“ปู้เอ้อร์ ครูขอร้องละนะ อย่าตายไปพร้อมกับครูเลย…”
เฉินจิงฮัวใบหน้านองน้ำตา น้ำเสียงมีแต่ความเศร้าและหมดหวัง แต่เซี่ยปู้เอ้อร์ยังคงไม่ยอมปล่อยมือ ถึงแม้ว่าจะเหลือนิ้วที่เกาะอยู่กับบันไดแค่เพียง 3 นิ้วเท่านั้น เขาก็ไม่มีความคิดที่จะปล่อยมือจากคุณครูสาวเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าเขาจะออกแรงกัดริมฝีปากจนเืไหลแล้วก็ตาม
“ครูเฉิน จับเชือกไว้ก่อนครับ…”
ในทันใดนั้นเอง เชือกไนลอนเส้นหนึ่งก็ถูกโยนลงมาจาก้า ใครบางคนมัดเชือกไว้ให้เป็ห่วงที่เฉินจิงฮัวสามารถคว้าจับไว้และนำไปคล้องตัวได้ทันเวลา เชือกเส้นนั้นรัดเข้ากับหน้าอกของเธอ และทำให้เธอไม่ต้องห้อยหัวอยู่กลางอากาศอีกแล้ว
“เฮือก”
ในที่สุดเซี่ยปู้เอ้อร์ก็ปล่อยมือออกจากข้อเท้าของเธอและหันกลับมาเกาะที่บันไดเหล็ก เด็กหนุ่มหมดแรงจนสั่นไปทั้งตัว แต่ในขณะที่เฉินจิงฮัวกำลังจะถูกดึงขึ้นผ่านหน้าเขาไป คุณครูสาวก็ได้จ้องมองใบหน้าเขาพร้อมกับร้องไห้อย่างหนัก “ปู้เอ้อร์ ทำไมเธอถึงโง่แบบนี้ ครูไม่มีค่ามากพอให้เธอมาตายหรอกนะ”
“ผม...ผมว่ามีค่า ใครจะทำไม…”
เซี่ยปู้เอ้อร์หอบหายใจแต่ก็ยังยิ้มออกมาได้ และในจังหวะนั้นเอง เด็กหนุ่มก็ดึงตัวคุณครูสาวเข้ามากอด ก่อนที่จะประกบริมฝีปากแดงๆ ของเธอทันที เฉินจิงฮัวเบิกตาโตด้วยความประหลาดใจ เซี่ยปู้เอ้อร์ไม่ได้จูบแบบอ่อนโยนเสียด้วย เขาถึงกับสอดลิ้นเข้าไปในปากของเธอด้วยความซุกซน
เฉินจิงฮัวลืมที่จะขัดขืนไปชั่วขณะ หรือไม่อย่างนั้นเธอก็ปฏิเสธที่จะขัดขืน เนื่องจากในขณะนี้คุณครูสาวกำลังได้ลิ้มรสชาติของเืคนหนุ่ม คนที่ช่วยชีวิตของเธอเอาไว้ ภายในปากของเซี่ยปู้เอ้อร์เต็มไปด้วยเื และหลังจากที่ได้จูบกันด้วยความดุเดือดแล้ว หัวใจของเธอก็เต้นไม่เป็จังหวะอีกต่อไป
หลังจากที่ถอนริมฝีปากออกจากกัน เฉินจิงฮัวก็ยังไม่สามารถพูดคำใดออกมาได้ แต่เซี่ยปู้เอ้อร์กลับกระพริบตาปริบๆ พูดว่า “คุณครูครับ ผมมีความคิดดีๆ แล้ว ผมชอบครู ผมอยากจะจีบครูมาเป็แฟน ผมช่วยชีวิตครูไว้ตอนนี้ ก็เท่ากับผมช่วยชีวิตแม่ของลูกผมในอนาคตเอาไว้เลยนะ!”
“...”
เฉินจิงฮัวอึ้งจนไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความประหลาดใจ แต่ใบหน้าของเซี่ยปู้เอ้อร์กลับให้ความรู้สึกว่านี่คือเื่ที่ธรรมดาอย่างยิ่ง เฉินจิงฮัวคิดว่าเธอจะต้องหาเวลาคุยกับเด็กหนุ่มให้รู้เื่ในภายหลัง แต่เซี่ยปู้เอ้อร์ก็ยังคงยิ้มหน้าตาระรื่นต่อไปว่า “กางเกงในสีชมพูของครู มีลายจุดสีดำน่ารักมากนะครับ”
“หน้าไม่อาย ห้ามมองนะ…”
เฉินจิงฮัวรีบหุบขาใต้กระโปรงเข้าหากันทันที แต่ในดวงตาไม่มีวี่แววของความโกรธหรือความอายเลยสักนิด ในขณะนี้ดวงตาของเธอกลับมีความรู้สึกลึกซึ้งไม่รู้ตัว ในขณะที่โก่วเหม่ยวุ่นอยู่กับการเตะซอมบี้ให้ตกจากหน้าต่าง เขาก็หันมายกนิ้วโป้งให้กับผู้เป็ลูกพี่ “พี่สอง สุดยอดที่สุดเลย นี่ถึงขั้นจีบครูทำเมียเลยเหรอเนี่ย สมแล้วแหละที่เป็ไอดอลของฉัน”
“งั้นเราขึ้นไปฆ่าไอ้จ้าวหงซินกันก่อนเถอะ…”
หลังจากพักหายใจกันครู่หนึ่ง เซี่ยปู้เอ้อร์ก็ปีนบันไดขึ้นมาพร้อมกับโก่วเม่ย ซึ่งเป็คนที่เตะซอมบี้จากชั้น 2 ตกลงไปข้างล่างนับไม่ถ้วน ดูเหมือนว่าซอมบี้พวกนี้จะใช้งานสมองได้ไม่ค่อยมากนัก ราวกับว่าไอคิวของพวกมันลดลงอย่างรุนแรง พวกซอมบี้โง่จนไม่สามารถปีนบันไดขึ้นมาได้
“ฟึบ”
เซี่ยปู้เอ้อร์ะโเข้าไปภายในห้องทางหน้าต่าง แต่ทันทีที่เท้าของเขาััพื้น ต้ายุ้ยโถวก็รีบวิ่งเข้ามาหาด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ถึงภายในห้องจะมีคนอยู่มากกว่าสิบคน แต่ผู้นำของกลุ่มคนเหล่านี้ กลับเป็หวังเอ้อโกวไปเสียได้
“มีเด็กนักเรียนอยู่กันเยอะเลย แต่ก็มีครูหวังอยู่ด้วย…”
เซี่ยปู้เอ้อร์เหยียดกายยืนตรงขึ้นทันที หวังเอ้อโกวไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็ครูพละศัตรูหมายเลขหนึ่งของเขา มิหนำซ้ำในขณะนี้ยังยืนอยู่ข้างจ้าวหงซิน และที่ด้านหลังของคุณครูหนุ่มทั้งสองคน ก็ยังมีนักกีฬากลุ่มใหญ่ประจำโรงเรียนยืนอยู่อีกด้วย
“รอดชีวิตมาได้ถึงตอนนี้ นายก็เก่งเหมือนกันนะ”
หวังเอ้อโกวยิ้มเย้ยหยัน ชี้ท่อเหล็กในมือตรงมาที่เซี่ยปู้เอ้อร์ เหมือนกลัวว่าทุกคนจะไม่เห็นรอยเืที่เปื้อนอยู่บนนั้น แต่เซี่ยปู้เอ้อร์ยังไม่อยากมีเื่ตอนนี้ หลังจากสำรวจมองกลุ่มเด็กนักเรียน เขาก็พบว่ามีดอกไม้งามประจำโรงเรียนอย่างหลี่เสว่จู๋ยืนอยู่ด้วย เป็เวลาเดียวกับที่เฉินจิงฮัวย่อกายลงดูข้อเท้าที่าเ็ของเธอ
หลี่เสว่จู๋นับเป็ดาวโรงเรียนคนหนึ่ง ถ้าไม่ได้สวมใส่เครื่องแบบชุดนักเรียน เธอก็ดูไม่เหมือนเด็กนักเรียนเลยสักนิด ใบหน้าเติบโตดูมีอายุมากกว่าวัยที่แท้จริงเมื่อเทียบกันแล้วจัดว่าสวยกว่าเฉินจิงฮัวด้วยซ้ำ แต่เด็กสาวคนนี้มีจิตใจที่ค่อนข้างแข็งกระด้าง และมักจะมองผู้อื่นด้วยสายตาดูถูกเสมอ
“ฮ่าๆ ตกลงนี่มันห้องอะไรกันแน่ มารวมกลุ่มกันทำอะไรไม่ทราบครับ…”
จังหวะนั้นเซี่ยปู้เอ้อร์สังเกตเห็นอะไรบางอย่าง มีถุงยางอนามัยที่ผ่านการใช้งานแล้ววางทิ้งอยู่บนเตียง ชัดเจนว่าที่นี่ไม่ได้เป็แค่เพียงไนท์คลับเท่านั้น แต่ยังเป็สถานบริการเื่อย่างว่าอีกด้วย
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าบันไดที่ติดอยู่ด้านหลังนั้น มีไว้เพื่อหลบหนีเวลาตำรวจบุกจับกุมนั่นเอง
“นายเก็บปากไว้กินข้าวเถอะ เราต่างคนต่างอยู่ ใครจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกบ้าง…”
หลี่เสว่จู๋ยืดตัวจ้องมองเขา เซี่ยปู้เอ้อร์ส่งยิ้มตอบกลับไป แต่ดูเหมือนหลี่เสว่จู๋จะไม่อยากเห็นรอยยิ้มของเขา ดังนั้น เซี่ยปู้เอ้อร์จึงหันมาส่งยิ้มให้กับหวังเอ้อโกวอีกครั้ง ก่อนพูดว่า “ฉันเห็นด้วยนะเื่ที่ว่าเราต่างคนต่างอยู่ เพราะฉันจำได้ดีว่าคุณครูหวังมีความหวังดีต่อนักเรียนมากขนาดไหน”
“เื่ของฉันไม่ใช่ธุระของนาย อย่ามาทำปากดีแถวนี้…”
หวังเอ้อโกวพูดด้วยความหงุดหงิดและไม่ให้ความสนใจกับเซี่ยปู้เอ้อร์อีก แต่เด็กหนุ่มกลับขยับมีดในมืออย่างเชื่องช้าและพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันว่า “ผมไม่ได้มาทำปากดี แต่ผมแค่อยากมาฆ่าหมาขี้เรื้อนตัวอันตราย”
“ครูหวัง ไม่ต้องไปกลัวมัน ถ้ามันกล้าเข้ามา คุณกับผมจะช่วยกัน…”
จ้าวหงซินชูมีดในมือขึ้นแล้ว หวังเอ้อโกวกำท่อนเหล็กยืดอกยืนตรงพร้อมต่อสู้ แต่คุณครูใหญ่ก็เข้ามาห้ามทั้งสองฝ่ายไว้เสียก่อนว่า “ใจเย็นๆ กันก่อนเถอะ ยังไงพวกคุณก็เป็คุณครูกับนักเรียนกันมาก่อน”
“นั่นมันเื่เก่าแล้วครับครูใหญ่ ถ้ารู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ก็ถอยไปเถอะ ครูใหญ่ก็เห็นว่าจ้าวหงซินทำอะไรเอาไว้ ถ้าวันนี้ผมฆ่าเขาไม่ได้ ไม่ต้องมาเรียกผมว่าคนสกุลเซี่ย…”
เซี่ยปู้เอ้อร์จ้องมองครูใหญ่สื่อด้วยความไม่พอใจ โก่วเม่ยและโต่วโต่วขยับตัวมายืนอยู่ด้านหลังเขาทันที แล้วใบหน้าของหวังเอ้อโกวก็เปลี่ยนไป น้ำเสียงของเซี่ยปู้เอ้อร์จริงจังจนน่ากลัวผิดปกติ
“แก...แก้าอะไร…”
สัญชาตญาณของหวังเอ้อโกวกำลังร้องบอกให้ล่าถอย เซี่ยปู้เอ้อร์พูดพร้อมกับยิ้มว่า “ชีวิตคนเราก็แบบนี้ เราสองคนคงอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้ แต่ถ้าเราตายไป เพื่อนพ้องและพี่น้องของเราก็จะเดือดร้อนไปด้วย เราต้องช่วยให้พวกเขารอดชีวิตให้ได้ก่อน เอาไว้เื่ทุกอย่างจบลงเมื่อไหร่ ฉันจะส่งแกลงนรกเป็คนแรก”
“เดี๋ยวนะ ฉันกับนายมีปัญหากันเล็กนิดเดียว คงไม่ต้องถึงกับฆ่าแกงกันหรอกนะ”
หวังเอ้อโกวหันหน้ามองไปที่จ้าวหงซินด้วยความสงสัย และเขาก็ได้รับคำตอบในทันทีเมื่อซงเจี่ยเหวินพูดออกมาว่า “ครูหวัง อย่าไปอยู่ใกล้จ้าวหงซิน เขาเพิ่งฆ่าเหลาเทียนกับหวงเฟิงเพื่อเอาตัวรอด เขามันเป็ฆาตกร!”
“ให้ตายสิ นายทำได้ยังไง…”
หวังเอ้อโกวพร้อมกับบรรดาเด็กนักเรียนคนดังรีบขยับหนีออกห่างจากจ้าวหงซินเหมือนอีกฝ่ายเป็ตัวเชื้อโรค แต่จ้าวหงซินะโด้วยความโกรธว่า “ถ้าไม่ใช่เพราะฉัน พวกแกก็ตายไปแล้ว ทีงี้มาหาว่าฉันฆ่าคนตาย ถ้าคิดว่าฉันทำผิด ก็กลับไปอยู่กับพวกซอมบี้พวกนั้นเถอะ”
“แกช่วยพวกเรา หรือแกช่วยตัวเองกันแน่…”
เซี่ยปู้เอ้อร์ยกมีดขึ้นชี้หน้าอีกฝ่าย ไม่มีใครกล้ายืนอยู่ข้างจ้าวหงซินอีกแล้ว แม้แต่อู๋เสียก็ถอยไปยืนหลบมุมไม่กล้าพูดอะไร ทันใดนั้น เซี่ยปู้เอ้อร์ผลักครูใหญ่ที่เข้ามาขวางทางออกไป ก่อนจะพูดว่า “ผมขออนุญาตฆ่ามันนะครับ!”
“ไม่ได้นะ!”
เฉินจิงฮัวพุ่งเข้ามากอดเอวของเด็กหนุ่มเอาไว้ “เขามันเป็ฆาตกร แต่เธอไม่ใช่ เขาจะต้องถูกตำรวจจับ เธอจะหมดอนาคตเพราะเขาไม่ได้นะ ถ้าเธอจะไปฆ่าเขา เธอต้องฆ่าครูก่อน”
“เฉินจิงฮัว ปล่อยผมเดี๋ยวนี้ ถ้าผมไม่ฆ่ามัน เราจะตายกันหมด”
เซี่ยปู้เอ้อร์พยายามแกะมือของเฉินจิงฮัวออกไป แต่เฉินจิงฮัวกอดเขาแน่นมากไม่ว่าทำอย่างไรก็ไม่ยอมปล่อย แถมในตอนนี้ ซงเจี่ยเหวินก็โผเข้ามากอดเขาไว้อีกคน เซี่ยปู้เอ้อร์ทำอะไรไม่ได้นอกจากะโว่า “ฆ่าจ้าวหงซินซะ โก่วเม่ย”
“เล่นแม่งเลย!” โก่วเม่ยชูมีดในมือขึ้นคำราม แล้วพุ่งเข้าไปหาครูคณิตตามคำสั่งลูกพี่พร้อมกับโต่วโต่ว