ตอนที่ 1 (3)
เด็กหนุ่มที่อยู่บนเตียงดิ้นขลุกขลัก ลืมตาและลุกขึ้นนั่งบนเตียง
“อรุณสวัสดิ์” ผมนั่งอยู่บนเก้าอี้แล้วพูดกับเขา “เสื้อผ้าของคุณผมพับไว้เรียบร้อย วางอยู่ข้างๆ นะ”
เด็กหนุ่มขยี้ตา หาวออกมาหวอดใหญ่ ลุกขึ้นพลางบิดี้เีไปด้วยแถมเปลือยกายล่อนจ้อนเดินไปเดินมาต่อหน้าผม
พักหนึ่งเขาถึงหาเสื้อผ้าของเขาเจอ จากนั้นโน้มตัวโก้งโค้งลงไปต่อหน้าผม ทั้งยังหันบั้นท้ายมาทางผมอีก พร้อมกับสวมใส่เสื้อผ้าของเขา
“หอมจัง คุณทำอาหารเช้าไว้เหรอ” เขาเงยหน้าชำเลืองมองผม
ดวงตาของเขาเหมือนกันกับผมของเขาเลย มันเป็สีดำลุ่มลึกสดใส
“ใช่! อยู่บนโต๊ะอาหารในครัว หิวแล้วก็ไปทานเถอะ!” ผมละสายตาออกจากดวงตาสุกสกาวของเขา ดวงตาคู่นั้นสดใสมาก จนผมรู้สึกว่าไม่ควรมองพวกมันอีก
หลังจากที่เด็กหนุ่มสวมกางเกงยีนเสร็จ ก็เดินอาดๆ เข้าไปทานอาหารในครัว
ผมเดินตามหลังเขามาติดๆ มองเขาตักโจ๊กชามใหญ่ขึ้นมา พร้อมกับเต้าหู้ยี้ที่ผมเก็บมันไว้อย่างดีและไข่ดาวที่เพิ่งจะทอดเสร็จร้อนๆ ทานอย่างเอร็ดอร่อย “คุณกับซายะรู้จักกันมานานหรือยัง” ผมถามออกไป
เด็กหนุ่มมองมาที่ผมอย่างสงสัย “ซายะล่ะ”
“ก็คนที่นอนกับคุณเมื่อคืนนี้ไง” ผมพูดเสริมต่อ
“ไม่ใช่คุณหรอกเหรอ” เด็กหนุ่มพูดไปด้วยซดโจ๊กไปด้วย ทั้งยังกางตะเกียบออกไปคีบเต้าหู้ยี้ชิ้นใหญ่ โยนลงไปในโจ๊กคนให้เข้ากันอย่างเอาเป็เอาตาย อยากให้มันละลายไวๆ “อันนี้อร่อยมาก” เขาพูด
“ไม่ใช่ผม” ผมพูดกับเขา “คุณลองนึกดูดีๆ สิ คนนั้นน่ะเวลาพูดจะติดสำเนียงญี่ปุ่น ตาหยีๆ เหมือนกับมองอะไรไม่ค่อยชัด” ซายะเป็คนญี่ปุ่นที่ตาเล็กและตาชั้นเดียว
เด็กหนุ่มคิดอยู่ครู่หนึ่ง พลางยักไหล่ ผมสามารถเดาได้จากสีหน้าของเขา เขาไม่ค่อยจะเข้าใจคำพูดของผมสักเท่าไร
“เมื่อวานคุณมอมเหล้าผม หลังจากนั้นผมก็ไม่รู้อะไรอีกเลย” เด็กหนุ่มทำเสียงแจ๊บๆ พึมพำเบาๆ ปากพร่ำบอก “อร่อยอะไรขนาดนี้เนี่ย!” เขาสูดดมและยกซดจนหมดชาม ทั้งยังตักให้ตัวเองต่ออีกชาม
“คุณลืมเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไปหมดแล้วใช่ไหม” ผมตื่นเต้นขึ้นมา ถ้าเป็อย่างนี้จริงก็คงจะเยี่ยมสุดๆ ไปเลย ทางที่ดีให้ทุกคนลืมมันไปให้หมด ถ้างั้นผมก็ไม่ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ก่อ
เด็กหนุ่มเงยหน้าเหลือบมองผม “คุณหวังให้เป็อย่างนี้มากเลยเหรอ”
“มะ…ไม่ใช่นะ ผมหมายความว่า…” ผมอึกอักขึ้นมา ผมเดาว่าเขาต้องรู้อยู่แล้วแน่ๆ ว่าผมอยากทำเหมือนเื่พวกนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
“ผมรู้ว่า ‘เรา’ นอนด้วยกัน” ตอนที่เขาพูดว่า ‘เรา’ จ้องผมตาเขม็ง “หรือบางทีคุณอยากจะบอกว่าไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร”
“เอ๊ะ นั่นก็…” ช่างตอบยากจริงๆ ถึงแม้ว่าซายะจะไม่ใช่ผม แต่ก็เป็ผมอยู่ดี ผมชินแล้วกับการเก็บกวาดเื่เละเทะที่เขาทำ แต่เื่แบบนี้เพิ่งจะมีเป็ครั้งแรกจริงๆ
“เฮ้!” เขาะโใส่ผมหนึ่งที
“หา” ผมสะดุ้งใ
“เต้าหู้ยี้ยี่ห้อนี้ขายที่ไหน” เขาก้มลงมองจานเล็กๆ ที่ว่างเปล่าใบนั้น ที่เดิมทีมีเต้าหู้ยี้วางอยู่ห้าชิ้น
“อ๋อ นั่นผมทำเอง หาซื้อที่ไหนไม่ได้หรอก” ผมบอกกับเขาไป ทั้งดีใจที่เขาเปิดประเด็นใหม่ขึ้นมา
“อ้อ!” สีหน้าของเขาดูผิดหวังเล็กน้อย จิ้มตะเกียบลงไปที่จานเปล่าไม่หยุด
ทานอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อย เด็กหนุ่มยกจานชามไปยังอ่างล้างจานที่อยู่ด้านหลัง กดปั๊มน้ำยาล้างจานไซซ์ขนาดครอบครัว จัดการล้างมันด้วยตัวเอง
“วางไว้เดี๋ยวผมล้างเอง” ผมรีบบอก
เด็กหนุ่มไม่ได้ตอบอะไร ล้างและเช็ดชามจนแห้งสะอาดอย่างรวดเร็ว พร้อมเก็บมันกลับเข้าที่
“ผมต้องกลับแล้ว ประตูอยู่ทางไหน” เขาหันกลับมาถามผม
ผมชี้ไปยังทิศทางของประตู เขาเดินออกไป ผมไปที่ตู้เย็นแล้วหยิบเต้าหู้ยี้ที่ยังไม่ได้เปิดทานออกมาหนึ่งกระป๋องใส่มันลงไปในถุงพลาสติก ยัดให้เขา แล้วตามไปเปิดประตูให้เขา
“คืออะไรน่ะ” เขาเปิดถุงอ้าออกแล้วก้มลงมอง
เขาก้มลงมองอย่างตั้งอกตั้งใจสุดๆ เขาเป็เด็กหนุ่มที่รูปร่างดูดี อวัยวะทั้งห้าบนใบหน้าโดดเด่นทีเดียว
“ตะ...เต้าหู้ยี้” ผมติดอ่างขึ้นมาอีกครั้ง
รองเท้าของเขากับรองเท้าของผมวางเละเทะอยู่ตรงทางเข้า เชือกรองเท้าผูกเป็ปมเข้าด้วยกัน ผมใช้เวลาแกะมันออกให้เขาอยู่พักหนึ่ง ตอนที่รอให้เขาสวมรองเท้าและก้าวออกไปจากห้อง ผมรีบปิดประตูทันที
แต่ยังไม่ถึงครึ่งวินาทีด้วยซ้ำ กริ่งประตูก็ดังขึ้น
ผมสะดุ้งใ รีบเปิดประตูออก “ยังมีธุระอะไรอีกเหรอ”
“ชื่อของคุณ” เขาพูด
“หา” ผมจ้องเขานิ่งๆ ไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร
“คุณยังไม่ได้บอกชื่อคุณให้ผมเลย”
“ซายะ คนนั้นชื่อว่าซายะ” ผมนึกว่าเขาถามชื่อของซายะ
“ของคุณ” เขาย้ำอีกครั้ง “ไม่ใช่ของคนนั้น”
“ผมเหรอ” ผมขมวดคิ้ว “คุณเรียกผมว่าอาหม่านก็ได้…” ถามชื่อของผมไปทำไมกัน
ท่อนแขนข้างหนึ่งเลื่อนผ่านหน้าผม อ้อมไปที่ด้านหลังแล้วจับท้ายทอยของผมไว้ เขาดึงรั้งผมเข้าไปแนบหน้าอกของเขาเต็มแรง ในขณะที่ผมยังตกตะลึงอยู่นั้น เขาโน้มศีรษะลงมาแนบชิดปิดริมฝีปากของผม สอดลิ้นนุ่มหยุ่นเข้าไปในโพรงปาก มอบรสจูบให้ผมอย่างลึกซึ้ง…และลิ้นของผมด้วย...
“ผมชื่อเว่ยเสียง ขอบคุณสำหรับการต้อนรับของคุณ” เขาพูด จากนั้นผละตัวผมออก หมุนตัวลงบันไดไป
“พระเ้า…” ผมเบิกตากว้าง นิ้วมือกำชายเสื้อยืดของตัวเองไว้แน่น ดึงจนเสื้อยานผิดรูป ผมถูกจูบ แถมยังถูกเด็กน้อยที่ซายะพากลับมาจูบอีกต่างหาก
ปิดประตูอย่างไร้เรี่ยวแรงกลับเข้ามาในห้อง นาฬิกานกกุ๊กกู่บนผนังร้องลั่นไม่หยุด เวลาล่วงเลยมาถึงบ่ายโมงแล้ว ถึงยังไงก็กลับบ้านก่อนถึงมื้ออาหารเย็นไม่ทันอยู่ดี โทรไปร้านอาหารญี่ปุ่นที่ทำงานอยู่เพื่อมอบหมายงานบางอย่างด้วยความเศร้าใจ ่เวลาบ่ายโมงครึ่งผมลากกระเป๋าลงบันไดช้าๆ ตามด้วยมัดกระเป๋าเดินทางไว้ที่เบาะหลังของมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์อย่างแ่า คร่อมขึ้นรถ ค่อยๆ เลื่อนมอเตอร์ไซค์ออกจากโรงรถแล้วขี่ลงไปภาคใต้
ในปากของผมเต็มไปด้วยรสชาติของเต้าหู้ยี้แบบโฮมเมด
………………......................................................................