และหลังจากนั้นก็ผ่านไปอีกสองปี (AFB-220) สแตตของผมก็กลายเป็แบบนี้…
ชื่อ: Ostreth Novles Morannus
เผ่าพันธุ์: มนุษย์ (ผู้กลับชาติมาเกิด)
อายุ: 24 ปี
เพศ: ชาย
คลาส: Multiclass 20 Classes (Currently Paladin, Wizard, Gunman, & ??? [x17])
Health: 100%
Stamina: 100%
Mana: 100%
Magic Compatibility Rank: EX+
Average Power Rank: Expertise Plus 120 (703)
Condition: 6 years pregnant
Reincarnated Skill: Analyze [S], Fast Learning [S], Skill Reflector [EX+], ??? [S] (x10+)
STR: 703
AGI: 703
MAG: 703
INT: 703
DEX: 703
VIT: 703
ส่วนลูกในท้องผมก็…
ชื่อ: Destrian Maddle Morannus
เผ่าพันธุ์: มนุษย์
อายุ: Unborn
เผ่าพันธุ์: มนุษย์
Condition: Unborn
Health: 100%
Stamina: 100%
Mana: 100%
STR: 805
AGI: 805
MAG: 805
INT: 805
DEX: 805
VIT: 805
Magic Compatibility Rank: S
Average Power Rank: Expertise Plus 140 (805)
Class: Multiclass 20 Classes (Currently None (x20))
แน่นอนครับเมื่อสแตตลูกในท้องผมเป็แบบนี้ เท่ากับว่าสักวันจะต้องมีข่าวที่ว่าดรอว์มอธได้พบวิธีที่จะสามารถปรับระดับภัยคุกคามตัวเองให้หนีจากพวกต่างโลกที่มีค่าอำนาจเฉลี่ยเทียบเท่ากับเดสเตรียนเป็จำนวนมากขึ้นในไม่ช้าก็เร็ว
จะว่าไป่นี้เดสเตรียนกระตือรือร้นเป็พิเศษ และขั้นนี้เหมือนว่าทุกครั้งที่ผมแพ้ท้องหรือเจ็บท้อง ค่าพลังแต่ละด้านในสแตตของผมจะเพิ่มขึ้น ซึ่งก็เป็อะไรที่ประหลาดอย่างมากเลย ทว่า มันดันมีคาถาทำครรภ์ที่มีเอฟเฟกต์แบบนี้จริงในโลกด้วยนี่สิ และผมก็บังเอิญใช้คาถาที่ว่านี้กับตัวเองและเคลลีนด้วยเนี่ยแหละ
แต่ก่อนที่ผมจะไปกังวลกับดรอว์มอธ ผมขอมาคุยดีกว่าว่าหลังจากผ่านไปสองปี ผมได้เจอกับอะไรอีกบ้าง
ผมเองก็ได้ไปสำรวจในพื้นที่ทะเล และเจอกับหญิงสาวคนหนึ่งผมสีน้ำเงินอมเขียวทะเล และท่อนล่างเพิ่งเปลี่ยนจากหางปลาเป็ขามนุษย์มาหมาด ๆ ซึ่งแตกต่างจากเอลฟ์ทะเลที่มีเหงือกอยู่บนคอและพังผืดตามมือและเท้าหนาหน่อย ใช่ครับ นี่คือนางเงือกที่เป็ภาพจำของคนโลกเก่า และแน่นอนว่าส่วนหางของเธอคนนี้กลายเป็กระโปรงเดรสทำจากเกล็ดปลา แต่เอาเถอะครับ ผมรีบเข้าไปถามเธอทันที
“สวัสดีครับ”
“สวัสดีค่ะ” นางเงือกทักทาย “คุณเป็มนุษย์ใช่ไหมคะ”
“ใช่ครับ” ผมตอบ “และผมก็ตั้งท้องได้หกปีแล้ว”
“น่าสนใจดีค่ะ” นางเงือกตอบ “ดิฉันชื่อ เลยาเนียค่ะ เลยาเนีย เคสเลอเรนด้า ดัชเชสแห่งแคว้นซาร์เวียล อาณาจักรรูเล็ตต้าค่ะ”
“ผม ออสเทร็ธ นอฟเลส โมรันนัส ดยุกแห่งแคว้นออฟเทร็ม อาณาจักรมัสโทรนั่มครับ” ผมแนะนำตัว
“คุณกำลังท้องอยู่สินะคะ” เลยาเนียชี้ไปที่ท้องกลมโตของผม ซึ่งผมก็พยักหน้าครับ
“ที่อาณาจักรเงือกก็มีคนท้องเหมือนกันค่ะ” เลยาเนียตอบ “วัฒนธรรมชาวเงือกตอนกำลังท้องเนี่ย ปกติถ้าไม่สวมอาร์ติแฟกต์หรือไม่ลงคาถาคุ้มครองไว้ ก็จะไม่ออกไปทำอะไรเสี่ยง ๆ เลยค่ะ”
“เข้าใจแล้วล่ะ” ผมพูด
“แล้วเผ่าพันธุ์อื่นล่ะคะ?” เลยาเนียถามต่อ ผมก็เลยอธิบายให้เธอฟังโดยย่อเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของคนท้องในเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ ทั้งมนุษย์ เอลฟ์ และคนแคระที่ผมไปเยี่ยมชมมาให้ฟัง
“ไม่ได้ต่างไปเยอะมากเลยนะคะ” เลยาเนียกล่าว “ว่าแต่ ่นี้อาณาจักรของคุณเป็ยังไงบ้างคะ?”
“ก็ต้องรับมือหนักหน่อยน่ะครับ” ผมบอก “ที่อาณาจักรของผมได้ถูกจอมมารแบ็กซ์เทอรัสจู่โจม และต้องไปสกัดกั้นการรุกรานของมันอีกระลอกที่อาณาจักรอื่น และคราวนี้ต้องส่งคนไปสังเกตว่ามัน และจอมมารตนอื่น ๆ บนโลกใบนี้จะคิดเพิ่มระดับภัยคุกคามตัวเองหนีพวกผู้กลับชาติมาเกิดที่ได้ค่าอำนาจเฉลี่ยล้ำหน้ามันจนแทบจะเทียบเท่าดรอว์มอธแล้วหรือไม่”
“เอาเถอะค่ะ ก็ต้องรอเฝ้าดูต่อไป” เลยาเนียกล่าว
“จะว่าไปผมก็อยากรู้เหมือนกันครับว่าอาณาจักรของคุณเป็ยังไงบ้าง” ผมกล่าว “เห็นได้ข่าวว่าเมืองคุณอยู่ใต้น้ำ ผมอยากจะลองไปสำรวจบ้างแล้วสิ”
“ค่ะ” เลยาเนียบอก “ว่าแต่คุณได้เตรียมอะไรมาไว้ให้คุณหายใจใต้น้ำบ้างหรือยังคะ?”
“ครับผม” ผมตอบ และก็ควักเอาขวดยาหายใจใต้น้ำเปิดออกมาซดให้หมดขวด และเผื่อผมอยู่อาณาจักรรูเล็ตต้านานเกินจนยาหายใจใต้น้ำหมดฤทธิ์แล้ว ผมก็เลยนำอาร์ติแฟกต์ที่ใช้เอฟเฟกต์เดียวกันและอยู่ในอินเวนทอรี่ของผม ไปใส่ช่องเก็บอาร์ติแฟกต์เพื่อเปิดใช้งาน เช่นเดียวกับรูนและเพิร์กที่ให้พลังแบบเดียวกัน แล้วจากนั้นก็วิ่งตามเลยาเนียที่ค่อย ๆ เดินลงไปในน้ำที่พื้นลึกขึ้น ลึกขึ้น จนต้องดำน้ำแล้ว เอาเป็ว่า เื่ดำน้ำตอนท้องแก่อยู่เนี่ย ไม่แปลกก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วล่ะ แต่อย่างน้อยก็ไม่ได้ดูทะมัดทะแมงเท่าที่ควร และกระโปรงเกล็ดปลาที่เลยาเนียสวมได้กลับมาห่อหุ้มขาของเธอทั้งสองข้างและกลายเป็หางปลาอีกครั้งหนึ่ง
สักพักผมก็ตระหนักได้ว่า อาณาจักรเงือก รวมไปถึงเอลฟ์ทะเลด้วย ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่โคตรลึก ถ้าเทียบกับมาตรวัดโลกเดิมนี่อย่างน้อยไม่ต่ำกว่าห้ากิโลเมตร รู้งี้ผมน่าจะเตรียมใส่อาร์ติแฟกต์ที่ให้เอฟเฟกต์วิสัยทัศน์รัตติกาลซะจะดีกว่า เพราะยิ่งดำลึกไปเท่าไหร่ สีน้ำยิ่งเข้มขึ้นจนกลายเป็สีดำมืดสนิทในท้ายที่สุด โชคดีที่ผมปลดล็อกรูนและเพิร์กที่ให้เอฟเฟกต์เดียวกันได้ ผมก็เลยเปิดใช้งานพวกมันทันทีที่ผมมองไม่เห็นอะไรเลย จะว่าไปผมก็แอบรู้สึกอิจฉาชาวเงือกและเอลฟ์ทะเลนิดหนึ่งนะ ที่ทั้งหายใจใต้น้ำได้ แถมมองเห็นในความมืดได้ โดยไม่ต้องพึ่งคาถา น้ำยา หรืออุปกรณ์เวทมนตร์ช่วยเหมือนเผ่าพันธุ์อื่นเลย
หลังจากที่ผมดำน้ำตามเลยาเนียไปสักพัก ผมก็เห็นแสงจากพื้นน้ำลึกประมาณห้าพันสี่ร้อยเมตรแล้ว นี่สินะอาณาจักรเงือกรูเล็ทต้า และเมื่อเลยาเนียว่ายเข้าประตู ยามเฝ้าประตูเมืองที่สวมกระโปรงหางปลาและถือหอกสามง่ามก็มองผมตาแทบไม่กระพริบ แต่ก็โค้งคำนับให้ผมผ่านไปได้
“พวกชาวเงือกนี่สามารถลอยอยู่เหนือผืนน้ำได้ด้วยเหรอครับ?” ผมถาม เสียงของผมนั้นบู้บี้มาก ยากที่เผ่าพันธุ์อื่นบนพื้นดินจะได้ยิน แต่ชาวเงือกนั้นหูไวอยู่แล้ว เลยาเนียจึงได้ยินที่ผมพูดชัดเจน
“ค่ะ” เลยาเนียตอบ “พวกเราไม่จำเป็ต้องยืนอยู่บนผืนน้ำเสมอไป พวกเราก็เลยสามารถลอยไปไหนมาไหนได้น่ะค่ะ”
ระหว่างทางผมก็เห็นชาวเงือกบางคนใช้ขามนุษย์เดินไปโดยที่คลายกระโปรงเกล็ดปลาออกไป พวกเงือกเพศผู้นั้นส่วนใหญ่สวมกางเกงขาสั้นรัดรูปอยู่ภายใต้กระโปรงเกล็ดปลาด้วย ซึ่งไม่ค่อยเป็ที่พบเห็นในหมู่ฮิวแมนอยด์เพศผู้ที่ใช้ชีวิตบนพื้นดินสักเท่าไหร่ นอกจากพวกที่ใช้คลาสคนคลั่งพลังวาฬสีฟ้า หรือไม่ก็สามัญชนที่ยากจนสุดขีด แต่พวกนักรบและชนชั้นสูงที่อยู่คลาสอื่นนั้นใส่กางเกงขายาวหมดครับ และก็แน่นอนว่าชาวเงือกบางคนก็กำลังตั้งท้องลูกด้วยเหมือนกัน แต่ที่แปลกก็คือ พวกเขาจะชอบโชว์ท้องกลมโตด้วยการใส่เสื้อเอวลอยเสมอ และจุดที่ควรเป็ ‘สะดือ’ ในหมู่ฮิวแมนอยด์ทั้งหมด กลายเป็รูโหว่คล้ายกับช่องคลอด ซึ่งผมเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าการคลอดของชาวเงือกโลกนี้ไม่เหมือนพวกฮิวแมนอยด์ชนิดอื่นเลยเหรอ
และจากนั้นผมกับเลยาเนียก็ร่อนลงจอด ณ แคว้นซาร์เวียล ซึ่งผมก็ได้เห็นชาวเมืองมากมายที่เดินบนพื้นด้วยขามนุษย์ ส่วนเลยาเนียเองก็เดินไปยังปราสาทเ้าแคว้นของเธอเอง และเข้าไปนั่งที่ห้องบัลลังก์ของเธอ
“คือ ที่ผ่านมาอาณาจักรพวกเรายังต้องรับมือกับพวกอสุรกายร้ายจากพื้นดิน โดยเฉพาะนายเหนือเทพอสูรทั้งปวง ดรอว์มอธ” เลยาเนียว่า “ตระกูลของดิฉันเองก็วางแผนว่าจะรับมือกับปีศาจในมหาสมุทรที่ดรอว์มอธสร้างขึ้นมายังไงบ้าง”
ว่าแล้วเธอก็นำแบบพิมพ์เขียวที่สเก็ตช์ภาพสัตว์แห่งความมืดใต้ทะเล ซึ่งถ้าจะให้ผมอธิบายก็ โมซาซอร์ตัวเท่าวาฬสีฟ้า แต่ผิวของมันสีม่วงเข้มมากจนแทบจะเป็สีดำ ดวงตาเรืองแสงสีม่วง ซึ่งก็ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเ้าตัวนี้สามารถพ่นไฟสีม่วงได้ด้วย ซึ่งไฟเงาใต้น้ำมีความพิเศษตรงที่มันสามารถทนน้ำได้ (ไฟร์บอลธรรมดาที่อยู่บนพื้นเจอน้ำเข้าไปดับแน่นอนถ้าไม่เสกให้ใหญ่กว่าน้ำ แต่ชาโดว์ไฟร์บอลใต้น้ำไม่ต้องสนเื่ขนาดก็สร้างความเสียหายในน้ำได้เหมือนกัน) บางตัวยิ่งแล้วใหญ่ มีหนามอยู่รอบหาง ซึ่งตามข้อความในพิมพ์เขียวระบุว่าเมื่อถูกแทงก็จะส่งพิษเงาที่เป็อันตรายต่อสิ่งมีชีวิตแทบจะทุกชนิด หากไม่รีบรักษาด้วยแสงสว่างอาจอันตรายถึงชีวิตได้
“แล้วตอนนี้พวกคุณก็กำลังตั้งรับการโจมตีอยู่สินะครับ” ผมว่า
“ค่ะ” เลยาเนียบอก “ไม่ว่าพวกนั้นจะอยู่ใต้อาณัติของเทพอสูรตนใดก็ตาม พวกเราไม่สนใจอีกต่อไปแล้วว่าฝั่งไหนมีอำนาจเหนือกว่ากัน หากบัดนี้เทพอสูรต่างแยกพวกสู้กันเองแย่งอำนาจกันเอง พวกมันก็เป็ภัยต่ออาณาจักรของพวกเรา รวมถึงอาณาจักรอื่น ๆ ใต้น้ำเหมือนกันค่ะ”
“อย่างนี้นี่เองครับ” ผมว่า
“อ้าว ที่รัก นี่คุณพามนุษย์มาเยี่ยมเลยเหรอ?”
เสียงของชายหนุ่มดังขึ้น และผมก็เหลือบไปเห็นเงือกหนุ่มที่ก็สวมกระโปรงเกล็ดปลาเหมือนกัน แต่ท้องของเขากลมโตมากจนผมรู้สึกว่าเขากำลังท้องแก่เหมือนผมเลย แต่ที่สะดุดตาคือรูปลักษณ์ของเขา เขาเป็ชายผมสีน้ำเงินเขียวอมทะเลเหมือนกัน ั์ตาสีน้ำเงิน เครื่องแบบของเขาเป็เสื้อแขนยาวเอวลอย และตรงจุดที่ควรเป็ ‘สะดือ’ ในหมู่ฮิวแมนอยด์ทั้งหมด กลายเป็รูโหว่คล้ายกับช่องคลอดเหมือนกับที่ผมเคยเจอเงือกท้องจากภายนอกเลย
“ใช่ค่ะ” เลยาเนียตอบ
“ผมชื่อ ออสเทร็ธ นอฟเลส โมรันนัส” ผมทักทายก่อนเลย “ดยุกแห่งแคว้นออฟเทร็ม อาณาจักรมัสโทรนั่มครับ”
“ผมชื่อ คอลลัม เทรย์สัน ดยุกแห่งแคว้นเจ็นทริกครับ” เงือกหนุ่มท้องแก่ตอบ และเขากับผมก็จับมือทำความรู้จักกัน “จะว่าไป คุณก็กำลังท้องแก่เหมือนผมสินะครับ”
“ใช่ครับ” ผมตอบ “ว่าแต่ ทำไมคุณ – รวมถึงชาวเงือกที่นี่ต้องใส่ชุดเอวลอยในระหว่างตั้งท้องล่ะครับ?”
“เออ ดิฉันลืมบอกไปเลย” เลยาเนียตอบ “จุดประสงค์ที่เงือกท้องแต่งตัวแบบนี้ ก็เพราะว่าการคลอดลูกของชาวเงือกจะแตกต่างจากฮิวแมนอยด์ชนิดอื่นตรงที่ว่า แทนที่ชาวเงือกจะทำการเบ่งออกมาทางช่องคลอดใต้หว่างขา พวกเราจะเบ่งให้ออกมาจากใจกลางท้องของพวกเขาเองเลยค่ะ”
จริง ๆ ผมควรจะทำหน้าเหวอแล้ว แต่เนื่องจากเหตุที่ผมไปเจอการคลอดเทพสีเทาสุดโหด ผมเลยมองว่าเป็เื่ปกติครับ
“แสดงว่าคุณเจอการคลอดลูกที่โหดกว่าชาวเงือกมาแล้วใช่ไหมครับ?” คอลลัมถาม
“ใช่ครับ” ผมตอบ “ผมได้เจอการคลอดตัวอ่อนเทพสีเทาซึ่งใช้วิธีเดียวกับพวกเทพอสูรร้าย ด้วยการแหวกท้องผู้อุ้มท้องออกมา แต่อย่างน้อย เทพสีเทาก็พยายามทำให้ผู้อุ้มท้องรอดชีวิตจากการคลอดสุดโหดนี้ไปได้น่ะครับ”
“อย่างนี้นี่เอง ผมเข้าใจแล้วล่ะครับ” คอลลัมกล่าว
“เอาจริง ๆ นะคะ” เลยาเนียว่า “ดิฉันว่าปกติพวกมนุษย์ก็เป็สัตว์สังคม ชอบผูกมิตรกับเผ่าพันธุ์อื่นอยู่แล้ว เว้นแต่ว่าจะมีกลุ่มทีชั่วร้ายเกินไปจริง ๆ นี่แหละค่ะ แต่เห็นว่าคุณกับชาวมัสโทรนั่ม เป็กลุ่มที่ดี ดิฉันก็เลยให้คุณมาช่วยนี่แหละค่ะ”
“ครับ” ผมตอบ
หลังจากนั้นพวกคณะจากอาณาจักรรูเล็ตต้าส่งผมกลับไปพูดคุยกับพระเ้าเบอร์บิคที่สิบเจ็ด เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับไอ้โมซาซอร์เงาั์นั่น ถึงการเดินทางไปมาระหว่างสองอาณาจักรจะลำบากลำบนก็เถอะ (อย่างน้อยก็ในหมู่มนุษย์อ่ะนะ) แต่พวกเราก็สร้างสัมพันธ์อันดีมากขึ้น – คือตอนนี้พวกเราผูกมิตรกับหลายอาณาจักรข้ามเผ่าพันธุ์แล้วครับ นอกจากรูเล็ตต้าแล้วก็มีโอเคนดอร์ฟและแคสตรานามัสด้วย แต่สองอาณาจักรหลังจะมาช่วยชาวรูเล็ตต้ายังไงดีน้า อยู่ลึกขนาดนั้น…
หลังจากกลับมาเที่ยวแคว้นซาร์เวียลได้สักพัก เสียงแตรสัญญาณเตือนกลับดังขึ้น เป็เหตุให้ชาวเงือกที่เป็ชาวบ้านทั่วไปรีบหนีเข้าไปอยู่ในที่พักอาศัยของตนเอง ส่วนพวกยามรีบโผล่มาพร้อมอาวุธทันที
“คุณออสเทร็ธ ระวังนะคะ” เลยาเนียเตือนและชักหอกสามง่ามของเธอขึ้นมา “เ้าสัตว์ร้ายสายพันธุ์เงาใต้น้ำนั่นกำลังจะมาแล้ว”
“ครับ” ผมบอกและชักดาบประจำตระกูลขึ้นมา และเหาะว่ายไปดูว่ามันจะมาทางไหน และจากนั้นก็หาวิธีขอความช่วยเหลือจากอาณาจักรอื่น ๆ ให้มาช่วยชาวรูเล็ตต้าด้วย – คุณน่าจะพอเดาได้เนอะว่าโลกนี้ก็มีลูกแก้วสื่อสารไว้สื่อสารระหว่างอาณาจักรกัน ผมก็เลยใช้ลูกแก้วนี้ในการติดต่อไปยังพระเ้าเบอร์บิคที่สิบเจ็ด รวมไปถึงผู้นำอาณาจักรต่างเผ่าให้มาช่วยชาวรูเล็ตต้าปราบเ้าโมซาซอร์เงาั์นั่นหน่อย แล้วเมื่อติดต่อเสร็จผมก็ไปช่วยถ่วงเวลาด้วย
และไม่นาน มันก็มาแล้วครับ อสุรกายใต้น้ำจากมิติเงา มันพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงมาก จนยามชาวเงือกต้องรีบหลบให้ทัน และรีบยิงลำแสงให้เ้าสัตว์ร้ายเ็ป ผมเองก็รีบไปเข้าข้างหลังเ้าโมซาซอร์เงาั์นั่น ระหว่างนั้นก็ใช้สกิลประเมินเช็กว่ามันเป็ยังไง
Name: Shadow Ocean Gigantic Predator
Type: Ocean Creatures
Nature: Hostile
Threat Level: Apocalypse Plus 100 (603)
Health: 100%
Stamina: 80%
Mana: 100%
Condition: Normal
Description: เ้านักล่าเงาใต้ทะเลขนาดั์นี้มีลักษณะที่คล้ายกับโมซาซอร์ แต่ขนาดและน้ำหนักเทียบได้กับวาฬสีน้ำเงินตัวเต็มวัย มันเป็นักล่าที่ดุร้ายที่สุดในโลกใต้ทะเลซึ่งถูกผลิตโดยเหล่าจอมมารและเทพอสูร ซึ่งเ้าตัวนี้ตัวเดียวอาจทำให้อาณาจักรที่ค่าอำนาจเฉลี่ยน้อย ๆ ล่มสลายได้อย่างง่ายดายเลย และเอกลักษณ์ของมันคือไฟเงาที่พ่นจากปากของมันทำให้พลังทำลายล้างสูงมาก ไฟเงาของมันแทบไม่มีอะไรแก้ทางได้เลย นอกจากต้องใช้พลังแสงสว่างแรงสูงจากพระผู้สร้างเท่านั้น และยิ่งปากที่อ้ากว้างพร้อมเขมือบทุกอย่างที่ขวางหน้า หากคุณคิดจะไปสังหารเ้าตัวนี้จากภายใน จงเตรียมอุปกรณ์ไว้ต้านทานกับเหล่าปรสิตภายในที่จะย่อยสลายร่างของคุณให้ดี และใช้พลังแสงสว่างแรงสูงจากพระผู้สร้างโจมตีเข้าที่หัวใจในท้องของมันให้ได้
Behavior: Underwater Shadow Breathes (ลมหายใจเงาใต้น้ำที่พลังทำลายล้างสูง แถมยังทำให้พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเกิดพิษด้วย), Parasite Worms (หนอนบ่อนไส้ที่อยู่ในท้องของเ้านักล่าเงาใต้ทะเลขนาดั์ คอยกัดกินและย่อยอาหารที่เ้าั์นี้กินเข้าไป ซึ่งไม่ได้มาแค่ตัวเดียว มันมีไม่ต่ำกว่าล้านตัว!)
โอ้โห ทั้งใหญ่ทั้งน่ากลัวอย่างนี้ ไม่แปลกที่ยามเงือกชาวรูเล็ตต้าพยายามจะโจมตีแต่จากข้างนอก เพราะไม่มีใครกล้าจะเข้าไปข้างในทั้งที่ยังไม่ได้เตรียมของป้องกันเ้าหนอนนับล้านมาเขมือบร่างนี่เอง แต่บังเอิ๊ญบังเอิญ (อีกละ) ที่ผมเองก็ปลดล็อกเพิร์กและรูนไว้รับมือกับพวกนี้โดยเฉพาะแล้วก็เอาแต่อัปเกรดให้ประสิทธิภาพสมบูรณ์แบบขึ้น ไม่ค่อยได้ใช้สักที คราวนี้แหละผมก็เลยงัดเอาเพิร์กและรูนแบบนี้มาเปิดใช้งานทั้งคู่ไปเลย และหาจังหวะเข้าทำ เพราะตอนนี้มันก็กำลังไล่เขมือบพวกยามชาวรูเล็ตต้าที่ว่ายน้ำหนีด้วยความเร็วสูงอยู่ ผมรีบเปิดใช้สกิล “Fast Swim” (ว่ายน้ำความเร็วสูง) ไล่ตามเ้าโมซาซอร์ั์นี่ให้ได้
ถึงกระนั้นเองผมก็ตระหนักได้ว่าว่ายน้ำอย่างเดียวไม่พอ ต้องดึงความสนใจด้วย ฉะนั้นผมเลยต้องยิงลำแสงศักดิ์สิทธิ์จากฝ่ามือเปล่า และทำการยั่วยุด้วยการะโดัง ๆ สุดเสียงให้เ้าโมซาซอร์เงาั์นี่หันมาหาผม และได้ผล มันเริ่มรู้ว่าผมตามมันมา มันก็เลยหันมาอ้าปากรอจะกลืนผมเข้าไป และผมก็พุ่งเข้าไปในปากของมันอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งทุกอย่างกลายเป็สีดำ
ผมเปิดใช้เพิร์กและรูนวิสัยทัศน์รัตติกาลอีกครั้งเพื่อดูว่ามีหนอนปรสิตรอบตัวหรือไม่ โอ้โห พอเปิดปุ๊บเจอปั๊บ มาเป็กระบุงเลยทีเดียว ผมไม่รอช้า ชาร์จพลังแสงสว่างไว้ที่ดาบแล้วฟาดไปยังพวกหนอนนี่เต็มแรง และพวกมันก็โดนแผดเผาจนร่างสลายไปหนึ่งหมู่ และผมต้องทำแบบนี้กับหมู่อื่น ๆ พร้อมกับดันตัวเองไปให้ถึงหัวใจของเ้านั่นให้เร็วที่สุดด้วย
ไม่กี่นาทีต่อมา หลังจากผมต้องมาดิ้นรนกำจัดพวกหนอนบ้านี่ ในที่สุดผมก็เข้าถึงเ้าหัวใจของมันแล้ว หัวใจพลังงานทรงกลมสีม่วงของเ้านักล่าเงาั์ใต้มหาสมุทร และผมไม่รอช้า รีบแทงดาบมาร์เวลัสโมรันนัสเข้าที่กลางทรงกลมของมันทันที แสงสีม่วงส่องประกาย และนั่นเป็ภาพสุดท้ายก่อนที่ผมจะหมดสติลงชั่วขณะ
หลังจากผมลืมตาตื่นขึ้นมา ผมก็พบว่าตัวเองอยู่ในน้ำและกำลังจะจมลงพื้น ฝุ่นควันสีดำอมม่วงคละคลุ้ง ดาบวิเศษประจำตระกูลผมหลุดจากมือ แต่ก็ยังโชคดีที่ผมใช้กระแสจิตเรียกดาบตระกูลผมให้กลับมาอยู่ในมือผมด้วยความรวดเร็ว จากนั้นผมก็เก็บมันเข้าช่องอินเวนทอรี่ และพลิกตัวกลับมายืนได้ และเหล่ายามชาวรูเล็ตต้า รวมไปถึงสี่อาณาจักรต่างเผ่า รีบเข้ามาดูทันทีว่าผมเป็ยังไงมั่ง และที่ชัดเจนที่สุดเลยก็คือดัชเชสเคลลีนภรรยาของผมที่เมื่อเห็นว่าผมรู้สึกตัวและเก็บดาบตระกูลผมเข้าตัว เธอก็รีบว่ายไปโผกอดผมทันที
แน่นอนว่าผมที่อยู่ในท้องเ้าตัวั์นั่นไม่รู้ว่าข้างนอกมันเกิดอะไรขึ้น และผมก็ได้รับรู้ว่า หลังจากที่ผมเข้าไปในปากของมัน พวกพันธมิตรต่างสายพันธุ์ก็มาถึงพอดี และเคลลีนก็รีบมาช่วยผมด้วยความเป็ห่วง กระนั้นเองเธอก็ไม่รู้จะทำยังไง เลยรีบจัดการร่ายคาถาโจมตีมาเป็ลิสต์ใส่เ้าหมอนั่นจากภายนอก ซึ่งส่วนใหญ่มาเป็สายแสงสว่างทั้งนั้น ซึ่งแน่นอนว่ามันทำให้เ้าั์นี่าเ็จริง แต่ก็ตามมาด้วยความโกรธที่มากขึ้นกว่าเดิม มันอาละวาดไม่สนแล้วว่าใครยิงมา และพวกเขาก็ต้องรีบว่ายหนีให้ทัน ไม่งั้นได้ตามผมเข้าไปและโดนหนอนปรสิตที่รอดจากคมดาบผมย่อยร่างไปแน่ ๆ จนกระทั่งหลังจากที่ผมแทงดาบมาร์เวลัสโมรันนัสเข้าที่แก่นกลางของมัน ที่วาระสุดท้ายของมันคือ ชักดิ้นชักงอ แสงสีม่วงทะลุออกจากร่างทีละเล็กทีละน้อยก่อนตัวจะะเิกลายเป็เศษหมอกสีดำอมม่วง และตัวผมกับดาบหลุดออกมาจากหมอกที่เหลืออยู่ของมัน
ผมเองก็ดีใจเหมือนกันครับที่พวกเราสามารถจัดการกับเ้าตัวนี้ได้ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ เราต้องหาให้ได้ว่าเ้าตัวนี้อยู่ใต้อาณัติของเทพอสูรตนไหน และพวกเราพร้อมที่จะจัดการกับมันให้จงได้ ขณะที่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น ผมก็รับรางวัลจากกษัตริย์ผู้ปกครองรูเล็ตต้าก่อนซะเลย ก็คือเป็สร้อยจี้ประจำอาณาจักรที่ผมได้เก็บไว้ในคลังนี่แหละครับ
หลังจากนั้นพวกเราก็แยกย้ายกลับไปหาอาณาจักรของตัวเอง และก็กลับไปเช็กความเรียบร้อยก่อนใช้ชีวิตตามปกติ และคืนนั้นก่อนที่ผมจะเข้านอน เทพธิดาเอลซ่ากลับมาเช็กความเรียบร้อยอีกครั้ง
“สวัสดีออสเทร็ธ” ท่านเทพธิดาทักทาย
“สวัสดีครับ” ผมตอบ
“ได้ข่าวว่าเ้าได้กำจัดสัตว์อสูรเงาั์ใต้มหาสมุทรแล้วเรียบร้อยสินะ?”
“ใช่ครับ” ผมตอบ “บอกตามตรงผมเข้าใจคนที่สู้อยู่ห่าง ๆ โดยไม่ได้เตรียมตัวทำลายจุดอ่อนจากภายในแล้วล่ะครับ เ้าหนอนข้างในนี่พร้อมจะแทะร่างผมตลอดเวลา แต่ผมก็ไม่เปิดโอกาสให้มันทำแบบนั้นได้ เลยต้องใช้ดาบประจำตระกูลผมฟาดมันให้ตายไปให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนกว่าจะถึงแก่นกลางหัวใจของเ้าโมซาซอร์เงาั์น่ะครับ”
“โอเค เอาเป็ว่า ข้ามีข่าวร้ายจะบอกเ้า” ท่านเทพธิดาเอลซ่ากล่าว “ดรอว์มอธมันได้อัปเกรดตัวเองให้อยู่ในภัยคุกคามระดับ Apocalypse+ 280 (1501-1505) แล้วล่ะ”
แค่นั้นแหละผมถึงกับตาเหลือก มันใช้โอกาสนี้อัปเกรดตัวเองหนีพวกต่างโลกแล้วเหรอวะ
“เ้าได้ยินไม่ผิดหรอก” เทพธิดาเอลซ่ายืนยัน “เอาเป็ว่าตอนนี้เ้าทำตัวตามสบายก่อน หากสถานการณ์เรียกหา เ้าค่อยลุยแล้วกันนะ”
“ครับผม” ผมตอบ
“เอาล่ะ ที่ข้าจะบอกก็มีประมาณนี้ ไว้โอกาสหน้าค่อยมาเจอกันใหม่แล้วกันนะ”
เสร็จแล้วท่านเทพธิดาเอลซ่าก็หายตัวไปอีกครั้งหนึ่ง…