บทที่ : 16
“!!”
ถึงจะคาดเอาไว้แล้วว่าพ่อบ้านอาจจะต้องรับโทษสถานหนัก แต่นางเองก็ไม่คิดเลยว่าแม้แต่คนสนิทของฮูหยินรองเองก็ยังโดนไปด้วยแบบนี้ มันเหนือความคาดหวังของนางไปมากเลยทีเดียว
“เล่ารายละเอียดให้ข้าฟังหน่อยในระหว่างทานข้าวก็แล้วกัน ตอนนี้ข้าหิวจะแย่แล้ว” ถึงจะใมากในคราแรก แต่ผ่านไปไม่กี่อึกใจนางก็สงบลงอีกครั้ง ก่อนที่จะลากสังขารของตัวเองไปยังโต๊ะอาหาร “ว่าแต่สำรับมาถึงหรือยัง”
“เพิ่งมาถึงเ้าค่ะ วันนี้มีซุบรังนกที่หาได้ยากด้วยนะเ้าคะเห็นว่าท่านผู้นำเป็คนสั่งให้นำมาให้คุณหนูเป็พิเศษเลยเ้าค่ะ”
“...อื่ม”
นางรับคำง่ายๆ จนพาร่างของตัวเองมาถึงโต๊ะในที่สุด ก่อนที่จะทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ที่ถูกบุด้วยเบาะรองขนเป็ดอย่างดี ทำให้นางสามารถนั่งได้อย่างสบายขึ้นมาหน่อย
“พี่ก็มานั่งทานด้วยกันเถอะ”
ซึ่งก็เหมือนกับทุกวัน ที่นางพยายามคะยั้นคะยอให้อีกฝ่ายมาทานข้าวด้วยพร้อมกัน แต่ก็เหมือนทุกๆ วันหลิงหลินก็ยังคงรักษาระยะห่างต่อนางอย่างเหมาะสมอยู่เสมอ ถึงจะสนิทกันขึ้นมาหลายส่วนแล้ว แต่นางยังคงไม่ล้ำเส้นขึ้นไปในที่ที่ไม่ใช่ของนางอยู่ดี ซึ่งมันก็ผ่านการประเมินในระดับสูงของเยว่ฮวาเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“ถ้าอย่างนั้นพี่ก็เล่าเื่ที่ว่าให้ข้าฟังในระหว่างนี้ก็แล้วกัน” เมื่อทุกอย่างเป็ไปได้ด้วยดีแล้วนางก็ไม่ได้ทำอะไรเกินความจำเป็ จึงบอกให้อีกฝ่ายเล่าสิ่งที่เกริ่นเอาไว้ก่อนหน้านี้ แล้วถามในสิ่งที่นางข้องใจมากที่สุด “แล้วนางเฒ่านั่นตายได้อย่างไร...”
“คืออย่างนี้เ้าค่ะ...”
จากนั้นหลิงหลินก็ได้บอกเล่าเื่ราวที่นางรวบรวมมาจากเหล่าข้ารับใช้...
ั้แ่วันที่มีเื่มีราวกันที่โถงหลังในมื้ออาหารในตอนนั้น พ่อบ้านใหญ่จางก็ถูกนำตัวไปสอบสวนอย่างเคร่งครัดกว่าสองวัน ก่อนที่จะรับผิดว่าตนเองนั้นทำไปเพราะความโลภและคิดว่าคงไม่มีคนมาสนใจเยว่ฮวา จึงยักยอกเงินเ่าั้ไปด้วยตัวเอง...
แน่นอนว่านั้นเป็เื่ที่เผยแพร่ออกมา ซึ่งต่อให้คนโง่แค่ไหนก็คงไม่เชื่ออยู่ดี เพราะเื่ที่เกิดขึ้นหลายๆ คนต่างก็รู้ว่ามันเกิดขึ้นเพราะฮูหยินรองเป็ตัวตั้งตัวตี แต่เมื่อเื่ราวถูกกล่าวออกมาแบบนั้นก็ไม่มีใครกล้าที่จะออกไปขัดแย้ง อดีตพ่อบ้านใหญ่จึงถูกขังเอาไว้ในคุกแล้วกลั้นใจตายไปในเวลาต่อมา...
แน่นอนว่าเื่ราวทั้งหมดที่ว่ามานั้นนางย่อมไม่เชื่ออยู่แล้ว!
ส่วนเื่ต่อมาก็คือคนสนิทของฮูหยินรองที่ตามมาั้แ่นางอยู่บ้านเดิม ซึ่งก็นับได้ว่าเป็บ่าวรับใช้ที่มีอำนาจมากที่สุดคนหนึ่งในจวน ที่อาจจะมีอำนาจมากจนแม้แต่เหล่าญาติๆ สกุลจากที่มาจากภายนอกยังต้องเกรงใจนางถึงสามส่วนด้วยซ้ำ
แต่วันนี้กลับพบนางนั้นเป็ศพจมอยู่ในสระบัวสระหนึ่ง ที่อยู่ในจุดที่ผู้คนไม่ค่อยพลุกพล่านนัก ซึ่งในตัวนางนั้นมีของมีค่าหลายอย่างอยู่ในตัว ในตอนที่เอาศพขึ้นมาจากน้ำ
จึงคาดว่านางคงจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับความผิดที่พ่อบ้านใหญ่ได้ก่อเอาไว้ จึงพยายามลักขโมยสิ่งของมีค่าแล้วจะหลบหนีออกไป แต่ด้วยอะไรก็ตามแต่ทำให้นางนั้นพลัดตกลงไปในสระบัว และด้วยเส้นทางที่ไม่ค่อยมีผู้คนสัญจร นางที่ว่ายน้ำไม่เป็จึงหมดแรงแล้วจมลงไปในสระนั่นเอง...
“...”
ในระหว่างที่นางทานมื้อเช้าไปก็ต้องเลิกคิ้วไปมาหลายครั้ง ก่อนที่จะขมวดคิ้วเมื่อเื่เล่าที่ราวกับนิยายเื่นี้จบลง ซึ่งเป็ตอนเดียวกับที่นางทานมื้อเช้าเรียบร้อยอย่างพอดิบพอดี
‘ฝีมือท่านพ่อสินะ’
ใช่แล้วนางคิดว่ามันคงไม่ผิดแน่ๆ เื่ราวทั้งหมดอะไรจะมาประจวบเหมาะแบบนั้น แต่ที่สำคัญคือเขาสามารถทำให้เื่ราวไม่ได้กลายเป็เื่ใหญ่โตอะไร แต่ก็สามารถลงโทษได้จนแม้แต่นางเองยังพอใจ
“แล้วครอบครัวของอดีตพ่อบ้านล่ะ...” ราวกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เยว่ฮวาจึงถามในสิ่งที่คาใจออกไป “รวมถึงฮูหยินรองด้วย นางว่าอย่างไรบ้าง”
“เอ่อ... เห็นว่าครอบครัวของอดีตพ่อบ้านไม่ได้มีส่วนร่วมกับเื่นี้ แต่ก็ยังมีความผิดอยู่ดี นายท่านจึงทำการยึดทรัพย์สินบางส่วน แล้วขับพวกเขาออกจากจวนเ้าค่ะ”
“...”
“ส่วนฮูหยินรองั้แ่เกิดเื่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรเลยเ้าค่ะ และคุณหนูคุณชายท่านอื่นๆ เองก็ไม่ได้มีอะไรที่แปลกไป ยังคงใช่ชีวิตตามปกติ”
‘เป็แบบนี้เองสินะ’
สำหรับคนที่อยู่ในวงการการค้าขายมานาน เยว่ฮวาก็สามารถเข้าใจความคิดของจางเผิงไห่ผู้เป็บิดาได้ในทันที และก็อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจเช่นกัน ที่แม้จะเป็ในยุคสมัยที่เทคโนโลยีรวมไปถึงการศึกษายังไม่เป็ที่แพร่หลายนัก แต่บิดาของนางก็สามารถเข้าใจถึงสิ่งที่สำคัญที่สุดได้เป็อย่างดี ทั้งๆ ที่เขานั้นเริ่มต้นมาจากคนธรรมดาๆ เท่านั้น
ซึ่งสิ่งที่ว่าก็คือหัวใจของการค้า...
ไม่สิต้องบอกว่ามันคือหัวใจของการมีส่วนร่วมของทุกๆ อย่างในสังคมมนุษย์ต่างหาก ซึ่งจุดที่ว่านั้นก็คือ...
‘คน’
ใช่แล้ว ไม่ว่าจะเป็การทำอะไรก็ตามในสังคมมนุษย์ สิ่งที่จำเป็ที่สุดไม่ใช่ความรู้ ความสามารถ เงินทอง หรืออำนาจ
แต่เป็ความสามารถในการใช้ ‘คน’ ได้อย่างถูกต้องต่างหาก...
เพราะเหตุนี้ถึงแม้จะไม่ได้เป็ลูกหลานผู้ดีที่คาบช้อนเงินช้อนทองมาั้แ่เกิด แต่เขาก็ยังสามารถสร้างตระกูลที่ร่ำรวยและยิ่งใหญ่มาได้ด้วยตัวเอง
ซึ่งสิ่งที่เขาทำนั้นไม่ใช่แค่เป็การปล่อยให้ครอบครัวของอดีตพ่อบ้านใหญ่นั้นรอดปลอดภัยอย่างเสียเปล่า แต่สิ่งที่เขาทำนั้นก็คือการที่ให้ ‘คนของเขา’ นั้นไว้วางใจ ว่าต่อให้วันหนึ่งตนเองจะถูกลอยแพหรือผิดพลาดไป สุดท้ายแล้วครอบครัวของเขาก็ยังคงปลอดภัย และมีชีวิตอยู่ต่อไปได้
ถึงอาจจะฟังดูเหมือนเป็การควบคุมหรือการล่ามโซ่อีกฝ่ายกลายๆ แต่มันคือสิ่งที่สามารถซื้อใจคนส่วนมากได้เป็อย่างดีเลยทีเดียว
‘ไม่แปลกเลยที่เขาจะมาได้ถึงขนาดนี้...’
นางหลับตาลงพลางนึกโล่งใจ ที่อย่างน้อยนางก็โชคดีที่เขาไม่ได้มองนางเป็ศัตรู แต่เขายังให้ความสำคัญแก่นางทั้งๆ ที่นางทำไปตั้งขนาดนั้น
‘อย่างน้อยตอนนี้ก็สามารถไว้วางใจได้ในระดับหนึ่งแล้วละนะ’
“คุณหนู...คุณหนูเ้าคะ!”
และในตอนที่นางกำลังคิดอะไรเพลินๆ จนไม่รู้ตัวเลยว่าคนรับใช้มาเก็บสำรับไปั้แ่ตอนไหนนั้น เสียงของหลิงหลินก็ดังขึ้นจนเรียกสติของนางกลับมา “เป็อะไรหรือเปล่าเ้าคะ ให้ตามหมอไหมเ้าคะ!”
“ข้าไม่ได้เป็อะไรพี่มีอะไรก็ไปทำเถอะ เดี๋ยวข้าขอไปนอนพักสักหน่อย ปวดไปทั้งตัวเลย”
“ทราบแล้วเ้าค่ะ”
“อ้อ...ของไปถามที่เรือนหลักให้ที ถ้าท่านพ่อว่าง่บ่ายข้าขอเข้าพบได้ไหม”
..............................................
จบการปูเื่และบริบทของตัวละครในเล่มหนึ่งจ้า