ตะวันวาด

    49

            หอพักตึกชนะใจ.. หนึ่งอาทิตย์ผ่าน..

            เวลาหนึ่งอาทิตย์เดินผ่านไปไวจนไม่น่าเชื่อ.. ตะวันวาดเริ่มไปทำงานที่โรงแรมภูธเรศตั้งแต่เมื่อหลายวันก่อน เรื่องที่น่ายินดีที่สุดก็คือการที่ภูธเรศยอมกลับไปทำงานที่โรงแรมเช่นกัน ทว่าจิตใจและสติสัมปชัญญะของตะวันวาดนั้นแทบจะไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวจนภูจินดาสังเกตได้..

            “ตะวันพรุ่งนี้หยุดพักผ่อน แล้วค่อยกลับมาทำงานอาทิตย์หน้าดีมั้ย? ” หญิงสาวที่เปรียบเสมือนพี่สาวของเธอเอ่ยขึ้นเย็นเมื่อวานนี้หลังจากที่ตะวันวาดส่งเอกสารให้อีกฝ่ายผิดเป็นรอบที่สาม

            เธอขอโทษแล้วขอโทษอีก ภูจินดารู้สึกไม่ค่อยดีนักแต่ก็พยายามทำความเข้าใจ ตะวันวาดสัญญากับอีกฝ่ายว่าภายในอาทิตย์หน้าเธอจะกลับมาพร้อมสติที่พร้อมทำงานอย่างแน่นอน..

            “เฮ้ออออ” หญิงสาวถอนหายใจยาวขณะที่กะพริบตามองเพดานและพัดลมที่หมุนไปเรื่อย

            เวลาหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านไปทำให้ตะวันวาดรู้สึกดีขึ้น แม้ว่าเธอจะยังคงคิดถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างตัวเองกับอันธกานต์อยู่บ่อยครั้งระหว่างวัน.. ทุกคืนเธอใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะสามารถนอนหลับได้ หญิงสาวยังรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นราวกับว่ามันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

            ตะวันวาดอยากปรึกษาสายธารหรือไม่ก็ภูจินดา แต่อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น เธอรู้สึกไม่สบายใจที่จะต้องเอ่ยถึงหรือแม้แต่นึกถึงเหตุการณ์นั้น นอกจากนี้เธอยังพบว่าตัวเองสะดุ้งทุกครั้งที่พบเห็นผู้ชายบางคนที่มีลักษณะท่าทางคล้ายกับอันธกานต์

            ไหนจะเรื่องคอนโดอีก..

            ตะวันวาดโทรศัพท์คุยกับสินธพสองสามครั้งเพื่อขอให้เขาช่วยพูดคุยกับอันธกานต์.. สินธพดูเข้าใจและอยากจะช่วยเธอ ทว่าการตัดสินใจเรื่องทรัพย์สินนั้นเป็นของอันธกานต์โดยสิ้นเชิง

            “เฮ้อออ...” ตะวันวาดถอนหายใจยาวอีกครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นนั่งบนเตียงนอนของตัวเอง

            มือบางยกขึ้นขย้ำเส้นผมหนาฟูบนศีรษะ.. เหตุการณ์ที่น่าลำบากใจที่สุดคือ พ่อแม่ของเธอต้องย้ายออกภายในอีกไม่กี่อาทิตย์

            “คุณต้องการอะไร”

            “เธอ”

            ประโยคสนทนาระหว่างเขาและเธอแวบเข้ามาในสมอง นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มวาววับยังค้างอยู่ในความทรงจำ ตะวันวาดส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ.. รู้สึกทั้งหงุดหงิดและโมโหตัวเอง

            “ตะวัน.. ยัยโง่เอ๊ย..” เธอพึมพำ

            เธอมองทุกคนในแง่ดีมาตลอด.. เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เธอรู้ว่าเธอคิดผิด..

            “ฉันไม่ยอมขายตัวแลกบ้านหรอกนะ.. ปัญญาอ่อนชิบเป๋ง” เสียงเล็กยังคงบ่นกับตัวเอง ก่อนจะทิ้งตัวลงบนอีกนอนอีกครั้ง

            หรือจะยอมดี.. ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในสมองก่อนตะวันวาดจะยกมือดึงแก้มตัวเองจนต้องร้องออกมา

            “โอ๊ยย”

            “เป็นบ้าเหรอตะวันวาด? ”

            เพี๊ยะ! เธอยกมือขึ้นตบหน้าตัวเองอีกครั้ง

            “ศักดิ์ศรี สติ สมอง อย่าคิดอะไรบ้า ๆ ” เธอบอกตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะปล่อยเสียงประหลาดที่มีแต่เจ้าตัวเท่านั้นที่ทำได้ ร่างบางดิ้นขลุกขลิกไปมาบนที่นอนจนผ้าปูเตียงยุ่งเหยิง หญิงสาวถอนหายใจแล้วถอนหายใจอีกเป็นรอบที่นับไม่ถ้วน

            ครื่ดดด ครื่ดดด

            โทรศัพท์มือถือของเธอสั่นขึ้นข้างเตียง

            - สินธพ -

            “ฮัลโหลค่ะลุง” ตะวันวาดรับสายด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่ก็ยังคงความเป็นกันเอง

            “เอ่อ.. ตะวัน” เสียงสินธพเรียกชื่อเธอ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงกรีดร้องของวาเลนไทน์

            “พี่ซันนี่” เสียงเล็กใส่ที่ตะโกนใส่หูโทรศัพท์ทำให้ตะวันวาดยกโทรศัพท์ออกจากห่างหูเล็กน้อย นัยน์ตากลมมองรายชื่อที่โทรเข้ามาก่อนจะแนบโทรศัพท์เข้ากับหูอีกครั้ง

            “วาเลนไทน์” เธอเอ่ยเรียกสาวน้อย

            “เลิฟคิดถึง” คนตัวเล็กพูดเสียงดัง เสียงรบกวนสัญญาณดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

            “หนูตะวัน.. พอดีว่าวันนี้วาเลนไทน์แกจะกลับไปอยู่ที่คอนโดแล้ว แต่แกวิ่งพล่านดื้อไม่ยอมขึ้นรถกลับบ้าน บอกอยากเจอหนูตะวันท่าเดียวเลย” สินธพรีบเอ่ยบอกถึงสาเหตุที่เขาโทรมาหาเธออย่างรวดเร็ว

            “เหรอคะลุง? ” ประโยคคำถามนั้นเหมือนเป็นประโยคตอบรับอีกฝ่ายเสียมากกว่า

            “ลุงจะรบกวนให้หนูแวะมาที่บ้าน แล้วนั่งรถไปส่งวาเลนไทน์ด้วยกันได้หรือเปล่า? ”

            ตะวันวาดแทบจะตอบตกลงในทันที ก่อนจะรั้งปากตัวเองเอาไว้ทัน

            “เอ่อ.. ลุง.. ลุงเป็นคนพาไปส่งเหรอคะ? ” เธอถามอย่างอ้อม ๆ เพราะต้องการรู้ว่าอันธกานต์อยู่ที่นั่นด้วยหรือเปล่า

            สินธพเงียบไปแวบหนึ่งก่อนจะตอบเธอรัวเร็ว

            “ลุงเป็นคนขับไปเอง”

            “อ๋อ.. ได้สิคะ รอหนูแป๊บหนึ่งนะคะ”



            อีกไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงต่อมา ตะวันวาดก็ปรากฏตัวอยู่หน้าบ้านของสินธพ..

            นัยน์ตากลมเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นชายหนุ่มที่เธอไม่คาดหวังว่าจะได้พบอยู่ในตัวบ้านเช่นกัน หญิงสาวยืนแข็งทื่อ พยายามปิดปังความตื่นตระหนกภายใน

            อันธกานต์มองตะวันวาดนิ่ง ก่อนจะหันกลับไปหาสินธพ ชายสูงวัยเดินไปเคาะห้องนอนของคนตัวเล็กที่ล็อกตัวเองเอาไว้ภายในห้องและไม่ยอมให้ใครเข้าไป

            “วาเลนไทน์ พี่ตะวันมาแล้ว” สินธพเคาะห้อง พร้อมตะโกนเรียกเหลนสาวจอมป่วน

            “พี่ซันนี่” วาเลนไทน์ร้องตะโกนเรียกชื่อตะวันวาดโดยที่ไม่ยอมออกมาจากห้อง เสียงเรียกของคนตัวเล็กเรียกสติของหญิงสาว เธอรีบจ้ำอ้าวเดินผ่านอันธกานต์ไปหาสินธพอย่างรวดเร็ว

            “หนูเข้าใจว่าลุงอยู่คนเดียวซะอีกค่ะ” เธอกระซิบบอกสินธพ

            “ทำไมล่ะ”

            “ก็ลุงบอกว่าลุงเป็นคนขับรถไปเอง”

            “ใช่ครับ.. ลุงเป็นคนขับ” สินธพตอบเธอหน้าตาย ไม่เข้าใจว่าสองเรื่องที่หญิงสาวกล่าวถึงนั้นมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันเช่นไร

            ตะวันวาดยกมือเคาะศีรษะทำโทษความเลินเล่อตัวเอง

            ทำไมฉันถึงเข้าใจว่าพี่ธันจะไม่อยู่ที่นี่ได้นะ…

            “พี่ซันนี่” วาเลนไทน์ร้องตะโกนเรียกชื่อตะวันวาดอีกครั้ง เธอยังคงไม่ยอมออกมาจากห้องนั้น

            “วาเลนไทน์” ตะวันวาดเรียกชื่อเด็กน้อยตอบกลับ แนบร่างกายชิดประตูเพื่อให้อีกฝ่ายได้ยินชื่อเธอ

            คนตัวเล็กกระโดดไปมาดีใจ ก่อนจะค่อย ๆ เปิดประตูและโผล่ออกมาจากห้องนั้น

            “เลือกห้องที่ลุงไม่มีกุญแจสำรองด้วย ไม่รู้ว่าแกตั้งใจหรือโชคดี” สินธพบ่นพึมพำ เขาอยู่ที่บ้านหลังนี้มานานเสียจนไม่คิดว่าต้องใช้กุญแจสำรองใด ๆ เพราะโดยปกติก็ไม่ได้ล็อกประตูบ้านภายในอยู่แล้ว

            ตะวันวาดยิ้มบางให้อีกฝ่าย ขณะที่วาเลนไทน์เดินมาประชิดตัวเธอก่อนใช้สองมือเล็กรวบกอด

            “พี่ซันนี่ ไปเที่ยว ๆ บ้านเลิฟ” คนตัวเล็กเอ่ย เงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มแป้น ตะวันวาดยิ้มตอบเธออย่างเสียไม่ได้ ทว่าร่องรอยความกังวลนั้นปรากฏอยู่บนใบหน้าอย่างเลี่ยงไม่ได้

            รอยยิ้มนั้นจางหายไปทันทีที่เธอเงยหน้าขึ้นมาพบกับพ่อของสาวน้อยที่ยังเกาะเธออยู่

            อันธกานต์มองหน้าตะวันวาดสลับกับลูกสาวตัวเล็กของเขา แม้ใบหน้าเรียบเฉยจะไม่สามารถตีความได้แต่ภายในใจนั้นกลับครุ่นคิดอย่างหนัก.. วาเลนไทน์เรียกแทนตัวเองว่า “เลิฟ” ซึ่งเป็นชื่อเล่นที่เจ้าตัวจะใช้กับคนที่เธอรู้สึกสนิทเท่านั้น

            “พี่ซันนี่มาแล้ว.. งั้นเราไปกันเลยไหม? ” สินธพเอ่ยถามคนตัวเล็กด้วยน้ำเสียงที่ทุกคนรู้ว่ากำลังล้อเลียนสาวน้อยอยู่  มีเพียงคนเดียวที่ไม่รู้ตัวนั่นก็คือเจ้าตัวเล็กนั้นเอง

            “ไปเลยค่า~” เสียงเล็กแจ้วตอบรับอย่างร่าเริง แตกต่างกับท่าทางวุ่นวายอาละวาดเมื่อชั่วโมงก่อนโดยสิ้นเชิง

            วาเลนไทน์จูงมือตะวันวาดพุ่งตัวออกเดินอย่างไม่สนใจใคร อัญญาที่มองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ห่าง ๆ เดินเข้าไปประชิดข้างกายอันธกานต์ก่อนจะกระซิบเบา ๆ

            “หนูตะวันมาช่วยเราโดยไม่อิดไม่ออดเลยสักนิด.. หลานจะไม่มีเหตุผล ไม่ยอมเปลี่ยนใจจริง ๆ เหรอ? เรื่องคอนโด”

            อันธกานต์เหลือบสายตามองหญิงสูงวัยกว่าด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าอัญญาจะรู้เรื่องคอนโด แต่เดาได้ว่าสินธพคงเล่าให้อีกฝ่ายฟัง ชายหนุ่มนิ่งไม่ตอบอะไร แต่สัญชาตญาณของอัญญาบอกได้ว่าคำพูดของหล่อนนั้นได้เข้าสู่การพิจารณาของหลานชายอย่างเรียบร้อยแล้ว

            คนเป็นป้านึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา..

            เมื่ออันธกานต์เดินทางมาถึงที่บ้านของหล่อนและตั้งใจจะขับรถพาวาเลนไทน์กลับไปที่คอนโด คนตัวเล็กนั่งนิ่ง ก่อนจะเริ่มบ่นถึงตะวันวาด ขณะที่หล่อนและสินธพยกข้าวของจัดวางเข้าไปในรถ สาวน้อยก็วิ่งหลุน ๆ เข้าไปขังตัวเองในห้อง ยื่นข้อแม้ว่าจะไม่ยอมกลับถ้าหากพี่ซันนี่ของเธอไม่ไปด้วยกัน

            ตอนแรกหล่อนคิดว่าหลานชายจะดุลูกสาว แต่ที่ไหนได้อันธกานต์กลับขอให้สินธพโทรหาตะวันวาดด้วยสีหน้าเรียบเฉย อัญญาเฝ้ามองปฏิกิริยาของหลานชายอย่างประหลาดใจ..

            “คิดไม่ถึงว่าหลานจะตามใจลูกขนาดนี้” หล่อนเปรยถามชายหนุ่ม

            อันธกานต์เงียบไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้น

            “ผมกลัวว่าเลิฟจะยังกลัวการนั่งรถอยู่.. ถ้าอาละวาดไปมากกว่านี้อาจจะไม่ยอมกลับ” อัญญาพยักหน้ารับฟัง ทว่าก็ยังรู้สึกแปลกใจไม่มากก็น้อย..


            อัญญามองหลานชายที่ตอนนี้เดินตามหลังลูกสาวตัวเล็กไปติด ๆ วาเลนไทน์กระโดดไปมาร่าเริงกุมมือตะวันวาดเอาไว้ คนตัวเล็กหันหลังกลับมามองแด๊ดดี๊ของเธอ ก่อนจะรีบคว้ามือเขามาจับเช่นกัน

            “กลับบ้านด้วยกันค่า~” เสียงเล็กยังคงกังวานเจื้อยแจ้ว อัญญากึ่งยิ้มกึ่งขำไปกับความร่าเริงนั้น ก่อนจะเดินตามทั้งคู่ไป

    คล้ายกับเรื่องตะวันวาด ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199