บันทึกราชันย์เทพอสูร

    เล่มที่ 2 บทที่ 59 การมาเยือนของอาจารย์หยาง

            หลายปีที่ผ่านมาลูกหลานของตระกูลเทียนเหินที่สามารถเข้าเรียนในชั้นเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์ได้นั้นมีจำนวนแค่สิบกว่าคน แม้บางคนไม่สามารถเข้าเรียนได้ในชั้นเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์แต่ก็มิได้หมายความว่าคนเหล่านั้นจะไม่มีคุณค่าให้ส่งเสริมเลี้ยงดู อย่างไรก็ตามผู้ที่สามารถเข้าเรียนในชั้นเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์ได้นั้นมักเป็นผู้มีความโดดเด่นสุดท้ายล้วนมีความสำเร็จที่น่าอัศจรรย์ใจ

            ในฐานะที่เป็นประมุขของตระกูล เนี่ยไห่ให้ความยุติธรรมเสมอมาคำนึงถึงผู้อื่นก่อนเสมอ ไม่เคยลำเอียงกับสาขาใดสาขาหนึ่งดังนั้นจึงได้รับความเคารพมาโดยตลอด

            “เนี่ยหลี ไหนเจ้าลองบอกมา เหตุใดจึงมีข้อขัดแย้งกับตระกูลเสินเซิ่ง?” เนี่ยไห่มองเนี่ยหลีและพูด ในความเห็นของเขาเนี่ยหลีมิใช่คนที่ชอบหาเรื่องผู้อื่น จู่ๆ คงไม่มีเรื่องขัดแย้งกับตระกูลเสินเซิ่งอย่างไม่มีเหตุผลและเวลานี้เนี่ยหลียังได้รับเลือกให้เข้าเรียนในชั้นเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์ของโรงเรียนเซิ่งหลันมีคุณสมบัติพอที่จะได้รับการส่งเสริมฝึกปรือวิชาจากตระกูล

            “เรียนท่านประมุข ข้ามีเรื่องขัดแย้งกับตระกูลเสินเซิ่งและสร้างปัญหาให้แก่ตระกูลเทียนเหินจริงทว่าข้าก็ได้แก้ปัญหาให้แล้วมิใช่หรือ?” เนี่ยหลีตอบอย่างไม่หวาดกลัวและไม่โอหังเขายังคงให้ความเคารพแก่เนี่ยไห่ ทว่าหลังจากเกิดใหม่แม้ต้องเผชิญหน้ากับท่านประมุขเนี่ยไห่ เขาก็ไม่มีความขลาดเขลาแม้แต่น้อย

            กำลังจิตของเนี่ยหลีสูงส่งเหนือทุกคนเสียแล้ว

            เนี่ยไห่จ้องมองเนี่ยหลี เขาค่อนข้างแปลกใจ รู้สึกได้ว่าเนี่ยหลีในวันนี้ดูเหมือนจะแตกต่างไปจากเดิมแม้กระทั่งยามเผชิญหน้ากับเขา เนี่ยหลีก็ไม่มีท่าทีขลาดกลัวทั้งยังมีท่วงท่าการวางตัวที่ดีอีกด้วย

            “ฮ่าๆๆ น่าขำนักตระกูลเทียนเหินของพวกเราได้รับความช่วยเหลือจากสมาคมนักปรุงยาวิเศษจึงสามารถกำจัดความกดดันจากตระกูลเสินเซิ่งไปได้สมาคมนักปรุงยาวิเศษต้องการให้พวกเราช่วยปลูกสมุนไพรหลายชนิดให้จึงช่วยเหลือตระกูลเทียนเหินของพวกเราไว้ได้ มีส่วนเกี่ยวข้องอันใดกับเจ้าเจ้ามีความสามารถอะไรกันเชียว กลับกล้าพูดว่าได้ช่วยแก้ไขปัญหาของตระกูลเทียนเหินพวกเราแล้ว?” เนี่ยเสี่ยวยื่อยืนอยู่ด้านข้างพูดขึ้น เป็นเนี่ยเหว่ยที่กระตุ้นให้เขาพูด

            ได้ยินคำพูดของเนี่ยเสี่ยวยื่อเนี่ยหลีเพียงชำเลืองมองเนี่ยเสี่ยวยื่อและเนี่ยเหว่ยที่อยู่ด้านข้างเล็กน้อยและพูดว่า“น่าขำ ฐานะของสมาคมนักปรุงยาวิเศษในเมืองกวงฮุยนั้นสูงส่งกระทั่งเทียบได้กับสามตระกูลหลักเหตุใดพวกเขาต้องช่วยเหลือผู้น้อยเช่นตระกูลเทียนเหินด้วยเล่า? เพียงเพราะว่าตระกูลเทียนเหินจะปลูกสมุนไพรให้อย่างนั้นหรือ? บ้านอื่นๆ ที่ปลูกสมุนไพรเป็นมีอยู่มากมาย! อีกทั้งเหตุใดผู้อื่นยังต้องให้ราคาซื้อกับตระกูลเทียนเหินสูงกว่าครอบครัวอื่นถึงสามสิบส่วนเล่า?”

            เนี่ยไห่และพวกตกใจเล็กน้อย นี่ก็เป็นคำถามหนึ่งที่ยังคงคาอยู่ในใจของพวกเขาเช่นกันสมาคมนักปรุงยาวิเศษไม่เพียงช่วยเหลือตระกูลเทียนเหินเท่านั้นทั้งยังพยายามสร้างความสัมพันธ์อันดีกับพวกเขาอีกด้วย อย่างไรก็ตาม พวกเขาสงสัยนักว่าเหตุใดยักษ์ใหญ่ที่คงอยู่เช่นสมาคมนักปรุงยาวิเศษจึงต้องพยายามผูกมิตรกับตระกูลเทียนเหินด้วย? เรื่องนี้ค่อนข้างดูไม่สมเหตุสมผลไปเสียหน่อย

            เห็นท่าทางเรียบเฉยสุขุมของเนี่ยหลี ไม่ว่าจะเป็นเนี่ยไห่ เนี่ยเหว่ยเนี่ยเอิน หรือผู้อาวุโสหลายคนของตระกูลเทียนเหิน พวกเขาต่างพากันสงสัยหรือว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเนี่ยหลีจริงๆ?

            บิดาของเนี่ยหลี เนี่ยหมิง ซึ่งอยู่ด้านข้างเห็นเนี่ยหลีโต้แย้งกับผู้อาวุโสคุมกฎของตระกูลเขาเริ่มหวาดกลัวเสียแล้ว เขาไม่มีแม้แต่วรยุทธ์และเป็นเพียงสมาชิกคนหนึ่งของตระกูลสาขาเท่านั้นซึ่งไม่แตกต่างจากชาวนาคนหนึ่ง เมื่อเห็นภาพตรงหน้าของตนแล้วเขารีบคุกเข่าลงและพูดว่า “ท่านประมุข เนี่ยหลียังเด็กนักเขาไม่รู้เรื่องรู้ราวอันใด ข้ายินดีรับโทษแทนเขา ท่านประมุขโปรดเมตตาด้วย!”

            “ท่านพ่อ รีบลุกขึ้นเถอะ!” เห็นเนี่ยหมิงคุกเข่าลงสองคิ้วของเนี่ยหลีขมวดมุ่น รีบเข้าไปดึงเนี่ยหมิงให้ลุกขึ้นท่านพ่อเนี่ยหมิงเป็นคนซื่อสัตย์ผู้หนึ่ง “ท่านพ่อท่านไม่จำเป็นต้องคุกเข่าให้ผู้ใด!”

            “เสี่ยวหลี เจ้าทำผิดใหญ่หลวง ยังไม่ยอมรับอีก!” บิดาของเนี่ยหลีเอ็ดอึง ในความคิดของเขา หากเนี่ยหลีเป็นฝ่ายยอมรับผิด เขายังมีโอกาสขอความเมตตาอย่างไรก็ตาม หากเนี่ยหลียังเอาแต่โต้แย้งกับท่านประมุขเช่นนี้เรื่องราวก็จะยิ่งยุ่งยากไปกันใหญ่

            เห็นเนี่ยหมิงกำลังคุกเข่าเพื่อเขา จมูกของเนี่ยหลีก็แดงรื้นขึ้นมาแล้วไม่ว่าจะเป็นอดีตหรือชีวิตในโลกนี้ บิดาของเขาทำเพื่อเขามากมายเกินไปจริงๆในชีวิตหนก่อน เขาทำให้บิดาต้องเป็นทุกข์มากเกินไป ชีวิตครั้งนี้เขาจะไม่ยอมให้บิดาของตนต้องเป็นทุกข์อีกแม้แต่น้อย เนี่ยหลีกำหมัดแน่นจ้องมองเนี่ยเหว่ย เนี่ยเสี่ยวยื่อ เนี่ยเสี่ยวเฟิงและพวกอย่างโกรธเกรี้ยว

            เนี่ยไห่จ้องมองเนี่ยหลี เขารู้สึกได้ว่าการที่สมาคมนักปรุงยาวิเศษปกป้องตระกูลเทียนเหินจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับเนี่ยหลีจึงก้มลงมองเนี่ยหมิงและพูดว่า “เนี่ยหมิงรีบลุกขึ้นเร็วเข้า ก่อนที่เรื่องราวจะกระจ่าง จะไม่มีผู้ใดลงโทษเนี่ยหลีทั้งนั้นแม้เนี่ยหลีมีความขัดแย้งกับตระกูลเสินเซิ่งจริง ตระกูลเทียนเหินของพวกเราก็มิได้เสียประโยชน์แต่อย่างใดดังนั้นจะไม่มีผู้ใดลงโทษเนี่ยหลีได้ตามใจชอบ!”

            ได้ยินคำพูดของเนี่ยไห่ เนี่ยหมิงมีสีหน้าที่สับสนเขาลุกขึ้นยืนด้วยความสงสัย ท่านประมุขไม่คิดจะสืบสาวราวเรื่องหรือ? กับเรื่องนี้ เขายังคงงุนงงสงสัยอยู่บ้าง

            “ท่านประมุข หากพวกเราไม่จัดการเรื่องนี้กับเนี่ยหลีเกรงว่าจะไม่มีข้อแก้ตัวให้แก่สังคมภายนอกต่อให้เรื่องนี้ไม่สร้างความเสียหายแก่ตระกูล เนี่ยหลีขัดแย้งกับตระกูลเสินเซิ่งเรื่องนี้เป็นความจริง พูดไปแล้วก็ไม่แน่ว่าอนาคตข้างหน้า ทางตระกูลเสินเซิ่งจะมาหาเรื่องสร้างความลำบากให้แก่พวกเราหรือไม่!” ผู้อาวุโสเนี่ยเหว่ยขมวดคิ้วมุ่นและพูด

            “ขอถามท่านผู้อาวุโสคุมกฎของตระกูลสักนิด ท่านเป็นคนของตระกูลเทียนเหินหรือเป็นคนของตระกูลเสินเซิ่งกันแน่?” เนี่ยหลีส่งเสียงไม่พอใจถามออกไป

            “สามหาวยิ่งนัก เจ้ามีคุณสมบัติอะไรมาพูดเช่นนี้กับข้ารึ? ไม่ประพฤติตัวให้เหมาะสม ทั้งยังแหกคอก ข้าเพียงรักษากฎของตระกูลเนี่ยของพวกเรา!” เนี่ยเหว่ยส่งเสียงอย่างโกรธเกรี้ยว    

            “ผู้อาวุโสคุมกฎของตระกูล ข้าไม่เห็นว่าเรื่องนี้จะง่ายดายปานนั้นเสี่ยวหลีก็มิใช่พวกที่ชอบสร้างปัญหา หากเรื่องพวกนี้ เป็นฝ่ายพวกตระกูลเสินเซิ่งเริ่มต้นเล่า? ไม่เห็นจำเป็นต้องยกความผิดทั้งหมดไว้ที่เนี่ยหลีในเมื่อเรื่องนี้ก็ผ่านพ้นไปแล้ว ก็ปล่อยให้มันผ่านไปเถอะ!” เห็นได้ชัดว่าผู้อาวุโสเนี่ยเอินกำลังช่วยพูดให้เนี่ยหลีตระกูลเทียนเหินมีหลายสาขา หากเนี่ยเหว่ยทำโทษเนี่ยหลี เช่นนั้นบารมีของเนี่ยเอินก็ย่อมต้องมีผลกระทบอยู่บ้าง

            “ผู้อาวุโสมีเจตนารักษากฎให้มีความยุติธรรมจริงหรือ? ครั้งก่อนเนี่ยเสี่ยวยื่อทำร้ายคนของครอบครัวเทียนหลิงท่านก็แค่ส่งของขวัญไปจำนวนหนึ่งเหตุใดข้าไม่เห็นผู้อาวุโสเนี่ยเหว่ยทำโทษเนี่ยเสี่ยวยื่อแม้แต้น้อยเล่า?” เนี่ยหลีตอกย้ำทุกคำพูด

            “สองเรื่องนี้ไม่อาจเปรียบเทียบกันได้เนี่ยเสี่ยวยื่อขัดแย้งกับเด็กของตระกูลเทียนหลิงก็เพื่อผลประโยชน์ของครอบครัวยิ่งไปกว่านั้นอำนาจของตระกูลเทียนหลิงย่อมไม่อาจเปรียบเทียบกับตระกูลเสินเซิ่งได้!” ใบหน้าของเนี่ยเหว่ยบูดบึ้ง เนี่ยหลีช่างกินหัวใจหมีดีเสือมาจริงๆจึงกล้ามาเผชิญหน้ากับเขาเช่นนี้ ทว่าสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกกดดันก็คือ เรื่องนี้เนี่ยไห่กลับเข้าข้างเนี่ยหลีและเขาไม่อาจขัดแย้งกับท่านประมุขได้

            “ท่านผู้อาวุโสยังไม่ทันได้สืบสวนท่านทราบได้อย่างไรว่าข้ามิได้ต่อสู้กับผู้อื่นเพื่อประโยชน์ของผู้คนในครอบครัวเล่า? เพียงเพราะว่าท่านไม่กล้าขัดแย้งกับตระกูลเสินเซิ่ง ก็จะทำโทษข้าอย่างหนักเพียงเพื่อหาเหตุผลไปส่งมอบให้แก่ตระกูลเสินเซิ่งอย่างนั้นหรือ? หากตระกูลเทียนเหินไม่สามารถปกป้องแม้กระทั่งคนของตนได้ ตระกูลเช่นนี้ย่อมไม่สมควรที่ข้าจะอยู่ด้วย!” เนี่ยหลีจ้องมองเนี่ยเหว่ยอย่างเย็นชา

            ทั่วทั้งห้องตื่นตะลึงกับคำพูดของเนี่ยหลี

            ทุกคนคิดไม่ถึงว่าเนี่ยหลีจะกล้าพูดเช่นนี้นี่มิใช่เพียงแค่การขัดแย้งกับผู้อาวุโส ความหมายของเนี่ยหลีก็คือคิดจะออกจากตระกูลเทียนเหินใช่หรือไม่?

            ที่ผ่านมา ภาพลักษณ์ของเนี่ยหลีในสายตาของทุกคนมักมีแต่ความขี้ขลาดทว่าวันนี้ เขากลับกล้าพูดเรื่องเช่นนี้ออกมาต่อหน้าท่านประมุขและเหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายเรื่องนี้ย่อมไม่ง่ายดายเสียแล้ว

            เนี่ยหมิงที่อยู่ด้านข้างหวาดกลัวจนตัวสั่น เขาดุด่าเสียงดังว่า “เสี่ยวหลี เจ้ากำลังพูดอะไร?! ยังไม่รีบขอขมาต่อท่านประมุขอีกเร็วเข้า!”

            “หึๆ ปีกกล้าขาแข็งแล้วหรือ จึงกล้าคิดจะออกจากตระกูล? เจ้าคงไม่ลืมหรอกกระมังว่าเป็นตระกูลเทียนเหินที่ชุบเลี้ยงและให้ที่คุ้มหัวแก่เจ้าเจ้าจึงมีวันนี้ได้!” ผู้อาวุโสเนี่ยเหว่ยพูดเสียงเย็นชาอีกว่า “ก็แค่ไอ้ลูกนอกคอกอกตัญญูผู้หนึ่ง!”

            “ตระกูลเทียนเหินเป็นของพวกเราทุกคน ตระกูลเทียนเหินให้ที่คุ้มหัวแก่พวกเรานั้นย่อมไม่ผิดแต่ทว่ามิใช่ตระกูลเทียนเหินที่เลี้ยงดูข้ามาบิดามารดาข้าทำงานขยันขันแข็งทุกวันเพื่อปลูกผักปลูกข้าว เลี้ยงดูข้าจนเติบใหญ่พวกเขายังทำงานอย่างหนักเพื่อตระกูลเทียนเหิน ดังนั้นพวกเราไม่ติดค้างผู้ใด และข้าเนี่ยหลี ก็มิได้ติดค้างผู้ใด!” เนี่ยหลียืดตัวตรงและพูด

            “มีอย่างที่ไหนกัน! กำเริบเสิบสานนัก!” เนี่ยเหว่ยโกรธจนหน้าเขียว คิดจะด่าทอเนี่ยหลีต่อทว่ากลับถูกเนี่ยไห่โบกมือห้ามเอาไว้

            เนี่ยหมิงฉุดดึงเนี่ยหลีอย่างกังวลใจนัก เขาไม่เข้าใจวันนี้เนี่ยหลีเป็นอะไรไป แต่ก่อนเนี่ยหลีมักขลาดกลัวจนหัวหดเหตุใดวันนี้จึงกล้าเผชิญหน้ากับพวกผู้อาวุโสและท่านประมุขเช่นนี้?

            เนี่ยไห่หรี่ตาเล็กน้อยจ้องมองเนี่ยหลีวันนี้คำโต้เถียงของเนี่ยหลีมีเหตุมีผล ทำให้เขามองเนี่ยหลีด้วยสายตาที่ต่างไปจากเดิมเผชิญหน้ากับผู้อาวุโสมากมาย กลับไม่มีทีท่าขลาดกลัวดังเช่นเก่าก่อนเขายิ้มแย้มพูดว่า “เนี่ยหลีพูดถูกตระกูลเทียนเหินเป็นครอบครัวของพวกเราทุกคน ทุกคนมีส่วนช่วยเหลือตระกูลการปกป้องครอบครัวเป็นหน้าที่รับผิดชอบของตระกูล เรื่องราวยังมิได้สืบสวนให้กระจ่างไม่อาจลงโทษผู้ใดได้ตามใจชอบ!”

            เนี่ยเหว่ยไม่เข้าใจแม้แต่น้อยจริงๆ วันนี้เกิดอะไรขึ้นกับท่านประมุขเนี่ยหลีพูดจาสามหาวถึงปานนี้ เนี่ยไห่กลับยังคงเข้าข้างเนี่ยหลี ปกป้องเขา นี่มันหมายความว่าอย่างไรกันแน่?

            ได้ยินคำพูดเสริมของเนี่ยไห่ ทั้งเนี่ยหมิง ทุกคนล้วนทำตัวไม่ถูกเสียแล้วพวกเขาคิดว่าเนี่ยหลีมีข้อขัดแย้งกับผู้อาวุโสถึงเพียงนี้ต่อให้ไม่ถูกขับออกจากตระกูล ทว่าโทษหนักคงไม่อาจเลี่ยงพ้นได้ อย่างไรก็ตามท่านประมุขเนี่ยไห่ก็มิได้ใส่ใจสักนิด ทั้งยังเข้าข้างเนี่ยหลีอีกด้วย

            เนี่ยเหว่ยใบหน้าบูดบึ้ง เขาแอบครุ่นคิดในใจ เนี่ยไห่เจ้าจิ้งจอกเฒ่าผู้นี้มีบางอย่างที่ผิดแปลกไป! เนี่ยไห่ใจดีกับเนี่ยหลีเกินไปซึ่งดูไม่สมเหตุผลเอาเสียเลย!

            อีกด้านหนึ่งผู้อาวุโสเนี่ยเอินและพวกต่างพากันจ้องมองเนี่ยหลีอย่างครุ่นคิด

            เมื่อได้ยินคำพูดของเนี่ยไห่ความโกรธเกรี้ยวในใจของเนี่ยหลีจึงค่อยบรรเทาลงไม่ว่าอย่างไรเขายังคงมีความผูกพันกับตระกูลเทียนเหินอยู่มากนักเหตุผลที่เขาพูดออกไปทั้งหมดก็เพียงเพราะเขาไม่ชอบใครบางคนในตระกูลเทียนเหินในเมื่อท่านประมุขเนี่ยไห่ใจกว้างกับเรื่องนี้ เช่นนั้นก็ไม่มีอะไรติดใจแล้ว

            “เนี่ยหลี เจ้าเพิ่งกลับมาจากโรงเรียน และยังต้องพบกับเรื่องราวมากมายกลับไปพักผ่อนให้สบายเสียก่อนเถิดพรุ่งนี้ปู่เนี่ยไห่จะทดสอบผลการฝึกยุทธ์ของเจ้าด้วยตัวเอง!” เนี่ยไห่ลุกขึ้นยืน เหยียดตัวบิดขี้เกียจคราหนึ่ง และหัวเราะฮาๆ พูดออกมา

            เวลานี้ สายตาของทุกคนพากันฉายแววตื่นตะลึงออกมาแล้วไม่เพียงเนี่ยไห่ไม่ลงโทษกับความผิดที่เนี่ยหลีก่อทั้งยังพยายามทำตัวสนิทสนมกับเนี่ยหลียิ่งขึ้นอีกด้วย

            ได้ยินคำพูดของเนี่ยไห่ เนี่ยหมิงอดที่จะตื่นเต้นขึ้นมามิได้ท่านประมุขเนี่ยไห่จะทดสอบผลการฝึกยุทธ์ของเนี่ยหลีด้วยตนเองนี่ช่างเป็นเกียรติยิ่งนัก!

            ไม่ว่าอย่างไร เนี่ยหลีมิใช่ลูกหลานสายตรงของเนี่ยไห่เนี่ยไห่ดีต่อเนี่ยหลีเกินไปแล้วหรือไม่?

            ครอบครัวตระกูลเนี่ยทุกคนมองหน้ากันไปมา ทว่ายิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจที่แท้ปัญหาอยู่ที่ตรงไหนกันแน่

            เมื่อได้ยินคำพูดของเนี่ยไห่ เนี่ยหลีพลันเข้าใจ เนี่ยไห่อาจจะมองอะไรออกไม่ว่าอย่างไร เนี่ยไห่ก็เป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองผู้หนึ่งดังนั้นเขาอาจจะรับรู้ได้ถึงกลิ่นไอของจิตอสูรภายในร่างกายของเนี่ยหลีครั้นคิดถึงเรื่องของสมาคมนักปรุงยาวิเศษ ก็มิใช่เรื่องยากที่จะโยงเรื่องถึงกัน

            หากเป็นเช่นนั้น เนี่ยหลีก็ไม่คิดจะปิดบังตัวอีกต่อไปต่อให้มิใช่เพื่อตัวเขาเองก็สมควรต่อสู้เพื่อประโยชน์ของบิดามารดาและท่านอาท่านอาสะใภ้บ้าง

            ชั่วขณะที่ทุกคนกำลังทั้งแปลกใจทั้งตกใจลูกบ้านคนหนึ่งรีบรุดวิ่งเข้ามาและรายงานต่อเนี่ยไห่ว่า“เรียนท่านประมุขท่านผู้อำนวยการหยางแห่งสมาคมนักปรุงยาวิเศษมาเยี่ยมขอรับ!”

            “ผู้อำนวยการหยางรึ?” ไม่ว่าจะเป็นเนี่ยเอินเนี่ยเหว่ย หรือแม้กระทั่งเนี่ยไห่ ทุกคนล้วนมีสีหน้าตกใจอย่างยิ่ง

            คิดไม่ถึงว่าผู้อำนวยการหยางแห่งสมาคมนักปรุงยาวิเศษจะมาเยี่ยมตระกูลเทียนเหินกลางดึกกลางดื่นเช่นนี้! พวกเขาเคยติดต่อกับสมาคมนักปรุงยาวิเศษอยู่หลายครั้งปกติย่อมรู้ถึงฐานะของผู้อำนวยการหยางภายในสมาคมนักปรุงยาวิเศษนางเป็นผู้มีอำนาจคนหนึ่งในสมาคมนักปรุงยาวิเศษ รองจากท่านประธานและเหล่าผู้อาวุโส

            บุคคลเช่นผู้อำนวยการหยาง เพียงคำเดียวก็สามารถกลบฝังตระกูลชั้นสูงตระกูลหนึ่งจนไม่มีวันฟื้นขึ้นมาได้อีกและก็สามารถทำให้ตระกูลชั้นสูงตระกูลหนึ่งเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาได้ ครั้งนี้เมื่อตระกูลเสินเซิ่งกดดันกลั่นแกล้งตระกูลเทียนเหิน ทำให้พวกเขาตกอยู่ในสถานการณ์อันคับขันผู้อำนวยการหยางก็คือผู้ที่คอยช่วยแก้ปัญหาทุกอย่างให้

            สมาคมนักปรุงยาวิเศษเป็นสิ่งคงอยู่ซึ่งสามารถเทียบได้กับสามตระกูลหลักอิทธิพลของสมาคมต่อเมืองกวงฮุยยังมากยิ่งกว่าตระกูลเสินเซิ่งและตระกูลสวรรค์เซิ่งหมิงเสียอีกเป็นรองก็เพียงตระกูลวายุหิมะที่มีผู้ควบคุมจิตอสูรระดับตำนานและท่านเจ้าเมืองแห่งเมืองกวงฮุย! ยามเผชิญหน้ากับผู้อำนวยการหยางผู้ทรงอิทธิพลอย่างแท้จริงแม้แต่เนี่ยไห่ก็ต้องให้ความเคารพอย่างยิ่ง!

    คล้ายกับเรื่องบันทึกราชันย์เทพอสูร ที่คุณอ่าน

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    71K 458
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788