขาทำคือคว้าแขนของเยี่ยหลิงหลงเพื่อตรวจดูว่านางาเ็หรือไม่
"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ข้าแค่มาหากระบี่แถวนี้ ข้าหาอยู่ครึ่งวันแล้วก็ยังหากระบี่ที่เหมาะสมไม่เจอสักเล่ม"
"แล้วนี่อะไร?"
เผยลั่วไป๋ชี้ไปที่มือขวาของนาง เมื่อเยี่ยหลิงหลงยกมือขึ้น สีหน้าไร้เดียงสาของนางก็แตกร้าวทันที
กระบี่ดำนั่นดันอยู่ในมือของนาง กระบี่เวรนี่เพิ่งจะแกล้งนางไปหยก ๆ ยังมีหน้ามาตามนางอีก!
"กระบี่เก่า ๆ เล่มนี้ข้าเก็บมาได้น่ะ แต่มันขี้เหร่และธรรมดาเกินไป ข้ากำลังจะทิ้งมันพอดี"
พูดจบเยี่ยหลิงหลง ก็โยนกระบี่ออกไปไกล ๆ ทั้งเผยลั่วไป๋และหนิงิเฉิงต่างห้ามไม่ทัน
ทั้งสองมองนางอย่างไม่รู้จะพูดอะไรดี นั่นไม่ใช่กระบี่เก่าเลย อย่างน้อยพวกเขาก็เข้าออกสุสานกระบี่หลายครั้งแล้ว แต่ไม่เคยเห็นกระบี่ที่ดีไปกว่าเล่มนั้นเลย มันลึกลับและทรงพลังอย่างยิ่ง อัดแน่นด้วยพลังอันมหาศาล แต่กลับไม่เผยมันออกมา
เ้าของกระบี่เล่มนี้ในอดีตต้องไม่ธรรมดาแน่นอน
แต่ถ้าศิษย์น้องหญิงเล็กไม่ชอบก็ช่างเถอะ กระบี่เล่มนี้สีดำสนิทไม่ค่อยตรงกับรสนิยมของศิษย์น้องหญิงเล็กเท่าไหร่ นางอายุน้อยและวรยุทธ์ต่ำต้อย มองไม่ออกถึงความพิเศษของกระบี่เล่มนี้ก็เป็เื่ปกติ
อีกอย่างกระบี่เล่มนี้ดูลึกลับเกินไป ศิษย์น้องหญิงเล็กไม่รู้ความ ปล่อยให้นางถือกระบี่เล่มนี้พวกเขาก็ไม่วางใจ
"งั้นพวกเราไปหากระบี่สวย ๆ กันเถอะ ข้าเห็นกระบี่เล่มหนึ่งสีสันสดใสวิบวับ เ้าต้องชอบแน่" หนิงิเฉิงพูดพลางพาเยี่ยหลิงหลงไปหากระบี่เล่มนั้น
เยี่ยหลิงหลงมุมปากกระตุก กระบี่สีสันสดใสวิบวับงั้นหรือ นั่นมันกระบี่เล่นเด็กที่ใส่หลอดไฟหรืออย่างไร? ถ้าหยิบออกมาตอนต่อสู้คงโดนหัวเราะจนฟันหลุดแน่ ถึงนางจะอายุน้อย แต่ก็ไม่ถึงกับชอบของประหลาดแบบนั้นสักหน่อย
นางกำลังจะปฏิเสธ แต่แล้วกระบี่สีดำเล่มนั้นไม่รู้โผล่มาจากไหน ปรากฏขึ้นตรงหน้านางอีกครั้ง แล้วดันตัวเองเข้ามาในมือนางอย่างไม่ยอมแพ้
เหตุการณ์นี้ทำเอาเผยลั่วไป๋และหนิงิเฉิงตกตะลึง
กระบี่เล่มนี้เป็กระบี่ที่ศิษย์น้องหญิงเล็กของข้าเลือกด้วยตนเองหรือ มันคงไม่ใช่กระบี่ที่มีจิติญญากระบี่กระมัง
ต้องรู้ไว้ว่าทั้งโลกแห่งการฝึกตนระดับล่าง ยังไม่เคยปรากฏกระบี่ที่มีจิติญญากระบี่มาก่อนเลย นี่นับเป็เล่มแรก!
หากเป็เช่นนั้นจริง ที่มาของกระบี่เล่มนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ อย่างน้อยก็ไม่ใช่สิ่งที่คนในโลกแห่งการฝึกตนระดับล่างจะควบคุมได้
"กระบี่เล่มนี้..." ขณะที่เผยลั่วไป๋ยังคงเรียบเรียงถ้อยคำเพื่อให้ศิษย์น้องหญิงเล็กยอมปล่อยกระบี่เล่มนี้ ศิษย์น้องหญิงเล็กก็โยนกระบี่เล่มนี้ทิ้งไปเป็ครั้งที่ N แล้ว และกระบี่เล่มนี้ก็กลับมาเกาะติดเป็ครั้งที่ N เช่นกัน
"กระบี่ดำ ข้าไม่รู้ว่าเ้ามีที่มาอย่างไร แต่ศิษย์น้องหญิงเล็กของข้าวิชายังต่ำต้อย พร์ธรรมดา ไม่เหมาะที่จะเป็นายของเ้าหรอก เ้าจะเลือกนายคนอื่นได้หรือไม่"
หลังจากเผยลั่วไป๋พูดจบ กระบี่ดำนั่นก็ไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ ยังคงเกาะติดไม่ยอมห่าง ดูเหมือนกระบี่เล่มนี้เพิ่งมีสติปัญญา ไม่เข้าใจคำพูดของมนุษย์
"ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านพูดดีกับมันทำไม"
เยี่ยหลิงหลงโกรธแล้ว นางวางกระบี่ดำลงบนพื้น จากนั้นก็ะโอยู่บนนั้นอย่างแรงหลายครั้ง
ท่าทางนี้ทำให้เผยลั่วไป๋และหนิงิเฉิงเหงื่อตก
กระบี่เล่มนี้มีที่มาไม่ธรรมดา พลังประมาณไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นมันยังมีจิติญญากระบี่อีก ใครเห็นก็ต้องเคารพมัน แต่ศิษย์น้องหญิงเล็กกลับเอาเหยียบกระบี่เล่มนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หากมันแก้แค้น ผลที่ตามมาคงจะน่ากลัวเกินจินตนาการ!
"ศิษย์น้องหญิงเล็ก เ้ารีบลงมาเร็ว..."
"ข้าไม่ลง! ข้าจะเหยียบมันอยู่อย่างนี้ หากมันมีฝีมือก็ลุกขึ้นมาเองสิ!"
เสียงของเยี่ยหลิงหลงเพิ่งจะจบลง กระบี่ดำนั่นก็ลุกขึ้นมาจริง ๆ แถมยังพานางบินขึ้นไปด้วย นางที่ถูกบังคับให้ขี่กระบี่ใจนแข็งทื่อไปหมด
"ถ้าเ้าทำข้าตก ข้าคิดบัญชีกับเ้าแน่!"
สิ้นคำ กระบี่ดำก็วางเยี่ยหลิงหลงลงบนพื้นอย่างนุ่มนวล
เหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้เผยลั่วไป๋และหนิงิเฉิงตกตะลึงอีกครั้ง
ที่แท้มันไม่ได้ฟังไม่รู้เื่ แต่มันฟังคำพูดของศิษย์น้องหญิงเล็กเพียงคนเดียวเท่านั้น
เื่ยุ่งยากแท้