ผ่านพ้นคืนแต่งงานอันหวานชื่น สองสามีภรรยาเดินออกมาจากห้องด้วยท่าทีเขินอาย เมื่อเห็นทุกคนนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารกันอย่างพร้อมหน้า
“วันนี้แม่เห็นว่ามีอาหารเหลือจากงานเลี้ยงเมื่อวานอยู่ แม่ก็เลยต้มโจ๊กเพิ่มเท่านั้น” แม่หลี่กล่าวเพื่อให้คู่สามีภรรยาคลายความขัดเขิน
“ทุกคนลงมือทานอาหารกันเถอะ” พ่อหลี่เอ่ย
หลังทานอาหารมื้อเช้าเสร็จ จางเฉินอวี้ชวนสองพี่น้องหลี่พูดคุย หลังจากที่เขาสังเกตเห็นว่าสองพี่น้องเหมือนมีเื่อะไรอยู่ในใจ
“พี่ใหญ่ น้องเล็ก มีเื่อะไรหรือเปล่าครับ” จางเฉินอวี้เริ่มสนทนา
“ไม่มีอะไรหรอกน้องเขย เพียงแต่พี่รู้สึกว่าพวกพี่มาพักอยู่ที่นี่ได้สักระยะหนึ่งแล้ว รู้สึกเกรงใจพวกเธอ” หลี่หยุนกล่าว
“พวกผมคิดว่า มาอยู่เฉยๆ อย่างนี้แล้วรู้สึกเกรงใจพวกพี่น่ะครับพี่เขย” หลี่เฉินกล่าวต่อ
“อยากไปดูร้านค้าที่เยว่ซินซื้อไว้ให้หรือเปล่าล่ะครับ” จางเฉินอวี้ถามขึ้น
“พวกเราไปดูได้ไหม” หลี่หยุนหันไปถามน้องสาว
“ได้สิคะ ฉันตกแต่งร้านและทำความสะอาดไว้เรียบร้อยแล้ว” หลี่เยว่ซินตอบ
พวกเขาใช้เวลาเดินทางสักพักใหญ่ก็มาถึงร้านค้าที่หลี่เยว่ซินซื้อไว้ เธอเปิดประตูและพาทุกคนเข้าไปด้านใน ร้านค้าถูกตกแต่งไว้อย่างดีด้านหนึ่งเป็ตู้และชั้นวางของ และอีกด้านหนึ่งมีโต๊ะเก้าอี้ 4 ชุดจัดไว้
“ข้าวของเครื่องใช้ ฉันเตรียมไว้ให้ทุกคนหมดแล้วนะคะ เวลาย้ายเข้ามาไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่ม ส่วนเื่ร้านค้าฉันตั้งใจว่าจะให้เปิดเป็ร้านขายของชำน่ะค่ะ และอยากให้พี่ใหญ่และน้องเล็กออกไปรับซื้อสินค้าจากชาวบ้านมาขาย พวกข้าว ธัญพืช ผัก ผลไม้ ไก่ ไข่ หรือปลา จำพวกนี้น่ะค่ะ และอีกด้านหนึ่งที่มีโต๊ะเก้าอี้ ฉันอยากให้แม่ทำอาหารปรุงสุกที่ขายง่ายเช่นซาลาเปา หมั่นโถว หรือเกี๊ยวน่ะค่ะ อาหารพวกนี้ขายง่ายค่ะ คนชอบซื้อเพราะมันราคาไม่แพง อีกอย่างหนึ่งแม่ทำอาหารพวกนี้อร่อยที่สุดเลยนะคะ” หลี่เยว่ซินบอกแผนการของเธอ และเอ่ยชมแม่ของตัวเอง
“น้องสาว พวกเราไม่รู้ว่าจะไปรับซื้อของอย่างไร ที่ไหนเลย” หลี่หยุนถามด้วยความลำบากใจ
“พี่ใหญ่คะ พี่ไม่ต้องกังวลเื่นี้นะคะ มู่ชงจะช่วยพี่ใหญ่กับน้องเล็กในเื่นี้ค่ะ” หลี่เยว่ซินตอบพี่ชาย
“ใน่แรกนี้ ผมจะพาพี่ใหญ่กับน้องเล็กไปหาซื้อของตามหมู่บ้านเองครับ เริ่มจากหมู่บ้านที่พวกผมเคยอาศัยอยู่ก่อน ผมคุ้นเคยกับคนที่นั่น หัวหน้าหมู่บ้านก็เป็คนดีครับ น่าจะช่วยเื่นี้ได้อย่างไม่มีปัญหา อีกอย่างหนึ่งการเดินทางระหว่างหมู่บ้านเข้ามาในเมืองถือว่าไม่ไกลมากครับ” มู่ชงเอ่ยขึ้น
“หนูจะหาจักรยานไว้ให้พี่ใหญ่กับน้องเล็กคนละหนึ่งคันนะคะ ส่วนมู่ชงเขาสามารถใช้ของเฉินอวี้ไปก่อนได้ค่ะ” หลี่เยว่ซินพูดก่อนที่จะหันไปถามพ่อแม่ของเธอต่อ “พ่อกับแม่ มีความเห็นว่าอย่างไรคะ”
“ลูกมั่นใจว่าอาหารที่แม่ทำจะขายได้จริงหรือ” แม่หลี่กล่าวอย่างกังวล
“แม่คะ อาหารที่แม่ทำอร่อยมากเลยนะคะ แล้วหนูจะสอนแม่ทำไส้ซาลาเปากับไส้เกี๊ยวหลายๆ แบบเองค่ะ” เธอยิ้มให้แม่ของเธอ
“พ่อครับ แม่ครับ เชื่อพี่สาวเถอะครับ” หลี่เฉินหันไปหาหลี่เยว่ซิน และตอบด้วยความมั่นใจ “ผมคิดว่าผมทำได้นะครับ”
“ใน่แรกนี้หนูไม่ปล่อยให้ทุกคนทำเพียงลำพังหรอกนะคะ จะอยู่ช่วยจนกว่าทุกคนจะสามารถทำต่อเองได้” หลี่เยว่ซินพูดให้ความมั่นใจแก่พวกเขา
“พ่อว่าเรามาลองดูอย่างที่เยว่ซินว่ากันเถอะ อีกอย่างหนึ่ง เราต้องเริ่มสร้างตัว เราจะเป็ภาระให้กับเยว่ซินและลูกเขยไม่ได้” พ่อหลี่หันไปพูดกับหลี่เยว่ซินต่อ “ลูกจัดหาร้าน และข้าวของเครื่องใช้ให้ครอบครัวเราครบถ้วนแล้ว ในเื่ของเงินลงทุนที่เหลือ พ่อคิดว่าพ่อจะเริ่มจากจำนวนเงินที่พวกเรามี ซึ่งพวกเราจะไม่รบกวนเงินของลูก”
พ่อหลี่เห็นท่าทีของหญิงสาวกำลังจะแย้ง จึงรีบพูดต่อ “เยว่ซิน ลูกไม่ต้องเป็ห่วง ครอบครัวของเรามีเงินติดตัวมามากพอสมควรเลยล่ะ ดังนั้นพวกเราจะไม่รบกวนเงินของลูก”
เมื่อเห็นท่าทางจริงจังของพ่อ หลี่เยว่ซินจึงไม่พูดอะไรต่อ
…………………………………………………
หลังจากนั้น มู่ชงพาสองพี่น้องหลี่ไปแนะนำกับหัวหน้าหมู่บ้านที่พวกเขาเคยอาศัยอยู่ และแจ้งวัตถุประสงค์ของพวกเขาต่อหัวหน้าหมู่บ้าน เมื่อหัวหน้าหมู่บ้านได้ยินก็ดีใจเป็อย่างมาก ลูกบ้านของเขาส่วนใหญ่ค่อนข้างยากจน การที่สองพี่น้องหลี่มารับซื้อพืชผลนี้ จะช่วยให้ลูกบ้านมีชีวิตความเป็อยู่ที่ดีขึ้น และมีรายได้เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากการทำนาทำไร่
ทางด้านของพ่อหลี่และแม่หลี่ ได้เริ่มทดลองทำไส้ซาลาเปา และไส้เกี๊ยวหลายๆ แบบ ตามที่หลี่เยว่ซินแนะนำ เช่น เกี๊ยวไส้หมู เกี๊ยวไส้ไข่กุยช่าย เกี๊ยวไส้ไข่กะหล่ำปลี ซาลาเปาไส้หมู ซาลาเปาไส้ไข่กะหล่ำปลี ซาลาเปาไส้ถั่วแดงกวน และซาลาเปาไส้ฟักทองกวน เพราะหลี่เยว่ซิน้าให้แม่ของเธอขายอาหารที่ราคาไม่แพง เธอจึงให้แม่ของเธอทำอาหารจากวัตถุดิบที่หาได้ง่ายนี้
ทุกคนรับผิดชอบงานของตัวเองได้อย่างคล่องแคล่วแล้ว ซึ่งครอบครัวของหลี่เยว่ซินตกลงกันว่าพ่อหลี่และแม่หลี่จะรับผิดชอบในส่วนของฝั่งขายอาหาร และสองพี่น้อง หลี่หยุนและหลี่เฉิน จะรับผิดชอบฝั่งขายของชำ โดยเขาทั้งสองจะสลับกันไปรับซื้อของและเฝ้าหน้าร้าน เพราะพวกเขาจะต้องทำงานทดแทนกันได้
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว กิจการของบ้านตระกูลหลี่ก็เปิดทำการ ในวันเปิดร้านทุกคนมาร่วมงานกันอย่างพร้อมหน้า ทั้งลุงโจว ป้าหวัง เด็กๆ ทั้งสาม มู่ชง หลินเสี่ยวเหม่ย และสองสามีภรรยา
ลูกค้าเข้ามาใช้บริการคึกคักเป็อย่างมาก ครอบครัวลุงโจว และครอบครัวป้าหวังขอกลับก่อน ส่วนคนที่เหลือก็ช่วยงานที่ร้านจนถึงเย็น
“วันนี้ลุงขอบใจทุกคนมาก” พ่อหลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงยินดี
“น้องสาว พี่ไม่คิดว่าการค้าของเราจะดีอย่างนี้” หลี่หยุนเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเช่นกัน
“วิถีชีวิตของคนในเมืองต่างไปจากเดิมแล้วค่ะพี่ใหญ่ และทุกคนมีอิสระในการซื้อหาสิ่งของกันมากขึ้น” หลี่เยว่ซินกล่าวอย่างยินดีกับพวกเขา
“แต่การค้าขายจะมีทั้งวันที่ดีและไม่ดีนะครับพี่ใหญ่” จางเฉินอวี้เอ่ยเตือน
“พี่เข้าใจแล้ว ขอบใจนะน้องเขย พี่จะพยายาม จะไม่ย่อท้อเลยสักวัน” เขากล่าวอย่างให้สัญญา พวกเขามีกิจการอย่างวันนี้ได้เพราะน้องสาวและน้องเขยของเขาคนนี้