ตอน ความลับที่ทำให้ใจสั่น
แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องผ่านช่องว่างของผ้าม่านเข้ามาแยงตาทำให้ผมต้องลืมตาตื่นขึ้นมาเผชิญกับความจริงอันแสนปวดร้าว อาการปวดเมื่อยแล่นไปทั่วแผ่นหลังและลำคอจากการต้องนอนขดตัวอยู่บนโซฟาแคบๆในห้องรับแขกชั้นล่างตลอดทั้งคืน ผมค่อยๆยันกายลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก ความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศที่เปิดทิ้งไว้ไม่สามารถดับไฟความหงุดหงิดและความสงสัยที่สุมอยู่ในอกของผมได้เลย เหตุการณ์เมื่อคืนยังคงฉายซ้ำไปซ้ำมาในหัว ภาพที่หลินภรรยาสาวหน้าหมวยของผมตวาดด่าทอและทำท่าทีขยะแขยงััของผมราวกับผมเป็เชื้อโรคร้าย มันกรีดลึกลงไปในความรู้สึกของคนเป็สามีอย่างผมจนยากจะทำใจยอมรับได้
ผมถอนหายใจยาวพลางลูบหน้าลูบตาตัวเองเพื่อเรียกสติ วันนี้ผมตั้งใจจะทำตัวให้เป็ปกติที่สุด ผมไม่อยากให้บรรยากาศในบ้านต้องตึงเครียดไปมากกว่านี้ ผมพับผ้าห่มและจัดหมอนบนโซฟาให้เข้าที่ ก่อนจะเดินลากฝีเท้าหนักอึ้งขึ้นบันไดไปยังชั้นสองของบ้าน หวังจะเข้าไปดูหน้าลูกน้อยและอาบน้ำแต่งตัวไปทำงาน แต่ทว่าเมื่อผมเปิดประตูห้องนอนใหญ่เข้าไป ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำเอาผมต้องยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่
หลินไม่ได้อยู่ในชุดนอนตัวโคร่งหรือชุดให้นมสีตุ่นๆเหมือนทุกเช้าที่ผ่านมา เธอกำลังยืนหันหลังให้ประตูอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ของโต๊ะเครื่องแป้ง หญิงสาวกำลังบรรจงทาลิปสติกสีพีชระเรื่อลงบนริมฝีปากอวบอิ่มของตัวเอง แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาและกระชากหัวใจของผมอย่างรุนแรงคือชุดที่เธอสวมใส่ หลินเลือกสวมชุดเดรสสายเดี่ยวเข้ารูปสีแดงเบอร์กันดีที่ขับผิวพรรณขาวโพลนราวกับหยวกกล้วยของเธอให้ดูสว่างวาบเจิดจ้าสะดุดตา ชุดเดรสตัวนี้ทำจากผ้ายืดเนื้อดีที่แนบสนิทไปกับทุกสัดส่วนของร่างกาย มันรัดรึงทรวดทรงที่เคยบอบบางแต่บัดนี้กลับอวบอัดซ่อนรูปของสาวแม่ลูกอ่อนได้อย่างชัดเจนเจนตา
สะโพกผายที่ขยายใหญ่ขึ้นจากการตั้งครรภ์ดูเต็มตึงน่าบีบเค้นรับกับเอวคอดที่เริ่มกลับมาเข้ารูปเข้าทรง แต่ที่น่าตกตะลึงที่สุดคือ่บนของเธอ หน้าอกหน้าใจที่คัดเต่งเต็มไปด้วยน้ำนมขยายใหญ่จนล้นหลามเกินกว่าที่เดรสตัวนี้จะรองรับไหว เนื้อผ้าบริเวณหน้าอกถูกดันจน ตึงเปรี๊ยะ แทบจะปริแตกออกมาตามแรงหายใจ ก้อนเนื้อขาวเนียนล้นทะลักออกมาเหนือขอบคอเสื้อที่เว้าลึกอย่างจงใจ ร่องอกเบียดชิดกันจนเห็นเป็ร่องลึกน่าัั ยิ่งเธอไม่ได้สวมเสื้อชั้นในแบบดันทรงแต่เป็เพียงบราไร้โครงสำหรับให้นม ทรวดทรงที่ใหญ่โตตามธรรมชาติก็ยิ่งดูเย้ายวนและเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ ภาพสะท้อนในกระจกเผยให้เห็นใบหน้าสวยหวานที่แต่งแต้มเครื่องสำอางอย่างประณีต ขนตาถูกดัดงอน แก้มขาวจัดปัดบลัชออนสีอ่อนๆ เธอดูสวยสะพรั่งและเปล่งประกายกว่าทุกวันที่ผ่านมา
ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความเป็ชายที่หลับใหลเริ่มขยับตัวดุนดันเป้ากางเกงขึ้นมาอีกครั้ง แต่ในขณะเดียวกันความสงสัยและความระแวงก็ตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่คอหอย หลินจะแต่งตัวสวยเซ็กซี่ขนาดนี้ไปทำไมในเมื่อเธอแค่จะไปคลินิกสูตินรีเวชเพื่อตรวจแผลหลังคลอด มันไม่ใช่การไปปาร์ตี้หรือเดินห้างสรรพสินค้าสักหน่อย และที่สำคัญทันทีที่ผมก้าวเดินเข้าไปใกล้เธอ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมกลิ่นคาวจางๆที่ผมได้กลิ่นเมื่อวานก็ลอยมาเตะจมูกอีกครั้ง มันชัดเจนจนผมต้องนิ่วหน้า
"หลิน แต่งตัวสวยจังเลยนะ วันนี้จะไปไหนนอกจากคลินิกหรือเปล่า" ผมเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงที่พยายามเก็บซ่อนความหึงหวงเอาไว้ให้ลึกที่สุด
หลินสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงผม เธอรีบวางแท่งลิปสติกลงบนโต๊ะและหันกลับมามองผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันทันทีที่เห็นหน้าผม ท่าทีระแวดระวังและกำแพงน้ำแข็งถูกสร้างขึ้นมาขวางกั้นระหว่างเราอีกครั้ง
"หลินก็แค่จะไปหาหมอวินที่คลินิกไง พี่เอกจะถามทำไมหนักหนา แล้วนี่ขึ้นมาทำไม ทำไมไม่ไปอาบน้ำแต่งตัวไปทำงาน มัวแต่มายืนจับผิดอะไรหลินแต่เช้า" เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงตวัดห้วนและกอดอกตัวเองไว้แน่น ท่าทางกอดอกของเธอยิ่งทำให้ก้อนเนื้อคู่สวยเบียดตัวดันเนื้อผ้าจน ตึงเปรี๊ยะ มากขึ้นไปอีก หยดน้ำนมเล็กๆซึมเยิ้มเป็จุดเล็กๆที่หน้าอกเสื้อแต่เธอกลับไม่สนใจจะเช็ดมันออก
"พี่ก็แค่แปลกใจ ปกติหลินชอบใส่ชุดให้นมสบายๆเวลาออกไปข้างนอก แต่วันนี้หลินแต่งตัวจัดเต็ม แถมยังใส่น้ำหอมกลิ่นแปลกๆนั่นอีก พี่ก็แค่ถามดูเฉยๆ ไม่เห็นต้องอารมณ์เสียใส่พี่เลยนี่นา" ผมพยายามอธิบายอย่างใจเย็น
"โอ๊ย คนอยู่บ้านเลี้ยงลูกเหนื่อยๆหัวฟูมาเป็เดือนๆ มันก็ต้องอยากแต่งตัวสวยๆให้ตัวเองชื่นใจบ้างสิ พี่เอกจะมาเข้าใจอะไร วันๆเอาแต่ไปทำงาน หลินอยากจะสวยอยากจะหอมมันผิดตรงไหน ทีพี่เอกยังฉีดน้ำหอมไปทำงานทุกวันเลย หลินจะฉีดบ้างไม่ได้หรือไง อึดอัดจริงๆเลยมีสามีขี้จุกจิกแบบนี้ ไปไกลๆเลยไป หลินจะดูลูก"
เธอร่ายยาวใส่ผมเป็ชุดพร้อมกับผลักไหล่ผมให้หลีกทาง เธอเดินกระแทกส้นเท้าไปที่เปลเด็กอ่อน ก้มลงอุ้มลูกน้อยที่เพิ่งตื่นขึ้นมาแนบอก ท่าทีรังเกียจและคำพูดตัดรอนของเธอทำให้ผมต้องยืนนิ่งกำหมัดแน่นอยู่กลางห้อง ผมสูดลมหายใจลึกๆเพื่อระงับอารมณ์โกรธ ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปจัดการธุระส่วนตัว สายน้ำเย็นๆไม่สามารถชะล้างความแคลงใจออกไปจากสมองได้เลย ยิ่งหลินหาข้ออ้างและแสดงอาการหงุดหงิดมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งรู้สึกว่าเธอมีอะไรปิดบังผมอยู่
เมื่อผมแต่งตัวเสร็จและเดินลงมาข้างล่าง หลินกำลังเตรียมกระเป๋าใส่ผ้าอ้อมและขวดนม เธอไม่แม้แต่จะหันมามองหน้าผมหรือพูดคำบอกลาเหมือนที่เคยทำ ผมตัดสินใจเดินออกจากบ้านไปสตาร์ทรถ แต่แทนที่ผมจะขับมุ่งหน้าไปที่ออฟฟิศ ผมกลับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาผู้จัดการฝ่ายเพื่อขอลาป่วยกะทันหันครึ่งวันเช้า ผมให้เหตุผลว่าปวดหัวอย่างหนักจนไปทำงานไม่ไหว ซึ่งความจริงแล้วหัวของผมมันปวดหนึบจริงๆ ปวดเพราะความหวาดระแวงว่าเมียตัวเองกำลังจะสวมเขาให้
ผมจอดรถซุ่มอยู่ตรงปากซอยทางเข้าหมู่บ้าน รอจนกระทั่งรถเก๋งคันเล็กสีขาวของหลินขับโฉบออกไป ผมรีบเหยียบคันเร่งขับตามไปห่างๆ รักษาระยะห่างประมาณสองถึงสามคันรถเพื่อไม่ให้เธอรู้ตัว หัวใจของผมเต้นระรัวดั่งตีกลอง ฝ่ามือที่จับพวงมาลัยชื้นไปด้วยเหงื่อ ความรู้สึกจุกอยู่ที่อกผสมผสานกับความตื่นเต้นอย่างประหลาด แล่นแปล๊บ เข้ามาในสมองเป็ระลอก ผมกำลังทำตัวเหมือนพวกโรคจิตที่สะกดรอยตามเมียตัวเอง แต่มันคือทางเดียวที่ผมจะได้รับรู้ความจริงว่าลับหลังผมแล้วเธอไปทำอะไร ที่ไหน กับใครกันแน่
การจราจรยามเช้าค่อนข้างติดขัดทำให้ผมสามารถขับตามรถของหลินได้อย่างไม่ยากเย็นนัก สายตาของผมจับจ้องไปที่ท้ายรถคันขาวนั้นอย่างไม่กะพริบตา ในหัวสมองจินตนาการไปสารพัดว่าหลินอาจจะไม่ได้ไปคลินิก เธออาจจะเลี้ยวเข้าโรงแรมม่านรูด หรืออาจจะไปรับผู้ชายคนอื่นขึ้นรถ แต่สุดท้ายรถของเธอก็ขับมาจอดที่ลานจอดรถด้านหน้าคลินิกสูตินรีเวชแห่งหนึ่งใจกลางเมืองจริงๆ
คลินิกแห่งนี้เป็คลินิกระดับพรีเมียมที่ตกแต่งอย่างหรูหรา กระจกบานใหญ่ด้านหน้าใสแจ๋วทำให้สามารถมองเห็นบรรยากาศภายในที่ดูสะอาดตาและทันสมัย ผมจอดรถแอบอยู่ฝั่งตรงข้ามถนน ดับเครื่องยนต์และลดกระจกลงเล็กน้อยเพื่อให้อากาศถ่ายเท สายตาของผมจดจ้องมองเข้าไปในคลินิกอย่างไม่วางตา หลินก้าวลงจากรถพร้อมกับกระเป๋าใบใหญ่และอุ้มลูกน้อยแนบอก เดรสสีแดงรัดรูปของเธอโดดเด่นสะดุดตาผู้คนที่เดินผ่านไปมา รูปร่างอวบอัดและผิวขาวจัดของเธอทำให้ชายหนุ่มหลายคนต้องเหลียวหลังมอง ผมกำพวงมาลัยแน่นด้วยความหวงแหนและหึงหวง
หลินเดินเข้าไปในคลินิกและติดต่อที่เคาน์เตอร์พยาบาลด้านหน้า เธอส่งยิ้มบางๆให้พยาบาลก่อนจะเดินไปนั่งรอที่โซฟาบุนวมสีครีมตัวหรู ผมนั่งเฝ้ามองดูเธอทุกอิริยาบถ รอคอยให้เป้าหมายหลักปรากฏตัว และเพียงไม่ถึงสิบนาที ประตูห้องตรวจด้านในก็เปิดออก ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งก้าวเดินออกมาด้วยท่วงท่าที่สง่างามและมั่นใจ เขาสวมเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตาทับเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนและกางเกงสแล็คเข้ารูป ใบหน้าของเขาหล่อเหลาเอาการ จมูกโด่งเป็สัน คิ้วเข้ม ดวงตาคมกริบ ผมถูกจัดทรงมาอย่างดี เขามีเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้ามอย่างร้ายกาจ ดูภูมิฐานและน่าเชื่อถือสมกับเป็นายแพทย์หนุ่มอนาคตไกล
เขาคือ หมอวิน สูตินรีแพทย์ประจำตัวที่ดูแลเคสของหลินมาั้แ่ตอนฝากครรภ์ หมอวินเดินตรงเข้าไปหาหลินที่นั่งอยู่บนโซฟา ทันทีที่หลินเงยหน้าขึ้นมาเห็นหมอหนุ่ม ท่าทีของเธอก็เปลี่ยนไปราวกับพลิกฝ่ามือ จากภรรยาที่หน้าหงิกหน้างอ อารมณ์เสีย และเ็าใส่ผมเมื่อชั่วโมงก่อน บัดนี้เธอกลับเผยรอยยิ้มหวานหยดย้อยที่ผมไม่ได้เห็นมานานหลายเดือน ดวงตากลมโตของเธอเป็ประกายวิบวับ ผิวแก้มขาวเนียนของเธอมีสีแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เธอแสดงอาการขวยเขินอย่างเป็ธรรมชาติ มือเล็กๆของเธอยกขึ้นมาทัดปอยผมที่หลุดลุ่ยไว้หลังใบหูด้วยท่วงท่าที่ยั่วยวนอย่างไม่ตั้งใจ
ผมขยำมือถือจนแขนสั่นด้วยความโกรธ ความโกรธแค้นและความเ็ปพุ่งพล่านขึ้นมาจุกอยู่ที่คอหอย ทำไม ทำไมเธอถึงยิ้มให้ผู้ชายคนอื่นด้วยรอยยิ้มที่แสนหวานขนาดนั้น ทำไมเธอถึงแสดงอาการเขินอายราวกับสาวแรกรุ่นที่เพิ่งมีความรัก ทั้งๆที่เธอกีดกันผม รังเกียจผม และทำเหมือนผมเป็ตัวน่ารำคาญ แต่กับหมอวินเธอกลับต้อนรับเขาด้วยความเต็มใจและเปิดเผยขนาดนี้
แต่สิ่งที่ทำให้ผมแทบคลั่งจนเืขึ้นหน้าคือสายตาของหมอวิน เขาไม่ได้มองหลินด้วยสายตาของแพทย์ที่ห่วงใยคนไข้เลยสักนิด สายตาคมกริบของเขาไม่ได้จดจ้องอยู่ที่ใบหน้าสวยๆของเธอ แต่มันกลับลดระดับลงมาจดจ้องอยู่ที่เนินอกอวบอัดที่ล้นทะลักออกมาเหนือขอบชุดเดรสสีแดงอย่างเปิดเผย เขามองก้อนเนื้อคู่สวยที่เบียดดันเนื้อผ้าจน ตึงเปรี๊ยะ ด้วยแววตาหื่นกระหายและหิวโหยราวกับสัตว์ป่าที่กำลังจ้องมองเหยื่ออันโอชะ สายตาของเขาโลมเลียไปตามผิวขาวโพลนและร่องอกลึกนั้นอย่างไม่ปิดบัง และที่น่าเ็ปที่สุดคือ หลินรับรู้ถึงสายตานั้น เธอรู้ว่าหมอกำลังมองหน้าอกของเธอ แต่เธอไม่ได้มีท่าทีขัดเขินหรือดึงคอเสื้อขึ้นมาปิดบังแต่อย่างใด เธอกลับแอ่นอกขึ้นเล็กน้อยอย่างจงใจ ยืดหลังตรงเพื่อนำเสนอความอวบอิ่มนั้นให้หมอหนุ่มได้เชยชมอย่างเต็มตา
ภาพการหยอกเอินทางสายตาและการตอบสนองอย่างเต็มใจของเมียตัวเองมันกระแทกใจผมอย่างจัง ผมหายใจหอบถี่ รู้สึกเหมือนมีมีดนับพันเล่มแทงเข้ามาในอก แต่ท่ามกลางความเ็ปและความหึงหวงที่รุนแรงนั้น ร่างกายของผมกลับทรยศจิตใจตัวเองอย่างน่าสมเพช ความรู้สึกเสียวซ่านและตื่นเต้นอย่างประหลาด แล่นแปล๊บ เข้ามาในสมองส่วนลึก ความเป็ชายที่สงบลงไปแล้วกลับผงาดแข็งขึงขึ้นมาจนปวดร้าว มันขยายใหญ่จนดุนดันกางเกงสแล็คของผมจนแทบปริแตก ผมกำลังมีอารมณ์ทางเพศอย่างรุนแรงจากการได้เห็นเมียตัวเองกำลังอ่อยผู้ชายคนอื่น
พยาบาลหน้าห้องเดินเข้ามาเรียกชื่อหลิน หมอวินส่งยิ้มอ่อนโยนให้เธอพร้อมกับผายมือเชิญให้เธอเดินนำเข้าไปในห้องตรวจ จังหวะที่หลินลุกขึ้นยืนและก้าวเดิน หมอวินก็ขยับตัวเข้ามาประชิดด้านหลัง ฝ่ามือใหญ่ของเขาวางแหมะลงบนแผ่นหลังบอบบางของหลินเหนือเอวคอดเพียงนิดเดียว มันเป็การััที่เกินเลยกว่าคำว่าหมอกับคนไข้ มันคือการแสดงความเป็เ้าของอย่างแเี หลินสะดุ้งเล็กน้อยแต่เธอก็ไม่ได้ปัดมือเขาออก เธอยอมให้เขาลูบไล้แผ่นหลังและเดินเคียงคู่กันเข้าไปในห้องตรวจ
ปัง
เสียงประตูห้องตรวจปิดสนิทลง ตัดขาดภาพทุกอย่างจากการรับรู้ของผม ทิ้งให้ผมนั่งจมอยู่กับความมืดมิดในหัวใจและจินตนาการอันบ้าคลั่งในรถที่ร้อนอบอ้าว สมองของผมเริ่มทำงานอย่างหนัก ภาพจำลองเหตุการณ์หลังบานประตูนั้นผุดขึ้นมาเป็ฉากๆ ผมจินตนาการเห็นหลินกำลังนอนถ่างขาอยู่บนเตียงตรวจหรือขาหยั่ง หมอวินคงไม่ได้ทำแค่ใช้เครื่องมือทางการแพทย์ตรวจดูาแ เขาคงกำลังใช้มือหยาบกร้านของเขาลูบคลำไปตามเรียวขาขาวเนียน ลูบไล้ขึ้นไปถึงจุดซ่อนเร้นที่ผมไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะมอง เขาคงกำลังปลดชุดเดรสสีแดงตัวนั้นออก เผยให้เห็นหน้าอกอวบใหญ่ที่คัดเต่งไปด้วยน้ำนม
ท่อนเอ็นของผมปวดหนึบจนทนไม่ไหว ความร้อนรุ่มในกายมันตีตื้นขึ้นมาจนผมต้องปลดตะขอกางเกงออก มือที่สั่นเทาของผมล้วงเข้าไปกอบกุมความเป็ชายที่แข็งขึงราวกับท่อนเหล็ก ผมเริ่มรูดรั้งมันอย่างเชื่องช้าในตอนแรก ก่อนจะเพิ่มความเร็วและแรงขึ้นตามจังหวะจินตนาการที่ทวีความวิปริตและเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ ผมนึกภาพหมอวินกำลังก้มหน้าลงไปซุกไซ้ซอกคอขาวผ่องของหลิน นึกภาพเขากำลังดูดดึงยอดปทุมถันสีชมพูที่แข็งเป็ไต ดูดกลืนน้ำนมสีขาวขุ่นของเมียผมเข้าปากอย่างตะกละตะกลาม นึกภาพหลินกำลังนอนแอ่นอกรับััสวาทนั้นพร้อมกับครางเสียงหวานหู เสียงครางที่ผมไม่ได้ยินมาเนิ่นนาน
"ร่านจริงๆเมียกู"
ผมสบถออกมาเสียงพร่าพร้อมกับหอบหายใจแรง น้ำตาแห่งความเ็ปคลอเบ้าแต่ความเสียวซ่านกลับพุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่ ผมชักรูดแก่นกายของตัวเองอย่างบ้าคลั่งในรถที่จอดซุ่มอยู่ฝั่งตรงข้ามคลินิก สายตาของผมยังคงจดจ้องไปที่บานประตูห้องตรวจที่ปิดสนิทบานนั้น ผมเสพติดจินตนาการที่ทำให้ตัวเองเ็ป เสพติดความรู้สึกของการเป็ไอ้โง่ที่ถูกสวมเขา ผมสำเร็จความใคร่ให้กับความร่านสวาทของเมียตัวเอง น้ำรักสีขาวขุ่นพุ่งทะลักเลอะเทอะเต็มเบาะรถพร้อมกับความสุขสมที่มาพร้อมกับความสมเพชตัวเองขั้นสุด
เวลาผ่านไปเกือบสี่สิบนาที ซึ่งมันยาวนานเกินกว่าการตรวจแผลหลังคลอดตามปกติทั่วไป ในที่สุดประตูห้องตรวจก็เปิดออก หลินเดินออกมาด้วยใบหน้าที่แดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก ดวงตาของเธอฉ่ำปรือเยิ้มไปด้วยความสุขสมที่ปิดไม่มิด ทรงผมที่เคยจัดมาอย่างดีดูยุ่งเหยิงเล็กน้อย ชุดเดรสสีแดงรัดรูปดูยับย่นบริเวณหน้าอกและหน้าท้อง เธอเดินหนีบขาเล็กน้อยด้วยท่าทางที่ผิดปกติ หมอวินเดินตามออกมาส่งเธอที่เคาน์เตอร์พยาบาลด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและอารมณ์ดีอย่างเห็นได้ชัด เขาจัดคอเสื้อกาวน์ของตัวเองให้เข้าที่ก่อนจะหันมาส่งสายตาหวานซึ้งให้หลินเป็ครั้งสุดท้าย
ผมรีบจัดการแต่งตัวให้เรียบร้อย หยิบทิชชู่มาเช็ดทำความสะอาดคราบน้ำรักที่เลอะเทอะ ก่อนจะรีบสตาร์ทรถและขับหนีออกจากบริเวณนั้นด้วยความรวดเร็ว ผมไม่อยากให้หลินออกมาเห็นรถของผมจอดอยู่ ผมขับรถกลับบ้านด้วยหัวใจที่แหลกสลายแต่กลับมีไฟปรารถนาที่ลุกโชนอย่างไม่มีวันดับ ความจริงที่ผมได้รับรู้ในวันนี้มันชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด เมียที่แสนดีของผมกำลังมีความสัมพันธ์สวาทกับหมอสูติของเธอเอง และความสัมพันธ์นั้นมันลึกซึ้งเกินกว่าที่ผมจะจินตนาการได้
ผมกลับมาถึงบ้านและทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวเดิมที่พิงหลังเมื่อคืน สมองของผมกำลังวางแผนการบางอย่าง แผนการที่จะทำให้ผมได้เห็นความจริงหลังบานประตูนั้นด้วยตาของตัวเอง