ดับฝันองค์ราชัน
ตอน จากเด็กเลี้ยงม้าสู่ทหารหญิง
ยามแผ่นดินอุดมสมบูรณ์ปฐีทั่วหล้าต่างวุ่นวายด้วยาเเย่งชิง ครั้นหน้าหนาวมาเยือนศึกกลับสงบ แต่ละแว่นแคว้นต่างตุนเสบียงและกำลังพลรอออกรบในกาลหน้า
เหล่าชายวัยรุ่นต่างดาหน้าออกจากไกลบ้านหวังสมัครรบด้วยค่าตอบแทนหนึ่งเหรียญทองต่อหนึ่งฤดู ทว่าหญิงสาวกลับไร้โอกาสใดในการออกเรือน เพราะทุกศึกนำพาชีวิตจมหายไปใต้ผืนปฐี
แหงนมองขึ้นไปบนฟ้า อินทรีย์ขาวโบยบินไปอย่างไร้จุดหมาย สายลมเย็นะเืพัดพาเกล็ดหิมะลอยจากเบื้องสูงลอยละลิ่วลงต่ำ
เกล็ดน้ำแข็งหนึ่งแตะแก้มเด็กหญิง เท้าเปล่าย่ำย่างไปบนผืนน้ำแข็ง ลมหายใจขาวฟุ้งลอยออกจากจมูกจิ้มลิ้ม ขณะที่ร่างกายเล็กบางหาได้สะทกสะท้านต่อน้ำแข็งไต้ฝ่าเท้า
ดวงตากลมแป๋วเปล่งประกายหวัง มือน้อยจับเชือกป่านขณะที่แขนสั่นเทาด้วยแรงดึงกระชากของม้าป่าสีทำทมิฬ
"ไปกับข้า อยู่ในป่าก็อดตายหรอก หญ้ามีซะที่ไหน" เด็กหญิงะโลั่น พละกำลังอันน่าทึ่งของเธอทำให้ม้าป่าถูกลากโดยเด็กหญิงวัยแปดขวบอย่างง่ายดาย
ไม่มีใครรู้จักนาง เกิดจากไหน มาจากเผ่าใด ทุกวันชาวบ้านเห็นเพียงเด็กหญิงตัวเล็กที่ลากม้าป่าไปขายยังหน้าด่านตรวจคนเข้าเมือง
"ได้มาแล้ว เฮ้ย! ๆ"
เสียงแหลมแจ้วะโเรียกทหารยามรุ่นพ่อราวกับเพื่อนวัยเดียวกัน เหล่าทหารเกราะเหล็กฉีกยิ้มก่อนจะมายืนรุมล้อมเด็กหญิงกับม้าตัวมหึมา
"ขายเท่าไร" นายทหารดาบเอ่ยถาม
"ขึ้นอยู่กับว่าจะเอาไปทำอะไร" เด็กหญิงในชุดขนสัตว์เงยหน้าตอบ
"ตัวนี้สูงใหญ่ เพศผู้ พละกำลังดี ไม่เป็ม้าเร็วก็ม้าศึกของนายกอง" พลหอกตอบ
"เออ ๆ แสดงว่าราคาดีสินะ งั้นสามสิบตำลึงเงินเป็ไง"
"เ้าจะบ้าเหรอ ที่นี่ม้าตัวนึงเขาซื้อขายกันสามตำลึงเท่านั้น เอ้า เอาไป ไป๊ แล้วก็ไปอาบน้ำอุ่นซะบ้าง" หัวหน้าทหารโยนเงินลงพื้นแล้วแย่งสายจูงม้าจากมือเด็กหญิง
ฮี้! ๆ ๆ จู่ๆสายป่านที่ตึงเปรี๊ยะก็กระชากโดยม้าพยศที่เรี่ยวแรงเหลือคณานับ มันกระชากร่างทหารสูงใหญ่ลากไปกับพื้นหิมะจนร้องโอดโอยอย่างทรมาน สุดท้ายว่าที่ม้าศึกก็หลุดหายเข้าไปในป่าจนได้
"ซื้อขายสำเร็จ" เด็กหญิงเอ่ยขณะนั่งยองๆก้มเก็บเงินตำลึงบนพื้นขาว ร่างเล็กๆวิ่งมุดลอดขาพ่อค้าเข้าสู่ประตูเมืองหน้าด่าน มองหาขนมและของใช้สำหรับฤดูหนาว
เดินลัดเลาะผ่านตลาดสดที่มีหัวหมีและเนื้อกวางวางเรียงราย เข้ามาถึงหน้ากองทหารเห็นชายหนุ่มวัยรุ่นกำลังทดสอบฟันดาบเพื่อคัดเลือกเข้าเป็ทหาร แต่ละคนมาจากเผ่าต่างๆ อายุอานามแต่ละคนไม่ต่ำกว่าสิบหกปี บ้างเป็ลูกนายพราน บ้างก็เป็ลูกหลานชาวไร่ชาวสวน มีหลายคนที่ดูน่าเกรงขามเป็ลูกโจรป่าที่หวังมาล่าเหรียญทองจากการรับจ้างออกรบ
"โอ้โห มันมีแบบนี้ด้วยรึ" เด็กหญิงตัวกะเปี๊ยกเอ่ยขณะมองเหล่าวัยรุ่นกำลังต่อสู้กันแบบหนึ่งต่อหนุ่ง มีทหารเกราะเหล็กหลายคนยืนเรียงแถวท้าวสะเอวเพื่อให้คะแนน
เคร้ง! ๆ เสียงหอกดาบฟาดฟันกันอย่างดุเดือด บางคนมีเืหยดลงบนพื้นหิมะสีแดงฉาน เมื่อาเ็ก็โดนคัดออก
"เฮ้ย! ๆ ขอข้าประลองด้วยได้ไหม" จู่ๆเด็กหญิงก็เดินเข้ามากลางวงชายชาตรีและเงยหน้าะโขึ้นฟ้า
"ยัยเด็กนี่ เ้าเป็ใคร ออกไป ๆ" นายกองตัวอ้วนฉุท้าวสะเอวก้มมองเด็กหญิงคราวลูก ถลึงตาโตราวกับจ้องจะกินก็ไม่ปาน
"ใครเก่งสุด มาเจอกับข้าหน่อยเป็ไง" เด็กหญิงท้าวสะเอวและเงยหน้าทำตาโต
"ฝ่าาเสด็จ"
เสียงขันทีประกาศก้อง เหล่าทหารชุดเกราะสีทองวิ่งเรียงแถวมายืนตั้งกำแพงรอ ปรากฏร่างฮ่องเต้นั่งบนเกี้ยว ท่านกระโจนลงมานั่งบนโต๊ะไม้ที่อยู่ไกลสิบหลาได้อย่างว่องไวและนุ่มนวล ราวกับใช้วิชาตัวเบาทะยานลงมา
แปะ! ๆ ๆ องค์หญิงตัวเล็กในชุดคลุมลายัสีแดงก็วิ่งลงจากเกี้ยวเล็กมายืนเกาะชุดคลุมสีทองของท่านพ่อ นางตัวขาวดั่งหิมะและมีดวงตาเปล่งประกายราวกับหยดน้ำค้างต้องแสงอาทิตย์แรก
"ประลองต่อ ตามสบายๆ" ฮ่องเต้หนุ่มทรงรับสั่ง ชายวัยรุ่นทุกคนต่างก็รีบจับอาวุธอวดฝีไม้ลายมือหวังจะได้รับแต่งตั้งเป็องครักษ์เกราะทอง
"โหว! ฝ่าามาถึงที่นี่เลยเหรอ ฝ่าา ๆ ข้าขอประลองด้วย" เด็กหญิงแก้มมอมวิ่งไปเงยหน้ายืนจ้องผู้สูงส่งแห่งแผ่นดินหลิน
"บังอาจ องครักษ์จับตัวเด็กนั่นโยนออกไปนอกค่าย" ขันทีเฒ่าชี้นิ้วตวาดลั่น ทหารเกราะทองนับสิบนายถือด้ามหอกไล่ฟาดเด็กที่ตัวเล็กเท่าเอว
เท้าเล็กขาวกดลงบนพื้นน้ำแข็งแตกเป็เสี่ยงๆ ร่างกายเด็กหญิงพุ่งสูงละลิ่วขึ้นบนฟ้า ความสูงที่เธอะโขึ้นไปนั้นเกินกว่าช้างสิบตัวยืนซ้อนกัน
วูบ! วืด! ด้ามหอกไม้ไม่อาจฟาดโดนตัวเด็ก กำปั้นน้อยสองอันประกบกันแแ่ก่อนจะพลิกตัวคว่ำหัวพุ่งลงมาด้วยความเร็วสูง
ฟิ้ว! ๆ ๆ หิมะขาวโดนหมัดเล็กๆแหวกจนปลิวฟุ้ง ตูมมมม! หมวกทองของทหารองครักษ์นายนึงยุบเป็รูปกำปั้นอันเล็กๆ
โครม! ร่างเกราะทองหงายหลังลงไปนอนไร้สติ
"จับนาง" ขันทีสั่งอีกรอบ เหล่าทหารเกราะทองใช้คมแหลมของหอกไล่แทงและฟาดฟันเด็กไร้หัวนอนปลายเท้า
"ท่านพ่อๆ นางจะเป็อะไรไหม" องค์หญิงเล็กเขย่าชายชุดคลุมฮ่องเต้ด้วยสีหน้าหวาดหวั่น
"ดูต่อไปจือหลิง"
เด็กหญิงชุดขนสัตว์วิ่งหนีทหารร่างสูงด้วยขาสั้นที่ก้าวซอยยิกๆ ทว่าคมหอกดาบก็ตามหลังมาไม่ไกล
จู่ๆหญิงตัวน้อยก็ะโขึ้นไปยืนบนรูปปั้นขุนพลในตำนานขนาดั์ เธอหักดาบรูปปั้นที่ใหญ่เท่าคนลงมาลากกับพื้นดิน
ย๊ากกกก! มือน้อยกำดาบั์ขณะที่ร่างเล็กๆเริ่มหมุนตัวเหวี่ยงดาบพุ่งขวางไปโดนทหารสิบนายที่วิ่งเรียงแถวหน้ากระดานเข้ามาตรงๆ
โครม! ๆ ๆ ๆ โอย! ๆ ๆ ๆ เหล่าชายชาตรีองสามศอกหงายลงไปจมกองหิมะและร้องโอดโอย บ้างมีเืแดงฉานไหลออกปาก บ้างไหลออกจมูก แต่ละคนจุกจากดาบสำริดไร้คมที่พุ่งมาทับจนลุกไม่ขึ้น
"แค่นี้เองเหรอ"
"เพคะ"
เด็กหญิงเดินมาเงยหน้ามองฮ่องเต้ที่กำลังเหงื่อไหลย้อยลงปลายจมูก ทั้งทหารและชายวัยรุ่นนับร้อยคนต่างตะลึงจนลืมหายใจ ดาบในมือบางคนกำลังสั่นราวกับจับไข้อยู่ก็ไม่ปาน
"เ้า เ้าเป็ใคร เอ่ยนามพ่อกับแม่เ้ามา" ขันทีเฒ่ารีบมายืนขวางกั้นฝ่าาและก้มเอานิ้วชี้กดหน้าผากขาวเหม่งของเด็กหญิง
"ข้าชื่อ หมีขาว"
"แล้วเ้าเป็ลูกเต้าเหล่าใครเด็กน้อย"
ฝ่าาทรงลุกยืนและเดินอ้อมขันที ท่านก้มหน้าและเอามืออันอบอุ่นลูบกระหม่อมบางของเด็กรุ่นลูก
"ไม่รู้สิ เกิดมาก็อยู่ในป่า มีหมี หมา หมูม้าเป็เพื่อนน่ะ"
"เอ๊ยเพคะ"
"ฝ่าา ได้โปรดลงโทษข้าน้อยที่ปล่อยให้เด็กคนนี้เข้ามา" นายกองรีบวิ่งมาคุกเข่าเอาหัวโขกพื้นหิมะจนแตก เืไหลแดงฉาน ความผิดนี้อาจถึงขั้นตัดหัวได้เลยทีเดียวเพราะมีคนบุกเข้ามาทำร้ายองครักษ์ส่วนพระองค์ไปไม่น้อยกว่าสิบนาย
"ข้าน้อยน้อมรับผิด ฝ่าาได้โปรดอภัยโทษให้พวกเราด้วยเถิด" ขันทีเฒ่าก็รีบคุกเข่าน้อมรับผิด
ฝ่าาเดินวนรอบเด็กหญิงตัวเล็กที่แก้มมีแต่คราบหิมะขาว ก้มมองร่างกายเธออย่างพินิจพิเคราะห์สุดปัญญาที่มี
ฮ่า! ๆ ๆ ๆ ๆ "ถูกใจ ถูกใจข้ายิ่งนัก งั้นข้าขอแต่งตั้งเ้าเป็ทหารหญิง นับจากวันนี้ให้เข้าไปฝึกในวังหลวงเพื่อเป็องครักษ์ลูกสาวของข้า"
ฮ่า! ๆ ๆ ๆ ฮ่องเต้กับเด็กหญิงป่าเงยหน้าหัวเราะขึ้นฟ้าไปพร้อมๆกัน
ฝ่าาทรงก้มและดึงแขนขันทีเฒ่าขึ้นมากระซิบหู
"ไปเรียกท่านโหรมา ข้า้ารู้ว่าเด็กคนนี้เป็ใคร ใช่ชนเผ่าั์แคระที่เขาล่ำลือกันมาหรือไม่ เหตุใดนางจึงมีพลังวังชาถึงเพียงนี้"