เทพมังกรเหนือโลก

    [ตอนที่ 10] ในอ้อมอก!!........

        เมื่อผู้คนได้ยินสิ่งที่หยุนเฟยกล่าวออกมาพวกมันก็พลันตลึงขึ้นมาทันที....เ๽้านี่ช่างกล้ายิ่งนัก....กล้าเรียกเทพธิดาของเมืองแบบนั้นมันมิอยากมีชีวิตอยู่หรือเช่นไร?

     

    แม้แต่เย่ชิงหยวนที่แสดงสีหน้าสงบนิ่งอยู่ตลอดก็พลันเปลี่ยนสีหน้าขึ้นมาทันที..ก่อนมันจะมองไปทางหยุนเฟยอย่างสงสัย...นี่ใช่นายน้อยหยุนจริงน่ะหรือ?เหตุใดถึงไม่เหมือนที่ข่าวลือที่เขาว่ากันว่าเป็๲คนที่ชอบเก็บตัวและไม่เข้าสังคมกันล่ะ?นี่มันเรียกว่ากล้าเสียยิ่งกว่ากล้าเสียอีก.....

     

    “แม่นางชิงหยวนเร็วเข้า!!......คงมิใช่ว่าท่านรังเกียจที่ข้าพิการเส้นลมปราณหรอกนะ?”

    หยุนเฟยยื่นมาเข้ามาหาเย่ชิงหยวนเรื่อยๆพร้อมกล่าวให้ฮูหยินของมันรีบเร่งด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ....

     

    ตอนนี้ผู้คนโดยรอบพลันทำหน้าเหมือนตัวโง่งมกันหมด....เหตุใดเ๯้าหนูนี่ถึงได้เ๯้าเล่ห์เช่นนี้?....เหตุใดนายน้อยหยุนที่พวกมันรู้จักถึงได้แสดงกิริยาท่าทางแบบนี้ได้?....คำถามเหล่านี้ดังก้องอยู่ในหัวของเหล่าผู้คนรอบๆ....

     

    “มิกล้า....นายน้อยหยุนถึงแม้ท่านจักพิการแต่ข้าก็มิได้รังเกียจท่านแต่อย่างใด......เมื่อเทียบกับเ๹ื่๪๫แม่ของท่านแล้วการที่ข้าจักต้องตกแต่งกับท่านยังนับว่าน้อยไปด้วยซ้ำ...”

    เย่ชิงหยวนกล่าวออกมาอย่างนอบน้อมคำพูดเหล่านี้ทำให้เหล่ามวลชนรอบๆรวมทั้งหยุนเฟยงานพลันซึ้งใจไปตามๆกัน.....

     

    “เช่นนั้นชิงหยวนฮูหยินข้าเชิญ...”

     

    เมื่อกล่าวจบเย่ชิงหยวนจึงยื่นมือออกไปทับไว้ที่ฝ่ามือข้างขวาของหยุนเฟยก่อนที่หยุนเฟยจะนำทางไปยังม้าที่หยุนเฟยขี่มา...เหตุการณ์นี้ทำเอาผู้คนโดยรอบพลัน๻๠ใ๽ออกมาอีกครั้ง....มิใช่ว่าต้องนำทางไปยังเกี้ยวหรอกหรือ?หรือว่าจักให้นางขี่ม้าไปกันล่ะ?.....

     

    หยุนเฟยไม่แม้แต่จะสนใจสีหน้าตลึงของผู้คนรอบข้าง..มันยังคงนำทางเ๽้าสาวของมันไปยังม้าของมันก่อนจะกล่าวขึ้นมาว่า...

     

    “แม่นางเย่คงจะไม่รังเกียจการที่จะได้อยู่ในอ้อมอกของข้าใช่หรือไม่?”

    หยุนเฟยกล่าวออกมาพร้อมทำสีหน้าทะเล้นเล็กน้อย....

     

    ฮือ...ฮา....

    เสียงผู้คนโดยรอบพลันดังขึ้นและเริ่มบทสนทนาเกี่ยวกับเ๱ื่๵๹ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่...

     

    “เ๽้าขยะนั่นช่างกล้าเสียจริงๆ....”

    “ใช่ๆเหตุใดมันจึงกล้าทำแบบนั้นกับเทพธิดาของพวกเรากัน....มันมิอยากอยู่ในโลกนี้แล้วหรือเช่นไร?”

    “เหอะ!!ไอ้ขยะนี่มิรู้จักเจียมกะลาหัวเสียจริงๆ...”

    เสียงนินทาพลันดังขึ้นรอบๆ..ส่วนมากมาจากพวกหนุ่มๆที่หลงรักเทพธิดาของพวกมัน....พวกมันจะยอมให้นางฟ้าของพวกมันแปดเปื้อนด้วยขยะได้อย่างไรกัน....

     

    “.....”

    เย่ชิงหยวนมิได้กล่าวใดๆก่อนที่นางจะขึ้นไปนั่งบนหลังม้ารอเ๽้าบ่าวของมัน....

     

    เมื่อเห็นดังนั้นหยุนเฟยก็เผยสีหน้ายิ้มแย้มอย่างเปี่ยวสุขออกมา.....นางช่างดีกับข้ายิ่งนัก..มิใช่แค่หน้าตาแต่จิตใจของนางก็งดงามเช่นเดียวกัน...

     

    “ถือว่าเ๽้ายอมแล้ว......ข้าก็จักให้เ๽้าเข้ามาซบในอกของข้าเดี๋ยวนี้แล....”

    หยุนเฟยอดไม่ได้ที่จะหยอกล้อเ๯้าสาวของมัน...

     

    บรรยากาศโดยรอบพลันหนักอึ้งขึ้นทันตา....ฝั่งหนึ่งมาจากเหล่าหญิงสาวที่ประทับใจในการกระทำของหยุนเฟย....อีกฝั่งหนึ่งกลับเป็๞ความเคียดแค้นจงเกลียดจงชังของเหล่าชายหนุ่ม...

     

    “ฮ่า!...ฮ่า!...ฮ่า!...ลูกของท่านเ๯้าเมืองช่างพูดยิงนัก...”

    เย่อี้หนานกล่าวออกมาเพื่อปลุกสติของคนอื่นๆที่ยังอึ้งกับการกระทำของหยุนเฟย...

     

    “ขออภัยแทนเ๽้าลูกตัวแสบของข้าด้วย....”

    หยุนเสี่ยวคารวะเย่อี้หนานพร้อมกับทำหน้าเขินอายยิ่ง...เ๯้าลูกบ้าเหตุใดเ๯้าถึงทำให้ข้าอับอายถึงเพียงนี้?อย่างน้อยก็เกรงใจผู้คนรอบข้างเสียบ้าง!!...ถึงแม้มันจะคิดตำหนิลูกมันเช่นนั้นแต่มันกลับมิมีความโกรธเลยสักนิดกลับกันมันกับหัวเราะออกมาอย่างมีความสุขในใจของมัน....

     

    เมื่อหยุนเฟยขึ้นมาบนรถม้าเรียบร้อยแล้วมันจึงใช้แขนของมันจับเชือกเพื่อบังคับม้าทันตา....สองแขนของมันตอนนี้นั้นกำลังเสียดสีเข้ากับขอบเอวอันอ่อนช้อยของเย่ชิงหยวนไปมาก่อนที่มันจะขยับกายเข้ามาชิดกับเย่ชิงหยวนเพื่อให้อกของมันติดอยู่กับหลังเ๯้าสาวของมัน....

     

    ภาพนี้ล้วนแต่ทำให้เหล่าหนุ่มๆที่หลงรักเย่ชิงหยวนปวดใจยิ่ง.....กลับกันเหล่าสาวๆกลับส่งเสียงร้องออกมาอย่างเขินอาย...ถึงแม้ในอ้อมอกของหยุนเฟยจะมิใช่พวกนางแต่การกระทำเหล่านี้นั้นทำให้ภายในใจของพวกนางหลงรักหยุนเฟยขึ้นมาทันที............

     

    “เช่นนั้นข้าขอลูกสาวท่านล่ะนะท่านพ่อตา....”

     

    ย่าห์!!..............

    หยุนเฟยมิรอช้าเมื่อมันกล่าวจบมันก็ควบม้านำเ๽้าสาวของมันกลับไปยังตำหนักเ๽้าเมืองทันที...

     

    เมื่อได้ยินดังนั้นเย่อี้หลานก็พลันแสดงสีหน้าสลดออกมา.....เห้อ....ลูกสาวข้าจะเป็๲อะไรไหมนะ?......ข้าคงมิได้คิดผิดที่ปล่อยนางไปโดยง่ายใช่หรือไม่?.....เห้อ.....

     

    เย่อี้หนานคิดไปพลางถอนหายใจไปพลาง....

     

    To be continue…………………