บรรยากาศรอบข้างสงบเงียบจนได้ยินเสียงเข็มหล่น
"ท้าสู้!"
"เย่ฉวนขอท้าสู้กับผู้เฒ่าตระกูลเย่!"
ทุกคนในตระกูลเย่ต่างใจนพูดไม่ออก
ในคฤหาสน์ตระกูลเย่นั้น บุคคลที่ทรงอำนาจมากที่สุดก็คือปรมาจารย์ผู้รักสันโดษ ซึ่งตอนนี้ท่านได้แยกตัวปลีกวิเวกไป ต่อมาผู้ที่มีอำนาจรองลงมาก็คือเย่ชิง หนึ่งในบรรดาผู้าุโที่คอยปกปักรักษาตระกูลเย่มาแต่ช้านาน และตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในคฤหาสน์ตระกูลเย่ สุดท้ายนี้ลำดับที่สามก็คือผู้เฒ่าตระกูลเย่
มาบัดนี้ เย่ฉวนกล้าหาญชาญชัยถึงขั้นขอท้าสู้กับผู้เฒ่าตระกูลเย่แบบตัวต่อตัว!
"ดูท่าเขาจะมั่นใจมากเกินไปกระมัง?"
บางคนก็คิดเช่นนั้น ในขณะที่บางส่วนก็คิดว่าเย่ฉวนมีความสามารถในการต่อสู้มากพอที่จะเทียบชั้นกับผู้เฒ่าตระกูลเย่ได้
ครั้งหนึ่ง คฤหาสน์ตระกูลเย่เคยสนับสนุนการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ให้กับเย่ฉวน นั่นทำให้เขาแตกต่างจากผู้เฒ่าตระกูลเย่ผู้สุขสบายอยู่ในตำแหน่งสูงและไม่ได้พบกับความยากลำบากเลยเกือบตลอดทั้งปี เย่ฉวนใช้ชีวิตเผชิญหน้ากับอันตรายอย่างน่าหวาดเสียวเกือบทุกวัน เขามีความแข็งแกร่ง กล้าหาญ และเที่ยงธรรมในขณะที่ผู้เฒ่าตระกูลเย่ไม่มีสิ่งเหล่านี้
ในสายตาของคนตระกูลเย่ แม้ว่าเย่ฉวนจะสำเร็จอยู่ในขั้นที่ห้าขั้นเสาะแสวงหา แต่หากเขาต่อสู้ด้วยแบบยอมแลกชีวิตแล้วละก็ คงมีโอกาสอยู่บ้างที่จะได้ชัย!
ตรงหน้าเย่ฉวน ผู้เฒ่าตระกูลเย่ยังคงมองแบบไม่เชื่อสายตาว่าเย่ฉวนจะกล้าท้าทายเขาจริง ๆ!
"ท่านตกลงหรือไม่เล่า?"
ผู้เฒ่าตระกูลเย่กำลังครุ่นคิด ถ้าหากเขาไม่ตกลงและเื่นี้ถูกแพร่งพรายออกไป เขาจะต้องเสียหน้าเป็อย่างมาก! ไม่เพียงเท่านั้น แต่ศักดิ์ศรีในฐานะคนตระกูลเย่ก็คงลดลงไปจนแทบไม่มีเหลือ ไม่แน่ว่าในอนาคตอาจไม่เหลือผู้ติดตามที่เชื่อฟังคำสั่งอีกแล้วก็เป็ได้
"ตกลงอย่างนั้นสินะ?"
เมื่อคิดถึงความสามารถในการต่อสู้ของเย่ฉวน เขาลังเลเล็กน้อย แม้ว่าระดับลมปราณของชายชราจะอยู่ในลำดับที่สูงกว่าเย่ฉวน แต่เขาเองก็ห่างหายจากการออกทัพปราบศัตรูมาแล้วนานนับปี ในบางโอกาส เขาเพียงแต่ใช้วิธีประนีประนอมกับคนในตระกูลเย่ด้วยกันเท่านั้น เพื่อหยุดไม่ให้เื่บาดหมางต้องลุกลามบานปลาย แต่เย่ฉวนนั้นไม่เหมือนกัน การต่อสู้ของเขาข้างนอกในแต่ละครั้งหมายถึงความเป็และความตาย
ผู้เฒ่าตระกูลเย่เข้าใจความหมายในทันที!
ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้เขาสามารถเอาชนะเย่ฉวนได้ คนอื่น ๆ ก็ยังสามารถเอาไปนินทาเขาได้ว่าทำตัวเป็ผู้ใหญ่รังแกเด็ก แต่หากเขาเป็ฝ่ายแพ้ เขาก็จะต้องเสียหน้าอย่างมาก ถึงตอนนั้นแล้ว แม้แต่ตำแหน่งผู้าุโก็ไม่มีใครกล้ารับประกันได้!
ใบหน้าของผู้เฒ่าตระกูลเย่พลันเปลี่ยนเป็สีดำคล้ำ!
เดิมที มันควรเป็แค่การเคลื่อนไหวที่สิ้นหวังของเย่ฉวน แต่ ณ ขณะนี้ เย่ฉวนกลับบีบบังคับให้เขาต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวังนั้นแทน!
เมื่อมาถึงจุดนี้ ก็มีเสียงจากข้างนอกดังขึ้น "ไม่ใช่ว่าในหนึ่งเดือนข้างหน้านั้น เ้ากับข้า เรามีนัดด้วยกันหรอกหรือ?"
ทุกคนมองไปทางต้นเสียง ใกล้เข้ามานั้น เย่หลางกำลังเดินตรงมาอย่างเชื่องช้า!
เย่หลาง ก็คือผู้สืบทอดทายาทสายตรงแห่งตระกูลเย่คนปัจจุบัน!
ในขณะที่ผู้เฒ่าตระกูลเย่กำลังจะกล่าวอะไรบ้างอย่าง ฉับพลันสองตาก็พลันเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงอย่างไม่อยากจะเชื่อ "เย่หลาง นี่เ้าสำเร็จวิชาขั้นที่หกผสานลมปราณแล้วหรอกหรือ?"
"ขั้นที่หกผสานลมปราณ!"
ทุกคนในที่นั้นล้วนใไม่ต่างกัน
เย่หลางพยักหน้าเล็กน้อย "มันยังไม่สมบูรณ์เท่าใดนัก ข้าต้องใช้เวลาสิบกว่าวันถึงจะสำเร็จขั้นนี้ได้ นี่ถือว่ายังช้าเกินไป"
เมื่อทุกคนได้ยินเย่หลางกล่าวเช่นนั้น ต่างก็ระงับความใไว้ไม่ไหว
"นี่น่ะหรือช้าเกินไป?"
เป็ที่รู้กันดีว่าก่อนที่เย่หลางจะตื่นขึ้น เขาเพิ่งจะสำเร็จวิชาอยู่ในขั้นที่สี่ ผสานหยินหยางเพียงเท่านั้น แต่ภายในระยะเวลากว่าสิบวัน เย่หลางกลับสามารถบรรลุได้ถึงขั้นที่หกคือผสานลมปราณ! หากพูดถึงความเร็วของทักษะในการเรียนรู้ นั่นก็เรียกได้ว่าเร็วที่สุดเกินกว่าที่ในประวัติศาสตร์ของตระกูลเย่จะมีบันทึกไว้!
สิ้นคำพูดของเย่หลาง ผู้เฒ่าตระกูลเย่ก็ะเิหัวเราะ "เช่นนั้นพระเ้าก็ทรงอวยพรตระกูลเย่แล้ว...”
ในคฤหาสน์เย่หลางทุกคนกำลังปลาบปลื้มใจกับผลสัมฤทธิ์ที่ได้นี้ เพียงเท่านี้ก็ถือว่าตระกูลเย่ก้าวนำตระกูลอื่น ๆ อย่างไรเทียมทานแล้ว!
เย่หลางลากสายตาไปที่เย่ฉวนก่อนจะพูดขึ้น "เ้ามีคุณสมบัติอะไรจะมาท้าทายท่านผู้เฒ่าตระกูลเย่งั้นหรือ? อย่างน้อย ๆ ก็เอาชนะข้าให้ได้ก่อนเสียสิ แล้วเ้าจึงค่อยมาท้าสู้กับผู้เฒ่าผู้ยิ่งใหญ่ได้ นัดหมายท้าประลองเป็ตายของเราก็ยังเหลือเวลาตั้งยี่สิบกว่าวันจริงหรือไม่?"
เย่ฉวนมองเย่หลาง ค่อย ๆ คลี่ยิ้มก่อนตอบ "จริงของเ้า ข้าเกือบลืมไปเสียสนิท"
ดังนั้นเย่ฉวนจึงค่อยหันกลับมามองทางผู้เฒ่าตระกูลเย่ "ท่านผู้เฒ่า ข้าเผลอตัวทำให้ท่านขุ่นเคืองไปเสียแล้ว ฮืมมม หลังจากเอาชนะหลานชายของท่านได้ ข้าค่อยมาคิดบัญชีกับท่านเป็รายถัดไป แต่ตอนนี้ข้าต้องไปแล้ว!"
หลังจากนั้นเขาหันกลับมาทางเย่หลิง
"ช้าก่อน!"
ผู้เฒ่าตระกูลเย่ยังรู้สึกโกรธเคือง "เ้าได้ลงมือสังหารหนึ่งในเหล่าผู้าุโของตระกูลลงไป..."
เย่ฉวนหันขวับพูดสวนไปในทันที "จู่ ๆ จะมากล่าวหาข้าได้อย่างไรกันท่านผู้เฒ่า? หลานชายของท่านมีนัดท้าประลองชี้เป็ชี้ตายกับข้าอยู่ ไม่รู้ว่าพวกท่านนึกกลัวข้าขึ้นมาจนตัวสั่นหรืออย่างไรจึงได้ส่งตาเฒ่าเย่กูเข้ามาสร้างความวุ่นวายเช่นนี้ หรือทั้งหมดนี่เป็เหตุผลบังหน้าที่้าจะฆ่าข้ากันแน่? หากเป็เช่นนั้นท่านก็ไม่ต้องกังวลไป ต่อให้พวกท่านสองคนรุมเข้ามาพร้อมกัน อย่างไรเสียชัยชนะก็ตกเป็ของข้าคนนี้อยู่ดี!"
"เ้า!" ใบหน้าของผู้เฒ่าตระกูลเย่กลายเป็สีเขียวคล้ำ
เย่หลางมองที่เย่ฉวนอย่างเยือกเย็น "เ้าไปได้แล้ว อีกยี่สิบวันให้หลัง ข้าจะตั้งตารอเ้าอยู่ที่ลานประลองตัดสิน"
เย่ฉวนยักไหล่ "ขณะที่ท่านมัวแต่สับสนอยู่กับอายุ ดูเหมือนว่าหลานชายจะยังมีเหตุผลมากกว่าท่านเสียอีกนะ ท่านผู้เฒ่า!"
เมื่อทิ้งท้ายเสร็จ เย่ฉวนก็เดินจากไปพร้อมกับเย่หลิง
ใบหน้าของผู้เฒ่าตระกูลเย่เปลี่ยนเป็สีม่วงด้วยความโกรธจัด เขาฉุกคิดแผนการบางอย่างขึ้นได้ในทันที เขามองไปที่หลี่มู่และคนอื่น ๆ "ดูเอาเถอะ ข้าชุบเลี้ยงพวกเ้ามาเป็อย่างดี แต่พวกเ้ามันช่างอกตัญญูนัก ทนดูผู้เฒ่ากูถูกเ้าคนชั่วทุบตีทำร้ายได้โดยไม่มีแม้แต่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ใครก็ได้มาที่นีเดี๋ยวนี้เลย ลากพวกมันออกไปให้หมดแล้วโบยไม่ยั้งจนกว่าจะตาย!"
เมื่อได้ยินดังนั้นหลี่มู่และพรรคพวกก็หน้าซีด
ขณะนั้นเย่ฉวนซึ่งยังไปได้ไม่ไกลนัก เขาชะงักฝีเท้าลงทันทีและหันกลับมามองที่ผู้เฒ่าตระกูลเย่ "ท่านผู้เฒ่า ขอให้ข้าได้เตือนท่านไว้สักอย่าง หลี่มู่และพวกพ้องนั้นเป็ผู้คุ้มกันของประมุขตระกูล แม้ว่าท่านจะเป็ถึงผู้าุโแห่งตระกูลเย่ แต่ท่านผู้นำก็ยังมิได้สิ้นชีพ ท่านคงรู้ดีว่าหากลงมือกับคนเหล่านี้แล้วจะต้องเจอกับอะไร..."
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้เย่ฉวนก็แสร้งทำเป็ใใหญ่ "อ้อ หรือว่าเป็ไปได้ไหมที่ท่านผู้เฒ่าตระกูลเย่จะมีข้อตกลงกับท่านผู้น้ำตระกูลอยู่แล้ว... นี่ท่าน..."
"เ้ากล้าดียังไง!"
ผู้เฒ่าตระกูเย่คำราม "เย่ฉวน หากเ้ายังกล้าเปิดปากพูดอีกแม้แต่คำเดียว ต่อให้ต้องตายวันนี้ข้าก็จะฆ่าเ้าซะ!"
เย่ฉวนคลี่ยิ้มก่อนจะพูด "ใจเย็นลงก่อนเถิดท่านผู้เฒ่า ข้าเพียงแต่บังอาจเตือนท่านก็เท่านั้น ขอท่านอย่าได้โมโหไปมันจะไม่ดีต่อร่างกาย ข้าล่ะรู้สึกดีใจ อ้อ หมายถึงเสียใจด้วยจริง ๆ"
หลังจากนั้น เขาและเย่หลิงก็ได้เดินจากไป
หลี่มู่และพรรคพวกต่างมองตามหลังเย่ฉวนด้วยความขอบคุณอย่างซึ้งใจ หากไม่ใช่เพราะคำพูดเ่าั้ของเย่ฉวนแล้ว ชีวิตของพวกเขาเกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงวันนี้
ผู้เฒ่าตระกูลเย่ยังคงโกรธจนตัวสั่นเสียจนทพำให้รอบ ๆ ตัวไม่มีใครกล้าหลุดปากออกมาแม้แต่คำเดียว
เมื่อนึกได้ถึงบางสิ่งบางอย่าง ผู้เฒ่าตระกูลเย่ก็หันมามองเย่หลาง "ที่จริงเ้าจะปลิดชีพมันเสียั้แ่วันนี้ก็ย่อมได้? เหตุใดจึงรอเวลาอีกถึงยี่สิบวัน?"
เย่หลางมองผู้เฒ่าตระกูลเย่อย่างเ็า "เพราะข้า้าที่จะสำเร็จขั้นหลอมรวมลมปราณก่อนน่ะสิ!"
เมื่อได้ยินดังนั้นผู้เฒ่าตระกูลเย่ก็ตะลึงงันไป ต่อมาจึงได้รีบถามขึ้นอย่างกระตือรือร้น "นี่เ้าพูดจริงรึ?"
เย่หลางพยักหน้าเล็กน้อย "ความสำเร็จกำลังใกล้เข้ามา มิเช่นนั้นแล้วข้าจะชิงฆ่ามันเสียั้แ่วันนี้เลย นี่ยังไม่ใช่เวลาเหมาะสมที่จะต่อสู้ เพื่อให้แน่ใจ ข้าจะไม่ให้สิ่งใดมากระทบกับการทะลวงเลื่อนขั้นเป็อันขาด นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้"