จื่อลู่เดินมายังเรือนใหญ่ด้วยใบหน้าบึ้งตึง ก่อนจะรีบเปลี่ยนมาเป็ยิ้มบางๆ เมื่อเข้ามาในศาลาหลังเรือน สายตาคมเหลือบมองฟางเหนียงที่ยืนอยู่ข้างกายไท่ฮูหยิน
“ท่านแม่เรียกข้ามามีอะไรหรือ?”
“ก็ไม่มีอะไรสำคัญ เพียงแต่่นี้แม่อยากกินอาหารของทางใต้ แต่ว่าฟางเหนียงนางบอกว่าทำอาหารทางใต้ไม่เป็ เห้อ....” ฮูหยินเฒ่าเอ่ยพลางถอนหายใจอย่างนึกเสียใจ
ฟางเหนียงลอบพยักหน้าชื่นชมการแสดงของไท่ฮูหยิน ก่อนที่จื่อลู่จะมา ไท่ฮูหยินได้เรียกนางมาคุยและสั่งให้นางเออ-ออกับทุกคำพูดของไท่ฮูหยิน มิเช่นนั้นไท่ฮูหยินจะขายนางให้กับพ่อค้าทาส ถึงตรงนี้แม้นางจะไม่อยากขัดแย้งกับเฟยเซียนแต่ก็คงต้องยอมขัดแย้งแล้วล่ะ
“ข้าจะให้คนไปหาพ่อครัวที่ทำอาหารใต้เป็มาทำอาหารให้ท่านแม่”
“จะหาพ่อครัวที่ทำอาหารใต้ได้นั้นไม่ยาก แต่ว่าฝีมือนี่สิ ข้าชื่นชอบและติดรสฝีมือของฟางเหนียง หากนางสามารถทำอาหารใต้ได้....” ไท่ฮูหยินหยุดพูดแล้วมองสบตาท่านโหว
“เช่นนั้นท่านแม่้าสิ่งใด?”
“ข้าอยากให้ฟางเหนียงลงใต้ไปฝึกทำอาหาร”
ท่านโหวเบนสายตาไปมองฟางเหนียง สตรีไร้ยางอายผู้นี้คิดจะสร้างเื่อะไรอีก “เช่นนั้นข้าจะให้คนพานางลงใต้ไปฝึกทำอาหาร”
“แน่นอนว่าต้องให้คนพานางลงใต้ไปฝึกทำอาหาร หากแต่่นี้ทางใต้มีโจรฏ ข้ากลัวว่านางจะเป็อันตราย หากเป็ไปได้อยากให้ท่านโหวลงไปกับนางด้วย”
“คือเื่นี้....”
ใบหน้าที่แฝงด้วยความอ่อนโยนเมื่อครู่ของจื่อลู่เปลี่ยนเป็เรียบนิ่งก่อนจะตึงเครียด สายตาคมจ้องมองฟางเหนียงนิ่งจนนางเริ่มรู้สึกอึดอัดต้องเบี่ยงหน้าหลบสายตาเขา
“ก็ได้ ข้าจะลงใต้ไปกับนาง จะได้ถือโอกาสนี้พาเฟยเซียนลงใต้ไปเที่ยวด้วย”
“พูดถึงเฟยเซียน ในวังกำลังจะเริ่มคัดนางสนมและนางกำนัล ฮวากุ้ยเฟยจึงได้ส่งคนมาเชิญให้เหล่าฮูหยินช่วยเข้าไปคัดหญิงงามและอบรมพวกนางหน่อย ข้าเห็นว่าเป็โอกาสดีจะให้เฟยเซียนได้ทำความรู้จักกับเหล่าฮูหยินของขุนนางในราชสำนัก และถือเป็การเปิดตัวฮูหยินน้อยของจวนโหวไปในตัว จึงได้ตอบตกลงไปแล้ว การคัดเลือกนี้ใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งเดือน ดังนั้นการลงใต้ครานี้เฟยเซียนคงลงไปกับพวกเ้าไม่ได้”
คราวนี้ใบหน้าของท่านโหวบึ้งตึงและดูอึดอัด ดั่งน้ำท่วมปากที่ไม่สามารถพูดแย้งอะไรได้
“เหตุใดเ้าไม่ปฏิเสธท่านแม่เื่ลงใต้!”
แขนนางถูกมือหนาดึงรั้งให้หันกลับไปเผชิญหน้ากับเขา หากรู้ว่าจะถูกเขาเข้ามาหาเื่เช่นนี้นางจะไม่ออกจากห้องของไท่ฮูหยินแม้สักก้าวเลยล่ะ เขาเพิ่มแรงบีบแขนจนนางรู้สึกปวดเหมือนกระดูกกำลังจะหัก ถึงกระนั้นนางก็ยังทำใจกล้าเชิดหน้าพูดกับเขา “ไท่ฮูหยินเป็ท่านแม่ของท่านโหว เหตุใดท่านโหวไม่ปฏิเสธเองเล่า ข้าก็เป็แค่สาวใช้ผู้ต่ำต้อย จะไปขัดผู้เป็นายได้อย่างไร”
“ไม่อาจขัดได้หรือไม่คิดจะขัดกันแน่ คงอยากเลื่อนตำแหน่งจากสาวใช้มาเป็เ้านายจนตัวสั่นถึงได้พยายามยัดเยียดตัวเองให้ข้าถึงเพียงนี้! แต่ถึงเ้าจะพยายามสักเพียงใดข้าก็จะไม่มีวันเชิดชูเ้าให้เป็นายของจวน อย่างมากคงเป็ได้เพียงนางบำเรอ!”
คำพูดของจื่อลู่มันช่างดูถูกนางอย่างถึงที่สุด เขาหาว่านางเป็หญิงชั้นต่ำที่เอาตัวเข้าแลกเพื่อความสบาย ั้แ่เกิดมานางเพิ่งเคยเจอบุรุษที่มีความคิดต่ำเช่นนี้ นางรู้ว่าตามพล็อตเื่แล้วเขาคือพระเอกผู้เ็าที่มีใจรักเพียงเฟยเซียน แต่ก็ไม่จำเป็ต้องรังเกียจและดูถูกหญิงคนอื่นที่ไม่ใช่นางเอกขนาดนี้มั้ย ทั้งๆ ที่นางไม่เคยทำอะไรเขา เอ่อ...ก็มีทำนิดหน่อยในตอนที่เจอกันครั้งแรกและมีปากเสียงกับเขาบ้างในบางครั้ง แต่ก็ไม่ได้ล่วงเกินเขามากถึงขนาดต้องรังเกียจกันปานนี้
นางใช้แรงทั้งหมดที่มีสะบัดมือเขาออกแล้วส่งสายตาโกรธ ไม่พอใจอย่างถึงที่สุดไปให้ แต่นางก็ยังมีสติมากพอที่จะคิดคำพูดมาต่อกรกับคนเ็าตรงหน้า “หึ ไท่ฮูหยินเพียงให้ท่านโหวพาข้าลงใต้ไปฝึกทำอาหาร แต่ท่านโหวกลับคิดไปไกลถึงเพียงนี้ ข้าชักจะสงสัย...ว่าใครกันแน่ที่คิด ไม่ซื่อ”
“เ้า!” จื่อลู่โกรธจนหน้าแดง กำมือแน่นอย่างพยายามอดกลั้นความรู้สึก
อาการเช่นนี้ของเขาทำให้นางรู้สึกพอใจ แต่ยังไม่สาสมกับที่เขาหาว่านางเป็หญิงชั้นต่ำ
“อืม.....แม้ข้าไม่ใช่หญิงชั้นต่ำที่ใฝ่สูงเช่นท่านโหวว่า แต่หากท่านโหว้า...” มือน้อยยื่นออกไปลูบอกเขา จื่อลู่รีบปัดมือนางออกอย่างนึกรังเกียจ
“ข้ายินดีปรนเปรอท่านทุกยามจนกว่าจะพอใจ” น้ำเสียงหวานเอ่ยพลางดวงตากลมค่อยๆ ไล่มองลงต่ำจนไปหยุดอยู่ที่ส่วนกลางของเขา
“ร้ายยางอาย น่ารังเกียจ!” พูดจบจื่อลู่ก็กระแทกเท้าเดินจากไปโดยเร็ว
“หึ คิดว่าจะแน่” เสียงหัวเราะอย่างพอใจดังตามหลังจื่อลู่ ได้เห็นเขาโมโหจนควันแทบออกหู หน้าแดงเขินอาย ใจนางก็เบิกบานพอใจจนลืมความเจ็บที่ถูกเขาบีบแขนอย่างแรง ะโโลดเต้นฮัมเพลงกลับเรือนอย่างมีความสุข