จูอวิ่นเจียนไม่ได้เข้าใจเล่ห์เหลี่ยมทางการเมืองมากนัก เขารู้เพียงว่าพี่รองเคยสั่งไว้ไม่ให้จูอวิ่นเถิงเข้ามา ดังนั้นเขาจึงยืนกางแขนขวางหน้าจูอวิ่นเถิงเอาไว้
เมื่อเห็นท่าทางเอาจริงเอาจังของ 'เ้าเด็กตัวแสบ' คนนี้ จูอวิ่นเถิงก็ไม่ได้คิดจะใช้กำลังบุกเข้าไป เขาถามขึ้นว่า "น้องสี่กินข้าวหรือยัง?"
"ยัง!"
จูอวิ่นเจียนส่งเสียงหึในลำคอ "อาหารมื้อค่ำมาส่งแล้ว คืนนี้พวกเราได้กินของอร่อย พอเสด็จแม่กับพี่รองกลับมา พวกเราก็จะกินข้าวด้วยกัน แต่ไม่มีส่วนของเ้าหรอก"
ได้ยินดังนั้น จูอวิ่นเถิงก็รู้ทันทีว่ามื้อค่ำของเขามีที่มาแล้ว
เ้าเด็กตัวแสบคนนี้ช่างไม่ทันคนเอาเสียเลย ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมแม้แต่น้อย
เดิมทีเขาตั้งใจว่าจะมาหลอกล่อสักหน่อย แต่ในเมื่ออีกฝ่ายเป็คนเปิดปากบอกเองว่ามีของอร่อย เขาก็คงไม่ต้องเกรงใจแล้ว
จูอวิ่นเถิงนิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปทางที่พักของตนโดยไม่บุกเข้าไป
จูอวิ่นเจียนนึกว่าพี่ชายคนนี้ขี้ขลาดจนหนีไปแล้ว จึงหัวเราะเยาะอย่างได้ใจ จากนั้นก็หันไปเล่นของเล่นของตนต่อพลางพึมพำว่า "ทำไมเสด็จแม่กับพี่รองยังไม่กลับมาเสียทีนะ?"
เขาทั้งหิวทั้งอยากจะแอบเข้าไปหาของกินก่อน แต่ด้วยความที่นางหลี่ว์เข้มงวดเื่ระเบียบวินัย เขาจึงไม่กล้าแอบกินก่อน ได้แต่รอคอยอยู่หน้าลาน จนกระทั่งได้เห็นจูอวิ่นเถิงเดินกลับมาอีกครั้ง
"เ้าห้ามเข้ามานะ!"
จูอวิ่นเจียนตั้งท่าจะขวางไว้อีกรอบ
ใครจะคาดคิดว่า จูอวิ่นเถิงไม่ได้สนใจเขาแม้แต่น้อย ชายหนุ่มหยิบกระดาษออกมาแผ่นหนึ่ง แล้วค่อย ๆ พับเป็ 'เครื่องบินกระดาษ' อย่างไม่รีบร้อน
คนในยุคโบราณไม่เคยรู้จักเครื่องบินกระดาษมาก่อน การกระทำนี้จึงดึงดูดความสนใจของจูอวิ่นเจียนได้ชะงัด เขามองด้วยความประหลาดใจพลางขยับเข้าไปดูใกล้ ๆ
จูอวิ่นเถิงหยิบเครื่องบินกระดาษขึ้นมาเป่าลมใส่เล็กน้อย แล้วร่อนมันออกไปบนอากาศอย่างแรง
จูอวิ่นเจียนจ้องมองจนตาค้าง เห็นเพียงแผ่นกระดาษธรรมดาสามารถร่อนไปในอากาศได้ไกล และเมื่อร่อนไปได้พักหนึ่ง มันยังสามารถเลี้ยวกลับมาตกลงที่ข้างกายจูอวิ่นเถิงได้อีกด้วย
"นี่... นี่มันอะไรกัน?"
จูอวิ่นเจียนเบิกตากว้าง เขาไม่เคยเห็นของเล่นที่น่าสนุกเช่นนี้มาก่อน
ธรรมชาติของเด็กย่อมแพ้ทางของเล่น
เขาพลันเกิดความสนใจในเครื่องบินกระดาษลำนั้นอย่างแรง อยากจะเล่นแต่ก็ไม่กล้า สายตาที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหาจ้องมองไปยังจูอวิ่นเถิงอย่างปิดไม่มิด
"อยากเล่นหรือไม่?" จูอวิ่นเถิงถาม
จูอวิ่นเจียนลืมไปเสียสิ้นว่าเมื่อครู่ตนเองใจแข็งเพียงใด รีบพยักหน้าหงึกหงักทันที
จูอวิ่นเถิงกล่าวว่า "เ้าไม่ให้ข้าเข้าเรือน ข้าก็ไม่ให้เ้าเล่น"
จากนั้นเขาก็หยิบเครื่องบินขึ้นมาร่อนออกไปอีกครั้ง คราวนี้เขาร่อนให้มันวนรอบกว้างกว่าเดิม ก่อนจะกลับมาตกลงข้างกาย
จูอวิ่นเจียนเห็นดังนั้นก็เกิดความโลภจนตาเป็ประกาย แต่ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมให้เล่น เขาก็เริ่มเบะปากขอบตาแดงก่ำจวนจะร้องไห้
ทว่าในการร่อนครั้งที่สาม จูอวิ่นเถิงจงใจร่อนให้มันปลิวออกไปนอกกำแพง
"อ้าว... ทำไมร่อนออกไปข้างนอกเสียล่ะ?"
จูอวิ่นเถิงทำทีเป็หัวเสีย ก่อนจะรีบพูดว่า "ช่างเถอะ ไม่เอาแล้ว เดี๋ยวข้าไปพับอันใหม่ก็ได้"
พูดจบเขาก็เดินทำท่าเหมือนจะกลับไปหยิบกระดาษใหม่
ครั้นเห็นจูอวิ่นเถิงเดินจากไปไกลแล้ว จูอวิ่นเจียนก็ตาโต รีบวิ่งแจ้นออกไปตามหาเครื่องบินกระดาษลำนั้นอย่างรวดเร็ว
แต่ทันทีที่เขาลับตาไป จูอวิ่นเถิงก็วนกลับมา แอบนินทาในใจว่าเ้าเด็กตัวแสบช่างหลอกง่ายเสียจริง
จูอวิ่นเถิงตรงเข้าไปในห้องอาหาร ก็พบสำรับอาหารมื้อค่ำตั้งรออยู่ ความหรูหราของมันเทียบกับมื้อที่เขาได้รับไม่ติดฝุ่นเลยแม้แต่นิด
ทั้งไก่ตุ๋น ปลานึ่ง แกะตุ๋น ผัดผัก... แถมยังมีข้าวสวยเม็ดเรียงสวยเต็มถ้วยและน้ำแกงอีกหม้อใหญ่
"กินดีอยู่ดีถึงเพียงนี้ มิน่าเล่า จูอวิ่นเจียนถึงอ้วนท้วนเหมือนหมูตอนขนาดนี้"
จูอวิ่นเถิงแสยะยิ้มเย็น ก่อนจะหันไปสั่งหลิ่วลิ่ว "ย้ายพวกนี้ไปที่เรือนข้าให้หมด!"
"หา?!"
หลิ่วลิ่วถึงกับงงงันเป็ไก่ตาแตก
ที่แท้พระนัดดาสามก็วางแผนเื่นี้ไว้นี่เอง
เขาเป็คนของพระชายารัชทายาท จะปล่อยให้เกิดเื่เช่นนี้ขึ้นได้อย่างไร
จูอวิ่นเถิงตวาดกร้าว จ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นเยียบ "จะย้ายหรือไม่ย้าย!"
หลิ่วลิ่วกลัวจนตัวสั่น ถึงอย่างไรจูอวิ่นเถิงก็เป็พระนัดดา หากจะลงมือฆ่าเขาสักคน อย่างมากก็แค่โดนดุเท่านั้น เขาจึงรีบไปหากล่องใส่อาหารมายกเอาของทั้งหมดในนั้นจากไปทันที
ทว่าพอเดินออกมาถึงข้างนอก ตงฉิงก็กลับมาพอดี
"พระนัดดาสาม ท่านกำลังทำสิ่งใดเพคะ?" ตงฉิงถาม
"ข้าจะทำอะไร ต้องรายงานเ้าด้วยหรือ? หลีกไป!" จูอวิ่นเถิงตวาด
"ข้า..."
"เ้าอะไร?! จองหองนัก!"
จูอวิ่นเถิงก้าวเดินจากไปอย่างผ่าเผย "บ่าวไพร่ชั้นต่ำ ไสหัวไปให้พ้น!"
ตงฉิงได้แต่อ้าปากค้าง ความจริงนางอยากสั่งให้คนมาขวางไว้ แต่พอนึกถึงฐานะพระนัดดาของจูอวิ่นเถิงแล้ว ก็ไม่มีใครหน้าไหนกล้าเอาตัวเข้าแลก
"พี่สาม เครื่องบินกระดาษพังแล้ว ท่านพับได้อย่างไร? ข้าอยากเรียนบ้าง"
จูอวิ่นเจียนที่หาเครื่องบินกระดาษเจอแล้วกลับมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
ขณะนั้นจูอวิ่นเถิงกำลังจะเดินพ้นประตูพอดี พอเห็นจูอวิ่นเจียนกลับมา จึงหัวเราะพลางกล่าวว่า "น้องสี่ ขอบใจเ้ามากที่เลี้ยงมื้อค่ำ"
พูดจบเขาก็สาวเท้าเดินจากไปทันที
"ข้าไปเลี้ยงมื้อค่ำท่านตอนไหนกัน..."
พูดไปได้ไม่กี่คำ จูอวิ่นเจียนก็เหลือบไปเห็นกล่องอาหารในมือหลิ่วลิ่ว
ทันใดนั้นเขาก็เข้าใจเื่ราวทั้งหมด จึงแผดเสียงร้องลั่น "จูอวิ่นเถิง! เ้าขโมยอาหารข้า ข้ายังไม่ได้กินเลยนะ! เอาคืนมา เอาคืนมานะ... ฮือออออ!"
เมื่อเ้าเด็กแสบเห็นว่าอาหารเย็นถูกขโมยไปต่อหน้าต่อตา ก็ทั้งแผดเสียงะโทั้งร้องไห้โฮใหญ่ จนตงฉิงและเหล่านางกำนัลทำอะไรไม่ถูก
"เกิดเื่อะไรขึ้น?!"
นางหลี่ว์กลับมาพอดี ทันทีที่เข้ามาก้าวเท้ามาในเขตเรือนก็ได้ยินเสียงร้องไห้อย่างชัดเจน
วันนี้ทั้งวันนางหงุดหงิดใจจะแย่พอแล้ว เสียงร้องไห้นี่ยิ่งทำให้รำคาญใจเป็เท่าตัว
"พระชายาเพคะ" ตงฉิงรีบปรี่เข้ามา แล้วเล่าเื่ที่เพิ่งเกิดขึ้นให้ฟังอย่างรวดเร็ว
ใบหน้านางหลี่ว์เย็นะเืด้วยโทสะ ก่อนจะสั่งการอย่างเกรี้ยวกราด
"จูอวิ่นเถิง นับวันยิ่งไร้มารยาท! พวกเ้ามัวยืนบื้ออยู่ทำไม? สั่งให้ห้องเครื่องทำใหม่มาเดี๋ยวนี้ และกำชับคนของห้องเครื่องไว้ด้วย อาหารที่จะส่งไปฝั่งนั้น... ให้ตัดออกอีกครึ่งหนึ่ง!"
นางหันมามองจูอวิ่นเจียนที่ร้องไห้ไม่หยุดแล้วก็ยิ่งรำคาญใจ เกือบจะระงับอารมณ์ไม่อยู่แล้วตีก้นเพื่อมอบบทเรียนแห่งความทรงจำในวัยเด็กที่งดงามให้เสียเหลือเกิน
จูอวิ่นเถิงหอบอาหารเลิศรสกลับมา บรรดาพี่หญิงและน้องหญิงต่างพากันส่งเสียงไชโยโห่ร้องอย่างมีความสุข
"พรุ่งนี้สิ่งที่พวกเราจะได้กิน อาจจะน้อยลงยิ่งกว่าเดิมอีกนะ" จูหลิงเยว่เริ่มกังวลเล็กน้อย
แม้คืนนี้จะอิ่มเอมใจเพียงใด แต่พรุ่งนี้ต้องเจองานหนักแน่ เพราะนี่คือนิสัยเดิมของนางหลี่ว์
จูหลิงอี๋รีบพูดขึ้น "หรือพวกเราควรจะส่งคืนไปดีหรือไม่?"
จูอวิ่นเถิงดึงน่องไก่ออกมาหนึ่งน่อง วางลงในถ้วยของจูหลิงซิ่ว แล้วเอ่ยว่า "จะส่งคืนทำไมกัน? ในเมื่อพรุ่งนี้นางไม่ให้พวกเรากิน ข้าก็จะพาพวกท่านไปหาของกินที่อื่น... อ้อ! พรุ่งนี้เช้าปลุกข้าแต่เช้าหน่อยนะ เอาให้เช้ากว่าที่เสด็จปู่จะเข้าท้องพระโรง"
"ขอบคุณเ้าค่ะพี่สาม!" จูหลิงซิ่วกล่าวอย่างออดอ้อนด้วยความขอบคุณ
จูหลิงฮว่ากล่าวว่า "พี่สามกินก่อนเลยเ้าค่ะ"
เด็กหญิงสองคนผู้น่ารักไม่ได้มีความวิตกกังวลเลยแม้แต่น้อย พวกนางรู้เพียงว่าถูกปล่อยให้อดมาหลายวัน ในที่สุดวันนี้ก็มีของอร่อย จึงมีความสุขไม่น้อย
"พี่หญิงใหญ่ พี่หญิงรอง"
จูอวิ่นเถิงสำทับ "พวกท่านวางใจได้ กินเถอะ ไม่เป็อะไรแน่นอน!"
พวกนางไม่ได้เห็นอาหารมากมายขนาดนี้มานานแล้ว ในเมื่อจูอวิ่นเถิงรับประกันขนาดนี้ย่อมไม่มีปัญหา เพราะไหน ๆ ก็แย่งชิงมาได้แล้ว
"พักนี้อวิ่นเถิงดูเปลี่ยนไปมากทีเดียว" พี่หญิงใหญ่จูหลิงเยว่กล่าวด้วยความสงสัย
จูอวิ่นเถิงกล่าวต่อ "แต่เดิมข้าคิดจะอดทนรอจนได้รับที่ดินศักดินา แล้วจะพาพวกท่านหนีไปจากที่นี่ แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้ข้าเพิ่งคิดได้ว่า พวกเราคงหนีไม่พ้นหรอก พวกเขาย่อมระแวงในฐานะบุตรภรรยาเอกของข้าอย่างแน่นอน ในเมื่อหนีไม่พ้น ข้าก็ไม่ขอนิ่งเฉยอีกต่อไป และจะไม่ปกปิดความสามารถของตนอีกแล้ว"
คำพูดนี้ทำเอาหัวใจของพี่หญิงทั้งสองเต้นระรัว ทั้งตื้นตันและอบอุ่นใจ ยิ่งทำให้รู้สึกว่าน้องชายคนนี้ช่างดีต่อพวกนางเหลือเกิน
อาหารเต็มโต๊ะถูกพวกเขากินจนเกลี้ยง นี่เป็มื้อที่อิ่มที่สุดในรอบหลายปี ถึงแม้พรุ่งนี้จะถูกนางหลี่ว์ลงโทษให้อดตาย ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว
แน่นอนว่า จูอวิ่นเถิงไม่มีวันปล่อยให้พวกนางอดตายหรอก การจะทำให้อาหารการกินกลับมาเป็ปกติเหมือนเดิมนั้น สำหรับเขาในตอนนี้ไม่ใช้เื่ยากอีกแล้ว
เวลาล่วงเลยไปจนเข้าสู่ยามราตรี…