่บ่ายของวันการประลองก็ยังคงดำเนินการต่อไปผู้ฝึกยุทธ์มากมายเริ่มที่จะจดจ่อกับการประลองมาขึ้นเรื่อยๆเพราะการประลองครั้งนี้เริ่มที่จะถึงจุดสิ้นสุดเหลือเพียงแค่ไม่กี่ร้อยคู่เท่านั้น
"หยางเจี้ยน จากพรรคเหล็กทมิฬ พบกับ จินหลิง จากพรรคหมาป่าอัสนี" หลี่ต๋า ประกาศชื่อผู้ประลองในรอบต่อไปเมื่อได้ยินชื่อผู้ประลองผู้คนต่างพากันสนใจเป็อย่างมากการประลองคู่นี้ต่างเป็ศิษย์ผู้ที่แบกความหวังของพรรคเอาไว้
แม้ว่าหยางเจี้ยนจะอายุมากกว่า จินหลิง อยู่หนึ่งปีแต่ระดับพลังปราณก็ไม่ต่างกันมากเท่านัก ทั้งสองเดินลงลานประลองยืนประชันหน้ากัน "เริ่มประลอง" เสียง หลี่ต๋า ะโขึ้น จินหลิง พลันเรียกอาวุธขึ้นมาทันที "กรงเล็บอัสนี" มันเป็ปลอกแขนสีเงินสวมอยู่ทั้งมือท้ายและขวานิ้วทั้งสิบเป็ใบมีดแหลมคมสุดพรรณนา ส่วน หยาเจี้ยนมันยังคงยืนเฉยมือทั้งสองไขว้อยู่ด้านหลัง
ั้แ่ทั้งสองลงมายังลานประลอง หยางเจี้ยนไม่ได้ปรายตามองจินหลิงเลยแม้แต่ครั้งเดียวดั่งว่ามันมิได้สนใจคู่ต่อสู้เลยแม้แต่น้อยมันทำแค่แค่นเสียง "เ้าเริ่มลงมือได้เลย" คิ้วของจินหลิงขมวดชิดติดกัน "วายุอัสนี" กระบวนท่านี้ที่จินหลิงใช้ออกมันจะช่วยเพิ่มความเร็วขึ้นหลายเท่าตัวและการฝึกฝนมันก็ยากอย่างยิ่งผลเสียก็คือมันผลาญพลังปราณมากเกินไปจินหลิงเมื่อใช้ออกด้วยวรยุทธ์นี้จินหลิงสมควรที่จะจบการประลองโดยเร็ว
จินหลิง พุ่งทะยานร่างเข้าใส่ หยางเจี้ยน ความเร็วของจินหลิงยากที่จะมองเห็นเมื่อเข้าใกล้ร่างของหยางเจี้ยน จินหลิง ก็กวาดมือทั้งสองเป็แนวขวางความเร็วในการโจมตีของ จิงหลง นั้นรวดเร็วจนไม่อาจนับได้ว่าจินหลิงโจมตีออกไปกี่ครั้ง เสียงตัดลมดังหวีดหวิวเข้าหูของผู้คนแต่การโจมตีครั้งนี้กลับพลาดเพราะที่ๆจินหลิงโจมตีไปนั้นกลับเป็ภาพติดตาของหยางเจี้ยน
สีหน้าจินหลิงแปรเปลี่ยนเป็ตื่นตะลึงสุดขีดเร่งหันกายกวาดสายตามองไปทั่วแต่ก็ไม่พบร่างของหยางเจี้ยนอยู่เลย พริบตาหลังจากนั้นไอพลังมหาศาลบังเกิดขึ้นจากด้านหลังของ จินหลิง มันเร่งกวาดตาหันกลับไปเพื่อที่จะมองแต่หันไปได้เพียงนิดเดียวเท่านั้น
"เ้าขยะ" ตู้มมมม หมัดของ หยางเจี้ยนที่แฝงไปด้วยพลังปราณอันมหาศาลกระแทกเข้ากับแผ่นหลังของ จินหลิง อย่างจังบังเกิดลอยบุบเว้าลึกที่กลางหลังร่างกระเด็นไปไกลหลายสิบเมตรจินหลิงกระอักโลหิตออกมาหลายครั้งก่อนที่จะนอนแน่นิ่งไม่ขยับเขยื้อนกายอีก ก่อนที่ศิษย์คนอื่นจะมาดูอาการสายตาของศิษย์พวกนี้จ้องไปยังหยางเจี้ยนด้วยความเคียดแค้นก่อนจะพาร่างของจินหลิงออกไป
"หยางเจี้ยนชนะรอประลองในรอบต่อไป" หลังจากเจียงประกาศของหลี่ต๋า "ฮึ!" หยางเจี้ยนมันชายตามองจิ๋นเม่ยหลงหนึ่งคราแล้วก็แค่นออกมาจากนั้นมันก็เดินกลับไปยังที่นั่ง จิ๋นเม่ยหลง เองก็มองมันไม่คลาดสายตาเช่นกัน เจตนาของมันจิ๋นเม่ยหลงเองก็พอที่จะรู้ว่านี่หมายความว่าอะไร
"คู่ต่อไป หยางเจี่ยน จากพรรคเหล็กทมิฬ พบกับ หยางเฉิน จากพรรคหมาป่าอัสนี" เสียงหลี่ต๋าประกาศชื่อคู่ประลองในถัดไป ทั้งสองคนกลับเป็พรรคเดียวกันทั้งคู่ทั้งสองลงไปยังลานประลองเรียบร้อย จินหลิงที่พ่ายแพ้ให้แก่หยางเจี้ยนในรอบที่แล้วรอบนี้ความหวังทั้งหมดจึงตกอยู่ที่หยางเฉิน "เริ่มประลอง" หลี่ต๋า ะโขึ้นอีกครา
สิ้นเสียงหลี่ต๋า หยางเฉินยังไม่ทันได้ตั้งตัว หยางเจี่ยนก็พุ้งเข้ามาอย่างบ้าคลั่งกระบี่สีดำสนิทของหยางเฉินถูกเรียกมาั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้เตรียมที่จะฟาดฟันใส่ หยางเฉิน หยางเฉินเองก็มีสติเต็มเปี่ยมั้แ่แรกอยู่แล้วก็เรียกเรียกกระบี่ของตนขึ้นมาตั้งรับทันที เสียงกระบี่ของทั้งคู่ประทะกันดังสนั่งลานประลองแบบไม่มีใครยอมใคร
การต่อสู้ของทั้งสองเริ่มดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ ทั้งสองหลังจากหยั่งเชิงกระบี่กันไปครู่ใหญ่ก็กระโจนถอยห่างออกจากกันไปหลายเมตร "นับว่าเ้าพอมีฝีมืออยู่บ้างแต่จากนี้ไปมันจะเป็ของจริงแล้ว" หยางเจี่ยนสีหน้าแปรเปลี่ยนจากเดินที่ยิ้มแย้มเป็เคร่งขึมดวงตาคมกริบดุจใบมีด หยางเฉินที่เห็นดังนั้นพลันสั่นสะท้านไปครู่หนึ่ง
บุคลิกแววตาของ หยางเจี่ยนแปรเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง หยางเฉินเองก็ไม่กล้าที่จะประมาทหยางเจี่ยนอีกต่อไป "เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ!!" ร่างกายของหยางเฉินจู่ๆก็มีสายฟ้าสีม่วงครอบคลุมไปทั่วร่าง "วายุอัสนี" ถึงแม้ หยางเฉินจะใช้ออกด้วย วิชา "วายุอัสนี" แต่มันก็ต่างกับตอนที่จินหลิงใช้ออกอย่างมากเพราะตอนที่จินหลิงใช้ออกมันผลาญพลังปราณอย่างมาก แต่หยางเฉินเหมือนจะสามารถควบคุมมันได้โดยที่ไม่มีผลเสียอันใดอาจจะเป็เพราะสายฟ้ารอบๆกายของมัน
หยางเจี่ยนก็ยังคงนิ่งเฉยมือขวายังคงกำชับกระบี่สีดำแต่ไม่ได้ออกวิชาอะไรแม้แต่น้อย วูบบบ!!.. หยางเฉินเพียงใช้เวลาแค่ชั่วพริบตาก็เคลื่อนกายมาอยู่ตรงหน้าหยางเจี่ยนสีหน้าของหยางเจี่ยนแปรเปลี่ยนเป็ตกตะลึงทันที "อัสนีสังหาร" หยางเฉิน ฟาดฟันกระบี่ออกภายใต้วิชานี้เป็สิบๆกระบี่
"เคร้ง.. เคร้งง" เสียงกระบี่ของทั้งสองเข้าปะทะกันอีกคราผู้คนที่แต่เดิมให้ความสนใจอยู่แล้วกลับทำให้ยิ่งหน้าสนใจขึ้นไปอีก หยางเจี่ยนถึงแม้จะสามารถรับกระบี่ของหยางเฉินได้แต่ก็ไม่ทั้งหมดร่างกายของหยางเจี่ยนตอนนี้บังเกิดร่องรอยการถูกกระบี่ฟาดฟันตรงหน้าอกทำให้โลหิตสีแดงฉานทะลักออกมา อาภรบนร่างขาดเวิ่น
หยางเฉินเคลือนกายไปอยู่ข้างหลังหยางเจี่ยน ด้วยความสามารถของวิชา "วายุอัสนี" ทำให้การเคลื่อนไหวของ หยางเฉินนั้นเร็วกว่าก่อนหน้านี้อย่างมาก หยางเจี่ยนที่ประมาทคู่ต่อสู้ก่อนหน้ากลับต้องทุ่มฝีมือออกจนสุดความสามารถ หยางเจี่ยนยังไม่ทันได้หันหลังกลับไป กระบี่ของหยางเฉินก็ฟันไปที่กลางหลัง "อ๊ากกกกก" เสียงน่าอดสูของหยางเจี่ยนร้องออกมา กระบี่นี้สร้างาแยาวที่กลางหลังลึกกว่าตรงหน้าอกกว่ามาก
ร่างกายของหยางเจี่ยนยามนี้เต็มไปด้วยโลหิตสีหน้าของมันแปรเปลี่ยนเป้นอัปลักษณ์ "ข้าจะฆ่าเ้า!!!" หยางเจี่ยนมันะโออกมาอย่างบ้าคลั่ง ตัวมันตอนนี้ได้ขาดสติไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว มันเข้าไปชิดตัว หยางเฉินอย่างบ้าคลั่งฟาดฟันกระบี่ออกไปนับไม่ถ้วน แต่หยางเฉินก็รับกระบี่ของหยางเจี่ยนได้ทุกกระบี่
"เฮอะ! จงจดจำความโอหังของเ้าในวันนี้ไว้ให้ดีว่าสุดท้ายแล้วมันจะส่งผลสิ่งใดต่อตัวเ้า" หยางเฉินะโออกไปข้างหลังห่างจากหยางเจี่ยนไปสิบเมตร "คนอย่างข้านะรึจะแพ้ขยะเช่นเ้า ย๊ากก!" หยางเจี่ยนร้องะโออกมาอีกครา เร่งฝีเท้าง้างกระบี่เตรียมที่จะฟาดฟันใส่หยางเฉิน "หมาป่าขย้ำจันทร์" หยางเฉิน ส่งกระบี่เข้าปะทะร่างของหยางเจี่ยนที่กำลังเข้ามา ร่างเงาหมาป่าสามตัวบังเกิดขึ้นหลังจากหยางเฉินใช้ออกด้วยวิชานี้
หยางเจี่ยนที่เห็นหมาป่าสามตัวกำลังเข้ามา คนพลันหยุดร่างที่กำลังเคลื่อนไหวใบหน้าตกตะลึงดวงตาเบิกกว้างร่างกายสั่นสะท้าน "ตู้มมมม" หมาป่าทั้งสามเข้าปะทะกับร่างหยางเจี่ยนส่งเสียงดังสั่นหวั่นไหวส่งผลให้ผู้คนหูอื้อไปชั่วขณะเศษดินเศษฝุ่นคละคลุ้งไปทั่วบดบังทัศนวิสัยของผู้คน ไม่นานฝุ่นก็เริ่งจากลงผู้คนก็สามารถที่จะมองเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้
พื้นประลองบังเกิดหลุมขนาดใหญ่ที่มีร่างของหยางเจี่ยนนอนกระตุกอยู่ตรงกลางโลหิตไหลออกจากมุมปากดวงตาของมันเลื่อนลอยไม่ลุกขึ้นมาเป็เวลาหลายสิบลมหายใจ "หยางเฉินชนะรอประลองในรอบต่อไป" หลี่ต๋า มองดูสภาพของหยางเจี่ยนแล้วสมควรที่จะไม่สามารถลุกขึ้นมาได้อีกจึงได้ประกาศผู้ชนะในรอบนี้ทันที
"เฮ้!!!"
"ศิษย์พี่สุดยอด"
เสียงเหล่าศิษย์ภายในพรรคต่างะโออกมาด้วยความดีใจเพราะความหวังของพรรคอย่าง หยางเฉิน นั้นไม่ทำให้พวกมันผิดหวัง ใบหน้าของหยางเฉิน ยิ้มแย้มอย่างอ่อนโยนจากนั้นก็เดินกลับไปยังที่นั่งพรรคของตน
"คู่ประลองรอบต่อไป เจียวเหมย จากพรรคัอัสนี พบกับ ไป๋หลงเสวี่ย จากพรรคนกอินทรีย์เหมันต์" การประกาศชื่อของคู่ประลองในรอบต่อไปนี้บังเกิดเสียงฮือฮาชั่วครู่เพราะคนทั้งสองนี้ต่างนับว่าเป็ถึงสุดยอดย์ผู้ฝึกยุทธ์ในพรรคของตนเองความสนอกสนใจในการประลองรอบต่อไปนี้ผู้คนต้องตั้งหน้าตั้งตารอชมเป็แน่ จิ๋นเม่ยหลง เองก็สนใจไม่น้อยเช่นกัน..