ทันทีที่ทั้งสองคนรู้ว่าใครคือใคร ฝ่ายหญิงก็แปลกใจเล็กน้อย ส่วนฟีนิกซ์ก็อึ้งไปชั่วขณะ
โอมที่ได้เห็นปฏิกิริยาของทั้งคู่ คนก็รู้สึกว่าทั้งคู่
ตัองเป็มากกว่าคนรู้จักกันแน่ๆ คนจึงกล่าวถามฝัดที่อยู่ข้างๆ “ พี่ฝัดครับ คนๆนี้ไม่ใช่คนที่ชื่อจิต ที่คุณฟีนิกซ์ คิดเอาไว้ใช่มั้ยครับ แล้วเขาคือใครครับ “
ฝัดตอบ ” ผู้หญิงคนนี้เขาชื่อ อ้อน เขาเป็หนึ่งในแฟนเก่าพี่ฟีนิกซ์ ที่ทิ้งพี่ฟีนิกซ์ไป และเป็หนึ่งในความรักที่พี่ฟีนิกซ์ จำไม่ลืมอีกด้วย “
โอมที่ได้ฟังดังนั้น ก็พยักหนัาเข้าใจ
ฟีนิกซ์ที่หลุดจากอาการอึ้งได้แล้ว คนก็กล่าวถามหญิงสาวขึ้น ” เพื่ออะไรอะ น้องคอนัวร์ แค่ผู้ชายคนเดียวทิ้งไป ถึงขนาดต้องไปโลกหน้าก่อนวัยอันควรเพื่อมันเลยเหรอ เื่เล็กๆแค่นี้อะนะ “
“ พี่กระตั้วน้อยไม่รู้ถึงจิตใจของคอนัวร์หรอกค่ะ
คอนัวร์ถูกผู้ชายที่คบกันมาเก้าถึงสิบปี ทิังในวันแต่งงาน มันใช่เื่เล็กน้อยที่ไหนกันคะ ใช่สิ มันไม่ใช่เื่ของพี่กระตั้วน้อยหนิ พี่กระตั้วน้อยถึงคิดว่ามันเป็เื่เล็กน้อยอะ ” หญิงสาวกล่าว
“ เขามาทำกับคอนัวร์แบบนี้ เขาคิดถึงใจคอนัวร์บ้างมั้ย เขาจะรู้มั้ยว่าคอนัวร์รู้สึกแย่และอับอายแค่ไหนอะ เขามีเหตุผลอะไร หรือเขารักผู้หญิงคนนั้นมากกว่าคอนัวร์อะ ถึงมาหนีคอนัวร์ไปในวันงานแต่งอะ แล้วคอนัวร์จะอยู่ต่อยังไงอะ เขาคิดบ้างมั้ย “ หญิงสาวกล่าว
” แล้วไงคอนัวร์ มันก็แค่คนสันดานเสียคนหนึ่ง ที่ไม่เห็นค่าในตัวคอนัวร์ ถึงขั้นต้องมอบชีวิตฆ่าตัวตายเพื่อมันเลยหรอ “ ฟีนิกซ์กล่าว
” พี่กระตั้วน้อย ไม่อยู่จุดเดียวกับคอนัวร์ พี่กระตั้วน้อยไม่รู้หรอกค่ะ คอนัวร์ผูกพันกับเขามาก แต่เขามาทำแบบนี้กับคอนัวร์ คอนัวร์รับไม่ได้อะ “ หญิงกล่าว
” ถ้าเป็พี่กระตั้วน้อย พี่กระตััวน้อย จะรับได้มั้ย “ หญิงสาวกล่าวถาม
” ได้สิ ก็ตอนที่น้องคอนัวร์ทิ้งพี่ไป พี่ยังรับได้เลยว่า
คอนัวร์ไม่ได้รักพี่แล้ว “ ฟีนิกซ์กล่าว
” สมควรแล้วล่ะ ที่คอนัวร์โดนแบบนี้ มันคงเป็กรรมของคอนัวร์ ที่เคยทิ้งพี่กระตั้วน้อยไปหาคนใหม่อย่างไร้เยื่อใย มันคงย้อนกลับมาหาตัวคอนัวร์อะ “ หญิงสาวกล่าว
” งั้นพี่กระตั้วน้อย ไม่ต้องแยแสคอนัวร์นะคะ ปล่อยให้คอนัวร์จบชีวิตตัวเองเถอะค่ะ “ หญิงสาวบอกเสร็จ คนก็หันหน้ากลับไปทางทิศที่สามารถโดนลงตึกได้
ทันทีที่หญิงสาวทำแบบนั้น เสียงคนทั้งหลายที่อยู่บนดาดฟ้าด้วยก็ร้องห้ามออกมา
ฟีนิกซ์ที่เห็นดังนั้น ก็กล่าวขึ้น " ได้ ถ้าคอนัวร์อยากโดดก็โดดเลย พี่จะไม่ห้ามแล้ว แต่พี่ขอไปด้วยคนก็แล้วกัน " ฟีนิกซ์กล่าวเสร็จ คนก็ขึ้นไปยืนขัางหญิงสาวบนกำแพงจุดที่หญิงสาวจะโดด และนำผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋ากางเกง จากนั้นก็นำมันมาผูกติดข้อมือตนกับข้อมือหญิงสาว
จากนั้นก็กล่าวเบาๆกับหญิงสาว ” ถัาอ้อนตาย พี่ขอตายด้วย “
โอมที่เห็นว่าฟีนิกซ์ขึ้นไปยืนข้างหญิงสาวได้ แต่ไม่รวบตัวหญิงสาวเอาไว้ไม่ให้โดด คนก็เกิดสงสัยว่าฟีนิกซ์จะทำอะไร คนจึงกล่าวถามฝัดขึ้น “ พี่ฝัดครับ คุณฟีนิกซ์เขาจะทำอะไรครับเนี่ย เข้าถึงตัวคุณอ้อนได้แล้ว แต่ทำไมไม่ยอมรวบตัวแล้วดึงลงมาด้านล่างล่ะครับ แถมยังไปใช้ผ้าเช็ดหน้าผูกติดกับเขาไว้อีก ”
ฝัดกล่าวตอบ “ กูก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าพี่ฟีนิกซ์จะทำอะไร แต่ดูจากท่าทีอารมณ์ตอบสนองของพี่อ้อนต่อการกระทำของพี่ฟีนิกซ์แล้ว ดูท่าคาดการณ์แล้ว น่าจะสำเร็จ “
อาทที่เห็นว่าฟีนิกซ์บอกว่าจะโดดด้วย คนก็คิดขึ้นในใจ ‘ ไอ้ฟีนิกซ์แผนการท้าให้โดด ถ้าโดด ก็โดดด้วยของมึงใจคือเด็ดมาก แต่อย่าโดดจริงก็แล้วกัน ไม่งั้นถ้าตำรวจช่วยเหลือเตรียมแทรมโพลีนงานวัดกับบ้านลมงานวัดไม่ทัน มึงได้เปลี่ยนร่างใหม่ ‘
อ้อนที่ได้ยินว่าหากตนโดดฆ่าตัวตาย ฟีนิกซ์ก็จะโดดตามด้วย คนจึงกล่าวถาม “ พี่กระตั้วน้อยทำแบบนี้ทำไมอะ จะตายตามคอนัวร์ทำไม เื่ของคอนัวร์เกี่ยวอะไรกับพี่กระตั้วน้อยด้วยอะ “
ฟีนิกซ์ตอบ ” ทำไมจะไม่เกี่ยว เื่ทุกเื่ของคอนัวร์คือเื่ของพี่ทั้งนั้นแหละ ถ้าคอนัวร์เสียใจจากคนอื่นแล้วอยากตาย พี่กระตั้วน้อยที่เสียใจจากคอนัวร์มาก่อน ก็ขอตายตกตามกันไปด้วยคนก็แล้วกัน อย่างน้อยเราก็ได้อยู่ด้วยกันใน่เวลาสุดท้าย "
” แต่เื่ของเรามันก็ผ่านนานมากแล้วนะคะ ทำไมพี่กระตั้วน้อยยังจำอยู่อะ “ อ้อนบอก
ฟีนิกซ์ตอบ ” ความรู้สึกพี่มันดีเลย์ ความจำเลยล่าช้าตาม “
” นี่มันไม่ใช่เื่ล้อเล่นนะคะ พี่กระตั้วน้อย นี่มันเื่ส่วนตัวของคอนัวร์ และไม่เกี่ยวข้องกับพี่กระตั้วน้อยเลยสักนิด คอนัวร์จะฆ่าตัวตาย แล้วพี่กระตั้วน้อยจะตามคอนัวร์มาทำไมคะ “ อ้อนบอก
” พี่ขอย้ำคำเดิม ก็เพราะเื่ของคอนัวร์ทุกเื่ มันคือเื่ของพี่ไง “ ฟีนิกซ์กล่าว
” คอนัวร์ พี่รู้นะ ว่ากว่าจะเริ่มต้นใหม่มันยากแค่ไหน แต่พี่เชื่อว่าต้องมีสักวัน ที่คอนัวร์ จะใช้ชีวิตอยู่ตามปกติได้และก้าวต่อไปข้างหน้าได้ โดยวางอดีตไว้ข้างหลัง “ ฟีนิกซ์กล่าวบอก
“ แต่คอนัวร์ไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไงอะ คอนัวร์เคยรักเขาเคยมีเขาอยู่ตลอดอะ แต่พอเขาทิังคอนัวร์ไป คอนัวร์ไม่รู้จะเดินต่อไปข้างหน้ายังไง ถ้าไม่มีเขาคอยร่วมทางคอยช่วยเหลือ “ อ้อนบอก
ฟีนิกซ์ที่ได้ฟังอ้อนบอกมาแบบนั้น คนก็เอื้อมมืออีกข้างหนึ่ง ที่ไม่ใช่ข้างที่ผ้าเช็ดหน้าผูกข้อมือไว้ คนใช้มือข้างนั้นไปจับมือของอ้อนอีกข้าง ที่ไม่ได้ผูกข้อมือเอาไว้เช่นกัน จากนั้นค่อยกล่าว “ ก็คอนัวร์ยังมีพี่อยู่ตรงนี้ไง ”
“ คอนัวร์ พี่ขอบอกให้คอนัวร์รู้เอาไว้นะ พี่จะอยู่เคียงข้างคอนัวร์นะ จนกว่าคอนัวร์จะวางเื่ที่ทุกข์ใจทั้งหมดทั้งในอดีตและปัจจุบันลงได้ จำเอาไว้นะ” ฟีนิกซ์กล่าว
“ ทำไมพี่กระตั้วน้อยถึงดีกับคอนัวร์แบบนี้ ทั้งๆที่
คอนัวร์ทำเื่แย่ๆกับพี่กระตั้วน้อยเอาไว้อะ “ อ้อนกล่าว พอกล่าวเสร็จคนก็สวมกอดฟีนิกซ์
เมื่อกอดจนพอใจแลัว คนก็คลายกอด และกล่าวกับฟีนิกซ์ ” ขอบคุณมากนะคะพี่กระตั้วน้อย ที่พี่กระตั้วน้อยยังยืนอยู่เคียงข้างคอนัวร์เสมอมาอะ คอนัวร์ดีใจนะคะ ที่ได้เจอพี่กระตั้วน้อยอีกครั้ง “
ฟีนิกซ์บอกกลับ ” พี่ก็ดีใจเหมือนกัน ที่ได้เจอน้อง
คอนัวร์ “
หลังจากฟีนิกซ์กล่าวเสร็จ ทั้งอ้อนและฟีนิกซ์ก็ยืนจ้องตาพลางยิ้มให้กันอยู่เป็เวลาพอควร
อาทที่เห็นว่า อ้อนอารมณ์อยากฆ่าตัวหายสิันแลัว คนก็กล่าวถามฟีนิกซ์ขึ้น “ ไอ้ฟีนิกซ์ มึงจะพาอ้อนลงมาได้ยัง กูจะได้สั่งให้ตำรวจช่วยเหลือเก็บอุปกรณ์ช่วยเหลือ มึงรู้มั้ยกูเกรงใจเขานะเว้ยไอ้ฟีนิกซ์ “
เมื่อฟีนิกซ์ได้ฟังดังนั้น ก็กล่าวกับอ้อน ” อ้อน พี่ว่าเราลงไปข้างล่างดีกว่านะ อยู่บนนี้มันไม่ปลอดภัย “
พอฟีนิกซ์บอกเสร็จ และทำท่าเหมือนจะลงจากกำแพง อ้อนก็รั้งเอาไว้ก่อน และกล่าวบอกกับฟีนิกซ์ " พี่กระตั้วน้อยคะ ตอนนี้คอนัวร์ไม่อยากฆ่าตัวตายแล้วค่ะ แต่คอนัวร์ยังอยากโดดอยู่ คอนัวร์อยากรู้ว่าถ้าโดดลงสูงขนาดนี้ลงแทรมโพลีน คอนัวร์จะเป็ยังไงรู้สึกยังไง ขอคอนัวร์โดดได้ไหมคะ "
ฟีนิกซ์ยิ้มให้จากนั้น ก็กล่าว " ได้สิ งั้นเราโดดพร้อมกันเลยนะ "
อาทที่ได้ยินก็กำลังจะง้างปากห้าม แต่ไม่ทันเสียแล้ว ฟีนิกซ์กับอ้อนกระโจนะโลงเบื้องล่างพร้อมๆกัน
เมื่อได้ลงมายังแทรมโพลีนและกระเด้งจนแรงกระเด้งหมดแล้ว พวกคนนอนจับมือกันบนนั้น สามนาที พอครบสามนาที พวกคนก็พอใจและพากันลงมาจาก
แทรมโพลีน
ในเวลาเดียวกันที่ลงมาแทรมโพลีน พวกอาทก็ลงมาจากดาดฟ้าโรงพยาบาลพอดี และเดินมายังจุดที่ฟีนิกซ์อยู่
ฟีนิกซ์ที่เห็นว่า่เวลานี้ยังเที่ยงอยู่ คนจึงกล่าวถามอ้อน “ คอนัวร์ กินอะไรมารึยัง ”
อ้อนตอบ “ ยังเลย แล้วพี่กระตั้วน้อยกินอะไรมารึยัง ”
ฟีนิกซ์ตอบและถาม “ พี่ก็ยังเหมือนกันจ้ะ งั้นคอนัวร์ไปกินเค้ก ร้านพี่มั้ย เขาว่ากินของหวานช่วยให้อารมณ์ดีนะ ”
“ ก็ได้ค่ะ ” หญิงสาวตอบ
“ แต่ก่อนทึ่น้องคอนัวร์จะได้ไปร้านพี่ น้องคอนัวร์ต้องรอพี่ซื้อของสักพักนะ รอได้มั้ย ” ฟีนิกซ์บอกและถาม
“ คอนัวร์รอได้ไม่มีปัญหาเลย ” อ้อนกล่าว
พออ้อนบอกมาดังนั้น ฟีนิกซ์หันไปกล่าวกับอาท โอม ฝัด ” ไอ้อาท ไปสตาร์ทรถ ส่วนมึงสองคนไอ้ฝัด ไอ้โอม ย้ายไปนั่งกระบะ ส่วนกูจะนั่งกับอ้อนเบาะหลังกันสองคน เข้าใจนะ “
ครั้นฟีนิกซ์บอกเสร็จ พวกคนก็มุ่งหน้าไปขึ้นรถ พอทั้งอาทคนขับ ฟีนิกซ์ โอม ฝัด อ้อน ผู้โดยสารขึ้นรถแล้ว รถก็ออกตัวมุ่งหน้าตรงไปยังที่ซื้อของเข้าร้านนั่งของฟีนิกซ์
ใช้เวลาไม่นานประมาณครึ่งชั่วโมง ฟีนิกซ์ก็ซื้อวัตถุดิบที่ใกล้หมดจนครบ และคนก็ไม่ได้ซืัอเพียงแค่นั้น แต่คนซื้อชุดใหม่สำหรับอ้อนเอาไว้เปลี่ยนจากชุดเ้าสาวแบบไทยๆด้วย
พอได้ของครบ และฟีนิกซ์ ฝัด โอม กลับมายังรถ และขึ้นรถ อาทก็ออกรถมุ่งสู่กลับร้านนั่งเล่นในทันที
ไม่นานก็กลับมาถึงร้านนั่งเล่น เมื่อกลับมาถึงและเข้ามายังตัวร้าน ฟีนิกซ์ก็ยื่นถุงที่ใส่เสื้อผ้าที่เพิ่งซื้อมา ให้อ้อนไปเปลี่ยนที่ห้องน้ำร้าน
อ้อนก็รับมาและกล่าว “ ขอบคุณค่ะ ” พอกล่าวเสร็จ คนก็ไปเปลี่ยนชุด
ในขณะที่อ้อนกำลังเปลี่ยนชุด ฟึนิกซ์ก็ไปหยิบเค้ก
วานิลลาในตู้เก็บเค้กมาวางที่โต๊ะอีกโต๊ะกลางร้านที่ไม่ใช่โต๊ะอาท จากนั้นจึงค่อยไปทำน้ำโกโก้ปั่นให้อ้อนกินคู่กับเค้ก
เมื่ออ้อนออกมาจากห้องน้ำในชุดใหม่ ฟีนิกซ์ที่อยากรู้ว่าคนรู้สึกยังไง จึงกล่าวถาม “ ชุดที่พี่ซื้อให้ น้องซันคอนัวร์ โอเครึเปล่า ถ้าไม่โอเค ให้พี่พาไปหาซื้อใหม่ให้เอามั้ย ”
อ้อนเดินมาหยุดตรงที่โต๊ะที่ฟีนิกซ์ยืนอยู่ จากนั้นจึงค่อยตอบกลับ “ ชุดที่พี่กระตััวน้อยซื้อให้มา ใส่พอดีเลยค่ะ “
” ว่าแต่พี่กระตั้วน้อยรู้ได้ไงว่าคอนัวร์ใส่ไซส์นี้อะคะ “ อ้อนถาม
” พี่ลองซื้อไซส์น้องคอนัวร์ จากรูปร่างของน้องคอนัวร์จากเมื่อในอดีตเอาน่ะ " ฟีนิกซ์บอก
" พี่กระตั้วน้อย ยังจำไซส์เสื้อผ้าของคอนัวร์ได้อยู่หรอคะ " อ้อนถาม
ฟีนิกซ์ตอบ " เื่ของคอนัวร์ทุกเื่ พี่จำได้หมดแหละ "
อ้อนที่ได้ฟังดังนั้นก็ยิ้ม จากนั้นจึงค่อยกล่าวบอก " ขอบคุณนะคะ ที่พี่กระตั้วน้อยยังดีกับคอนัวร์เสมอ "
ฟีนิกซ์ยิ้มตอบรับคำพูดอ้อน จากนั้นก็กล่าวเชิญชวน "
น้องคอนัวร์นั่งกินเค้กวานิลลากับน้ำโกโก้ปั่นก่อนนะ จะได้อารมณ์ดียิ่งๆขึ้น "
อ้อนนั่งลงตรงเก้าอี้ จากนั้นกล่าว " งั้นคอนัวร์ไม่เกรงใจแล้วนะคะ "
หลังกล่าวเสร็จ อ้อนก็ใช้ช้อนตักเค้กขึ้นมากินคำหนึ่ง ทันทีที่เค้กเข้าสู่ลิ้น อ้อนก็กล่าวขึ้น " ฮือ เค้กละลายในลิ้นเลยอะ แถมยังไม่หวานเกินไปอีก อร่อยมาก
พี่กระตั้วน้อยนี่ยังทำอาหารอร่อยเหมือนเดิมเลยนะคะ "
ฟีนิกซ์ยิ้ม จากนั้นค่อยกล่าว " ถ้าคอนัวร์ชอบ ก็กินเยอะๆเลยนะ หากไม่อิ่ม พี่มีเค้กวานิลลาอยู่อีกสองสามชิ้น รอให้น้องกินจนหายหิวเลยล่ะ "
อ้อนบอก " ขอบคุณนะคะ พี่กระตั้วน้อย แต่คอนัวร์ว่าชิ้นเดียว คอนัวร์ก็อิ่มแล้วค่ะ "
" งั้นหรอ งั้นก็เอาตามที่คอนัวร์้าเลย " ฟีนืกซ์กล่าว
อ้อนกินเค้กไปได้สักห้าหกช้อน ฟีนิกซ์ที่นึกเื่ถามขึ้นมาได้ จึงกล่าวถาม " น้องคอนัวร์ยังชอบไหว้พระอยู่รึเปล่าจ๊ะ "
อ้อนกลืนเค้ก และค่อยกล่าว " คอนัวร์ยังชอบอยู่ค่ะ
คอนัวร์ไปวัดทุกอาทิตย์เลย "
" แล้วพี่กระตั้วน้อยล่ะคะ ทุกวันนี้ยังเข้าวัดอยู่รึเปล่า " อ้อนถาม
ฟีนิกซ์ตอบ " ทุกวันนี้ พี่ไม่ค่อยได้เข้าวัดเลย คือ พี่ไม่ค่อยว่างน่ะ "
" ที่พี่ถามน้องคอนัวร์ ไม่ใช่อะไรหรอกนะ คือ พี่จะชวนน้องคอนัวร์ไปไหว้พระด้วยกัน ในวันที่น้องคอนัวร์ว่างน่ะ " ฟีนิกซ์กล่าว
" พี่กระตั้วน้อยเพิ่งบอกคอนัวร์เองไม่ใช่หรอคะ ว่าพี่ไม่ค่อยว่างอะ " อ้อนถาม
" ถ้าเพื่อน้องคอนัวร์ พี่หาเวลาว่างให้น้องคอนัวร์ได้เสมอแหละ " ฟีนิกซ์กล่าว
" ว่าแต่น้องคอนัวร์ว่างวันไหน พรุ่งนี้ว่างมั้ย " ฟีนิกซ์ถาม
" คอนัวร์ว่างทุกวันเลย ถ้าพี่กระตั้วน้อยจะชวนไปไหว้พระวันไหน ก็ชวนคอนัวร์มาแล้วกัน " อ้อนกล่าว
" แล้วพี่จะชวนคอนัวร์ได้ทางไหน คือ พี่ไม่มีไลน์ ไม่มีเฟซ ไม่มีเบอร์โทร หรือ ที่อยู่ของคอนัวร์เลยอะ " ฟีนิกซ์ถาม
อ้อนแบมือยื่นแขนไปทางฟีนิกซ์ และกล่าว " เอามือถือของพี่กระตั้วน้อยมา เดี๋ยวคอนัวร์จะแอดทุกช่องทางติดต่อของคอนัวร์ให้ "
ฟีนิกซ์ครั้นได้ยินดังนั้น ก็หาได้รอช้าไม่ รีบควักโทรศัพท์ของตนยื่นให้อ้อนไป
ทันทีที่อ้อนได้โทรศัพท์ฟีนิกซ์มา คนก็เริ่มแอดช่องทางติดต่อตนให้ฟีนิกซ์ทันที พอแอดเสร็จ คนก็ยื่นโทรศัพท์คืนให้ฟีนิกซ์ไป
" คอนัวร์ เย็นนี้พี่ขอไปส่งคอนัวร์ที่บ้านหรือที่ห้องนะ
คอนัวร์จะว่าอะไรมั้ย " ฟีนิกซ์กล่าวขอและกล่าวถาม
" มันจะไม่รบกวน พี่กระตั้วน้อยมากเกินไปหรอคะ คือ คอนัวร์เกรงใจน่ะค่ะ ที่พี่กระตั้วน้อยทำให้คอนัวร์ตอนนี้ ก็มากเกินสำหรับคอนัวร์แล้วนะคะ " อ้อนกล่าว
" มันไม่รบกวนพี่มากหรอก ถึงรบกวนมาก พี่ก็ยินดีที่จะทำ อย่างไม่บ่นอะไรเลยแม้เพียงนิด " ฟีนิกซ์บอก
" ถ้างั้น เย็นนี้รบกวน พี่กระตั้วน้อยทีนะคะ " อ้อนกล่าว
" ตอนนี้ น้องคอนัวร์ก็กินเค้กกับโกโก้ปั่นก่อนเถอะจ๊ะ " ฟีนิกซ์กล่าว
แต่ก่อนที่อ้อนจะได้ตักเค้กกินอีกครั้ง โอมที่อยากรู้ว่าทำไม อ้อนเรียกฟีนิกซ์ว่ากระตั้วน้อย ส่วนฟีนิกซ์ก็เรียกอ้อนว่าคอนัวร์ จึงถาม " คุณฟีนิกซ์ คุณอ้อน ครับ ผมอยากรู้ว่าทำไม คุณฟีนิกซ์ถึงเรียกคุณอ้อนว่า คอนัวร์ ส่วนคุณอ้อนก็เรียกคุณฟีนิกซ์ว่า กระตั้วน้อย ล่ะครับ "
อ้อนกล่าวตอบ " ก็เพราะตอนที่เราเจอกันครั้งแรก เราเจอกันที่ตลาดปลา ตอนกำลังมีงานประกวดนกอยู่น่ะค่ะ แล้วตอนนั้นพี่กระตั้วน้อยก็ยืนเล่นกับนกกระตั้วอยู่พอดี อ้อนเลยเรียกพี่ฟีนิกซ์ว่ากระตั้วน้อย "
" ใช่ ส่วนที่กูเรียกอ้อนว่า ซันคอนัวร์ หรือ คอนัวร์ ก็เพราะว่าตอนนั้น อ้อนกำลังเล่นกับนกซันคอนัวร์อยู่ไง เื่ก็ประมาณนี้แหละ " ฟีนิกซ์กล่าว
" อ๋อ เป็แบบนี้นี่เอง " โอมตอบรับเข้าใจ
" มีใครจะถามอะไรอ้อนอีกมั้ย กูจะได้ให้อ้อนตอบติดต่อกัน จะได้หมดๆ และอ้อนจะได้กินเค้กสักที " ฟีนิกซ์ถาม
โอมกับฝัดที่ถูกถามมาแบบนั้น ก็ส่ายหน้าเป็คำตอบว่า ไม่มีอะไรถามแล้ว
เมื่อฟีนิกซ์ได้รับคำตอบมาดังนั้น คนก็หันมากล่าวกับอ้อน " น้องซันคอนัวร์กินต่อเถอะจ้ะ "
" โอเคค่ะ " อ้อนกล่าวพลางพยักหน้า
อ้อนกินไปได้ไม่นานประมาณเจ็ดถึงสิบช้อน ฟีนิกซ์ก็กล่าวชวนขึ้น " น้องคอนัวร์ ถ้ากินเค้กเสร็จแล้ว เราไปดูหนังกันมั้ย "
" อืม ไปก็ได้ค่ะ " อ้อนตอบ
ฟีนิกซ์ที่ฟังดังนั้น ก็ยิ้มออกและแววตาสดใสดีใจขึ้นมาทันที
พออ้อนกินเค้กกับน้ำโกโก้ปั่นเสร็จ ฟีนิกซ์กับอ้อนก็ลุกขึ้นและพากันออกไปจากร้านเพื่อไปดูหนัง
เมื่ออ้อนกับฟีนิกซ์ออกไปแล้ว โอมก็กล่าว " คุณฟีนิกซ์ก็มีความสุขแล้ว ผมก็มีความสุขแล้ว แล้วเมื่อไหร่พี่ฝัดจะมีความสุขบ้างล่ะครับ "
ฝัดฝืนยิ้มแสดงท่าทีมีความสุขและกล่าว " ทุกวันนี้กูก็มีความสุขดีอยู่แล้วเว้ย ดูยังไงว่ากูไม่มีความสุขวะ ตาถั่วแล้วมึงอะ "
โอมคิดต่อสิ่งที่ฝัดพูดและแสดง ' ฝืนแกล้งทำอยู่ชัดๆ '
นับั้แ่วันที่ ยี่สิบเก้า มีนา จนถึงวัน สี่ เมษายน
่เช้า ทางด้านของเยี่ยหลง คนที่ใช้เวลาอยู่ในห้องสมุดส่วนกลางเป็ส่วนใหญ่ เพื่อสืบหาว่าใครคือสายลับของนิกายมารฟ้า
คนก็เจอว่ามีคนอยู่ห้าคน ที่เจอในห้องสมุดและน่าสงสัยมากที่สุด
หนึ่งคือชายที่ชื่อ เ้าเฉิน ที่มักจะเข้าห้องสมุดมา แม้จะถือหนังสือสมุดอยู่ แต่เยี่ยหลงก็สังเกตได้ว่า คนมิได้อ่านหนังสือเลย พอชายที่ชื่อ ชุนเข่อซิน เข้ามาหาคน คนก็ปิดหนังสือสมุดและไปคุยกันเป็การส่วนตัว คนทำแบบนี้เรื่อยมาั้แ่วันที่ ยี่สิบเก้า มีนาคม
สองก็คือชายที่ชื่อ ชุนเข่อซิน ที่เข้ามาในห้องสมุดมา แต่คนไม่เคยหยิบหนังสือสมุดเล่มใดมาอ่านเลย คนมุ่งแต่จะมาคุยกับเ้าเฉินเพียงอย่างเดียว
สามคือชายที่ชื่อ หยุนเสี่ยวฝาน แต่คนนี้ค่อนค้างพิเศษคือมีคนเข้ามาหามาคุยกับคนแบบลับๆมากเลยต่อวัน และทุกคนเป็ผู้ชายหมด
คนที่สี่คือชายที่ชื่อ ตงเป่า คนนี้มักจะลุกจากเก้าอี้ที่ใช้นั่งอ่านหนังสือสมุดอยู่บ่อยๆ และไปแอบหลบอยู่มุมที่ไม่มีใครมองเห็น สักระยะ ก่อนจะกลับมานั่งที่
คนที่ห้าคือชายที่ชื่อ เย่าเยว่ คนนี้ก็เหมือนคนที่สาม คือมีคนเข้ามาหา มาคุยกับคนแบบลับๆมากเลยต่อวัน แต่ต่างกันตรงที่คนนี้มีทั้งชายและหญิงเข้าหา
ณ ปัจจุบันเวลาตอนนี้ สิบโมง เช้า เยี่ยหลงที่นั่งอ่านหนังสือสมุดรอคนทั้งห้าเข้ามายังห้องสมุด เพื่อเข้าหาสืบดูว่าใครเป็สายลับ ก็ยังไม่เจอใครเข้ามายังในห้องสมุดเลย
คนรอไปจนถึงเกือบเที่ยง เยี่ยหลง ที่เห็นว่าใกล้เที่ยงคนก็ปิดสมุดหนังสือและลุกขึ้น จากนั้นก็เอี้ยวตัวไปทางยังชั้นหนังสือสมุดที่ตนหยิบหนังสือสมุดมา ซึ่งมันอยู่ทางด้านประตูทางเข้าออก
ที่เยี่ยหลงต้องทำแบบนี้ หาใช่้าเปลี่ยนหนังสือสมุดอ่านไม่ แต่เป็เพราะ คนต้องกลับดอยไปอาหารนั่นเอง
เยี่ยหลงที่ลุกชึ้นและหันหน้าไปยังทางเข้าทางออกแล้ว ทันใดนั้นจู่ๆ ชาย คนหนึ่งที่เยี่ยหลงสงสัยว่าคือสายลับของนิกายมารฟ้า ก็เข้ามายังห้องสมุดแล้ว ณ ตอนนี้
เยี่ยหลงซึ่งเห็นดังนั้น ก็เอี้ยวตัวกลับมาที่เดิม วางสมุดหนังสือลงบนโต๊ะ และนั่งลงอย่างรวดเร็ว
' เป็เย่าเยว่ที่เข้ามา ดีล่ะ งั้นคนที่น่าสงสัยที่เราจะเข้าหาเป็คนแรก คงเป็เย่าเยว่นี่แหละ ' เยี่ยหลงคิด
เมื่อเย่าเยว่เข้าไปอยู่ที่มุมประจำของตนแล้ว เยี่ยหลงก็ไม่รีบรอช้าที่จะเข้าหาเย่าเยว่
แต่ก่อนที่จะได้ไปฟีนิกซ์ก็บอกไปว่า ' มึงพูดตามที่กู
บอกมึงไปนะ '
เยี่ยหลงตอบกลับ ' ครับ '
เยี่ยหลงเดินมาหยุดตรงหน้าเย่าเยว่ และกล่าวขึ้นตามฟีนิกซ์ " ศิษย์พี่ ข้ามีข้อมูลของดอยไผ่ใหญ่มาแลกกับข้อมูลทางฝั่งศิษย์พี่ "
เย่าเยว่ที่ได้ฟังดังนั้น ก็ไม่เข้าว่าคนหมายถึงอะไร จึงกล่าวถาม " เ้าพูดถึงอะไร "
" ข้าก็หมายถึงสิ่งที่ศิษย์พี่มีและเป็สิ่งที่หากศิษย์พี่บอกกับใคร ศิษย์พี่จะเดือดร้อนไง นั่นคือสิ่งที่ข้าจะแลกกับข้อมูลของท่าน " เยี่ยหลงกล่าว
" อ๋อ เข้าใจแล้ว แต่ว่าข้าไม่้าข้อมูลอะไรของเ้า หากเ้า้าของของข้า ก็เอาเงินมาแลกเปลี่ยน ข้า้าเพียงเงิน " เย่าเยว่กล่าว
" แล้วข้าต้องจ่ายเท่าไหร่ล่ะ " เยี่ยหลงถาม
" สามสิบเหรียญเงิน " เย่าเยว่บอก
เยี่ยหลงไม่รีรอช้า รีบจ่ายเงินไป เมื่อเยี่ยหลงจ่ายเงินแล้ว เย่าเยว่ก็ถามขึ้น " แล้วเ้า้าสมุดหนังสือเล่มใดล่ะ ข้าจะได้บอกเ้าได้ว่าอยู่ตรงไหน "
เยี่ยหลง ฟีนิกซ์ แคน ที่ได้ฟังดังนั้น พวกคนก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่สิ่งเดียวกันกับที่พวกตนหมายถึงแล้ว
เมื่อเป็เช่นนั้น เพื่อความแน่นอน ฟีนิกซ์ก็บอกให้
เยี่ยหลงถามไปว่า " ศิษย์พี่หมายถึงสมุดหนังสืออันใดฤา "
เย่าเยว่บอกกลับ " ก็หนังสือสมุดในห้องสมุดนี้ไง เ้า้าเล่มไหน หรือ ้าหนังเนื้อหาแบบใด ข้าจะได้บอกได้ว่าเ้าต้องไปเอาตรงไหนไง "
พอเยี่ยหลง ฟีนิกซ์ แคน ได้ฟังดังนั้น คนก็อ๋อเข้าใจขึ้นมาทันที
" ที่แท้ ที่ท่านทำตัวลับๆล่อๆ คือ ท่านแอบเก็บเงินศิษย์รุ่นน้องที่้าสมุดหนังสือฤา " เยี่ยหลงถาม
" ก็ไง แล้วเ้าคิดว่าอะไรล่ะ " เย่าเยว่ถามกลับ
เยี่ยหลงที่กลัวจะโดนรู้ความจริงว่าตนเข้ามาที่นี่เพื่อมาสืบอะไร คนจึงรีบกล่าวออกไป " อ๋อ ไม่มีอะไรหรอก ข้าก็หมายถึงท่านขายหนังสือสมุดนั่นแหละ "
" แล้วเ้าบอกได้รึยังว่าเ้า้า สมุดหนังสือแบบใด " เย่าเยว่ถาม
เยี่ยหลงที่คิดไม่ออกว่าตน้าหนังสือแบบใด คนก็นิ่งทำหน้างงๆ
ฟีนิกซ์ที่เห็นดังนั้นก็บอกให้เยี่ยหลงพูดไปแบบนี้ " ข้า้าหนังสือสมุดเวทที่ฝึกแล้ว จะเปลี่ยนร่างกายเป็ธาตุสายฟ้าได้น่ะ"
เย่าเยว่ที่ได้ฟังดังนั้น ก็ตอบกลับในทันที " สมุดหนังสือเวทที่ฝึกแล้วจะได้แบบนั้น มันอยู่ชั้นสี่ ซึ่งเ้าไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นไป ข้าว่าเ้าเปลี่ยนหาหนังสือสมุดเวทเล่มใหม่เถอะ "
เยี่ยหลงที่รู้แล้วว่าเย่าเยว่ไม่ใช่สายลับของนิกายมารฟ้า คนที่ไม่อยากเสียเวลาต่อ เพราะต้องกลับไปทำอาหารให้พวกศิษย์พี่และอาจารย์กิน ก็กล่าวบอก " ถ้าข้าไม่ได้หนังสือสมุดเล่มนั้น งั้นข้าของตัวก่อน "
เยี่ยหลงกล่าวเสร็จ คนก็หันหลังเดินจาก แต่เดินไปได้สี่ก้าว เย่าเยว่ก็กล่าวรั้งขึ้น " เดี๋ยวก่อน "
เยี่ยหลงหยุดเดินและหันกลับมาถาม " มีอไรฤา ศิษย์พี่ "
เย่าเยว่กล่าวบอก " อย่าได้บอกเื่นี้กับใคร ถ้าข้ารู้ว่าเ้าบอก ข้าจะหักกระดูกเ้า เข้าใจนะ "
เยี่ยหลงพยักและตอบรับ " อืม ข้าเข้าใจแล้ว "
" แล้วอีกอย่างเงินที่จ่ายมา ข้าไม่คืนนะ " เย่าเยว่กล่าว
" อืม ข้าเข้าใจแล้ว " เยี่ยหลงกล่าวพลางพยักหน้าตอบรับ
พอเยี่ยหลงตอบรับเสร็จ คนก็เดินออกจากห้องสมุดไปและมุ่งสู่ดอยไผ่ใหญ่ของตน เพื่อไปทำอาหาร
เมื่อเยี่ยหลงทำอาหารเสร็จ กินอาหารหมด แลล้างถ้วยจานชามเรียบร้อยแล้ว คนก็กลับมาที่ห้องสมุดส่วนกลาง เพื่อรอดูว่ามีใครน่าสงสัยเพิ่มอีกมั้ย และรอดูว่าคนที่ตนสงสัยอีกสี่คนจะเข้ามาในห้องสมุดหรือไม่
คนรอไปจนเย็น ก็ยังไม่มีใครน่าสงสัยเพิ่มเติม และคนที่ตนสงสัยอีกสี่คนก็ไม่มีใครเข้ามา
ครั้นเป็เช่นนั้น เยี่ยหลงก็ขอตัวกลับดอยไปทำอาหาร พอทำอาหารเสร็จ กินเสร็จ ล้างถ้วยล้างจานชามเสร็จ คนก็นั่งฝึกเวทด่านประตูทั้งหกประมาณหนึ่งชั่วโมง บนเตียงในห้องนอนตน ก่อนจะเข้านอน