————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
นิยาย Set 'AREA' มีทั้งหมด 4 เื่ได้แก่...
เื่ที่ 1 เขตลงทัณฑ์ของนายทารัส [จบแล้ว / มี EBOOK] ✅
เื่ที่ 2 เขตลงทัณฑ์ของนายไนซัส [ยังไม่จบ / EBOOK มา 28 ส.ค 67] ✅
เื่ที่ 3 เขตลงทัณฑ์ของนายคลิโอ [~ Coming Soon ~] ❌
เื่ที่ 4 เขตลงทัณฑ์ของนายลาสเตอร์ [~ Coming Soon ~] ❌
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
หวาน Talk
AREA XXII (เขตแดนแองกัส 22)
พอมาถึงพิกัดลูกค้าคนแรกของวัน ฉันก็ขับเ้ารถยนต์คันเก่าคู่ใจไปจอดไว้ด้านข้างตึกพร้อมนั่งสงบสติอารมณ์สักแป๊บ
รุ่นพี่คนนั้น ไม่สิ! ไอ้รุ่นพี่บ้านั่นมันกวนตีนมาก คำพูดคำจาที่เปล่งออกมาเหมือนคนไม่มีหัวสมองทำให้ฉันเดือดปุด ๆ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่หาย แม้จะทิ้งท้ายจิกกัดไปแล้วแต่พอเห็นอีกฝ่ายยกยิ้มชอบใจกลับกลายเป็ว่าตัวเองดันรู้สึกแพ้แทนซะงั้น
เฮอะ~ ให้ตายเถอะ!
“รีบไปส่งข้าวดีกว่า” เมื่ออารมณ์กลับมาดังเดิมฉันก็วิ่งปรี่ลงจากรถเข้าไปในตึกสำนักงานขนาดกลางทันที
“จะว่าไปผู้หญิงที่เจอเมื่อวานเธอคงไม่เป็อะไรมากหรอกใช่ไหม” หลังจากส่งข้าวเสร็จก็กลับเข้ามานั่งในรถพลางนึกถึงเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อตอนเช้ามืด หลังจากมาซื้อของที่เขตนี้แล้วเห็นหญิงสาวดูอายุเท่ากันกำลังยืนตัวแข็งให้พวกคนเมามันเดินเข้าไปหา นี่ถ้าไม่ช่วยฉุดออกมามีหวังเธอคงโดนข่มขืนไปแล้ว
(ใครอยากรู้เหตุการณ์ต่อสามารถไปอ่านคู่ของเดือนดาวกับทารัสได้ที่ AREA XXII เขตลงทัณฑ์ของนายทารัส ค่ะ)
“มัวแต่ห่วงคนอื่นแกเองก็เกือบไม่รอดเหมือนกันนั่นแหละยัยหวานเอ๊ย!” ว่าจบก็ยกมืออันสั่นเทาขึ้นจากพวงมาลัยรถ เพราะดูเหมือนว่าร่างกายยังคงจดจำความกลัว ณ ่เวลานั้นได้ว่าการหนีแบบไม่คิดชีวิตมันให้ความรู้สึกอย่างไร
ตกเย็น
หมู่บ้านชนาพร
ลานจอดรถสาธารณะ
“ป่านนี้แล้วเหรอเนี่ย” พอวนรถเข้ามาจอดในลานกว้างเสร็จฉันก็จัดการล็อกรถและตรวจเช็กทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนลง เนื่องจากบ้านมีพื้นที่น้อยทำให้ต้องมาจอดรถห่างจากบ้านประมาณหนึ่ง ถึงจะมีพี่ยามคอยรักษาความปลอดภัยอยู่ประจำแต่ก็ประมาทไม่ได้เด็ดขาด
“หวาน! ไอ้หวาน!” เท้ายังไม่ทันแตะถึงพื้นเสียงะโของป้าขายหมูปิ้งก็ดังมาแต่ไกล
“โอ้โห วันนี้ขายดีเหรอจ๊ะถึงดูมีเรี่ยวแรงดีจัง” พอเห็นแกหยุดวิ่งแล้วยืนหอบเลยแซวไปตามประสาคนปากไว
“แล้วป้ามาทำไรแถวนี้อะ บ้านตัวเองอยู่อีกหมู่บ้านไม่ใช่เหรอ” พอเห็นป้ายังคงหอบอยู่ก็เลยถามต่อ
“แฮก~ อย่าถามมาก รีบไปดูแม่แกก่อนเร็ว!”
ไม่กี่นาทีต่อมา
เพียะ!
“มึงก็เห็นเต็มตายังจะมาพูดว่าไม่ใช่ได้ยังไง” ฉันหยุดชะงักอยู่กับที่เมื่อภาพตรงหน้า ทำให้ใจดวงน้อยตกไปอยู่ตาตุ่มเพราะเป็สิ่งที่ะเืใจลูกคนนี้มาก หลังเห็นพวกคนน่ากลัวกำลังลงไม้ลงมือกับแม่ตัวเอง
ส่วนตัวฉัน...ก็เอาแต่ยืนแอบนิ่งไม่กล้าขยับไปไหน
ก่อนหน้านี้ป้าขายหมูปิ้งเล่าว่ามีกลุ่มคนขนาดกลางมาเดินวนอยู่สักพักคล้ายหาอะไร แต่พอเวลาผ่านไปหนึ่งในพวกนั้นก็มาถามกับป้าแกว่าคนชื่อนี้อยู่ที่ไหน และด้วยความกลัวป้าแกเลยพลั้งปากพูดไป ซึ่งฉันเองก็เข้าใจดีเมื่อได้มาอยู่ในจุดนี้บ้าง
ทำยังไงดี...ฉันอยากเข้าไปช่วยแม่จนจะเป็บ้าแต่ขามันไม่ยอมขยับ เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าถ้าเข้าไปยังไงก็ช่วยไม่ได้นอกจากไปโดนมันตบเพิ่ม
“ตะ...ต้องหาคนมาช่วย” ฉันใช้มือสั่นเทาล้วงหามือถือพร้อมลอบมองแม่ที่นั่งร้องไห้ แต่พอเห็นว่าขนาดตอนนี้เกิดเสียงดังมากยังไม่มีใครกล้าออกมาจากบ้านสักคน แล้วฉันควรจะโทรไปหาใครดีล่ะ พี่ยามที่ควรอยู่ก็กลับไม่อยู่อีก
ตึก...ตึก~
“...” ห่างออกไปไม่มากฉันได้ยินเสียงเหมือนคนเดินไปมา หรือว่าจะเป็พี่ยาม? เอาเหอะ! ช่างแม่งละตอนนี้ขอแค่ใครก็ได้ที่ยอมช่วยแม่ฉันสักคนก่อนแค่นั้นก็พอ
ไม่ให้เสียเวลาฉันรีบวิ่งไปตามหาเสียงที่ได้ยิน จนกระทั่งเห็นแผ่นหลังกว้างของชายร่างสูงดูคุ้นตาชอบกล
“คุณคะ! คุณ...ขอโทษนะคะ” ฉันวิ่งไม่คิดชีวิตเข้าไปจับชายเสื้อคนตรงหน้าไว้พร้อมดึงให้ชายคนนั้นหันกลับมาด้วยแรงที่มี ซึ่งไม่รู้ไปเอามาจากไหนจนทำให้ชายคนนั้นเซหันมาจนได้
“!” ทุกอย่างรอบตัวเหมือนถูกหยุดเวลาไว้เมื่อได้มองหน้าชายคนดังกล่าวเต็มสองตา “รุ่นพี่...”
“ยัยทอมนี่อีกแล้ว!” ลำแขนแข็งแรงปัดข้อมือฉันออกจนความเจ็บแล่นเข้ามาอย่างไว ฉันไม่สนใจว่าอีกฝ่ายพูดอะไร นอกจากใจที่กำลังเต้นแรงระหว่างกำลังพยายามรวบรวมสติเพื่อจะบอกเล่าเื่ราวให้พี่เขาเข้าใจ
“ชะ...ช่วยด้วย ช่วยหน่อยค่ะ! มีคนกำลังทำร้ายแม่ฉัน!” ทั้งที่ในหัวประมวลผลมาอย่างดีว่าจะพูดอะไร แต่สุดท้ายมันก็ป่นปี้ไปหมด
“...” พี่เขาขมวดคิ้วโดยไม่พูดอะไร ก่อนเพ่งสายตาไปด้านหลังเมื่อมีเสียงฝีเท้าคนมาใหม่กำลังวิ่งเข้ามา
“นายครับ” ฉันไม่รับรู้ถึงบทสนทนาที่พวกเขาคุยกันนอกจากยืนตัวสั่นกลั้นน้ำตาโดยมีมือสั่น ๆ ที่ยังคงกำชายเสื้อพี่เขาแน่น แม้อีกฝ่ายจะพยายามแงะมือฉันออกไปสองรอบแล้วก็ตาม
“เฮ้อ~ ปล่อยสักทีสิวะ!” และครั้งนี้เหมือนว่าพี่เขาจะทำสำเร็จเพราะแรงที่มากขึ้น ทำให้ฉันเซถอยหลังพร้อมรู้สึกเ็ปบริเวณแขนข้างเดิม
“ขอร้องละค่ะ! รุ่นพี่ไม่ได้ยินเสียงเมื่อกี้เหรอคะ!” ฉันไม่มีเวลามาใส่ใจกับความเ็ปเมื่อเสียงร้องดังอีกครั้ง และแน่นอนว่าครั้งนี้คนตรงหน้าก็ได้ยินเช่นกัน
แต่ทำไม...พี่เขาถึงเ็าจังเลยล่ะ
“ได้ยินสิ เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรนะยัยทอม...มีคนทำร้ายแม่เธอ ใช่หรือเปล่า?” พี่เขาพูดด้วยเสียงธรรมดาก่อนขมวดคิ้วเหมือนอยากแน่ใจในประโยคสุดท้ายว่าพูดถูกต้องไหม
“ใช่ค่ะ! ช่วย...”
“แล้วมาบอกทำไมอะ?” ยังพูดไม่จบประโยคชายตรงหน้าก็ตั้งคำถามด้วยแววตาไร้ความรู้สึก
“...” ฉันพูดอะไรไม่ออกนอกจากยืนกำหมัดแน่น
“เราสองคนสนิทกันถึงขั้นขอร้องเื่พวกนี้ได้ด้วยเหรอ” ฉันพลาดเองสินะที่มาขอร้องผิดคน และไม่แน่ว่าถ้าไปขอร้องคนอื่นก็อาจได้คำตอบเหมือนกันกลับมา
ใครที่ไหนจะกล้ามาเสี่ยงตายช่วยคนที่ไม่รู้จัก เพราะขนาดเมื่อกี้ทั้งที่เสียงดังขนาดนั้นก็ยังไม่มีเพื่อนบ้านคนไหนคิดจะออกมาช่วยเลยสักคน
ทำยังไงดี...แล้วแบบนี้ฉันจะไปขอร้องใครได้อีก
“...” แต่ระหว่างนั้นเองคนมาใหม่สองคนที่อยู่ในชุดสูทสีดำหัวโล้น ใบหน้ามีแต่รอยแผลก็กระซิบบางอย่างกับพี่เขา
“แม่ง!” คนถูกกระซิบสบถเสร็จก็เดินดุ่ม ๆ มาหาฉัน
“ถ้าอยากให้ช่วยต้องมีสิ่งตอบแทนมาแลก!” เสียงตะคอกตามด้วยท่าทางเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงและใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มมันช่างไร้มารยาทเสียจริง
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
ปล.หากอ่านแล้วชอบหยกรบกวนนักอ่านที่น่ารักช่วย กดถูกใจ กดเพิ่มเข้าชั้น และพิมพ์คอมเมนต์ ส่งเข้ามาเป็กำลังให้หยกหน่อยนะคะ
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
ฝากกดติดตามกันด้วยน้า : เพจ Sunisayok - นักเขียนนิยาย
(https://www.facebook.com/SunisayokWriter)
—————— ༻・ॐ・༺ ——————