***เวลา 9:30 น. ปะทะสิ่งมีชีวิตที่ไม่รู้จัก
“ทางนี้โว๊ยยัยกระดานไม้! ”
ฮาร์ดีะโด่าทอใส่จากหลังกระสอบทรายสูง
แต่เสียงของเขา ไม่อาจจะเรียกร้องความสนใจมาจากเธอได้
“จะยิงใส่แล้วนะโว๊ย! ”
แม้แต่คำพูดที่ฟังดูตลกขบขันนี้ด้วยเช่นกัน
“ (อย่างที่คิด ถึงจะยังมีชีวิต แต่ถ้าถูกทำลายดวงตากับหู มันก็มองไม่เห็น ไม่ได้ยินเหมือนสิ่งมีชีวิตทั่วไปสินะ?) ”
ที่ฮาร์ดีทำตัวโง่งมพูดจาขบขัน ก็เพื่อจะพิสูจน์ข้อสันนิษฐานของตัวเอง
“ (แถมยังเอาแต่โจมตีรอบตัว โดยไม่สนใจตำแหน่งของพวกเรา… มันคงกำลังหวาดกลัวเพราะมองไม่เห็น น่าจะคิดไปในทางนี้ได้เช่นกัน) ”
ฮาร์ดีมองตรงไปทางนางไม้จากหลังที่กำบังอีกครั้ง
เธอเริ่มเคลื่อนไหวช้าลงอย่างเห็นได้ชัด
อีกทั้งริมฝีปากที่ยังเหลือติดอยู่บนใบหน้าครึ่งล่าง ยังสั่นระริกเฉกเช่นมนุษย์ที่กำลังหวาดกลัวความตายอีกด้วย
“ (... อาเบล) ”
ฮาร์ดีส่งสัญญาณมือเรียกรุ่นน้องของเขา
ทันทีที่เขาส่งสัญญาณมือ ก็มีะเิ RGD-5 ทรงลูกน้อยหน่าเกลี้ยงเกลาลูกหนึ่ง ลอยเป็วิถีโค้งไปตกในจุดที่นางไม้ยืนอยู่
เกิดเสียงกระหึ่มดังจนหูหนวกอื้ออึง
สายลมที่ถูกอัดกระแทก เข้าพัดโหมเศษฝุ่นกับมวลอากาศ เป่ากระจายแตกระแหงรอบทิศทางเพื่อฉีกโลกทั้งใบในระยะห้าเมตร
เกิดเสียงเนื้อกับแกนไม้ถูกฉีกขาด ดังเสียงแทงหัวใจ
ร่างของนางไม้ถูกะเิแยกออกเป็สองส่วน
“ (ส่วนครึ่งท่อนบนเหนือหัวไหลไม่ขยับ ส่วนครึ่งท่อนล่างยังคงขยับได้อยู่---) ”
ฮาร์ดีเริ่มวิ่งออกจากที่กำบังทันทีที่สิ้นเสียงะเิ
เขาลดปืนลงกลับไปสะพายข้าง แล้วชักมีดอันเลืองชื่อของกองทหารกูรข่าขึ้นมือถือด้วยมือขวา
เป้าหมายของเขาคือการฝึกต่อสู้ระยะประชิดกับสิ่งมีชีวิตต่างดาว ในขณะที่มันกำลังอ่อนแอเพื่อศึกษารูปแบบการเคลื่อนไหว
นางไม้ที่เหลือเพียงท่อนลำตัว กำลังพยายามลุกขึ้นด้วยเชือกสีน้ำตาล ที่งอกออกมาตามข้อพับร่างกาย
เธอใช้เชือกแปดเส้นในการเคลื่อนตัววิ่งเหมือนแมงมุม และใช้อีกแปดเส้นเหวี่ยงโจมตีรอบตัวอย่างบ้าคลั่ง
ฮาร์ดีวิ่งลอดผ่านช่องว่างของเชือกด้วยความคล่องเฉพาะตัว ใช้ปลายมีดที่โค้งงอของ [Kukri] ตัดสวนการโจมตีที่หลบไม่พ้น
“ (ความรู้สึกนี้--- ไม่ใช่เชือก แต่เป็เถาวัลย์?) ”
หลังจากปัดการโจมตีแรก ฮาร์ดีก็ก้มตัวหลบเถาวัลย์ที่เหวี่ยงทแยงมุมมาจากทางขวา แล้วใช้มือซ้าย ดึงมีดไร้คม [Chakmak] ออกมาจากซองหนัง เพื่อรับเถาวัลย์อีกเส้นที่กำลังกวาดพื้น หมายจะเข้ามาขัดขาของเขาจากทางด้านซ้าย
มีดไร้คมถูกปักลงบนพื้น กลายเป็สิ่งกีดขวางการโจมตีของศัตรู
ฮาร์ดีใช้โอกาสที่การโจมตีที่หยุดชะงัก วิ่งเข้าประชิดร่างที่บอบบางของนางไม้
ในตอนนั้นเอง ที่ทั่วร่างกายของนางไม้เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง
แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยนั้น ไม่อาจรอดพ้นสายตาของฮาร์ดี
“ (ยังมีซ่อนไพ่ตายเอาไว้จริง ๆ ด้วยสินะ) ”
เปลือกไม้ที่หุ้มร่างกายของเธอ กำลังมีดอกไม้จำนวนมากผุดขึ้นมา
“ (เกสรพิษแบบเมื่อกี้หรือ?) ”
ฮาร์ดีรีบชักเท้าขวาถีบพื้นข้างหน้า เพื่อใช้แรงสะท้อนหยุดตัวเอง แล้วะโสามจังหวะสร้างระยะห่างออกมา
จากการสังเกตุ ระยะของการกระจายเกสรน่าจะอยู่ที่ราวสองถึงสามเมตร
“ (ไม่มีลมแรงพัดโกรก ระยะเท่านี่น่าพอแล้ว แต่ว่า---) ”
ฮาร์ดีคือชายที่ไม่เคยเชื่อใจในสิ่งที่ดวงตาเห็น
เขาใช้มือซ้ายที่ว่างเปล่า คว้าศพของสหายร่วมเผ่าพันธุ์ที่กระจายอยู่ไปทั่ว ขึ้นมาบดบังด้านหน้าตัวเองแทนโล่ป้องกัน
วินาทีนั้น เขาััได้ถึงแรงกระแทกจากฝั่งตรงข้ามของโลเนื้อที่ถือเอาไว้
ดอกไม้ที่ผุดขึ้นมา มิได้พ่นเกสรดอกไม้อย่างที่เขาคิด
แต่มันกลับยิงเมล็ดพืชขนาดเล็กแทน
เมล็ดพืชพวกนั้นพุ่งเข้ามาเกาะ แล้วฝั่งอยู่บนร่างกายศพ
พวกมันไม่ได้รุนแรงเหมือนลูกปืน แต่กลับมีความน่ากลัวที่ต่างออกไป
ทันทีที่มันชนิั เปลือกนอกของเมล็ดจะแตกออก พร้อมกับผลิยอดหน่ออ่อนที่ฝังรากลงไปในร่างเนื้อของเป้าหมาย
" (... เมล็ดกาฝาก?) "
ฮาร์ดียังคงใช้ศพของเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์เป็โล่
เมล็ดกาฝากนั้น ไม่เพียงแค่งอกบนร่างเนื้อ แม้แต่บนผิวเหล็ก เนื้อผ้า ผืนดิน มันก็สามารถงอกขึ้นมาได้ด้วยเช่นกัน
" (... หยุดยิงมาแล้ว ไม่สามารถยิงต่อเนื่องได้ หรือว่าเพียงแค่หมดแรง? หรือว่ากำลังหลอกล่อให้เราตายใจ?) "
ฮาร์ดีเริ่มระแวงศัตรูมากขึ้น
เขามองไปที่ผืนป่าด้านหลังของนางไม้
ในเงามืดของป่า ยังคงมีการสั่นไหวที่ผิดธรรมชาติปรากฏอยู่
" (... กำลังเสริมหรือ? แย่ละสิ ต้องรีบปิดฉากแล้วกระมั้ง) "
ฮาร์ดีไม่รอช้า ยกโล่เนื้อขึ้น แล้ววิ่งเข้าประชิดอีกครั้ง
เขากะจังหวะที่ระยะห่างเหลือเพียงสามเมตร โยนศพในมือใส่ร่างกายของนางไม้
เถาวัลย์และร่างกาย ถูกศพนั้นทับจนไม่อาจเคลื่อนไหวได้ไปชั่วขณะ
" (ข้อพับ) "
ฮาร์ดีใช้ปลายคมมีด [Kukri] คว้านลึกเข้าไปในข้อพับทั้งสี่ของนางไม้
" (โคนต้นขา กับ่รักแร้) "
ไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายมีเวลาพักหายใจ แล้วใช้มือซ้าย ชักมีดคมด้านเดียว [Karda] เฉือนไปที่ต้นขากับรักแร้ทั้งสอง
" (ยังไม่ตาย งั้นก็หน้าอกซ้ายขวา) "
ใช้ขาสองข้าง เหยียบเส้นเถาวัลย์ ขึ้นคร่อมร่างกายของนางไม้ แล้วใช้ปลายนิ้ว เหนี่ยวไกปืน รัวลูกปืนใส่หน้าอกที่เย้ายวนชวนใจเต้นทั้งฝั่งซ้ายและขวา
เป้าหมายคือตำแหน่งที่น่าจะเป็ [หัวใจ]
" (ยังไม่ตายอีก?) "
ขนาดโดนบดขยี้ไปแทบทุกส่วนของร่างกาย แต่ปลายเถาวัลย์กลับยังเคลื่อนไหวอยู่
เชือกธรรมชาติที่พันเป็เกลียวเ่าั้ กำลังเลื้อยไปตามพื้นอย่างอ่อนแรง
มันเลื้อยกลับเข้ามารวมตัวเป็ปมหนาคล้ายโล่เชือก กางป้องกันอยู่บนร่างกายตรงส่วนใจกลางแผ่นหลังของตัวเอง
" (นี่มัน… รู้แล้ว ใจกลางกระดูกสันหลังคือจุดอ่อนสินะ?) "
ไม่มีคำตอบใดที่สามารถอธิบายถึงพฤติกรรมได้ดีไปมากกว่านี้
หากคนเรากำลังจะถูกฆ่าตาย ย่อมเผลอยกมือขึ้นมาป้องกันจุดตายโดยสัญชาตญาณ
สิ่งมีชีวิตต่างดาวเองก็น่าจะมีพฤติกรรมที่ไม่ต่างกัน
ฮาร์ดีไม่รอช้า ใช้สองมือจับร่างของนางไม้ แล้วออกแรงหักครึ่งกระดูกสันหลังด้วยพลังทั้งหมดที่เขามี
" (นี่มัน… นุ่ม… แต่เปราะบางชะมัด แล้วนี่มันคืออะไร? หน่ออ่อนของกลีบกุหลาบแดง? ทำไมมางอกตรงใจกลางหลังได้ละเนี่ย?) "
ััผิวของนางไม้นั้นอ่อนนุ่มดุจปุยนุ่น
มันเป็ผิวััที่เหมือนกับผิวของทารกมนุษย์แรกเกิด
แต่ทว่าร่างกายของนางช่างเปราะบางนัก
ยิ่งมีหน่ออ่อนของดอกกุหลาบงอกที่ใจกลางแผ่นหลัง ก็ยิ่งรู้สึกได้ถึงความบอบบางของนางไม้ ที่ไม่ต่างไปจากเหล่าบุบผาซึ่งบอบช้ำได้เพียงแค่ััปลายนิ้ว
เพียงแค่ออกแรงบิดเล็กน้อย ร่างของนางก็บิดเป็เกลียวดั่งผ้าขี้ริ้วแล้ว
เสียงเครื่องในแตกหักดังกรอบน่ากลัวคล้ายเสียงบิดกิ่งไม้แห้ง
ฮาร์เกิดความรู้สึกผิดชอบชั่วดีขึ้นมาชั่วขณะ เพราะรู้เสมือนกำลังบดขยี้บุบผางามที่ไร้ทางสู้
แต่ความรู้สึกนั้น มันก็สิ้นจางหายไปภายในหนึ่งวินาที เมื่อเขาพิจารณา ว่าสิ่งนี้คืุ์ต่างดาว
“ (... ตายไปแล้ว ถึงจะไม่รู้ว่าเป็เพราะการหักกระดูกสันหลังหรือไม่ แต่ตีเป็ว่าต้องขยี้ตรงนี้ละเอียดไปเลยจะดีกว่าสินะ?) ”
พริบตาที่เกิดเสียงกระดูกแตกหักที่เหมือนกับเสียงบิดแท่งไม้ ปลายเส้นเถาวัลย์ที่พยายามดิ้นรนอยู่ใต้ฝ่าเท้าก็นิ่งสนิท
ศัตรูถูกปราบ เสียงโห่ร้องเอาชัยกึกก้อง
ทหารบางคนรีบส่งรายงานไปแจ้งตามสายผู้บังคับการ
ทหารบางคนเตรียมอุปกรณ์กับรถเพื่อเข้ามาเก็บศพไปวิจัย
ทหารบางคนกระชับปืน จับจ้องไปทางป่ารกชัน
ฮาร์ดียังคงตรึงสายตาของตัวเองไปที่ป่ารกชันตรงหน้า
“ (---ผิดปกติเกินไป) ”
ถ้าหากการเคลื่อนไหวที่ผิดธรรมชาติในป่า เป็พรรคพวกของนางไม้ พวกมันควรที่จะเข้ามาโจมตีเขา ในขณะที่เขากำลังลงมือสังหารพรรคพวกของเธอ
แต่ทว่ากลับไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ ยื่นเข้ามาช่วยเหลือพรรคพวกของเธอ
“ (หวาดกลัวจนหนีไปแล้ว หรือว่าเยือกเย็นรอจังหวะโจมตีเข้ามา หรือไม่ก็… ส่งยัยนี่มาแค่เก็บข้อมูลพวกเรา? จะเป็แบบไหนกันนะ?) ”
ฮาร์ดีไม่คิดว่าพวกนางไม้ตามตำนานจะเป็พวกไร้สมอง
เพียงแค่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ ก็น่าจะอุปมาได้ว่ามีความฉลาดในระดับที่ไม่ต่างจากมนุษย์ได้อยู่
“โจมตี- รูปแบบ [A-B (Area Boom) ] เป้าหมาย ป่า”
“รับทราบค่ะ! ”
ยิงก่อนถาม นั่นคือคติประจำใจของฮาร์ดีในสนามรบ
เขาไม่สนใจทหารจากกองกำลังอื่น ที่กำลังเข้ามาเพื่อเก็บกู้เคลียร์พื้นที่ แล้วสั่งให้อาเบลที่เป็หัวหน้าหน่วย 666 ถ่ายทอดคำสั่งโจมตีออกไป
ทหารในชุดเหลืองต่างพร้อมใจกันลั่นะุปืนเข้าไปในป่า แล้วตามด้วยลูกะเิมือคนละลูก
แนวป่ารกชันถูกเป่ากระจายเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย พร้อมกับเสียงกรีดร้องของสัตว์ป่าที่ตื่นตระหนกวิ่งหนีตาย
“เหวอ!?! ไอพวก WOW! พวกเอ็งเป็บ้าอะไร! จะยิงก็บอกกันก่อนสิวะ! ”
เหล่าทหารจากกองทัพอื่นเริ่มส่งเสียงประท้วงใส่กองทหารชุดลายพรางเหลือง
แต่แล้วพวกเขากลับต้องจำยอมกล้ำกลืนความไม่พอใจของตนเองแทบจะในทันที
“ศะ---ศัตรู! "
เพราะว่าตรงหน้าของพวกเขา ภายในป่าที่รกชัน มี [ศัตรู] ที่พวกเขาคุ้นเคย ซ่อนตัวอยู่เป็จำนวนมาก
เหล่าทหารหาญเริ่มตกอยู่ในความโกลาหล ก่อนจะตั้งสติ แล้ววิ่งถอยกลับไปหลังสิ่งปลูกสร้างกันอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่ปรากฏหลังสิ้นเสียงะเิ คือภาพของเศษซากเหล่านางไม้กับสัตว์ร้ายสีเงิน
นางไม้ที่มีรูปลักษณ์ของสตรีผู้เลอโฉมจำนวนมาก ถูกแยกออกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยกระจายไปทั่ว
บางศพถูกแขวนอยู่บนยอดไม้
บางศพถูกแยกส่วนเป็ห้าเสี่ยงด้วยรอยตัดอันคมกริบ
บางศพแตกละเอียดราวกับถูกเขี้ยวของอสูรบดทับลงไป
บางศพถูกเผาไหม้ด้วยกรด จนผิวกลายเป็สีน้ำตาลบาดลึกกินเข้าไปในร่างกาย
ในขณะที่อีกฝั่ง
ศพของเ้าสัตว์ร้ายสีเงินเองก็มีสภาพที่น่าเวทนาไม่ต่างกันไป
บางตัวถูกพืชกาฝากที่มีใบเหียวเฉางอกปกคลุมร่างกาย
บางตัวถูกเถาวัลย์รัดห้อยโหนเหนือต้นไม้
บางตัวดิ้นรนอย่างทรมานอยู่ในหมอกเกสร
และบางตัว จะมีดอกไม้บานสะพรั่งเหนือส่วนศรีษะ แล้ววิ่งโจมตีใส่พวกเดียวกันราวกับเป็บ้า
“เดียว--- จะบอกว่าพวกมันควบคุมศพได้ด้วยดอกไม้กาฝากอย่างงั้นเรอะ? ”
ฮาร์ดีเบนสายตาข้างหนึ่งไปที่ศพทหารรอบตัวเอง
บนร่างกายที่ถูกเมล็ดกาฝาก มียอดหน่อของดอกไม้ขนาดเล็กกำลังเริ่มบานขึ้นมาอย่างช้า ๆ
ที่ปลายนิ้วของศพซึ่งถูกเมล็กกาฝากฝั่งลงไป มีการขยับตัวเล็กน้อยปรากฏให้เห็น
ฮาร์ดีไม่รอช้า รับใช้ปืนในมือ ยิงบดหัวของศพ บดแขนกับขาให้เป็ศพพิการในทันที
“ปืนไฟ! รีบไปเอาปืนไฟมาเผาศพที่ถูกเมล็ดกาฝากด่วน! กระจายกำลังปิดล้อมซ้ายขวา ตั้งแนวกระสอบกับรั้วลวดหนาม และขอกำลังเสริมกับโจมตีสนับสนุนทางอากาศด่วน! พวกเราต้องตรึงพื้นที่นี้ให้ได้ ไม่อย่างงั้น ได้ถูกบุกทำลายแนวป้องกันจนพินาศแน่! ”
ฮาร์ดีแผดเสียงออกคำสั่งไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับวิ่งกลับมายืนอยู่ข้างอาเบลหลังที่กำบังอีกครั้ง
ศพที่เกิดจากฝีมือการโจมตีฉับพลันของกองทหารรับจ้าง WOW ทำให้มีพวกนางไม้กับสัตว์ประหลาดสีเงินตายไปเป็จำนวนมาก
พวกนางไม้เริ่มแสดงสีหน้าเกรี้ยวกราดออกมาให้เห็น
“###$! ”
นางไม้ที่มีดอกกุหลาบสีแดงขนาดใหญ่กว่าปกติบานเหนือหัวคนหนึ่ง กำลังแผดเสียง์ที่ไพเราะดังออกมา
หากว่านางไม้โดยรอบนับว่าเป็สาวงามแล้ว เธอคนนี้กลับมีความงามยิ่งกว่า จนอาจกล่าวได้ว่าเป็บุบผาที่อยู่เหนือบุบผาทั้งมวล
ที่ข้างหลังเธอ มีลูกกรงไม้ติดล้อลากแบบโบราณปรากฏอยู่หลายสิบคัน
" (มีทหารถูกลักพาตัว? โดนไปตอนไหนกันละนั่น? แสดงว่ายัยที่พึ่งฆ่าไปเมื่อกี้คือตัวล่อสินะ?) "
ภายในนั้น มีร่างของมนุษย์เพศชายสวมชุดทหารเปื้อนเื นอนทอดร่างบนพื้นไม้อยู่สามคน ส่วนอีกกรง เป็สิ่งมีขนาดเล็กที่มีรูปร่างคล้ายลูกอ๊อดผิวสีเงินจำนวนสิบตัว
"%%%! "
นางไม้ดอกกุหลาบแดงกำลังพูดด้วยภาษาที่ฮาร์ดีไม่รู้จัก
เธอโบกนิ้วที่เรียวงามไปทางด้านหลัง พร้อมกับที่กรงขังเริ่มเคลื่อนไหว
กรงขังนั้นถูกลากด้วยสัตว์ร้ายสีเงินที่ถูกดอกกาฝากปรสิตร่าง
"$$$$! "
พวกสัตว์ร้ายสีเงินที่อยู่อีกมุมของป่าแผดเสียงแสบแก้วหูด้วยความโกรธ
ดวงตาสีเงินกลายเป็สีเทาดำ
กรงเล็บแผ่ออกกว้าง หางดาบชูชันขึ้นสูง โครงกระดูก่อกแผ่ลมหายใจเหม็นเปรี้ยวเป็ไอควันร้อนระอุ
ท่าทางของมัน ไม่ต่างไปจากมารดาที่ถูกพรากบุตรตัวน้อยอันเป็ที่รักไปจากอ้อมอก
"#@@@!! "
สัตว์ร้ายสีเงินมีจำนวนอยู่ห้าตัว
พวกมันไม่สนใจพวกเราที่พึ่งเผาป่า แล้ววิ่งใส่กลุ่มของนางไม้ที่มีจำนวนมากกว่าอย่างกล้าหาญ
หางดาบกับเถาวัลย์ ฟาดฟันอลหม่าน
ชิ้นส่วนร่างกาย ขาดกระเด็นปลิวว่อนดั่งกลีบซากุระที่ร่วงโรย
สัตว์ร้ายกับนางไม้ เข้าโรมรันอย่างรุนแรงจนพวกฮาร์ดีต้องกลั้นหายใจไปชั่วขณะ
"$$$! "
นางไม้กุหลาบแดงแผดเสียงออกคำสั่งอีกครั้ง
เธอแบ่งกองกำลังออกเป็สองกลุ่ม
กลุ่มหนึ่งเข้าโจมตีสัตว์สีเงิน ด้วยจำนวนสี่ต่อหนึ่ง
อีกกลุ่ม มียี่สิบตน กำลังหันเข้าเผชิญกับกลุ่มของฮาร์ดีที่มีจำนวนมากกว่า
กลุ่มของนางไม้กลุ่มนี้ มีความต่างจากนางไม้ตนแรก
พวกเธอมีกลีบดอกไม้จำนวนมาก ผุดขึ้นตามเส้นเถาวัลย์สีน้ำตาลของพวกเธอ
เถาวัลย์ที่เต็มไปด้วยดอกไม้ กำลังถูกเหวี่ยงสะบัดไปในอากาศ
กลีบดอกไม้ที่ถูกเหวี่ยงสะบัดรุนแรง ต่างแตกออกพร้อมกับมีเมล็ดกาฝากจำนวนมากหลุดกระเด็น วาดเป็วิถีโค้งโปรยปรายลงจากท้องฟ้าดั่งห่าฝน
หากให้เปรียบเปรย คงเสมือนะเิปูพรม ที่พร้อมจะแผดเผาแผนดินทุกตารางนิ้วให้กลายเป็ขี้เถ้าไป
"ชิ! "
ฮาร์ดีกลิ้งตัวหลบหนีออกมาจากระยะสังหาร ไปพร้อมกับเสียงกรีดร้องของผู้คนที่ดังขึ้นมาทั่วบริเวณ
"โจมตีไปที่ระหว่างหน้าอกของมัน! เล็งยิงให้ะุทะลุไขสันหลังไปซะ! "
ฮาร์ดีออกคำสั่งพร้อมกับลั่นไกปืนโจมตีสวนกลับไป
ะุปืนของฮาร์ดียิงทุละร่างนางไม้คนหนึ่ง
ทะลวงผ่านระหว่างกลางหน้าอก ฝังลึกเข้าไปใน [แกน] ที่อยู่ตรงส่วนกระดูกสันหลัง
ร่างของนางไม้ชักกระตุก ก่อนจะหยุดเคลื่อนไหวเป็ดั่งรูปปั้นหินทั้งยืน
"####!!! "
นางไม้กุหลาบแดงกรีดเสียงดังอีกครั้ง
ปลายเรียวนิ้วชี้ของนาง เล็งตรงมาทางฮาร์ดี
"ฉิบ---!?! "
ไม่ต้องสงสัยเลย ว่าเขาได้ตกเป็เป้าหมายของนางเป็ที่เรียบร้อย
"กำลังเสริมยังมาไม่ถึงอีกเรอะ! "
ฮาร์ดีคำรามอย่างตื่นตระหนก ไปพร้อมกับกลิ้งหลบห่าฝนเมล็ดกาฝากระลอกสอง
"กำลังมา ช่วยทนอีกนิดเดียวนะหัวหน้า! "
อาเบลใช้หางตามองไปที่บนกำแพงหอคอย
บนทางลาดริมหอคอย มีกลุ่มควันของฝูงรถจิ๊ปกำลังวิ่งลงมาด้วยความเร็วสูง
ท่ามกลางกลุ่มควันตลบหลังอันเนื่องจากล้อยางที่เสียดสีกับพื้นหิน มีรถจิ๊ปสีเหลืองจำนวนหนึ่งปนรวมอยู่ด้วย
"อีกสักพักค่ะ"
อาเบลว่าเช่นนั้น แล้วเหนี่ยวไกปืนใส่ใจกลางร่องเนินอกที่น่าริษยาของนางไม้กุหลาบแดง
[หนึ่งร้อยนัด หนึ่งร้อยชีวิตดับสูญ]
ไม่เคยมีเป้าใดที่เธอยิงพลาด ต่อให้สิ่งนั้นจะเล็กเท่าตัวมดก็ตาม
[ยมทูตหมายเลข 666] นั่นคือฉายาของเธอ
แต่ทว่า---
"ะุดีดออก? ถามจริง!? "
---เป้าหมายของเธอในคราวนี้มิใช่มนุษย์
มันกลายเป็จุดด่างพร้อยต่อประวัติการลอบสังหารของอาเบล
ะุที่ควรทะลวงตรงใจกลางเนินเขาอันอุดม กลับถูกดีดกระเด็นออกด้วยเกราะเปลือกไม้ที่หุ้มร่างกาย
เพียงแค่เปลือกไม้แผ่นบาง มันจะแข็งกร้าวพอสะท้อนลูกปืนได้เลยเชียวหรือ?
อาเบลไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น
แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธในสิ่งที่เห็นได้เช่นกัน
"ตั้งสติ! อาเบล! ทุกหน่วย จัดกลุ่มยิงตอบโต้! เน้นเป้าหมายไปที่กลุ่มของสัตว์ร้ายสีเงิน! "
"!! "
อาเบลกลับมาตั้งสติได้อีกครั้งด้วยเสียงเรียกของฮาร์ดี
บุรุษในตำนานเริ่มวิ่งตัดสนามรบ กลิ่งไปตามขอบของแนวสิ่งกีดขวาง ย่อตัวต่ำหลังอุปกรณ์ก่อสร้าง พุ่งตรงไปที่รถอัดไถหน้าดินซึ่งถูกจอดทิ้งเอาไว้
" เอานี่ไปกิน! "
เขาเปิดเครื่องยนต์ หยิบก้อนอิฐขึ้นมาทับคันเร่ง แล้วหันเป้าหมายไปที่กลุ่มของสัตว์ร้ายสีเงิน ก่อนจะกระโจนหนีลงมาจากรถ
อาชาเหล็กกล้าั์ส่งเสียงกระหึ่ม พร้อมกับออกตัววิ่งดั่งกระทิง
ใช้ล้อเหล็กกับแผ่นโลหะหนา บดอัดทุกสิ่งที่ขวางทางให้บี้แบนแนบแผ่นดิน
ในเวลาเดียวกัน
ทหารในชุดเหลือง ต่างเริ่มยิงตอบโต้กลับใส่ศัตรู
ห่าะุปืนกับะเิมือ เข้าโรมรันกลุ่มของนางไม้กับสัตว์ร้ายสีเงินสีเงินพร้อมกัน
โดยมีเป้าหมายหลัก คือสัตว์ร้ายสีเงินตามคำสั่งของฮาร์ดี
สารเหลวคล้ายน้ำใส แตกกระจายออกตามร่างกายของนางไม้
สารกัดกร่อนแรงสูง สาดกระจายออกจากศรีษะของสัตว์ร้ายสีเงินดั่งก้อนแตงโมที่ถูกทุบทำลาย
เพราะการยื่นมือเข้ามายุ่งของฮาร์ดีกับพรรคพวก จึงทำให้ทั้งฝ่ายนางไม้ กับฝ่ายสัตว์ร้ายสีเงินเสียหายหนัก
โดยเฉพาะกับฝ่ายสัตว์ร้ายสีเงินที่เป็เป้าหมายหลักของฮาร์ดี
พวกมันที่ถูกฆ่าอย่างฉับพลัน จนเหลือเพียงแค่ตัวเดียว
"$$$!!!! "
เ้าสัตว์ร้ายสีเงินตัวที่รอดชีวิต แยกเขี้ยวที่น่ากลัวมาทางฮาร์ดี
"ข้าไม่สนพวกแก ทำไมถึงบังอาจมาขวางทางข้า! "
เสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยโทสะของมัน สามารถตีความหมายออกมาได้เช่นนั้น
ความโกรธทำให้วิสัยทัศน์คับแคบ
ดวงตามืดบอด จนไม่เห็นซึ่งมือสังหารที่เร้นกายเข้ามาใกล้
นางไม้กุหลาบแดง ใช้จังหวะที่มันกรีดคำราม ควบคุมเส้นผมสีเขียวของตัวเอง แทงทะลุลงดิน เส้นผมที่เรียวบาง เข้ารัดเกลียวจนเป็หนามแหลม ก่อนจะผุดขึ้นมาแทงทะลุร่างของสัตว์ร้ายสีเงินจากทางด้านหลัง ในจุดที่ห่างออกมาถึงสิบห้าเมตร
ลอบโจมตีผ่านใต้ดิน เป็วิธีโจมตีที่ไม่ว่าใคร ก็คงคิดไม่ถึง
" (ทำแบบนี้ได้ด้วยเรอะ!?) "
ฮาร์ดีอยากด่าพระเ้าจนแทบใจขาดดิ้น ว่า ท่านสร้างตัวเชี้ยอะไรขึ้นมากัน?
นางไม้กุหลาบแดงหันมาจ้องฮาร์ดี พร้อมกับสลับไปมองร่างของนางไม้ที่ถูกกลุ่มของเขาสังหาร
โดยเฉพาะกับร่างที่ถูกฮาร์ดีบิดเกลียวเป็ผ้าขี้ริ้ว ที่เธอจับจ้องนานกว่าร่างของนางไม้คนอื่น
เื้ัของฮาร์ดี มีกลุ่มควันขนาดใหญ่ที่มาพร้อมกับอาชาเหล็กกล้า
เหนือขึ้นไปบนยอดหอคอย มีอาชานภาส่งเสียงใบพัดแหวกลมดังกดดัน
"... #&&&"
นางไม้กุหลาบแดงสั่งถอยทัพ
เหล่านางไม้รีบโปรยเกสรออกมาจากดอกไม้บนหัว กระจายไปตามลมจนกลายเป็ม่านหลากสีที่ชวนน่าขยะแขยง ก่อนจะเลือนหายไปในป่าที่รกชันตรงหน้าของฮาร์ดี
หากดื้อรั้นจะแก้แค้นให้กับพรรคพวกที่ตาย คงมีแต่ความสูญเสียรอคอยอยู่เท่านั้น
ดังนั้น เธอจึงยอมถอยหนีไปก่อน
แต่เธอจะจำใบหน้าของฮาร์ดีเอาไว้
ใบหน้าของบุรุษที่บังอาจสังการสังหารลูกน้องของเธอ
ใบหน้าของชายที่ทำให้เธอทำภารกิจล้มเหลว
ใบหน้าของชาย--- ที่สังหาร [ลูก] ของเธอไป