บทที่ 24
เงามืดที่เปลี่ยนฝั่ง
จูเลี่ยนเดินผ่านกำแพงหินเข้าไปด้านใน ภายในกำแพงมีคฤหาสน์สามชั้นตั้งอยู่เหนือสุดของพื้นที่เกาะ บริเวณด้านหน้าเป็ลานฝึกขนาดเล็ก ชายหญิงจำนวนมากต่างจับคู่ฝึกวิชาการต่อสู้ แทบไม่มีใครสนใจการเดินทางมาถึงของสตรีผมหยักศกเนื้อตัวมอมแมมผู้นี้เลย
สตรีผู้หนึ่งในชุดกระโปรงยาวสีดำสนิทเห็นการมาของจูเลี่ยนแต่ไกล เธอขยับแว่นไร้เลนส์ที่สวมใส่ เดินตรงมายังจูเลี่ยนในทันที ผมสีดำของเธอถักเป็เปียยาวทั้งสองข้าง แววตาของเธอดูพินิจพิเคราะห์ไปเสียทุกอย่าง
"เธอจัดการต่อละกันแมดดี้..." รินโบกมือเป็เชิงอำลา ดั่งหน้าที่ของเธอได้จบลงแล้ว สตรีสวมแว่นพยักหน้าเป็เชิงขานรับ รินเดินไปยังลานฝึกทักทายชายหญิงที่กำลังฝึกการต่อสู้ก่อนเดินออกนอกกำแพงหินไป
"ว่าไงยัยเด็กหนอนหนังสือ...ยังทำหน้าตาน่าเบื่อเหมือนเดิม..." จูเลี่ยนเอื้อมมือไปหมายคว้าแว่นตาทรงกลมสีดำ แต่เธอก็สะบัดหน้าหันหลังไปอีกทาง
"ตามมา..."
จูเลี่ยนได้แต่ผายมือออกเหมือนรู้ทันบุคลิกบูดบึ้งของสตรีผู้นี้เป็อย่างดี เธอไม่มีทางเลี่ยงทำแค่เพียงเดินตามไป บริเวณชั้นสองมีหนังสือจำนวนมากถูกจัดเรียงไว้เป็ระเบียบตามชั้นเป็แนวยาวไปจนสุดบริเวณ มันถูกดูแลรักษาไม่มีแม้ฝุ่นเกาะตามขอบ
"นี่...แมดดี้...เธอยังโกรธฉันอยู่เหรอ..." จูเลี่ยนพยายามหาจังหวะพูดคุยแต่ไม่มีเสียงตอบรับใดใด มีเพียงสองเท้าจ้ำไปข้างหน้าเพื่อให้ถึงจุดหมายบริเวณชั้นสาม
"นี่...ฟังฉันก่อนสิ..." จูเลี่ยนทนความอึมครึมไม่ไหวคว้ามือขาวซีดเรียวบางมาบีบเอาไว้แบบไม่ตั้งใจ แมดดี้ยืนแน่นิ่งอยู่กับที่พร้อมสะบัดมือที่หวังดีออก
"อย่าทำแบบนี้อีก..."
ทั้งสองเดินทางมายังชั้นสามของตัวคฤหาสน์ ภายในนั้นดูกว้างใหญ่กว่าที่เห็นภายนอกนัก บริเวณหน้าประตูไม้มีตราสัญลักษณ์สามห่วงแล้วมีเส้นแหลมทะลุผ่านรูตรงกลางอยู่บนบานประตูซึ่งเป็สัญลักษณ์ประจำภาคีเอลิส
"หัวหน้าเทีย คนที่ท่าน้าพบได้เดินทางมาถึงแล้ว..." น้ำเสียงของแมดดี้ดูไร้ชีวิตชีวา พูดจบเธอก็เดินจากไปไม่สนใจสตรีผมหยักศกผู้นี้แม้แต่น้อย
"เข้ามาสิ..." เสียงสตรีชราภาพดังแว่วมาจากข้างหลังประตู จูเลี่ยนผลักบานประตูเบาๆมันก็เปิดออก ภายในห้องดูรกรุงรังแตกต่างจากส่วนอื่นที่ดูเป็ระเบียบเรียบร้อยดี ม้วนกระดาษมากมายกองบนพื้นไม่เป็ระเบียบ บนโต๊ะตัวยาว หญิงชราผมสีขาวโพลนยืนมองแผนที่ขนาดใหญ่บนโต๊ะโดยไม่สนใจผู้มาเยือนเสียเท่าไหร่ บนแผนที่มีสัญลักษณ์เล็กๆ โยงใยกันไปทั่ว เหมือนเธอกำลังครุ่นคิดอะไรหลายอย่าง
"ว่าไง...ยังแก่เหมือนเดิมเลยนะ" จูเลี่ยนถือวิสาสะ ดึงเก้าอี้ที่ทับถมไปด้วยกองกระดาษมานั่ง ขาสองข้างพาดไปอีกมุมบริเวณขอบโต๊ะ
"ฉันจะไม่ถือว่านั่นเป็คำทักทายที่ดี..." หัวหน้าเทียใช้นิ้วมือเหี่ยวย่นแหวกผมสีขาวไปด้านข้าง สายตายังคงจับจ้องไปบนแผนที่
"แล้วเื่ความแก่ฉันยังมั่นใจ ว่าฉันเด็กกว่าเธอหลายร้อยปีอย่างแน่นอน" มีรอยยิ้มบางๆออกจากมุมปากของหัวหน้าภาคี
"ดูเหมือนเธอกำลังยุ่งอยู่นะ ถ้าไม่ว่ากันฉันขอชิมเ้าขวดตรงนั้นซักหน่อย..." จูเลี่ยนตาเป็ประกายเมื่อเห็นขวดคริสตัลทรงสูงตั้งแทรกตัวอยู่บนชั้นวาง
"เชิญ...บริการตัวเอง"
จูเลี่ยนไม่รอช้ารีบคว้าขวดที่มีทรงสูงมาใว้ในมือ เธอดีดฝาออกแล้วซดมันด้วยความกระหาย เมื่อสุราเข้าปากทำให้เธอเริ่มอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง ส่วนรสชาติของมันก็ไม่แย่ซักเท่าไหร่
"อายุปูนนี้แล้ว ยังมัวเล่นเกมาอยู่อีกอย่างนั้นหรือ..."
"ช้าก่อนสาวน้อย ดูให้ดีนี่มันเส้นทางการค้าต่างหาก..." หญิงชรารีบตอบกลับทันควัน แต่จูเลี่ยนก็ไม่ได้สนใจซักเท่าไหร่ไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็ตาม
"เอาล่ะ ตอนนี้มันเสร็จสมบูรณ์แล้ว" เป็ครั้งแรกที่หัวหน้าเทียเงยหน้าขึ้นมามองคู่สนทนา
"สวัสดีจูเลี่ยน เธอยังสาวเหมือนเดิม" หัวหน้าเทียพูดพร้อมรอยยิ้มไมตรี
"เฮอะ! ก็ฉันเป็ elegance มันก็เป็แบบนี้แหละ มีอะไรก็รีบว่ามา"
"ชู่วว..." เธอยกนิ้วเหี่ยวย่นห้ามปรามเอาไว้
"ที่นี่คำนั้นถือเป็คำต้องห้าม ทุกชีวิตนั้นล้วนเท่าเทียม" ………
"เออ เออ จะยังไงก็ได้ มีอะไรก็รีบว่ามา ก่อนเหล้าหมดฉันยังพอมีเวลาฟังอยู่บ้าง" จูเลี่ยนกระดกขวดขึ้นกลืนอึกใหญ่หมายประชดประชันฝ่ายตรงข้าม
"ฉันขอพูดตรงๆแบบไม่อ้อมค้อม..." หัวหน้าเทียถอนหายใจเสมือนบางเื่ยังคงคิดไม่ตก
"ทีแรกฉันกะว่าจะปล่อยผ่านเื่ราวเหล่านี้ไปให้มันเป็เพียงอดีต แต่เห็นทีว่าต้องพูดอะไรบ้าง เื่ของสิ่งที่เธอขโมยไปจากพวกเรา เธอไม่สามารถดูแลได้เป็อย่างดี อย่างที่เคยให้คำสัญญากับเธอผู้นั้นเอาไว้"
จูเลี่ยนได้แต่นั่งนิ่งกระแทกขวดเหล้าวางไว้บนโต๊ะ สีหน้าเธอเหมือนไม่ยอมรับในความจริงข้อนั้น
"พวกแกไม่มีสิทธิ์ในเื่นี้! มันเป็คำสัญญาของฉันกับเธอเพียงสองคน!" จูเลี่ยนออกอาการรู้สึกหงุดหงิด หางตาแข็งเกร็งมองไปอีกทาง
"ฉันก็ไม่อยากเข้าแทรกแซงคำสัญญาของพวกเธอนักหรอก ฉันรู้ว่ามันมีค่าแค่ไหน แต่สิ่งนี้...กับสิ่งนี้" หญิงชรามุดลงไปค้นกองกระดาษใต้โต๊ะ
"จำได้ว่าฉันเก็บมันไว้แถวๆนี้" เธอหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมา มันมีใบหน้าของจูเลี่ยนถูกวาดขึ้นมาอย่างประณีต
"บางครั้งการกระทำอันน้อยนิดมันก็ส่งผลอย่างมหาศาล..."
จูเลี่ยนได้แต่มองใบหน้าตนเองบนกระดาษ สิ่งนี้ถือว่าเป็เื่ใหม่สำหรับเธอ ในวงการนักฆ่ามันไม่ต่างกับอักษรเืเมื่อเบื้องบน้าลบใครซักคนออกไปจากโลกใบนี้
"แล้วไง! ฉันแค่ฆ่าพวกมันให้หมดก็สิ้นเื่..."
หัวหน้าเทียโบกนิ้วชี้ไปมาเป็เชิงห้ามปราม
“แม้เธอจะเก่งกาจแค่ไหน แต่การต่อสู้กับกลุ่มคนที่เบื้องบนยังปล่อยผ่านมันไม่ใช่ความคิดที่ดีอย่างแน่นอน”
"แล้วอีกอย่าง..." หญิงชราหยิบม้วนกระดาษข้างเอว มาวางไว้บนโต๊ะ
"ฉันเพิ่งได้สิ่งนี้มา มันคงเป็สิ่งที่เธอคุ้นเคยเป็อย่างดี"
สิ่งที่จูเลี่ยนเห็นมันเป็จริงตามนั้น เธอคุ้นเคยกับม้วนกระดาษแบบนี้มาทั้งชีวิต รายชื่อของเธอถูกเขียนด้วยเื มีความหมายชัดเจนว่าคราวนี้มันเป็ตัวเธอเองที่จะต้องถูกลบออกไปจากโลกใบนี้ จูเลี่ยนได้แต่นั่งใช้ความคิดเบือนหน้าไม่อยากรับความจริง
"เวลานี้ทุกอย่างที่ถาโถมเข้ามา มันเหมือนกับว่าเธอกำลังทำตัวเป็ศัตรูกับโลกทั้งใบ หึหึ คำสัญญาของเธอ มันถูกทำลายด้วยตัวของเธอเอง"
จูเลี่ยนหยิบขวดเหล้ามาซดรวดเดียวจนหมด ที่หัวหน้าภาคีพูดมามันล้วนเป็ความจริงทั้งหมด เหมือนกับว่าเธอเพิ่งจะรู้สึกตัวว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันยิ่งใหญ่เพียงไหน
"ทำใจซะจูเลี่ยน แต่ใช่ว่าจะไม่มีหนทางเสมอไป เธอเป็คนที่เก่งกาจอย่างน้อยฉันก็ไม่คิดจะเป็ศัตรูกับเธอในตอนนี้ ฉันรู้ว่าเธอกำลังเป็ห่วงสิ่งใดอยู่" หัวหน้าเทียถอนหายใจมองสตรีที่ดูเหมือนไม่สนใจโลก ตอนนี้กำลังจมอยู่ในความคิดพยายามเฟ้นหาวิถีทางออกของตัวเอง
"จริงๆแล้วจดหมายที่ฉันส่งไปฉันแค่อยากเตือนสติเธอเพียงเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาจะทำลายสัญญาที่เธอมีต่อเธอผู้นั้นแต่อย่างใด เพราะสิ่งที่เรายึดถือนั้นคือสัจจะ ถึงแม้ต้องแลกด้วยชีวิตของคนหมู่มากก็ตาม เลิกดื้อรั้นจูเลี่ยน เพราะคำสัญญาต่อเธอผู้นั้นมันไม่ได้ทำให้เธอตัวคนเดียวอีกต่อไป..." สายตาภายใต้ใบหน้าเหี่ยวย่นมองลงต่ำ ดั่งความเศร้าที่ไม่อยากเล่าให้ใครฟังถาโถมเข้ามา
จูเลี่ยนตาเบิกกว้าง ภาพอดีตในหัวมันรุกล้ำเข้ามาในสมอง เธอพยายามสกัดกั้นมันไว้ด้วยภาพความจริงตรงหน้า
"ฉันการันตีด้วยชีวิตของฉัน เธอจะมาเก็บชีวิตอันน้อยนิดของฉันที่เหลืออยู่ไปเมื่อไหร่ก็ย่อมได้ เด็กน้อยสองคนนั่นทางภาคีจะรับฝากพวกเธอเอาไว้ รวมถึงแม่สาวผู้นั้นด้วย พวกเราจะดูแลพวกเธอเป็อย่างดี แล้วเมื่อภารกิจของเธอจบจะพาพวกเธอทั้งหมดไปจากฉันเมื่อไหร่ก็ย่อมได้"
"ภารกิจอะไร?" จูเลี่ยนหรี่ตามองไปบนใบหน้าเหี่ยวย่นของหัวหน้าภาคี
หญิงชราบรรจงพลิกหน้าแผนที่อีกด้านหนึ่งขึ้นมา มันมีหน้าตาเหมือนกับแผ่นแรก แตกต่างตรงจุดสัญลักษณ์สีแดงกระจายอยู่ทั่วไปหมดมันถูกโยงไปยังจุดสีแดงขนาดใหญ่เพียงจุดเดียวบนแผนที่ บนจุดสีแดงเ่าั้มีชื่อบุคคลกำกับหาใช่ชื่อประเทศหรือเมืองแต่อย่างใด โดยเฉพาะรายชื่อผู้ปกครองอาณาจักรทั้งเจ็ดมันชัดเจนเป็พิเศษ หญิงชรามองสายตาของจูเลี่ยนไปหยุดที่รายชื่อหนึ่งบนอาณาจักรเทอร์ควอยซ์
“อ้อ! ฉันเกือบลืมไป ถือซะว่าชื่อนั้นเธอได้พิชิตไปแล้ว” หัวหน้าเทียรีบนำปากกาขนนกขีดค่าชื่อที่จูเลี่ยนเห็นแล้วรู้สึกอาลัยอาวรณ์นั้นออกไปจากสารระบบ
"ส่วนทั้งหมดนี้คือเป้าหมายของเธอยังไงล่ะจูเลี่ยน มันเป็สิ่งที่เธอทำได้ดีที่สุด" รอยยิ้มเหี่ยวย่นฉีกจนสุด จูเลี่ยนรู้ดีว่าสิ่งที่เธอ้ามันคืออะไร นั่นคือการพรากชีวิตผู้คนสิ่งเหล่านี้มันเป็งานถนัดของเธอเพียงแต่วันนี้เงามืดได้เปลี่ยนฝั่งเป็อีกข้างของกระดาน
หญิงชราส่งม้วนกระดาษแผ่นหนึ่งให้ จูเลี่ยนค่อยๆเลื่อนมือออกมารับไว้ เธอเปิดอ่านอย่างใจเย็น มันเป็ชื่อของราชินีทั้งเจ็ดกับชื่อเ้าเมืองในอาณัติของพวกเธอ จูเลี่ยนหลับตาลงแล้วม้วนแผ่นกระดาษกลับคืนดังเดิม
"หากไม่เป็ตามที่ตกลง ฉันจะทำลายทุกอย่างที่เธอมี รวมถึงสวนผักเล็กๆนั่นด้วย!"
หญิงชราได้แต่พยักหน้าเบาๆ สำหรับเธอหมากเกมนี้จะถูกพลิกหน้ามือเป็หลังมือ เมื่อหมากตัวสำคัญของฝ่ายตรงข้ามได้กลับเข้าสู่สนามแบบไม่คาดคิด การหันหลังให้บางสิ่งมันเท่ากับการเดินไปข้างหน้าของอีกสิ่ง
"จากนี้ฉันคงมีงานต้องทำอีกเยอะ อย่างน้อยการเขียนจดหมายถึงทุกภาคีนั้นเป็เื่เร่งด่วน ต่อแต่นี้ทุกภาคีที่กระจายอยู่ทั่วโลกจะเป็มิตรกับเธอ"
จูเลี่ยนโบกมือไม่อยากฟังสิ่งใดอีก เธอมีเหตุผลสำคัญที่ไว้ใจหัวหน้าภาคีเอลิสมากกว่าผู้ใดก็ตามในเวลานี้ หวังว่าครั้งนี้มันจะเป็หนทางที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน แต่แน่นอนว่าผู้ที่ไม่เห็นด้วยต้องคัดค้านเป็แน่ โครงร่างใบหน้าของเด็กน้อยทั้งสองรวมถึงเรอาลอยมาแต่ไกล
"อ้อ อีกอย่าง"
หญิงชราเงยหน้าขึ้นมากะทันหันเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ จูเลี่ยนหยุดชะงักในทันที
"ฉันไม่ค่อยมีรสนิยมเขียนอะไรบนกระดาษด้วยเืกับวาดรูปได้สวยงามหวังว่าเธอคงไม่สับสน ทั้งหมดมันเป็แค่หมึกธรรมดา" หัวหน้าเทียโชว์ขวดหมึกให้จูเลี่ยนดู พร้อมชี้ไปยังปากกาขนนกที่อยู่ในมือ จูเลี่ยนถอนหายใจกรอกตาไปมา หวังจะพบเจอหญิงชราผู้นี้น้อยครั้งที่สุดเท่าที่เป็ไปได้