เสียงเม็ดฝนเม็ดเขื่องตกกระทบหลังคารถซีดานสีดำดังระรัวราวกับจังหวะกลองศึก ลลินกระชับพวงมาลัยในมือแน่นขึ้น ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นบางจ้องมองผ่านม่านน้ำฝนที่สาดซัดลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ที่ปัดน้ำฝนทำงานด้วยความเร็วสูงสุด แต่ก็แทบจะไม่ช่วยให้ทัศนวิสัยเบื้องหน้าดีขึ้นเลย สองข้างทางมีเพียงเงาตะคุ่มของต้นไม้ใหญ่ที่สั่นไหวตามแรงลมพายุ บรรยากาศรอบกายช่างวิเวกวังเวงและมืดมิด มีเพียงแสงไฟหน้ารถที่ส่องนำทางไปสู่คฤหาสน์หลังใหญ่บนเนินเขา
ลลินในวัยยี่สิบเก้าปีผ่านคดีความอาญามานับไม่ถ้วน เธอเคยเผชิญหน้ากับอาชญากรทุกรูปแบบ ั้แ่พวกขโมยเล็กขโมยน้อยไปจนถึงฆาตกรใจโเี้ หัวใจของเธอแข็งแกร่งและเ็าดุจน้ำแข็งเย็นะเื เธอไม่เคยใช้ความรู้สึกส่วนตัวในการตัดสินคน และไม่เคยเชื่อใจคำพูดของชายคนใด สิ่งเดียวที่เธอเคารพและภักดีคือ "พยานหลักฐาน" ที่จับต้องได้ทางนิติวิทยาศาสตร์เท่านั้น
ทว่า... คดีล่าสุดที่เธอตัดสินใจก้าวเข้ามารับผิดชอบกลับเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาลจากสังคม สื่อมวลชนทุกแขนงต่างประโคมข่าวและตราหน้าลูกความของเธอว่าคืออสูรกายในร่างมนุษย์ และเรียกร้องให้ปะาชีวิตโดยเร็วที่สุด ความโเี้ของคดีและชื่อเสียงอันดำมืดทำให้ทนายความชื่อดังทุกคนปฏิเสธที่จะว่าความให้เขา เพราะพวกเขาทั้งกลัวความล้มเหลว กลัวความเสื่อมเสียชื่อเสียง และที่สำคัญที่สุด... พวกเขากลัวอันตรายที่จะย้อนกลับมาหาตัวเอง
มีเพียงลลินคนเดียวเท่านั้นที่ยินดีรับเผชิญหน้ากับความมืดมิดนี้
ลูกความของเธอคือ "คิรัน" นักธุรกิจหนุ่มวัยสามสิบห้าปี ผู้มีภาพลักษณ์สุภาพ อ่อนโยน และเป็ที่หมายปองของสังคม ทว่าในขณะนี้เขากลับตกเป็ผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องหญิงสาวสามรายซ้อน หลักฐานทุกอย่างชี้ชัดไปที่เขาอย่างไม่มีทางเลี่ยง ลลินจำภาพหลักฐานเ่าั้ได้ขึ้นใจ ลายนิ้วมือบนอาวุธสังหาร ดีเอ็นเอของเขาที่ติดอยู่ใต้เล็บของเหยื่อรายล่าสุด และภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกรถยนต์หรูของเขาแล่นออกจากจุดเกิดเหตุในเวลาที่คาดว่าเหยื่อเสียชีวิต
‘ทุกอย่างมันสมบูรณ์แบบเกินไป... เหมือนพยานหลักฐานเหล่านี้ถูกจงใจทิ้งไว้ให้ตำรวจค้นหาอย่างง่ายดาย’ ลลินคิดในใจขณะหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าสู่ประตูรั้วเหล็กดัดบานั์ของคฤหาสน์ตระกูลอัครเดโชชัย ประตูเปิดออกช้าๆ ราวกับขากรรไกรของสัตว์ร้ายที่รอเขมือบเหยื่อ ในฐานะทนายความ หน้าที่ของเธอคือการหาช่องโหว่ของหลักฐานเพื่อช่วยลูกความ แต่ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง สัญชาตญาณบางอย่างในใจเธอกำลังกู่ร้องเตือนว่าการย่างกรายเข้ามาในที่แห่งนี้อาจเป็จุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่เธอไม่มีวันตื่น
รถซีดานจอดสนิทที่หน้ามุขคฤหาสน์ ลลินถอนหายใจยาว ดับเครื่องยนต์ และคว้ากระเป๋าเอกสารหนังสีดำข้างกาย เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นใจ ก่อนจะเปิดประตูรถวิ่งฝ่าสายฝนที่สาดซัดเข้ามายังบริเวณชานพักหน้าบ้านที่ร่มรื่น ตัวเธอเปียกปอนเล็กน้อย หยดน้ำฝนเกาะอยู่ตามปลายผมสีดำสนิทที่รวบตึงไว้ด้านหลังอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย
ยังไม่ทันที่เธอจะเอื้อมมือไปกดกริ่ง ประตูไม้สักบานคู่ขนาดใหญ่ก็เปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างสูงสง่าของเ้าของบ้าน
คิรันยืนอยู่ตรงนั้น เขาไม่ได้สวมสูทหรูหราเหมือนทุกครั้งที่เจอกันในห้องสอบสวน ทว่าสวมเพียงเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีเทาอ่อนปลดกระดุมบนสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกกว้างและลำคอแกร่ง กางเกงสแล็กสีดำขับให้่ขายาวดูสมส่วน ใบหน้าหล่อเหลาคมคายประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่ดูสุภาพและเป็มิตร แววตาของเขาอบอุ่นทว่าซ่อนประกายบางอย่างที่ยากจะหยั่งถึง กลิ่นน้ำหอมบุรุษผสมกลิ่นไม้อบอุ่นและกลิ่นฝนจางๆ ลอยมาแตะจมูกของลลินทันที มันเป็กลิ่นเดียวกับที่พบบนกระดาษจดหมายข่มขู่ที่ส่งถึงเหยื่อรายที่สอง แต่ลลินพยายามสลัดความคิดนั้นออกไป
"สวัสดีครับคุณลลิน ฝ่าพายุมาเหนื่อยเลยสิครับ เข้ามาก่อนเถอะครับ เดี๋ยวจะไข้ขึ้นเสียก่อน" น้ำเสียงทุ้มต่ำและนุ่มนวลของเขาเอ่ยขึ้นอย่างอาทร พร้อมกับเบี่ยงตัวหลบให้เธอเดินเข้าไปด้านในอย่างสุภาพเรียบร้อย
"สวัสดีค่ะคุณคิรัน" ลลินตอบรับสั้นๆ น้ำเสียงราบเรียบเป็ทางการตามนิสัย "ขอบคุณค่ะ"
ภายในคฤหาสน์เงียบสงบและกว้างขวางจนน่าใจหาย แสงไฟสีวอร์มไลท์สลัวช่วยขับให้เฟอร์นิเจอร์ไม้ราคาแพงดูหรูหราทว่าเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายความลึกลับ คิรันเดินนำเธอไปยังห้องทำงานส่วนตัวที่มีเตาผิงจำลองส่งความอบอุ่นออกมาแ่เบา บนโต๊ะไม้เนื้อดีมีถ้วยชาเซรามิกสองใบวางอยู่ ควันสีขาวลอยกรุ่นส่งกลิ่นหอมของชาคาโมมายล์อบอวลไปทั่วห้อง ช่วยผ่อนคลายความหนาวเหน็บจากสายฝนภายนอกได้เป็อย่างดี

"ผมเตรียมชาอุ่นๆ ไว้ให้ครับ หวังว่าจะช่วยให้คุณอุ่นขึ้น" คิรันกล่าวพลางผายมือเชิญทนายความสาวให้นั่งลงบนโซฟาหนังแท้สีน้ำตาลเข้ม
"ขอบคุณค่ะ..." ลลินเปิดกระเป๋าเอกสารและดึงแฟ้มคดีหนาเตอะออกมากางบนโต๊ะ แววตาของเธอแข็งกร้าวไม่มีความหวั่นไหว "เรามาคุยเื่จริงกันเลยดีกว่านะคะคุณคิรัน ตอนนี้สังคมประณามคุณว่าเป็ฆาตกรต่อเนื่องไร้ความปราณี และไม่มีทนายคนไหนในประเทศนี้กล้าก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้เพื่อช่วยคุณแก้ต่างเลยสักคน นอกเหนือจากฉัน"
คิรันไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกหรือขัดเคืองใจ เขาเพียงยิ้มน้อยๆ แล้วนั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้าม ดวงตาสีเข้มลึกซึ้งจ้องมองใบหน้าจริงจังของทนายความสาวอย่างพิจารณา ท่าทีของเขาช่างผ่อนคลายและสุภาพอย่างน่าเหลือเชื่อขัดกับคดีฆาตกรรมรุนแรงที่มีชื่อเขาเป็ผู้ต้องหาหลัก
"ฉัน้าคำอธิบายที่แท้จริงสำหรับสำนวนคดีนี้" ลลินชี้ไปยังเอกสารหลักฐานผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ "ลายนิ้วมือของคุณอยู่บนอาวุธสังหารของเหยื่อรายแรก คราบเืของเหยื่อรายที่สองในรถของคุณ และผลดีเอ็นเอใต้เล็บของเหยื่อรายล่าสุด คุณจะอธิบายเื่นี้อย่างไรคะ?"
ห้องทำงานตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงพายุฝนภายนอกที่ยังคงเทกระหน่ำสะท้อนความตึงเครียด คิรันไม่เอ่ยคำแก้ตัวใดๆ ไม่ปฏิเสธ ไม่ยอมรับ และไม่แสดงอารมณ์ก้าวร้าว เขาเพียงแค่เอนหลัง สบสายตากับลลินตรงๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคเดียวออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบทว่าทรงพลังและน่าค้นหา:
"คุณคิดว่าผมฆ่าคนไหม"
คำถามสั้นๆ ประโยคนั้นเหมือนสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางใจของลลิน มันไม่ได้ปฏิเสธหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์อันแ่าตรงหน้า แต่กลับโยนภาระความเชื่อกลับมาที่ตัวเธอ ลลินจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่เรียบเฉย แววตาสุภาพทว่าซ่อนเงื่อนทำให้เธอสับสนและเริ่มรู้สึกไม่แน่ใจว่าคนตรงหน้าคือแพะรับบาปที่ถูกจัดฉากอย่างประณีต หรือฆาตกรเืเย็นที่กุมความลับอันดำมืดเอาไว้กันแน่
"ฉันเชื่อในหลักฐานค่ะ ความรู้สึกไม่มีผลต่อรูปคดี" ลลินตอบเสียงแข็ง พยายามสะกดกลั้นความสั่นไหวในใจ
"แต่บางครั้ง... พยานหลักฐานก็โกหกได้ดีกว่ามนุษย์นะครับ" คิรันกระซิบเบาๆ แฝงความนัยลึกซึ้ง แววตาสุภาพทว่าทรงพลังจับจ้องใบหน้าหวานของเธอ ราวกับพยายามจะค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากอันเ็าของเธอ
ลลินจ้องมองเขากลับด้วยความอึดอัดใจ ท่าทางนิ่งสงบของชายหนุ่มตรงหน้าช่างแปลกประหลาดกว่าอาชญากรคนใดที่เธอเคยเจอกลุ่มคนพวกนั้นมักจะมีท่าทีลุกลี้ลุกลน โกรธเกรี้ยว หรือไม่ก็พยายามแสดงความบริสุทธิ์ใจจนเกินเหตุ แต่คิรันกลับนิ่งดุจผิวน้ำในสระลึกที่ไม่มีลมพัดผ่าน ภายใต้แววตาสุภาพคู่นั้นปิดซ่อนความลับอะไรไว้มากมายจนเธอเริ่มไม่แน่ใจว่ากำลังเผชิญหน้าอยู่กับใครกันแน่
ทันใดนั้นเอง! เสียงฟ้าร้องดังสนั่นหวั่นไหวจนกระจกหน้าต่างสั่นะเืตามแรงลมสลาตัน ตามมาด้วยแสงสว่างวาบของอสนีบาตที่ผ่าลงมาใกล้ๆ ตัวคฤหาสน์ แล้วความมืดมิดก็เข้าครอบงำห้องทำงานและคฤหาสน์ทั้งหลังในทันที ไฟฟ้าดับสนิท มีเพียงความเงียบงันและเสียงพายุฝนภายนอกที่ยังคงซัดกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งคล้ายเสียงคำรามของปีศาจร้าย
"อุ๊ย!" ลลินร้องอุทานเบาๆ ด้วยความใตามสัญชาตญาณ ร่างกายของเธอเกร็งตัวขึ้นในความมืดมิดอันกะทันหัน หัวใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้
"ใจเย็นๆ ครับคุณลลิน ไม่ต้องใ" เสียงทุ้มของคิรันดังขึ้นใกล้ๆ กว่าเดิม ความมืดทำให้ประสาทััอื่นๆ ของลลินตื่นตัวขึ้นมาทันที เธอได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวแ่เบาของเนื้อผ้าไหมที่เสียดสีกัน และกลิ่นหอมสะอาดปนความอบอุ่นของร่างกายเขาที่เคลื่อนเข้ามาใกล้ทิศทางที่เธอนั่งอยู่
ลลินพยายามควานหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเพื่อเปิดไฟฉาย ทว่าด้วยความมืดและสติที่เริ่มกระเจิงทำให้เธอปัดโดนถ้วยชาอุ่นบนโต๊ะจนมันเอียงกะเท่เล่ น้ำอุ่นรดเปียกมือเธอ ด้วยความใเธอจึงรีบขยับถอยหลัง ทว่าขากลับไปสะดุดเข้ากับขาโต๊ะจนเสียการทรงตัว ร่างของเธอกำลังจะล้มลงกระแทกพื้นห้องอันแข็งกระด้าง
"ระวังครับ!"
วงแขนแข็งแกร่งของคิรันตวัดเข้าโอบเอวคอดกิ่วของเธอไว้ได้ทันท่วงที ลลินล้มลงใส่แผงอกกว้างของเขาอย่างจัง แรงปะทะทำให้ทั้งสองคนเสียหลักล้มลงไปบนโซฟาหนานุ่มด้วยกัน โดยมีร่างสูงใหญ่ของคิรันคร่อมทับอยู่้าในลักษณะที่ใกล้ชิดจนไร้ช่องว่างอากาศผ่าน
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง มีเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นระทึกปะปนกับเสียงฝนด้านนอก
ลลินรู้สึกถึงััอุ่นร้อนจากฝ่ามือหนาที่ทาบทับอยู่บนเอวของเธอผ่านเนื้อผ้าบางของเสื้อเชิ้ต ลมหายใจอุ่นๆ ของคิรันเป่ารดอยู่บริเวณข้างแก้มและลำคอขาวระหง ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นอย่างไม่ตั้งใจทำให้หัวใจของทนายความสาวเต้นรัวอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน กลิ่นอายความเป็ชายของเขารุนแรงและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันตรายที่สั่นคลอนหัวใจแกร่งดุจน้ำแข็งของเธอให้หลอมละลายลงทีละน้อย
"ปล่อยค่ะ... คุณคิรัน" ลลินเอ่ยเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย พยายามรวบรวมสติที่แตกกระเจิงและใช้มือดันแผงอกกว้างของเขาออก ทว่าร่างกายของเขากลับแกร่งและหนักแน่นราวกับหินผาที่ไม่มีทางสั่นคลอนได้
"ถ้าผมปล่อย คุณอาจจะล้มลงไปอีกรอบก็ได้นะครับ ในความมืดแบบนี้อันตรายมาก..." คิรันตอบกลับ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าลงเล็กน้อย แววตาของเขาในความมืดสลัวที่สะท้อนแสงสายฟ้าแลบแปลบปลาบจากด้านนอกกระจกดูวาววับและเปี่ยมไปด้วยความ้าลึกๆ ที่ซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความสุภาพมานาน
"ฉันดูแลตัวเองได้ค่ะ" ลลินยังคงดึงดัน ทว่าเสียงของเธอกลับขาดห้วงเมื่อนิ้วมือเรียวยาวของคิรันขยับไล้เบาๆ ไปตามแนวคางมนของเธอ ััที่แ่เบาทว่าอุ่นร้อนนั้นส่งกระแสไฟแล่นผ่านเข้าสู่ไขสันหลังจนร่างกายของเธอสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้
"คุณลลิน... คุณบอกว่าคุณไม่เชื่อในความรู้สึก เชื่อแต่หลักฐาน..." คิรันกระซิบข้างใบหูเล็ก น้ำเสียงทุ้มต่ำและเซ็กซี่กระตุ้นอารมณ์ดิบในกายสาวให้ตื่นตัวขึ้นมาทีละน้อย "แต่ตอนนี้... หัวใจของคุณกำลังเต้นแรงมากเลยนะครับ นั่นคือ 'หลักฐาน' หรือเปล่าว่าคุณเองก็กำลังรู้สึกบางอย่างกับผม?"
"นี่มันไม่ถูกต้อง..." ลลินประท้วง ทว่าริมฝีปากที่กำลังจะเอ่ยคำพูดต่อกลับถูกปิดกั้นด้วยริมฝีปากอุ่นร้อนของชายหนุ่มทันทีอย่างไม่ยอมให้เธอได้หลบหนี
คิรันประทับจูบลงมาอย่างแ่เบาและนุ่มนวลในคราแรก เป็จูบที่เปี่ยมไปด้วยความสุภาพและหยั่งเชิง ทว่าเมื่อลิ้มรสความหวานล้ำจากริมฝีปากบางที่เผยออกเล็กน้อยด้วยความใ ความอ่อนโยนก็แปรเปลี่ยนเป็ความเร่าร้อนและเรียกร้อง ลิ้นชื้นแทรกซึมเข้าตักตวงความหวานอย่างลึกซึ้ง ลลินเบิกตากว้างในความมืด มือสองข้างที่เคยดันอกเขาไว้บัดนี้กลับจิกเกร็งลงบนบ่ากว้างเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว สมองของเธอขาวโพลนไปหมด หลักการและเหตุผลทั้งหมดที่เคยยึดถือพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบที่ตอบสนองต่อจูบอันแสนเร่าร้อนและเอาแต่ใจของเขา
ลมหายใจของทั้งคู่เริ่มหอบกระชั้นประสานกันท่ามกลางเสียงพายุภายนอก คิรันผละริมฝีปากออกช้าๆ เลื่อนลงมาขบเม้มที่ซอกคอขาวผ่องของเธออย่างแ่เบา สร้างความสยิวซ่านจนลลินต้องครางเครือในลำคอ มือหนาของเขาค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกทีละเม็ดอย่างใจเย็น ทว่าเปี่ยมไปด้วยความชำนาญอันตราย
"คิรัน... อย่า..." ลลินเอ่ยห้ามเสียงแ่เบา ทว่าเสียงนั้นกลับสั่นเครือ ไร้ซึ่งพลังในการคัดค้านที่แท้จริง
"คุณกลัวอะไรครับลลิน? กลัวความจริง หรือกลัว... ตัวผม?" คิรันถามพลางเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่ไม่มีการปิดบังอีกต่อไป "ผมจะไม่ทำอะไรที่คุณไม่ยินยอม... บอกผมสิครับว่าคุณ้าให้ผมหยุดไหม?"
คำถามนั้นทำให้ลลินใจสั่นสะท้านและตื่นตระหนก เธอจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างไปเพียงคืบ ในใจของเธอเกิดการต่อสู้กันอย่างรุนแรงระหว่างสมองที่บอกว่าเขาคือฆาตกรอันตราย กับหัวใจและร่างกายที่ร่ำร้องหาความอบอุ่นเร่าร้อนจากอ้อมกอดนี้ สุดท้ายแล้ว... สัญชาตญาณทางกายก็เป็ฝ่ายชนะ
ลลินไม่ได้ตอบเป็คำพูด ทว่ามือเรียวสวยกลับเลื่อนขึ้นไปโอบรอบคอของเขา และดึงรั้งใบหน้าของชายหนุ่มลงมารับจูบอีกครั้ง นั่นคือคำตอบที่ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ ในโลก
พายุฝนภายนอกยังคงโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง เช่นเดียวกับพายุอารมณ์สวาทที่กำลังจะปะทุขึ้นในห้องทำงานมืดมิดแห่งนี้...