“ลิซ” พี่ธามและพี่เทรย์พูดออกมาพร้อมกัน
“ไง ไม่ได้เจอกันนานเลยนายสองคนน่ะยังฮอตเหมือนเดิมเลยนะ ว่าแต่ใครคู่ใครเนี่ยดูไม่ลงตัวนะ” พี่ลิซหันไปทักทายพี่เทรย์กับพี่ธามด้วยประโยคที่ฟังแล้วแปลกๆ สองคนนั้นดูอึ้งไปแล้วหันหน้ามองกันเหมือนมีอะไรสักอย่าง
“ไปนั่งกินกาแฟเป็เพื่อนพี่หน่อยซิ เราไม่ค่อยได้เจอกันเลยนะ พี่มีเื่จะคุยกับพู่เยอะเลย”
“ได้ค่ะ”
“ฉันไปก่อนนะพวกแก ไว้เจอกัน” ฉันบอกเชอรีนกับเพลงขวัญ
“งั้นเราแยกกันตรงนี้” เชอรีนพูดเสร็จก็เดินเชิดๆ ออกไปตามประสาคุณหนูไฮโซ โดยมีพี่เทรย์เดินตามไปไม่ห่าง สองคนนี้ต้องมีซัมติงกันแน่ๆ
“ไปกันได้ยัง” พี่ลิซยิ้มให้ฉันแล้วเดินนำหน้าไป ส่วนเพลงขวัญกับพี่ธามเดินก็แยกออกไปอีกทาง
กาแฟพร้อมชีสเค้กถูกเสิร์ฟวางตรงหน้าฉัน พี่ลิซยกแก้วกาแฟของเขาขึ้นมาจิบอย่างสบายใจ ร้านที่เรามานั่งเป็ร้านที่อยู่ใกล้กับมหาลัยของพี่พีม ฉันรู้จักร้านนี้นานแล้วเพราะผ่านทางนี้ตลอดตอนมาหาพี่พีมแต่ไม่เคยใช้บริการสักครั้งเดียว
“ลองกินดูซิ อร่อยนะ” พี่ลิซวางแก้วในมือแล้วปรายตามองฉัน ฉันตักเค้กชิมไปหนึ่งคำ มันก็อร่อยดีแต่ฉันไม่ชอบขนมหวานสักเท่าไหร่
“ไม่อร่อยเหรอ”
“อร่อยค่ะ แต่พู่ไม่ค่อยชอบกินขนมหวาน”
“แล้วพู่ชอบกินอะไรล่ะ ของคาวเหรอหรือว่าของคนอื่น พี่ล้อเล่น ดูทำหน้าซิ” พี่ลิซหัวเราะชอบใจขณะที่ฉันนั่งยิ้มเจื่อนก็เพราะมันไม่ตลกเลยน่ะซิ
“พี่ลิซมีอะไรจะคุยกับพู่เหรอคะ”
“พี่รู้เื่ทั้งหมดแล้วนะ พี่เป็ห่วงพู่มากรู้มั้ย” พี่ลิซเอื้อมมาแตะมือฉันเบาๆ ไหนตอนแรกพี่พีมบอกว่าไม่อยากให้พี่ลิซรู้เื่นี้ แต่เอาจริงๆ แล้วพี่พีมก็ไม่เคยปิดบังอะไรพี่ลิซได้อยู่แล้ว
“ไม่ต้องห่วงค่ะ พู่มีความสุขดี” ฉันบอกพี่ลิซไป
“พู่ ใครๆ ก็รู้ว่าคินเขาเ้าชู้ พู่อยู่บ้านหลังเดียวกับเขาแบบนี้ สักวันหนึ่งก็… พี่ไม่อยากพูดเลยเอาเป็ว่าพี่จะช่วยพู่นะ” พี่ลิซเปิดกระเป๋าแล้วหยิบของบางอย่างขึ้นมามันเป็ซองกระดาษสีน้ำตาล พี่ลิซให้ฉันเปิดดูก็เห็นเงินจำนวนหนึ่งที่น่าจะหลายแสนบาท
“พู่เอาเงินนี้ไปคืนเขา เก็บของเสร็จก็โทรหาพี่ พี่จะไปรับกลับบ้าน” ฉันมองดูเงินในซองกระดาษอย่างพิจารณามันแปลกที่พี่พีมไม่บอกฉันว่าพี่ลิซจะช่วยเรา
“ให้พู่โทรบอกพี่พีมก่อนนะคะ”
“ไม่ได้ บอกพีมไม่ได้ หรือพู่จะบอกว่าใครให้มาก็ได้แต่ห้ามบอกว่าเป็พี่”
“ทำไมล่ะคะ”
“ถ้าพีมรู้ เขาจะไม่ยอมให้พี่ช่วย”
“งั้นพู่ก็รับเงินนี้ไว้ไม่ได้ค่ะ”
“ทำไมล่ะ พี่ตั้งใจช่วยเรานะหรือว่าพู่อยากอยู่ที่นั่น” พี่ลิซมองฉันนิ่ง สีหน้าเขาไม่พอใจสักเท่าไหร่
“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ แต่พู่ไม่อยากโกหกพี่พีม”
“ก็แล้วแต่นะ จะไม่รับไว้ก็ได้ เปลี่ยนใจเมื่อไหร่ก็บอกพี่แล้วกัน แต่พู่ห้ามบอกพีมเด็ดขาดว่าพี่เอาเงินมาให้เรา”
“ค่ะ” ฉันรับปากพี่ลิซไป
“พี่ไม่อยากนั่งต่อแล้วตรงนี้บรรยากาศไม่ดี กลับกันเถอะ เดี๋ยวพี่ไปส่ง” พี่ลิซวางเงินไว้บนโต๊ะก่อนถือกระเป๋าใบหรูของเขาเดินออกจากร้านไป ฉันเลยเรียกพนักงานมารับเงินไว้ ก่อนจะเดินตามพี่ลิซไปที่รถ
“จอดตรงนี้ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวพู่นั่งวินเข้าไปเอง” ฉันบอกพี่ลิซให้จอดตรงหน้าปากซอย
“ไม่เป็ไร พี่อยากเจอคิน”
“พี่ลิซรู้จักพี่คินด้วยหรือคะ”
“มากกว่ารู้จักด้วยซ้ำ”
“มากกว่ารู้จัก?” ฉันทวนประโยคนั้นซ้ำ พี่ลิซหันมายิ้มอย่างมีเลศนัย ั้แ่เราได้คุยกันวันนี้ฉันรู้สึกว่าพี่ลิซพูดแปลกๆ หลายครั้ง จนฉันแยกไม่ออกว่าพูดจริงหรือหยอกเล่น
“พี่คินไม่อยู่หรอกค่ะ เขาไปญี่ปุ่น”
“อ้าวเหรอ พี่อดเจอเขาเลย งั้นพี่จะมาหาพู่วันหลังนะ พี่ส่งตรงนี้แล้วกัน”
“ค่ะ ขอบคุณนะคะที่มาส่ง” ฉันลงจากรถพี่ลิซแล้วเรียกวินเข้าไปซอย
วินมอเตอร์ไซค์มาจอดที่หน้าบ้าน ป้าแมวรีบปรี่เข้ามาหาฉันทันที
“ทำไมไม่โทรบอกป้าคะ จะได้ให้คนขับรถไปรับ วันหลังไม่เอาแบบนี้แล้วนะคะ คุณคินโกรธป้าแน่ๆ”
“ค่ะป้า เย็นนี้ป้าแมวทำอะไรให้พู่กินน๊า ท้องพู่ร้องจ๊อกแล้วค่ะ”
“ป้าเตรียมไว้ให้แล้ว ไปกินได้เลยค่ะ” ฉันเดินควงแขนป้าแมวเข้าไปในบ้านเหมือนเด็กๆ ความรู้สึกของการมีผู้ใหญ่คอยดูแลมันดีแบบนี้นี่เอง ฉันไม่ได้รับความรู้สึกนี้มานานแล้วั้แ่พ่อกับแม่จากไป
หนังสือกับสมุดจดเลคเชอร์ถูกกวาดกองรวมเอาไว้บนโต๊ะ ก่อนที่ฉันจะะโขึ้นเตียงเพื่อที่จะเปิดดูซีรีส์ญี่ปุ่นต่อ อันที่จริงฉันชอบตัวนักแสดงมากกว่าก็เลยตามดูผลงานของเขาตลอดโดยเฉพาะนางเอกที่สวยมาก ถ้าฉันเป็ผู้ชายก็คงชอบสเปคแบบเธอแน่นอน
[ถ้าไม่รับโทรศัพท์ กลับไปพี่ทำโทษหนักแน่] ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอ่านไลน์ที่พี่คินส่งมา ห้าวินาทีหลังจากนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
[ยังไม่หายโกรธพี่เหรอ ถึงไม่ยอมรับโทรศัพท์]
[ค่ะ ไม่อยากคุยด้วย] ปลายสายเงียบไปแปบหนึ่ง
[จะโกรธพี่ก็ได้นะ แต่พู่อย่าทำแบบนี้ได้มั้ย ให้พี่ได้รู้ว่าเราทำอะไรที่ไหนกับใคร ขอแค่นี้] น้ำเสียงของพี่คินแ่เบาลงเหมือนขอร้อง บางทีฉันอาจจะเ็ากับเขามากไปจริงๆ
[พี่คินไม่ต้องกลัวหรอกค่ะ พู่ไม่ปล่อยตัวปล่อยใจให้ใครง่ายๆ อยู่แล้ว ถ้าไม่ได้รู้สึกอะไรกับคนคนนั้น]
[อืม กลับไปพี่มีของบางอย่างจะให้ ตอนนี้พี่อยู่ในงานเลี้ยงเปิดตัวบริษัท คุยไม่สะดวก ไว้พรุ่งนี้พี่โทรไปนะ]
[ค่ะ พี่คินรีบกลับมานะคะ]
[อืม เตรียมตัวไว้เลยพี่จัดหนักแน่] ฉันพอจะนึกภาพหน้าพี่คินออกว่าต้องหื่นมากแน่ๆ ตอนพูดประโยคนี้ ฉันได้ยินเสียงแม่พี่คินเรียกเขาดังเข้ามาในสายก่อนที่พี่คินจะวางสายไป
สองอาทิตย์ต่อมา
เช้าที่สดใสของใครหลายคน แต่คงไม่ใช่พวกเราสามคนที่มาปั่นรายงานหัวหมุนกันอีกแล้ว
“เอ้อ เสร็จสักที” เสียงเพลงขวัญพูดออกมา ก่อนจะฟุบหน้าลงกับโต๊ะ
“ฉันบอกแล้วว่าฉันจะจ้าง พวกแกก็ไม่ยอม เป็ไงล่ะยัยเพลงขอบตาแกดำคล้ำนึกว่าแพนด้าหลุดจากสวนสัตว์” เชอรีนบ่นงึมงำมือก็หยิบตลับแป้งขึ้นมาเติมหน้า
“แกเก็บเงินไว้เปย์ผู้ชายของแกไปเถอะ แล้วที่ฉันมีสภาพแบบนี้ก็เพราะเมื่อคืนมีลูกค้าวีไอพี กว่าจะได้ปิดร้านก็ดึกแล้ว” เพลงขวัญผงกหัวขึ้นมาแล้วซัดกาแฟเข้าไปต่อ
“แกก็ออกจากงานไปเลย เพราะถ้าหากแกไม่ออกจากงาน แกได้นอนโรงบาลแน่”
“ฉันออกจากงานแล้วฉันจะเอาเงินที่ไหนรักษาแม่ล่ะ”
“เงินฉันไง ฉันไม่เข้าใจแกสองคนเลย แกด้วยยัยพู่ ฉันมีเงินมากพอที่ช่วยแกสองคนได้นะ ทำไมพวกแกสองคนถึงมองข้ามฉันไป”
“แกช่วยเราไปตลอดไม่ได้หรอก ฉันกับเพลงต้องยืนได้ด้วยตัวเอง” เชอรีนทำหน้าเซ็งทันทีที่ฉันพูดจบ
“แล้วพี่ธามเขาใจดีกับแกมั้ย” ฉันหันไปถามเพลงขวัญ
“พี่เขาดีกับฉันมาก”
“อืม ดีแล้วล่ะ”
“เขาทำดีกับแกน่ะถูกแล้ว แกเป็เพื่อนยัยพู่คนที่เขาชอบไง ฉันดูแว๊บเดียวก็รู้แล้ว” เชอรีนพูดออกมา ฉันหันไปมองเพลงขวัญ สีหน้ายัยนั่นดูเศร้าอย่างเห็นได้ชัด
“ไม่ใช่หรอกแก พี่ธามเขาดีกับทุกคน ไม่ได้อะไรเกี่ยวกับฉันซะหน่อย”
“แต่ฉันว่ายัยเชอพูดถูกแล้ว” เพลงขวัญพูดแล้วฟุบหน้าลงกับโต๊ะต่อ
“เอ้ย”
จู่ๆ เชอรีนก็พูดโพร่งออกมา คนที่นั่งอยู่แถวนั้นมองมาที่โต๊ะเราเป็สายตาเดียว
“อะไรของแก คนมองใหญ่แล้ว” ฉันตีเข้าที่แขนเชอรีนไปหนึ่งที ข้อหาทำให้นักศึกษาที่นั่งอ่านหนังสือสอบบริเวณนั้น มองมาที่เราแบบคาดโทษ
“วันนี้ฉันมีเื่สำคัญที่ต้องไปทำ แต่งานนี้ฉันขอตัวช่วยหน่อย”
“เื่สำคัญ เื่พี่เต้ใช่มั้ย” เพลงขวัญทำหน้าเบื่อหน่าย
“ฉันสงสัยว่าไอ้พี่เต้แอบซุกกิ๊กไว้ แล้วพี่เต้จะไปแข่งรถคืนนี้โดยที่ไม่พาฉันไปด้วยนะ”
“ก็ถูกแล้วนี่ นั่นมันสนามแข่งรถ มันที่สำหรับผู้ชายพี่เต้จะพาแกไปทำไม” ฉันพูดกับเชอรีน
“เออน่า แกไปเป็เพื่อนฉันหน่อยนะ” เชอรีนเกาะแขนอ้อนฉันเหมือนเด็กๆ
“ก็ได้”
“สองทุ่มฉันไปรับแกนะ”
“อืม” ฉันตอบรับเชอรีนไป
21.00 น
“แกแน่ใจนะว่าจะเข้าไปจริงๆ” ฉันถามเชอรีนขณะที่เรากำลังขับรถเข้าไปในซอย ป้ายบอกทางริมถนนบอกว่าสนามแข่งรถจุดมุ่งหมายของเราอยู่ห่างไปไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตรแล้ว
“แน่ใจซิ แกไม่ต้องกลัวหรอก เห็นมั้ยไม่ได้มีแค่เราสักหน่อยที่เข้าไป” ฉันหันไปมองด้านหลังตามที่เชอรีนพูดก็เห็นว่ามีรถอีกหลายคันขับตามกันมา
ตอนนี้เรามาถึงสนามแข่งรถเรียบร้อยแล้ว มันไม่ได้น่ากลัวเหมือนที่คิดไว้เลยแฮะ วัยรุ่นหญิงชายควงกันมาดูแข่งรถเต็มไปหมด คนเยอะพอสมควร ฉันและเชอรีนยืนห่างไกลออกมาจากคนอื่นเพื่อที่เราจะได้เห็นพี่เต้ง่ายขึ้น แต่ก็ยืนในมุมอับสายตาเพื่อไม่ให้ใครสังเกตเห็นเรา
“แกเห็นพี่เต้ยัง” เชอรีนถามฉันขณะที่สายตามองไปรอบๆ สนามแข่ง
“ไม่เห็น แกแน่ใจเหรอ ฉันว่าบางทีพี่เต้เปลี่ยนใจไม่มาก็ได้นะ”
“ไม่มีทาง ไอ้พี่เต้ไม่เคยพลาด แกดูนี่” เชอรีนพูดแล้วก็ให้ฉันดูรูปที่พี่เต้เพิ่งอัพลงอินสตาแกรมไปว่าตอนนี้อยู่ที่สนามแข่งรถ
“ฉันถามแกหน่อย ถ้าแกเห็นพี่เต้อยู่กับกิ๊ก แกจะทำไง”
“ตบ” สั้นๆ ได้ใจความ ฉันรู้จักเชอรีนดีว่าเป็คนยังไง ถ้าใครทำให้ยัยนี่โกรธเตรียมตัวมีเื่ได้เลย จิกไม่ปล่อยเลยล่ะ
ฉันกับเชอรีน เราสองคนยืนอยู่ตรงนั้นสักพัก รถแข่งทยอยขับเข้ามาในสนาม ตอนนี้เราเห็นพี่เต้แล้ว ฉันก็เห็นว่าเขาก็มากับกลุ่มเพื่อนไม่ได้มากับผู้หญิงเหมือนที่เชอรีนสงสัยเลย
“แกฉันปวดฉี่” ฉันหันไปบอกเชอรีนที่กำลังมองไปที่สนามแข่งอย่างไม่วางตา
“เดี๋ยวฉันไปเป็เพื่อน”
“ไม่ต้องแก แปบเดียวเองเดี๋ยวฉันมา แกอยู่ตรงนี้ห้ามไปไหนนะ”
“ยะ รีบๆ เลย”
ฉันเดินมาทางด้านหลังแล้วเดินตรงไปทางห้องน้ำที่อยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ แต่ค่อนข้างมืดแล้วก็ไม่มีใครอยู่บริเวณนั้นเลย
ปัง!!!
เสียงของแข็งกระทบกับอะไรบางอย่าง ฉันหันไปมองรอบๆ แต่ก็จับทิศทางไม่ถูกว่ามันดังมาจากทางไหน
“เอ๊ย อะไรวะ” คราวนี้ฉันจับทิศทางได้แล้วเลยหันไปมองตามเสียงก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งยืนมองรถของเขาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“เธอเป็คนปาหินใส่รถคันนี้ใช่มั้ย” ผู้ชายคนนั้นจ้องฉันตาเขม็ง
“เปล่านะ ฉันเดินผ่านมาเฉยๆ”
“ฉันไม่เห็นว่ามีใครเลย นอกจากเธอ ถ้าไม่ใช่เธอแล้วเป็ใคร” ผู้ชายคนนั้นเดินเข้ามาหาฉันอย่างรวดเร็ว ฉันหันหลังเตรียมตัววิ่ง แต่ก็ไม่เร็วเท่ามือหนาๆ ที่คว้าข้อมือฉันไว้ได้ก่อน
“คิดจะหนีเหรอ”
“ก็บอกแล้วไง ว่าไม่ได้ปา” ฉันพยายามสะบัดมือให้หลุด
“ไม่เชื่อ เธอไปแก้ตัวกับลูกพี่ฉันก็แล้วกัน รถราคาหลายสิบล้านจะปัญญาชดใช้มั้ย” ผู้ชายคนนั้นลากฉันขึ้นรถ แล้วขับออกมาจากสนามแข่งรถ
“จะพาฉันไปไหน”
“เดี๋ยวก็รู้เอง” ฉันนึกอะไรได้เลยรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไลน์ไปหาเชอรีนว่าฉันถูกพาตัวออกมา โชคดีที่จำทะเบียนรถได้ ฉันกำลังจะกดเบอร์โทรหาตำรวจแต่ผู้ชายคนนั้นรู้ตัวก่อนเลยแย่งโทรศัพท์ไป ฉันได้แต่หวังว่าเชอรีนจะตามหาฉันเจอนะ