สำนักทองคำ์มีตึกอยู่ 9 ตึก แบ่งเป็ 5 ตึก ตามธาตุของอาจารย์ 5 คน มี1ตึกเป็ตึกรวมคัมภีร์และเคล็ดวิชาของสำนัก มี 1 ตึก เป็ตึกภารกิจโดยมีอาวุธ ยา หรือสิ่งของหายากหลายอย่างเป็ของรางวัลตอบแทน มี 1 ตึกเป็ตึกที่จ้าวสำนักผู้าุโทั้ง 3 รวมถึงอาจารย์ทั้ง 5 มาประชุมเื่สำคัญ และ 1ตึกเป็ตึกประลองสำหรับศิษย์ดับสูงขึ้นไป ส่วนศิษย์ระดับกลางลงมาถึงศิษย์ทั่วไปจะต้องไปแข่งขันไต่ระดับที่ลานประลองกว้างของสำนัก กฎการประลองจะเคร่งครัดอย่างมากหากศิษย์คนไหนฝ่าฝืนกฏหรือโกงการประลองจะโดนทำโทษสถานหนัก และทุกๆ 3 เดือนจะมีการประลองการต่อสู้ของศิษย์ทุกระดับเพื่อที่จะให้ศิษย์ได้มีการพัฒนาศักยภาพและพลังแฝงของตัวเองให้เก่งขึ้นไปอีกอนาคตสามารถเป็เสาหลักของสำนักหรืออาจจะก้าวไปถึงจ้าวสำนักได้ ในสำนักทองคำ์มีกลุ่มศิษย์ที่เก่งกาจและแข็งแกร่งกว่าศิษย์ทุกระดับและมีชื่อเสียงมากที่สุดในสำนักแห่งนี้ กลุ่มนี้มีทั้งหมด 7 คน ซึ่งทั้ง 7คนเป็ศิษย์ระดับตัวแทนสำนักทั้งสิ้น กลุ่มนี้มีชื่อเรียกว่า 7ดาราทองคำ์ แบ่งเป็ ศิษย์อันดับ 1 ของแต่ละ ตึกธาตุ และอีก 2 คนเป็ศิษย์พิเศษที่มีธาตุพิเศษ ซึ่งศิษย์ 2 คนนี้ ขึ้นตรงกับผู้าุโทั้ง 2 โดย 7ดาราทองคำ์ ประกอบด้วย ศิษย์ตึกธาตุไฟ มีนามว่า เหิงซู่หวัง ศิษย์ตึกธาตุน้ำมีนามว่า เฟิงชิงหยู ศิษย์ตึกธาตุลม มีนามว่า หวู่อันซื่อ ศิษย์ตึกธาตุดินมีนามว่า เปาจิ้งเทียน ศิษย์ตึกธาตุไม้ มีนามว่า เฉินอี้ฟาน และศิษย์พิเศษอีก 2 คนเป็ศิษย์ที่น้อยคนในสำนักยากจะได้ยินชื่อและเห็นหน้า มีเพียงฉายาเท่านั้นนั่นก็คือ กรงเล็บอัสนี และ ไม้เท้าแสงอาทิตย์ ซึ่งแต่ละคนพลังฝีมือไม่ห่างกันมากนัก ต้องแข่งขันกันอยู่เสมอเพื่อให้ตนเองก้าวข้ามศิษย์ทุกคนในสำนักเพื่อมีโอกาสขึ้นมาเป็จ้าวสำนักในอนาคต.....
ที่ห้องเล็กๆของศิษย์ระดับล่าง เด็กสาวตัวเล็กๆ อายุ 7-8 ปี ที่มีใบหน้าวงรี ผิวขาวผ่อง คิ้วที่โค้งเรียวเข้ากับใบหน้ามีริมฝีปากเรียวเล็ก ฟันขาวผ่องราวหิมะแรกเริ่ม ใส่ชุดเขียวอ่อนสลับกับสีขาวกำลังนั่งอ่านตำราแพทย์เล่มใหญ่ด้วยความตั้งใจ สายตาแหลมคม จ้องตัวอักษรไม่วางตาและใบหน้าที่จริงจังทำให้ดูน่าค้นหา “บ้าเอ้ย!!ไม่มีวิธีไหนที่จะช่วยท่านแม่กับท่านปู่ของข้าเลยรึไงเนี่ย ข้าเข้ามาในสำนักนี้มา3 เดือนแล้ว ยังไม่มีวิธีที่จะช่วยท่านทั้ง 2 เลย “ น้ำเสียงที่โมโหบวกกับอารมณ์ท้อแท้ที่เด็กสาวพร่ำเพ้อออกมาอย่างหมดใจ “หรือว่าข้าจะไม่สามารถช่วยท่านแม่กับท่านปู่ได้จริงๆหรอ “ ที่ดวงตาเริ่มมีน้ำใสๆ เอ่อกำลังจะไหลออกมา แต่ทันใดนั้นมือขาวเรียวเล็กๆก็ รีบเช็คน้ำใสๆที่ตาทันมีพร้อมพูดไปว่า “ ไม่ได้!! ข้าจะอ่อนแอแบบนี้ไม่ได้ท่านปู่ช่วยให้ข้าเข้ามาที่สำนักแห่งนี้ ไม่ว่าจะอย่างไรข้าจะหาวิธีที่จะช่วยท่านแม่กับท่านปู่ให้ได้ข้าขอสัญญา”พูดเสร็จก็ปิดตำราแพทย์และก็นำไปวางไว้ที่โต๊ะข้างเตียงเล็กๆ“เห้ออ!! ข้ายังอายุน้อยอยู่หากข้าเก่งขึ้น ข้าอาจจะหาวิธีที่ช่วยท่านทั้ง 2 ได้ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครองพวกท่านด้วยเถิด ข้าจะฝึกฝนให้เก่งขึ้นให้ได้ข้าจะก้าวขึ้นไปเป็ศิษย์ระดับสูงให้ได้” สายตาที่มุ่งมั่นเอาจริงเอาจังเกิดขึ้นในสายตาของเด็กสาวคนนี้ราวกับโลกนี้มีเพียงนางเพียงคนเดียว พอพูดเสร็จก็ออกไปจากห้องเล็กๆของนาง “ ไปหาอาจารย์ยี่ดีกว่า ไม่รู้ว่าจะมีอะไรให้ข้าทำบ้างรึปล่าวนะ“ พูดเสร็จเด็กสาวก็เปิดประตูออกไปจากห้องตนเองเมื่อเดินไปซักพักระหว่างทางก็เจอไปศิษย์หญิงที่อยู่ระดับล่างที่ซึ่งเป็ระดับเดียวกับเด็กสาวคนนี้พอ 2 คนเดินสวนกัน เด็กสาวคนนั้นก็พูดทันทีว่า “ยัยขี้โกง!! “ เมื่อพูดเสร็จก็ยิ้มเยาะเย้ยและเดินจากไป เด็กสาวที่ได้ยินก็หยุดและหันมามองเด็กสาวที่พูดด้วยความโมโห“ นี่เ้า!! หยุดนะ มาหาว่าข้าขี้โกง ข้าไปโกงเ้าตอนไหน คนอย่างข้า ไป๋เว่ยอันไม่เคยไปโกงใคร เ้าจงอธิบายมาเดี๋ยวนี้นะ “ น้ำเสียงใสๆที่ผสมด้วยความโมโหเปล่งออกมาเป็คำถาม.......
เด็กสาวเมื่อได้ยินคำถามก็หยุดและหันหลังมาและได้ตอบคำถามด้วยความเยาะเย้ย“ชิ!!ข้าไม่เคยโกงใครอย่างงั้นหรือ พูดมาได้หน้าไม่อายจริงๆเ้าน่ะเข้ามาที่สำนักแห่งนี้ด้วยวิธีใดอยู่ๆก็เข้ามาที่สำนักก็ได้เป็ศิษย์ระดับล่าง แต่ข้าต้องเริ่มจากเป็ศิษย์ทั่วไปแล้วก็ต้องแข่งขันกับศิษย์ทั่วไปกว่าจะได้มาเป็ศิษย์ระดับล่างของสำนัก มันยากเย็นแค่ไหน เ้ารู้หรือไม่แล้วที่เ้ากลับมาอยู่ในระดับล่างแบบนี้ นี่ไม่เรียกว่าโกงกันรึไง “ คำตอบที่ชัดถ้อยชัดคำเหล่านี้กระแทกจิตใจของเด็กสาวที่ถามทันทีเด็กสาวถึงกับยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่ไหวติงไม่มีคำพูดใดๆออกมา เด็กสาวที่ตอบคำถามเมื่อพูดเสร็จก็ยิ้มมุมปากอย่างสะใจเวลาผ่านไปไม่นาน เด็กสาวที่ยืนนิ่งก็พูดอย่างเบาๆ “ข้าก็ไม่อยากทำแบบนี้หรอกแต่ว่าข้าไม่มีทางเลือก..” “ฮึ!! ไม่มีทางเลือกอย่างงั้นหรือเ้าใช้วิชามารอะไรถึงทำให้อาจารย์ยี่รับเ้าเข้ามาที่สำนักทองคำ์บอกข้ามาเดี๋ยวนี้นะ”เด็กสาวได้ยินก็โมโหขึ้นมาทันทีพร้อมพูดไปว่า“ข้าไม่ได้ทำอะไรซักหน่อยอย่ามายั่วโมโหข้านะ ข้าไม่ยอมจริงๆด้วย “ “แล้วคิดหรือไงว่าข้าจะยอมยัยขี้โกง” 2เด็กสาวกำลังทะเลาะกันอย่างดุเดือดโดยไม่มีใครยอมใคร ศิษย์ที่อยู่รอบๆก็เริ่มหันมามองด้วยความสนใจ จู่ๆก็มีเสียงแหบพร่า แต่น้ำเสียงดูนุ่มลึก สุขุมเยือกเย็น ลอยมาจากอากาศ “พวกเ้าหยุดทะเลาะกันเดี๋ยวนี้!! “ เด็กสาวทั้ง 2ได้ยินเสียงนี้ก็หยุดทะเลาะกันทันที แล้วค่อยๆยืนนิ่งไม่ไหวติง ซักพักก็มีชายชราใส่ชุดสีเขียวอ่อน สลับกับสีทองลอยลงมาจากอากาศ มายืนอยู่ระหว่าง เด็กสาว 2 คนนี้ และพูดอย่างสงบว่า “ พวกเ้า 2คนมาทะเลาะอะไรกันที่นี่ ไม่อายคนอื่นบ้างหรือไง “ เด็กสาวทั้ง 2 คนได้ยินและหันไปมองรอบๆก็เห็นศิษย์หลายคนหันมาดูตนเอง เมื่อเด็กสาว 2คนเห็นเช่นนั้นใบหน้าก็เริ่มแดงออกมา เด็กสาวที่ด่าก่อนก็พูดว่า “ อาจารย์เ้าคะ เรา 2คนทะเลาะกันเื่เล็กน้อยเ้าค่ะ เป็เื่ของผู้หญิงน่ะเ้าค่ะศิษย์ขออภัยที่ทำให้เสียงดังนะเ้าค๊ะ พวกเราจะไปเดี๋ยวนี้แล้วศิษย์ขอลาอาจารย์เ้าค่ะ” เมื่อเด็กสาวคนนั้นพูดจบก็เริ่มเดินไปคนละทางและหายไปจากสายตาเมื่อชายชราเห็นดังนั้นก็ละสายตาหันมามองเด็กสาวที่อยู่ข้างๆตนเอง พร้อมกล่าวว่า “ เว่ยอันเ้ามากับข้าที่ตึก” พูดเสร็จก็เดินนำหน้าทันที....