"เบื่ออะมึง”
เสียงยานคางดังมาจากร่างบางที่นอนเป็ร่างไร้กระดูกอยู่บนโซฟาตัวใหญ่กลางห้องคอนโดในใจกลางเมือง ราวกับของเหลว ส่งผลให้เพื่อร่วมห้องต้องหันจากหน้าจอมาสนใจอีกฝ่าย
"อะไรของมึงไอ้วา กูเห็นมึงบ่นว่าเบื่อมาเป็อาทิตย์ เบื่อก็หาอะไรทำ กูจะทำงาน น่ารำคาญจริงมึงเนี้ย"
เพื่อนร่วมห้องบ่นเพื่อนสนิทเป็รอบที่ล้าน แล้วหันกลับมาสนใจโน้ตบุ๊กอีกครั้ง โดยไม่รู้เลยว่าคนที่นอนทำตัวเป็ของเหลวอยู่เมื่อครู่เด้งตัวลุกขึ้นมาทันทีที่ได้ยินคำว่า ‘หาอะไรทำ’
เขามีชื่อเล่นวา ชื่อเต็มว่าวารัญ ปัจจุบันอายุ 24 ปี ั้แ่เรียนจบก็ไม่ได้ไปสมัครงานบริษัทอย่างที่เพื่อน ๆ ในคณะทำ เพราะที่บ้านมีธุรกิจส่วนตัวเขาแค่เพียงไปช่วยบ้างเป็ครั้งคราว ดังนั้นตอนนี้เขาจึงกลายเป็คนว่างงานอย่างที่เห็นอยู่ในตอนนี้
คนเรามันก็ควรจะต้องมีเื่ตื่นเต้นอะไรมากกว่านี้ใช่ไหมล่ะ?
"แล้วนี่มึงทำอะไร"
วารัญขยับตัวไปนั่งจ้องหน้าโน้ตบุ๊กของมะเขียก ที่เห็นเขานั่งกด ๆ จิ้ม ๆ มาหลายชั่วโมง
"ข่าวดาราเลิกกับแฟนเพราะฝั่งแฟนคลับไม่ปลื้มอ่ะ"
"แฟนคลับ ไม่ปลื้มแล้วทำไมต้องเลิกวะ"
มะเขียกเป็นักข่าวฟรีแลนซ์สายข่าวบันเทิงออนไลน์ จริง ๆ แล้วมะเขียกไม่ใช่ชื่อของมันเสียทีเดียว
ชื่อเพื่อนสนิทของวารัญจริง ๆ แล้วชื่อสแน็ค แต่วารัญมักจะชอบเรียกว่ามะเขียก เขาเองก็จำที่มาที่ไปได้ราง ๆ เหมือนจะเป็ชื่อในไอดีไลน์ที่เคยตั้งเอาไว้ั้แ่สมัยแรก ๆ ที่รู้จักกัน ด้วยเหตุผลที่ว่าชื่อของมันจะได้เป็ที่จดจำ ทุกคนก็เลยจดจำว่าชื่อมะเขียกสมตามความตั้งใจ
แต่ไอ้ข่าวล่าสุดที่กำลังเขียนมันกำลังสร้างความงุนงงให้กับวารัญเป็อย่างมาก
เป็ดาราแล้วมีแฟนไม่ได้
ทำไมต้องเลิกกันแค่เพราะแฟนคลับไม่ปลื้ม
สมัยนี้มันเป็แบบนั้นไปแล้วหรือไง
แฟนคลับ มีอิทธิพลมากกว่าความรู้สึกของตัวเอง วารัญไม่เคยชอบอะไรแบบนี้อยู่แล้ว เพราะสำหรับเขาความรู้สึกของเรา เราต้องเป็คนกำหนดเอง
"มึงต้องเข้าใจก่อนนะไอ้คุณวาว่าสมัยนี้อะ เงินทองมันหายาก คนเราก็ต้องเลือกเงินไว้ก่อนป่ะ"
วารัญหันไปฟังคำตอบที่ออกมาจากปากของเพื่อนสนิทที่ดูเหมือนมะเขียกเองจะชินชากับข่าวอะไรทำนองนี้
"แล้วมันเกี่ยวกันยังไง เงินก็ส่วนเงิน คนรักก็ส่วนคนรัก แฟนคลับก็ส่วนแฟนคลับ ชีวิตใครชีวิตมันไหมมึง"
แต่สำหรับวารัญแล้วเขาคงไม่ชินไปกับข่าวพวกนี้สักเท่าไหร่ ในความคิดของเขาคนเรามันต้องมีเหตุผลอะไรมากกว่านี้กับการที่จะเลิกรักใครได้สักคน
"มันก็ใช่ แต่ส่วนใหญ่คนเราพอมีชื่อเสียง ไอ้ความอยากได้อยากมีมันก็มากขึ้นอะมึงบางอย่างเขาก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองปะวะ"
แทนที่วารัญจะคล้อยตามกับเหตุผลของมะเขียกเหมือนในหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา แต่กับเื่นี้ เขาว่ามันไม่ควรเกิดขึ้น ไม่ว่าจะกับใครก็ตาม
"คนรักกันเขาทิ้งกันง่ายขนาดนี้เลยไงวะ ถ้างั้นจะเสียเวลาคบกันมาทำไมเป็ปี ๆ"
"มึงก็พูดได้ซิ มึงไม่ได้มีแฟนเป็ดารานิ มึงจะไปรู้ได้ไงว่าเขาต้องเจอกับอะไรบ้างไอ้คุณวา”
วารัญเหลือบมองหน้าเพื่อนสนิท แล้วความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว
หรือมันจะได้เวลาที่ชีวิตแสนน่าเบื่อ และเรื่อยเปื่อยของเขาอาจจะกำลังมีสีสันขึ้นมาอีกครั้งก็เป็ได้
"เออ ๆ ก็ไม่ใช่เื่ของกูและกูไม่อยากเข้าใจหรอก ว่าแต่ว่า แล้วนี่คนนี้ใครวะกูเห็นมึงเขียนข่าวคนนี้เกือบทุกวัน เขาดังมากเหรอ"
วารัญชี้ไปที่รูปผู้ชายคนหนึ่งที่อยู่มุมบนสุดของเนื้อหาข่าวที่เพื่อนสนิทเขากำลังเขียนอยู่
"อ๋อคนนี้เหรอชื่อ มายซัน ่นี้น้องมันกำลังเปิดกล้องละครเื่ใหม่ ก็เลยมีข่าวแทบทุกวัน ถือว่ากำลังเป็กระแสใน่นี้เลยแหละ" มะเขียกตอบส่ง ๆ ก่อนจะชะงักกึกเมื่อเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของเพื่อน สัญญาณในหัวก็ดังขึ้นมาทันที
"เดี๋ยวนะไอ้วา ทำไมมึงทำหน้าแบบนั้น"
วารัญนิ่งเงียบไปชั่วครู่ ก่อนที่จะจ้องมองไปที่รูปถ่ายใบนั้นโดยไม่ละสายตา
‘ลองไปตามจีบดาราดูดีไหมนะ?’
วารัญคิดในใจ
เขาจ้องใบหน้าหล่อเหลาที่ได้รับการแต่งหน้าอย่างลงตัว ในรูปเป็งานประกาศรางวัลอะไรสักอย่าง บางมุมก็ดูหล่อราวกับเทพบุตร แต่พอยิ้มแล้วใบหน้าที่เรียบเฉยนั่นก็ดูน่ารักชวนให้ใจละลาย
หรือนี่คือราคาที่ต้องจ่ายเพื่อแลกกับชื่อเสียงกันนะ
"มะเขียก กูอยากเข้ากลุ่มแฟนคลับน้องเขา มึงช่วยกูหน่อย มันต้องทำไงวะ"
เสียงกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากของเพื่อนรัก บอกให้รู้ว่าท่าทางคงจะเต็มใจช่วยขนาดไหน แต่วารัญคงไม่แคร์สักเท่าไหร่ เพราะเขาตั้งใจแล้ว และตัวเขาเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าการตามจีบดารามันจะทำให้ชีวิตที่เบื่อหน่ายของตนมีสีสันขึ้นมาบ้างรึเปล่า
