ฟางเสียนจือกวาดสายตามองพวกอันธพาลเหล่านั้น แววตาเย็นชาขึ้นเล็กน้อย “แค่พวกเศษสวะ ไม่ต้องห่วง”
ทางด้านนั้น พี่เชาคงจะรู้สึกว่าเขาไม่ใช่คนที่จะรับมือได้ง่าย จึงผิวปากเรียกพวกอันธพาลอีกห้าหกคนก็รีบวิ่งเข้ามา
จิ่งเยี่ยนกุยเห็นคนเข้ามาล้อมมากขึ้นเรื่อยๆ ก็อดไม่ได้ที่จะคว้าแขนเสื้อฟางเสียนจือไว้
พี่เชาวันนี้พลาดท่าโดนจิ่งเยี่ยนกุยปฏิเสธถึงสองครั้ง ตอนนี้จึงเริ่มจะโมโหเข้าแล้ว “ที่แท้แม่สาวน้อยไม่ยอมไปกับฉัน ก็เพราะไอ้หน้าอ่อนนี่เอง! พวกเด็กๆ จัดการไอ้หน้าอ่อนนี่ให้ตาย…”
ยังพูดไม่ทันจบ ก็เห็นลูกน้องของแต่ละคนกระเด็นปลิวไปคนละทิศคนละทาง ทุกคนที่ปะทะกับฟางเสียนจือต่างก็ล้มลงไปกองกับพื้น บางคนแขนขาหัก บางคนได้รับบาดเจ็บสารพัด นอนล้มอยู่กับพื้นลุกไม่ขึ้นเลย
นี่เป็นครั้งแรกที่จิ่งเยี่ยนกุยเห็นฟางเสียนจือลงมือ ก่อนหน้านี้เธอเคยเห็นเขาคล่องแคล่วว่องไว แต่ไม่คิดว่าจะเก่งขนาดนี้!
ที่สำคัญที่สุดคือท่าทางขณะที่เขาลงมือ ช่างหล่อเหลาเสียเหลือเกิน!
เธอรู้สึกว่าที่ผ่านมาเธอรู้จักฟางเสียนจือน้อยเกินไปจริงๆ เขาช่างเป็นผู้ชายที่เหมือนขุมทรัพย์ ที่มีอะไรให้ค้นหาอีกมากมาย!
ทันทีที่พี่เชาเห็นฝีมือของฟางเสียนจือ ก็รู้ว่าวันนี้คงจะเตะโดนแผ่นเหล็กเข้าให้แล้ว ก่อนหน้านี้เวลาทะเลาะวิวาทกับคนอื่น มันยังใช้จำนวนคนเข้าสู้ได้ เพราะถ้ามีคนเยอะยังไงก็ต้องชนะ แต่ตอนนี้เขาถึงได้รู้ว่าความคิดของเขานั้นช่างไร้เดียงสาเสียจริงๆ
พี่เชาเป็นคนรู้จักสถานการณ์ เมื่อเห็นท่าไม่ดีจึงพูดกับฟางเสียนจือทันที “เรื่องเมื่อกี้เป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด! ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ขอตัวก่อน!”
พอเห็นฟางเสียนจือยืนอยู่ตรงนั้นเฉยๆ ไม่ได้ตอบอะไร เขาก็รีบหันหลังวิ่ง แต่ยังไม่ทันจะวิ่งไปได้สามก้าว ก็ถูกเตะตัดขาจนล้มคะมำลงไปกับพื้น ทันใดนั้นเท้าข้างหนึ่งก็เหยียบลงบนหน้าอกของเขา รู้สึกเหมือนมีหินก้อนใหญ่มาทับอกจนทำให้หายใจไม่ออก
ฟางเสียนจืออยู่ในท่าทางที่สูงกว่าพลางกดสายตามองลงมาที่เขาแล้วพูดว่า “ถ้าแกแน่จริงกว่านี้หน่อย ฉันก็อาจจะปล่อยแกไปแล้ว แต่แกนี่มันขี้ขลาดเกินไป!”
พี่เชาอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “มียศถาบรรดาศักดิ์และความร่ำรวยไม่ควรทำตัวเหลวไหล เจอกับอำนาจอิทธิพลมาข่มขู่ก็ไม่ยอมสยบ ฉันไม่กลัวแกหรอก!”
เท้าของฟางเสียนจือขยี้ไปมาบนหน้าอกของเขาหลายครั้ง จนรู้สึกเหมือนกระดูกซี่โครงของเขาจะหัก ก่อนจะได้ยินเสียงของฟางเสียนจือพูดว่า “อำนาจก็ไม่กลัว? อืม ช่างมีความทรนง งั้นฉันจะจัดให้!”
พี่เชางอยากจะร้องไห้ออกมาดังๆ เขาขอร้องก็ต้องโดนซ้อม ข่มขู่ก็ต้องโดนซ้อม แล้วเขาต้องทำยังไงฟางเสียนจือถึงจะยอมปล่อยเขาไป!
จิ่งเยี่ยนกุยที่ตอนแรกกังวลเล็กน้อย พอเห็นภาพตรงหน้าก็อดไม่ได้ที่จะยกมุมปากขึ้น
ฟางเสียนจือถามจิ่งเยี่ยนกุย “เมื่อกี้มันใช้มือข้างไหนจับตัวเธอ?”
จิ่งเยี่ยนกุยคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบ “ใช้มือขวา แต่ยังไม่ทันจับโดนค่ะ”
ฟางเสียนจือพูดกับจิ่งเยี่ยนกุยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “หลับตาลง”
จิ่งเยี่ยนกุยไม่เข้าใจ แต่ก็ยังทำตามที่เขาบอก และหลับตาลง
เท้าของเขาพลันยกขึ้น ก่อนจะเหยียบลงไปบนมือขวาของพี่เชา เสียงร้องโหยหวนราวกับหมูถูกเชือดดังก้องไปทั่วท้องฟ้า จิ่งเยี่ยนกุยหลับตาลง ทำให้ประสาทการได้ยินดีขึ้น ถึงกับได้ยินเสียงกระดูกแตกดังขึ้นมารางๆ
ฟางเสียนจือพูดกับพี่เชาช้าๆ “ช่วงนี้ฉันจะพักอยู่ที่โรงแรมข้างหน้า ยินดีต้อนรับแกมาหาฉันได้ทุกเมื่อ”
พี่เชาที่เคยครองอำนาจในตลาดยาสมุนไพรมานาน พอได้ยินดังนั้นก็ร้องไห้โฮออกมา “แกคอยดูเถอะ!”
ฟางเสียนจือไม่แม้แต่จะชายตามองมันสักแวบ จับมือจิ่งเยี่ยนกุยเดินเข้าไปในโรงแรม จากนั้นก็โทรศัพท์จากแผนกต้อนรับของโรงแรมแล้วพูดไปสองสามคำ “ที่ตลาดสมุนไพรสะพานหินมีพวกอันธพาลกลุ่มหนึ่ง คอยข่มเหงรังแกพ่อค้าแม่ค้าที่มาจากต่างถิ่น สร้างความวุ่นวายให้กับตลาด ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของสะพานหินทั้งเมือง นายส่งคนมาจัดการหน่อย”
พูดจบเหมือนอีกฝ่ายจะพูดอะไรอีกสองสามคำ เขาก็วางสายไป
จิ่งเยี่ยนกุยไม่รู้ว่าเขาโทรหาใคร แต่รู้สึกเหมือนกับว่าผู้เล่นเลเวลต้นๆ เพิ่งจะมาเจอกับผู้เล่นระดับเทพของทั้งเซิร์ฟเวอร์ โดยไอ้พี่เชาเป็นผู้เล่นมือใหม่ แต่ฟางเสียนจือเป็นผู้เล่นระดับเทพ
ซูไป่ชิงเข้ามาตอนที่ฟางเสียนจือกำลังต่อสู้กับพวกอันธพาล เขาจึงรีบโทรศัพท์ประสานงานเพื่อให้คนมาจัดการเรื่องนี้
เขาเดินเข้ามาแล้วพูดว่า “พี่เชาเป็นอันธพาลที่ใหญ่ที่สุดในแถบนี้ ปกติก็ก่อเรื่องข่มเหงรังแกชาวบ้านมาไม่น้อย พวกที่มาจากต่างถิ่นก็โดนมันรังแกเยอะ วันนี้มันเสียท่า คงจะไม่ยอมจบง่ายๆ แน่”
“ก็ดี” ฟางเสียนจือตอบด้วยน้ำเสียงเฉยเมย
ซูไป่ชิงได้ยินคำตอบของเขาก็รู้สึกประหลาดใจ แต่เขาก็ไม่ได้มองซูไป่ชิง แต่กลับหันไปถามจิ่งเยี่ยนกุย “วันนี้ตกใจมากไหม?”
จิ่งเยี่ยนกุยส่ายหน้า เธอไม่ได้ตกใจจริงๆ เพียงแต่เธอคิดว่าตอนนี้ไม่ควรยืนคุยกันอยู่ที่นี่ หากคุยต่อไปจะต้องมีอะไรบางอย่างไหลซึมออกมาแน่!
เธอรีบพูดด้วยรอยยิ้ม “เรากลับห้องกันก่อนเถอะ!”
ซูไป่ชิงพูดเสริม “ใช่ๆ กลับไปพักผ่อนก่อนดีกว่า เยี่ยนกุย ช่วงนี้คุณอยู่กับพวกเรา อย่าออกไปข้างนอกคนเดียวอีกนะ”
จิ่งเยี่ยนกุยถอนหายใจอย่างจนใจ แล้วพยักหน้าตกลง เธอไม่คิดเลยว่าแค่ไปซื้อกระดาษชำระ ก็จะโดนพวกอันธพาลตามรังควานได้
พวกเขาพักอยู่ที่ชั้นสาม ตอนที่จิ่งเยี่ยนกุยกำลังขึ้นบันไดฟางเสียนจือก็เรียกเธอไว้ ก่อนจะถอดเสื้อเชิ้ตของเขามาผูกไว้ที่เอวของเธอ ตอนแรกเธอรู้สึกงงเล็กน้อย แต่แล้วใบหน้าก็เริ่มแดงก่ำ เขายิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน ไหนล่ะท่าทีความโหดเหี้ยมของเขาที่เพิ่งจัดการพวกอันธพาลสิบกว่าคนด้วยมือเปล่า?
หลังจากที่จิ่งเยี่ยนกุยกลับถึงห้องพักที่ชั้นสาม ก็รีบลงกลอนประตูใส่ แล้วรีบปิดผ้าม่านก่อนจะมองไปที่กางเกงของตัวเอง วันนี้ถึงเธอจะใส่กางเกงสีเข้ม แต่พอโดนน้ำสีก็เปลี่ยนอยู่ดี ฟางเสียนจือช่างสังเกตจริงๆ!
เธอรู้สึกอึดอัดมาก ในห้องไม่มีห้องน้ำ เธอต้องออกไปเข้าห้องน้ำข้างนอก ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกปวดหัวมากกว่าเดิม
เธอแนบหูไปกับประตูเพื่อดูว่าข้างนอกมีใครหรือไม่ เมื่อแน่ใจว่าข้างนอกไม่มีใครแล้ว จึงค่อยๆ เปิดประตู แล้วย่องออกไปเงียบๆ ในระเบียงไม่มีใครสักคน เธอจึงค่อยโล่งอกแล้วรีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำ พอทำความสะอาดเสร็จ จึงรีบใช้ก๊อกน้ำหน้าห้องน้ำซักกางเกงอย่างรวดเร็ว
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จแล้ว เธอก็เดินออกจากห้องน้ำ เห็นฟางเสียนจือกำลังยืนพิงอยู่ที่ประตู ทันใดนั้นเธอก็หน้าแดงขึ้นมาอีกครั้ง เอากางเกงที่ซักแล้วซ่อนไว้ข้างหลัง ก่อนจะพูดขึ้นมาอย่างหาเรื่องว่า “ทำไมคุณยังไม่นอน?”
“ได้ยินเสียงเธอเปิดประตู เลยออกมาดู” ฟางเสียนจือตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ “กลัวว่าพวกอันธพาลตาถั่วจะกลับมารังควานเธออีก”
จิ่งเยี่ยนกุยหัวเราะกลบเกลื่อน “เมื่อกี้เป็นแค่เรื่องบังเอิญ ฉันกลับห้องไปพักผ่อนก่อนนะ”
พนักงานโรงแรมได้ยินเสียงพวกเขาคุยกัน ก็โผล่หน้าออกมาจากบันไดชั้นสองแล้วพูดว่า “ชายหญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานกันห้ามพักด้วยกัน โปรดกลับห้องของตัวเองด้วยค่ะ...”
พอหล่อนพูดมาถึงตรงนี้แล้วเหลือบไปเห็นฟางเสียนจือ ก็หดคอกลับไปเล็กน้อยแล้วพูดว่า “เชิญคุณตามสบายได้เลยค่ะ!”
จิ่งเยี่ยนกุย “...”
เธอรู้ว่าในยุคสมัยนี้โรงแรมเข้มงวดเรื่องการที่ชายหญิงพักร่วมห้อง แต่การปฏิบัติแบบนี้มันจะแตกต่างเกินไปหน่อยไหม?
ฟางเสียนจือมองเธอพลางหัวเราะออกมา จิงเยี่ยนกุยกลับรู้สึกว่ายืนอยู่แบบนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว เธอจึงวิ่งหอบกางเกงที่เพิ่งซักพุ่งเข้าไปในห้อง ขณะปิดประตูก็ยังได้เสียงหัวเราะในลำคอของเขา