บทที่ 10
หลังจากที่ภาพนั้นได้หายไปจากกระจก คุณหลวงหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงเดิมที่เดิมก็ยังคงมองไปยังกระจกอย่างไม่คลาดสายตา จนเวลาผ่านไปนานเท่าใดแล้วก็มิอาจทราบได้
"เฮ้อ" เสียงถอนหายใจของคุณหลวงดังขึ้นมา ถึงแม้ว่าเขาจะเป็ชายแท้ แต่ภาพนั้นทำให้เขารู้สึกแปลกๆ ไปเสียได้
"คุณหลวงขอรับ คุณหญิงให้มาตามขอรับ" เสียงที่ดังมาจากหน้าห้องของเขาทำให้เขาจำเป็ที่จะต้องลุกออกไปจากกระจกตรงหน้า
"มีอันใดกับลูกหรือครับคุณแม่" เขาเดินไปจนถึงยังเรือนรับรอง ก่อนที่จะนั่งลงตรงหน้าคุณแม่
"วันพรุ่ง เพื่อนแม่จะมาเยี่ยมเยือน พร้อมกับลูกสาวของเขา" คุณแม่พูดขณะที่กำลังร้อยมาลัยอยู่โดยมิได้มองหน้าลูกชายของตนเองแต่อย่างใด
"ขอรับคุณแม่" ถึงแม้ว่าเขาจะสงสัยเพียงใด แต่เขาก็ได้แต่ขานตอบรับคุณแม่ไปเท่านั้น
"เห็นเขาจะแนะนำเขาให้ลูกรู้จัก วันพรุ่งลูกว่างหรือไม่เล่า"
"เกรงว่าลูกจะมิว่างนะขอรับ"
"อย่างนั้นหรือ" คุณแม่นิ่งไปสักพัก ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาแล้วหยุดร้อยมาลัยในมือ ก่อนที่จะพูดตอบกลับขึ้นมาอย่างมิได้คาดคั้นอะไรนัก
"ขอรับ" เขาตอบออกไป คุณแม่ก็ก้มลงไปร้อยมาลัยในมือต่อไป แล้วมิได้เอ่ยอะไรออกมาอีก
"ลูกขอตัวนะขอรับ" คุณแม่ทำเพียงพยักหน้าเบาๆ ให้กับเขาเท่านั้น บ่งบอกว่าคุณแม่อนุญาตให้เขาสามารถออกไปจากเรือนรับรองได้
"หวังว่าเ้าจะมิมาตอนนี้นะ" เขาพูดกับกระจกก่อนที่จะออกมาจากหอนอนของเขา
หลังเขาเดินออกมาจากเรือนรับรองก่อนที่จะตรงไปยังหอนอนของเขาแล้วออกมาพร้อมกับเอกสารในมือ เป้าหมายของเขาคือเรือนแพ เรือนแพหลังนี้มีไว้เพื่อเมื่อถึงยามใดที่เขาไม่มีกิจอันใดที่จะต้องทำ เขามักจะมานั่งเพื่อนพักผ่อนหย่อนใจที่นี่
เขานำเอกสารที่นำมาด้วยวางลงตรงโต๊ะทำงานของเขาในเรือนแพ ซึ่งโต๊ะของเขาหันหน้าตรงออกไปยังแม่น้ำ ซึ่งสามารถเห็นทิวทัศน์รอบๆ เรือนแพได้อย่างดี
เขานั่งลงก่อนที่จะจัดการงานและเอกสารตรงหน้าทันที พร้อมกับเวลาที่ล่วงเลยจนตกดึก
"มืดแล้วอย่างนั้นรึ" เขาว่าพลางละสายตาจากเอกสารก่อนที่จะจุดตะเกียงข้างๆ ตัวของเขา
ก่อนที่จะถือตะเกียงไปยังข้างนอกตัวเรือนแพ นำตะเกียงไปวางไว้ที่ตรงเล็กๆ ตรงข้างตัวของเขา แล้วมองไปยังดวงจันทร์ ที่ตอนนี้ส่องแสงสว่างอย่างสวยงามต่างจากวันปกติ
เขายืนมองดวงจันทร์ตรงหน้าเขาอยู่สักพัก ขณะนั้นภาพใครบางคนก็ซ้อนทับขึ้นมาในหัวของเขา ภาพที่เขาคะนึงถึงอยู่ตลอดเวลา
"ดวงจันทร์ยังงดงามน้อยกว่าเ้า" เขาว่าก่อนที่จะยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว เมื่อเขานึกถึงใครบางคนขึ้นมา รอยยิ้มตอนนี้ของเขาเป็ยิ้มที่ดูอ่อนโยนและอบอุ่น ถึงแม้ว่าเ้าตัวจะไม่รู้สึกว่าตอนนี้รอยยิ้มของตนเป็อย่างไร
ก่อนที่เขาจะหน้าแดงขึ้นมาเมื่อนึกถึงภาพเมื่อตอนนั้น เขาสลัดความคิดนั้นทิ้งก่อนที่จะเดินไปหยิบเอกสารที่โต๊ะทำงานก่อนที่จะเดินขึ้นเรือนไป
ทันทีที่เขาขึ้นเรือนขึ้นมา เขาก็พบว่าคุณแม่กำลังยืนมองพระจันทร์เฉกเช่นเดียวกับเขา
"ลูกว่าวันนี้พระจันทร์ดูงดงามกว่าปกติหรือไม่" คุณแม่ว่าพลางหันมาถามเขา
"ลูกว่าไม่เห็นจะสวยเลยขอรับ" จันทร์ยังงดงามกว่า เขาต่อประโยคนี้ไว้ในใจก่อนที่จะหันไปยิ้มให้คุณแม่ พร้อมกับเดินออกไปที่ห้องของเขาเพื่อที่จะเตรียมตัวไปชำระล้างร่างกายของตนเอง
"ลูกคนนี้นี่ จะไม่สวยได้เยี่ยงไรกัน" น้ำเสียงดุปนสงสัยดังออกมาจากคุณหญิง ก่อนที่คุณหญิงจะละสายตาจากพระจันทร์ตรงหน้าก่อนที่จะเข้าหอนอนของตนเองเฉกเช่นเดียวกัน
หลังจากที่เขาอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายของตนเองพร้อมกับแต่งกายด้วยชุดนอนของเขาเสร็จแล้ว เขาก็นั่งลงที่ข้างเตียงของตนเอง แล้วเขาก็มองไปยังกระจกข้างๆ อยู่สักพักหนึ่ง แล้วล้มตัวลงนอนอย่างเหนื่อยล้า ก่อนที่จะหลับไปในที่สุด
ยามเช้า
"ลูกไปทำงานก่อนนะขอรับคุณแม่" เสียงที่ดังมาจากข้างหลังทำให้คุณหญิงภารตีรับรู้ได้ทันทีว่าเป็ลูกชายของตนเองก่อนที่จะหันไปยิ้มให้พ่อชัย
หลังจากที่พ่อชัยออกไปทำงานแล้ว ก็เป็เวลาที่คุณหญิงต้องเตรียมสำรับเพื่อแขกของตนเองในวันนี้ เธอเดินไปยังห้องครัวแล้วสั่งบ่าวไพร่ทั้งหลายตระเตรียมสำรับต่างๆ ให้ออกมาอย่างดีที่สุด
เมื่อเธอตระเตรียมทุกอย่างจนเสร็จแล้วเรียบร้อย ก็เป็เวลาเดียวกับที่คุณหญิงเพื่อนของเธอมาถึงพอดี
"เป็อย่างไรบ้างคุณหญิงสายหยุด" เสียงคุณหญิงภารตีพูดทักทายผู้มาใหม่พร้อมด้วยความยิ้มแย้ม
"สบายดี แม่สายใจทักทายสหายแม่สิลูก" เธอว่าก่อนที่จะเห็นผู้หญิงหน้าตางดงาม ผิวพรรณดูผุดผ่องสมกับเป็ลูกเชื้อผู้ดี ซ้ำยังไม่ไปร่ำเรียนถึงในรั้วในวัง
"กราบค่ะคุณหญิง" ท่าทางกริยางดงามสมกับที่ได้เข้าไปอยู่ในรั้วในวัง คุณหญิงภารตีชมในใจ
หลังจากที่ทั้งคู่ได้ทักทายกันสักพัก คุณหญิงภารตีก็เชิญทั้งสองมาที่เรือนรับรองที่มีสำรับเตรียมพร้อมไว้เรียบร้อยแล้ว
"แล้วพ่อชัยไปไหนเสียล่ะ ไม่เห็นหน้าค่าตาเสียเลย" หลังจากที่ทั้งสามคนได้รับประทานสำรับจนหมดแล้วนั้น พร้อมกับบ่าวไพร่ที่นำสำรับไปเก็บที่ห้องครัว คุณหญิงสายหยุดเธอก็พูดถึงพ่อชัยขึ้นมา
"พ่อชัยเขาไปทำงานที่วังหลวง สักพักคงกลับ" คุณหญิงพูดไปตามความเป็จริง
"อย่างนั้นเองรึ" คุณหญิงสายหยุดหล่อนมิได้ถามอันใดต่อ ก่อนที่จะชมฝีมือการทำอาหารของเธอ
"ฝีมือของคุณหญิงยังไม่ตกเลยนะ" หล่อนพูดด้วยความชื่นชมในฝีมือของคุณหญิงภารตี ก่อนที่จะถามลูกของเธอเช่นเดียวกัน
"ใช่ไหมลูก" คุณหญิงสายหยุดหันไปถามลูกสาวเธอที่นั่งเงียบมานาน
"ใช่ค่ะคุณแม่ รสชาติดีมากเลยเ้าค่ะ" หล่อนว่าพร้อมกับส่งรอยยิ้มน้อยๆ มาให้เธอ
"ขอบใจจ้ะคุณหญิง ขอบใจนะแม่สายใจ" เธอว่าพร้อมส่งรอยยิ้มน้อยๆ ไปให้อย่างเป็เชิงขอบคุณ
"ถ้าลูกสาวของเราได้ร่ำเรียนกับคุณหญิงภารตีคงจะดีไม่น้อยเลย" คุณหญิงสายหยุดว่าพลางเข้าเื่ที่ตนเองมาหาเธอในวันนี้ทันที
"หรือจ๊ะ" คุณหญิงภารตีถึงแม้จะรู้สึกแปลกๆ กับคำพูดของคุณหญิงสายหยุดไปบ้างแต่ก็ตอบรับไป
"ฉันจะมาคุยเื่ลูกชายและลูกสาวของเรา..."
--------------------------------------------------------------------------------------------------
ตัดฉับไปเล้ยยยยยยย ฮ่าๆ คือเรายังกลับมาไม่ได้เต็มที่นะคะ ทั้งสอบ ทั้งเอ็นทรานส์ ถ้าเราได้ที่เรียนแล้วเราจะพยายามมาลงให้นะคะ บวกกับที่เรารู้สึกว่าเราหมดไฟมากๆ เลยค่ะ สมองตันไปหมด เราจะพยายามไม่ให้ความหมดไฟมาบังคับไม่ให้เราแต่งต่อนะคะ เราอาจจะหายไปอีก แต่ก็ขอบคุณทุกคนที่ติดตามนะคะ รักทุกคนจริงๆ
ไอนิลย์.
TBC.