หลังจากที่วู่เทียนหลางส่งจดหมายปราณไปถึงเฟยเหลียน เวลาก็ผ่านไปไม่ถึงครึ่งก้านธูป ก่อนที่เฟยเหลียนจะส่งจดหมายตอบกลับมาหาปรมาจารย์เ้าสำนัก เนื้อความในจดหมายมีประมาณว่า มันดีใจมากที่เฟยฮุ่นบุตรชายสามารถเข้าเป็ศิษย์ของสำนักเขาได้ ส่วนเื่ที่วู่เทียนหลางร้องขอยิ่งไม่ต้องพูดถึง เฟยเหลียนนั้นมิได้ขัดข้องแต่ประการใดแม้แต่น้อย ด้วยว่ามันไม่กล้าขัดใจผู้ที่กำลังจะได้เป็อาจารย์ของบุตรชายตนเอง
"ที่นี่เ้าคงไม่มีข้อข้องใจอันใดอีกแล้วนะ หลานชาย" วู่เทียนหลางแย้มยิ้มอย่างพึงพอใจก่อนที่มันจะเอ่ยขึ้นกับ เฟยฮุ่น
"หะ…หากท่านพ่อ บอกกับท่านเ้าสำนักเช่นนั้นข้าเองก็ไม่มีอันใดจะขัดข้องอีก" เฟยฮุ่นแค่นฝืนยิ้มก่อนจะกล่าวตอบ ส่วนเ้าอาฟงนั้นก็พยายามจะบอกให้คุณชายของมันหาทางทำอะไรสักอย่าง แต่มันก็โดยเฟยฮุ่นถลึงตาใส่อย่างดุดันจนต้องหยุดนิ่งไป
จากนั้นแม่ทัพเฟยเย่จึงได้ก้าวเท้ามายืนเคียงข้าง วู่เทียนหลาง และกำลังจะเอ่ยปากพูดธุระของเขา ทว่า…ในยามนั้นเอง วู่เทียนหลางก็ได้ยกมือขึ้น และพูดว่า
"ช้าก่อนท่านแม่ทัพ.."
"มีอันใดหรือขอรับท่านเ้าสำนัก"
"ข้ารู้ว่าท่านแม่ทัพจะกล่าวสิ่งใดออกมา ข้าจึงเอ่ยห้ามไว้"
"ท่านทราบรึ..? "
"เื่ที่ท่านจะกล่าว คงเป็เื่ของเด็กหนุ่มรูปร่างกำยำล่ำสันผู้นั้นใช่หรือไม่"
วู่เทียนหลางเอ่ยขึ้นพร้อมผายมือไปยังจางิ่ ซึ่งยืนทำหน้างงงวยอยู่
"ประเสริฐนัก สมแล้วที่ข้ากับท่านเป็สหายกันมานาน รู้ใจเป็ที่สุด ทว่า…ข้าก็ยังไม่เข้าอยู่ดี เหตุใดท่านถึงห้ามมิให้ข้าพูด"
"ที่ห้าม เป็เพราะข้ากำลังจะบอกท่านว่า ธุระเื่นั้น ข้าเป็ธุระให้แล้วอย่างไรเล่า"
วาจาของวู่เทียนหลางทำเอา แม่ทัพเฟยเย่ ถึงกับขมวดมุ่นคิ้วด้วยความงุนงง ก่อนที่ปรมาจารย์เ้าสำนักจะกล่าวต่อ
"เมื่อสักครู่ตอนส่งจดหมายปราณไปหาท่านเฟยเหลียน ข้ามิได้เอ่ยปากขอแค่พ่อหนุ่มห่าวหราน แต่ยังได้ขอน้องชายเขาด้วย เพราะข้านั้นทราบว่าท่านแม่ทัพพึงพอใจในตัวของเขามาก ๆ จึงอยากได้ตัวไปไว้ในกองทัพ ข้ากล่าวถูกต้องหรือไม่"
พอวู่เทียนหลางกล่าวจบเฟยเย่ก็ะเิเสียงหัวร่อออกมาดังลั่นด้วยความชอบใจ
"ฮ่าๆๆๆๆ ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม สิ่งที่ท่านเ้าสำนักเอ่ยมานั้น ถูกต้องทุกประการ ข้าตั้งใจจะทำเช่นนั้นจริง ๆ"
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้สร้างความใให้กับจางิ่เป็อย่างมาก เขาไม่เคยคิดฝันเลยแม้แต่น้อย ว่า แม่ทัพใหญ่เฟยเย่จะเมตตามันถึงเพียงนี้ ครั้นมันจะเอ่ยปากบอกปฏิเสธก็ไม่สามารถทำได้ แต่จะให้แสดงอาการดีใจจนออกนอกหน้าก็ใช่ที่ ยามนี้จางิ่รู้สึกประหม่า และทำตัวไม่ถูกเป็อย่างยิ่ง จนห่าวหรานต้องเอามือมาตบบ่าของมันเบา ๆ และกล่าวขึ้น
"ไม่ต้องตื่นเต้นไปหรอกน้องข้า นี่ถือเป็วาสนาของเ้าแล้วมิใช่หรือ ได้ไปทำงานรับใช้ท่านแม่ทัพ แห่งอาณาจักรเชียวนะ ลองคิดดู ว่าเ้าจะสามารถเก็บเงินเก็บทองได้มากแค่ไหนกัน ท่านพ่อ กับท่านแม่จะ ต้องดีใจมากแน่ ๆ เชื่อข้าสิ"
"มันก็จริงของเ้านะ งั้นดีล่ะ ข้าจะไปกับท่านแม่ทัพ จากนั้นจะตั้งใจทำงาน เก็บเงินเก็บทองส่งให้ท่านพ่อกับท่านแม่ ไม่แน่นะสักวันหนึ่งข้าอาจจะไต่เต้าจากตำแหน่งเล็ก ๆ ไปจนถึงตำแหน่ง…"
จางิ่เอ่ยขึ้นก่อนจะหันไปทางแม่ทัพเฟยเย่แล้วกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ด้วยความตื่นเต้น ห่าวหรานเห็นแล้วก็พอจะเดาได้ว่า จางิ่นั้นหมายถึงตำแหน่งอะไร
"ฮ่าๆๆๆ เช่นนั้นเลยรึ ถ้าสักวันเ้าทำได้ถึงระดับนั้นข้าคงจะภูมิใจมากแน่ ๆ "
"ข้าก็แค่เพ้อเจ้อไปเรื่อยเปื่อยน่า เ้าก็เหมือนกันนั่นแหละ เข้าไปอยู่ในสำนักก็รักษาเนื้อรักษาตัวนะพี่ข้า ไม่รู้จะได้พบเจอคนประเภทใดบ้าง พวกเขาอาจจะดูถูกเหยียดหยามเ้าก็เป็ได้ แต่จำไว้นะ ยามใดที่ข้ารู้ว่ามีคนรังแกเ้า ข้าจะรีบขอท่านแม่ทัพมาจัดการมันทันที"
"ฮ่าๆๆๆ ได้เลยน้องข้า"
เมื่อสองพี่น้องร่วมสาบานพูดคุยกันจบ พวกมันก็จับมือกันแน่น พร้อมสาบานว่าต่างจะดูแลตนเองให้ดี และกลับมาเจอกันใหม่ในสักวัน บรรยากาศในยามนั้นช่างเต็มไปด้วยน่ายินดี ทว่า….คงมิใช่กับ เ้าอาฟง และเฟยฮุ่น พวกมันทั้งสองได้แต่มองมาด้วยแววตาแดงก่ำ ที่เต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา พร้อมทั้งกำหมัดแน่น
เหตุใดไอ้ขี้ข้าเศษสวะต่ำต้อยทั้งสองคนนี้ จึงโชคดีมีวาสนาได้คนมีอำนาจใหญ่โตสนับสนุน ถึงตัวของเฟยฮุ่นจะได้เข้าเป็ศิษย์ในสำนักก็จริง แต่มันก็ยังต้องผ่านอะไรอีกมากมายกว่าจะประสบความสำเร็จ แต่เ้าห่าวหราน กับเ้าจางิ่ในยามนี้ ขาข้างหนึ่งของพวกมันก็ไม่ต่างอันใดกับเหยียบลงไปที่คำว่า ประสบความสำเร็จ แล้วครึ่งก้าว ฟ้าดินช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย
"จางิ่ ห่าวหรานข้ายินดีด้วยนะ" หนิงอวี้ที่เห็นสหายไว้เด็กทั้งสองของนางกำลังจะมีชีวิตที่ดี จึงได้เดินเข้าไปหาก่อนส่งยิ้มสดใส และกล่าวขึ้น นั้นยิ่งทำให้ไฟแห่งความโกรธของเฟยฮุ่นลุกโหมหนักกว่าเดิม
เฟยฮุ่น กัดฟันแน่นจนกรามจะแตกก่อนที่ ความคิดบางอย่างจะพลันผุดขึ้นในหัว ความสุขุมเยือกเย็นพลันกลับมาหามันอีกครั้ง ก่อนที่เฟยฮุ่นจะหันมาทางวู่เทียนหลาง และ เอ่ยบางอย่างขึ้น
"เรียนท่านเ้าสำนัก ข้ามีเื่บางอย่างสักเื่ อยากจะขอท่านไม่ทราบจะได้หรือไม่"
"ขอข้ากระนั้นรึ..? หลานชาย ลองว่ามาเถิด"
"ขอรับ สิ่งที่อยากจะขอนั้นก็คือ ข้าอยากขอให้ท่านรับคนรับใช้ของข้าผู้นี้เข้าสำนักด้วยได้หรือไม่.."
เฟยฮุ่นเอ่ยขึ้นก่อนผายมือไปทางเ้าอาฟง ซึ่งมันก็ทำหน้าเหวองุนงงอยู่
"รับเด็กหนุ่มผู้นั้นเข้ามาในสำนักด้วยรึ..? "
"ขอรับ แต่ท่านอย่าพึงเป็กังวลไป ข้ามิได้หมายความว่า จะให้มันเป็ศิษย์ในสำนักเช่นข้า ข้าแค่อยากให้มันได้รับโอกาสอันดี แบบที่ท่านมอบให้ห่าวหราน อีกทั้ง มันกับข้าอยู่ด้วยกันมาั้แ่เยาว์วัย หากจะปล่อยให้มันกลับบ้านไปตามลำพังนั้น ข้าคิดว่า….."
"เอาเถอะ ๆ เ้าไม่ต้องพูดแล้ว สำนักข้ากว้างใหญ่มีผู้คนอยู่มากมาย เหตุใดจะเพิ่มอีกสักคนไม่ได้ ข้ายินดีจะรับเด็กหนุ่มผู้นั้นเข้าทำงานในสำนักด้วย"
"ขอขอบพระคุณท่านมาก" เฟยฮุนค้อมตัวเล็กน้อยก่อนจะประสานมือขอบคุณวู่เทียนหลาง จากนั้นมันก็พาเ้าอาฟง เดินก้าวถอยไปด้านหลังเพื่อสนทนาบางอย่าง
"คะ..คุณชายข้า…." เ้าอาฟงดีใจจนน้ำตาจะไหล ทว่า เฟยฮุ่นไม่ได้คิดเช่นนั้นแม้แต่น้อย
"เ้าอย่าได้ดีใจไปไอ้โง่ ข้าไม่ได้คิดจะใจดีอะไรกับเ้าทั้งนั้น สิ่งที่ข้าคาดหวังก็คือ ให้เ้าคอยหาทางกลั่นแกล้งเ้าห่าวหราน ไม่ให้มันอยู่ในสำนักอย่างมีความสุข เ้าเข้าใจหรือไม่อาฟง"
วาจาไร้เยื่อใยของเฟยฮุ่น ทำเอาเ้าอาฟงใจสลาย มันนึกว่าคุณชายของมันจะใจดีเมตตา แต่ก็หาได้เป็เช่นนั้นไม่ ซึ่งจริง ๆ เ้าอาฟงก็พอจะรู้สันดานของเ้านายมันดีอยู่แล้ว มันจึงฝืนยิ้มก่อนจะเอ่ยตอบ
"ทราบแล้วขอรับคุณชาย ท่านไว้ใจข้าได้เลยเื่นี้ ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังอย่างแน่นอน"
"ดี" เฟยฮุ่นเอ่ยสั้น ๆ ก่อนที่มันจะหลังให้เ้าอาฟง และเอ่ยเรียกหนิงอวี้ให้กลับมาหา
จากนั้นก็ถึงเวลาที่ทุกคนต้องแยกย้ายกันไปตามทางของตนเอง จางิ่เดินทางไปกับแม่ทัพเฟยเย่ ห่าวหราน เฟยฮุ่น หนิงอวี้ และอาฟง นั้น ตามวู่เทียนหลาง กับคนอื่น ๆ ไปซ่อมบ้านเรือนพวกชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากการถูกโจมตีก่อนหน้านี้ ส่วนพิธีรับผู้ผ่านการทดสอบเข้าเป็ศิษย์ของสำนักอย่างเป็ทางการ จะเริ่มในอีก 3 วันข้างหน้า…
จบบทที่ 25