หลายวันต่อมา หลังจาก าชายแดนใต้จบสิ้นลง ก็มีชาวบ้านต่างบ้านต่างเมืองอพยพเข้ามาแคว้นซิงซึ่งหนีตายจากภัยา มาอาศัย แคว้นซิง บ้างก็ชั่วคราวบ้างก็ถาวร ภัยจากาทำให้ต้องสูญเสียครอบครัว ที่อยู่อาศัย คนป่วยาเ็ซึ่ง แคว้นซิง เจริญรุ่งเริญและปกครองบ้านเมืองดี ชาวบ้านเท่าเทียมกันซึ่งชาวบ้านต่างชื่นชม และในขณะนี้เอง ผู้คนหลากหบายเข้ามา ราชสำนัก เลยเรียกประชุมขุนนาง เพื่อแก้ไขปัญหานี้ จึงสั่งเหล่าขุนนาง เปิดยุ้งฉางข้าว บริจาค ข้าวสารอาหาร เอื้อที่พักให้ผู้อพยพ เหล่านี้ชั่วคราว
ซึ่ง ท่านอ๋องซีเฉิงและแม่นางก็ได้อาสาไปช่วย เลี้ยงอาหาร ให้กับชาวบ้านผู้อพยพ ในขณะนั้นเองเลยใข้เวลาที่ได้ออกจากวัง ไปยังบ้านหุบเขา ของแม่นางหลี่ฉาง พอทั้งคู่ไปถึง บ้านก็ทรุดโทรม ดอกไม้บางก็ตาย ทั้งคู่ก็เริ่มปลูกและตกแต่งสร้างทำความสะอาดใหม่ ใช้ชีวิตอยู่ ที่นี่ 3-4 วัน ซึ่งเป็่เวลาที่ทั้งสองอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ในเวลาสั้นๆซึ่งท่านอ๋องซีเฉิงได้พูดกับแม่นางว่า หากเกิดเป็เพียงชาวบ้านธรรมาดา เราคงได้เคียงคู่กันั้แ่แรกพบ ไม่ต้อง คอยหนีคนอื่น ไม่ต้องคอยนาน แม้แต่พูดคุยเห็นหน้า ยังต้องระวัง
ท่านอ๋องเพคะ ไม่ว่าจะเกิดเป็ใคร ขอเพียงกระหม่อมได้เคียงข้างท่านอ๋อง ไม่จำเป็ต้องก็ได้เพคะ ท่านคู่ พูดคุยกันสักพักก็เข้านอน เช้าวันรุ่นขึ้นทั้งสองเลยออกจากบ้านหุบเขาไปช่วยงาน แจกจ่ายอาหารแก่ผู้อพยพ
ใช้เวลาจัดการ เป็เวลาหลายสัปดาห์
กับการจัดการจัดจ่ายสิ่งของอาหารแก่ผู้อพยพ หลังจากนั้น ก็หาแหล่งที่อยู่อาศัยและช่วยเหลือสิ่งต่างๆ ไม่กี่สัปดาห์ทุกอย่างก็ปกติ