“ป๋ายฮวาหนอป๋ายฮวา ดอกบัวหิมะเก้ากลีบ เ้ากลืนลงไป อร่อยหรือไม่”
เสียงแค้นเคืองเอ่ยก่อนร่างในอาภรณ์เพลิงผมแดงจะปรากฎตัวพร้อมลูกน้องหกคนด้านข้าง ป๋ายฮวาหยุดเท้าอย่างรวดเร็วจ้องมองผู้มาใหม่ทั้งเจ็ดคนด้วยความใ
องครักษ์หงส์ทั้งหกคน... เพียงปรายตามองนางก็รู้แล้วว่าทั้งหกคนนี้เป็ยอดฝีมือของเผ่าหงส์เพลิง เฟิ่งหงเหลียนไม่มีทางมีองครักษ์ร้ายกาจมากเพียงนี้เป็ของตนเองแน่นอน
นอกเสียจาก.... เป็คนของท่านปู่เอง…
ป๋ายฮวาขบเม้มริมฝีปาก ทั้งโกรธทั้งอิจฉา ทั้งไม่พอใจท่านปู่ผู้ซึ่งลำเอียงอย่างไร้เหตุผล เพราะเลี้ยงมาเองจนเติบใหญ่ เลี้ยงมาข้างตัว สั่งสอนด้วยตัวเอง จึงรักมากกว่าบุตรชายบุตรสาว รักมากกว่าหลานทุกคน แต่ท่านปู่ก็ไม่ควรยอมให้เฟิ่งหงเหลียนใช้อำนาจมาทำร้ายหลานคนอื่นแบบนี้
....แม้จะไม่ใช่หลานรักก็ตาม.... ป๋ายฮวาดวงตาแดงก่ำด้วยความแค้น
ดรุณีน้อยเงยหน้ามองเ้าของเสียงเมื่อรู้ว่าใคร นางถามพี่สาวคนโตพลางถอยหลังหนีรักษาระยะห่าง ดวงตาดอกท้อมองรอบตัวว่าสามารถหลบหนีไปทางใดได้บ้าง
“พี่ใหญ่ ท่านมาที่นี่ได้อย่างไรเ้าคะ”
“ฮึ แค้นนี้หากไม่ได้เอาคืน ข้าคงไม่สามารถนอนหลับลงได้ เ้าบอกว่าาาเผ่าจิ้งจอกเก้าหางจะมารับเ้าในเช้านี้ไม่ใช่หรือ ข้าเพียงมารอรับเ้าก่อนปีศาจจิ้งจอกเท่านั้นเอง “เฟิ่งหงเหลียนบอกก่อนจะยิ้มเยาะน้องสาวตัวเอง
“ท่านจะทำอะไร” ป๋ายฮวามองเฟิ่งหงเหลียนด้วยความใเพราะไม่คิดว่าคำโกหกเ่าั้จะกลายเป็คมมีดที่ย้อนกลับมาฆ่าตัวเองในตอนนี้
เฟิ่งหงเหลียนอธิบายเสียงเย็น “ข้าจะให้เ้าคายดอกบัวหิมะเก้ากลีบออกมาอย่างไรเล่า”
ป๋ายฮวามองหญิงสาวผมแดงเบื้องหน้าราวกับมองคนเสียสติ ก่อนจะหันไปมององครักษ์หกคนด้านหลังด้วยความกังวล อย่าว่าแต่จำนวนคนเลย เพียงเฟิ่งหงเหลียนก็สามารถทำร้ายนางได้แล้ว
“บัวหิมะเก้ากลีบ กลืนไปแล้ว ไม่สามารถคายออกมาได้นะเ้าคะพี่ใหญ่” เสียงหวานพยายามอธิบายอย่างใจเย็นเพราะหากสู้ด้วยกำลังและกำลังคน เกรงว่าคืนนี้นางคงไม่สามารถมีชีวิตรอดไปได้
“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องกลืนเืของเ้าลงไปแทนแล้ว”
“พี่ใหญ่ ข้าเป็องค์หญิงของเผ่าหงส์เพลิง และยังเป็องค์หญิงเผ่าจิ้งจอกเก้าหาง หากเกิดอะไรขึ้นกับข้า ท่านคงไม่สามารถแบกรับความผิดนี้ไหว” ป๋ายฮวารีบอธิบาย
“หากการตายของเ้าเป็อุบัติเหตุล่ะ” เฟิ่งหงเหลียนบอกก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ มือที่มีผิวแดงคล้ำรวบผมขาวของน้องสาวไว้ในมือจนสามารถมองความแตกต่างของสีขาวและสีแดงได้อย่างชัดเจนแม้จะอยู่ในความมืดก็ตาม ผมสีขาวถูกกระชากด้วยความแรงจนหนังศีรษะเจ็บแปลบ
ป๋ายฮวานิ่งยอมให้พี่ใหญ่ดึงผมเช่นนั้น ความคิดในหัววิ่งวนหลายรอบเพื่อหาทางหนีจากเงื้อมมือพี่สาวให้ได้ ทั้งในใจก่นด่า์ไม่หยุด เพียงพ้นอายุหกพันปี นางก็เข้าใจแล้วอะไรที่เรียกว่าปีชง แค่ก้าวเท้าออกจากวังก็เจอความซวยแล้วหรือ
หรือนางไม่ควรออกจากเผ่าหงส์เพลิง
หญิงสาวหยุดคิดก่อนจะปฏิเสธความคิดนี้ เพราะหากต้องหลบอาศัยในเผ่าหงส์เพลิงต่อไป เมื่อมองเห็นความแค้นแววตาอาฆาตในดวงตาพี่ใหญ่แล้ว นางเกรงว่าเคราะห์์ของตนเองจะเป็ท่านปู่และหงเหลียนมากกว่า อาจจะทำให้บิดามารดากังวล นอกจากนี้หากอยู่ภายใต้เงื้อมมือขององค์าาเผ่าหงส์เพลิงและรัชทายาทแล้ว
ตายเก้ารอดสิบ คงกลายเป็ .....ตายในสิบส่วนแน่นอน....
“พี่สาว ท่านคงล้อข้าเล่นใช่หรือไม่เ้าคะ” ป๋ายฮวาพยายามถามเสียงเบาเพราะั้แ่เด็กจนโต เฟิ่งหงเหลียนเพียงกลั่นแกล้งนางเล็กน้อยเท่านั้น มากสุดก็เพียงแค่ป่วยไม่กี่ร้อยปี แต่ไม่เคยมีครั้งใดที่ถึงแก่ชีวิต หวังเพียงครั้งนี้จะเป็การกลั่นแกล้งเล็กๆ น้อยๆ ใช่หรือไม่
หญิงสาวผมแดงยิ้มแฝงไอสังหาร “เ้าคิดว่าอย่างไรเล่า”
“พี่สาว ท่านคือว่าที่ราชินีเผ่าหงส์เพลิงนะเ้าคะ หากท่านตาของข้ารู้ แม้แต่ท่านปู่ก็ไม่สามารถปกป้องท่านได้อีกแล้ว ท่านไม่เห็นแก่ความสัมพันธ์พี่น้อง ก็เห็นแก่ความสัมพันธ์ระหว่างเผ่าทั้งสองด้วย” เมื่อเห็นไอสังหารในแววตาฝั่งตรงข้าม ป๋ายฮวาก็รีบอธิบายอย่างรวดเร็ว
“ข้าบอกเมื่อไหร่ว่าจะฆ่าเ้า ข้าเพียงบอกว่าพรุ่งนี้ เฟิ่งป๋ายฮวา องค์หญิงหกเผ่าหงส์เพลิง เดินทางไปเผ่าจิ้งจอกเก้าหางั้แ่เช้าตรู่เพียงเท่านั้นเอง ถึงตอนนั้นก็ไม่มีใครรู้แล้วว่าเ้าเดินทางไปถึงเผ่าจิ้งจอกจริงหรือไม่” เฟิ่งหงเหลียนอธิบายอย่างใจเย็น
ป๋ายฮวาหน้าซีดขาวก่อนจะถอยห่างทั้งที่มือของหงเหลียนยังดึงผมขาวของตัวเองไว้ไม่ปล่อย “เมื่อเดินทางไปปรโลก หวังว่าิญญาของเ้าคงจะยังไม่ถูกกลืนกิน”
เฟิ่งหงเหลียนบอกพลางใช้มืออีกข้างยื่นมากุมคอของน้องสาวไว้แน่นจนเกิดรอยแดงรอบคอเล็ก ป๋ายฮวามองพี่สาวตัวเองด้วยดวงตาแดงก่ำ แค้นเหลือเกิน โกรธเหลือเกิน แต่เพราะพลังน้อยนิดจึงไม่สามารถสู้เฟิ่งหงเหลียนได้เลย
ดวงตาดอกท้อจ้องมองหญิงสาวผมแดงเบื้องหน้าด้วยความโกรธแค้น ใบหน้าซีดเผือดค่อยๆ หายใจไม่ออก ไม่ว่าจะพยายามดิ้นรนหรือเค้นพลังอันน้อยนิดในร่างกายอย่างไรก็ไม่สามารถสู้แรงของเฟิ่งหงเหลียนได้เลย ดวงตากลมโตค่อยๆ ปิดลงเมื่อไร้หนทางจะต่อสู้ หญิงงามอาภรณ์ขาวทิ้งตัวลงคล้ายดั่งกองหิมะตกเพราะหมดสติ
“ความตายยังไม่สามารถลบล้างความแค้นของการถูกแย่งดอกบัวหิมะเก้ากลีบของข้าได้ หวังว่าเ้าจะดิ้นรนเอาตัวรอดจากความตายไปได้นะน้องเล็ก” เฟิ่งหงเหลียนมองร่างเล็กด้วยสายตาดูถูกก่อนจะเดินหนีจากไป
“เอานางทิ้งลงหน้าผาทางฝั่งทิศใต้ เป็ตายไม่เกี่ยวกับข้า” เสียงแว่วจากป่าทึบสั่งองครักษ์ทั้งหกของท่านปู่ ผ่านไปหลายปีร่างบอบบางนั่นคงเหลือเพียงกระดูก ถึงเวลานั้น หลักฐานก็คงไม่มีแล้ว
“โอ๊ย” หญิงสาวร้องด้วยความใเมื่อมีดในมือบาดนิ้วตัวเองเพราะความใจลอย หลายวันมานี้นางคล้ายรู้สึกเหมือนหัวใจหนักอึ้งตลอดเวลาดั่งหัวใจถูกก้อนหินกดทับไว้จนหายใจลำบาก
“เกิดอะไรขึ้น” เฟิ่งหลี่เสียงถามพลางใช้ชายแขนเสื้อช่วยซับเืบนปลายนิ้วภรรยา ทั้งร่ายเวทเพื่อให้เืหยุดไหล
“ป่านนี้ป๋ายฮวาน้อยจะเป็อย่างไรบ้าง ท่านพี่เ้าคะ ่นี้ข้ารู้สึกปวดใจเหลือเกิน...” ป๋ายเหมยฮวาถามอย่างกังกล
“เราอาจจะเพียงคิดถึงบุตรสาวมากไป เ้าอย่ากังวลเลย” เฟิ่งหลี่เสียงบอกภรรยาทั้งที่ในใจรู้สึกเป็กังวลเช่นกัน แต่ตอนนี้ทำได้เพียงเชื่อมั่นและสนับสนุนการตัดสินใจของบุตรสาวเงียบๆ หวังว่าลูกน้อยของพวกเขาจะปลอดภัย
ท่ามกลางความมืดไร้แสงสว่าง หนึ่งร่างหนึ่งคนนอนหลับอยู่ในที่แห่งนี้เป็เวลานานหลายวัน ลมหายใจอ่อนแรงขึ้นทีละน้อย พลังชีวิตในร่างกายค่อยๆ ถดถอยโดยไม่รู้ตัว
“อื้อ” สาวงามผมขาวขดตัวเป็ก้อนกลมด้วยความเ็ป ความรู้สึกคล้ายถูกกัดกินนี้คืออะไรกัน อาภรณ์ขาวทำจากผ้าชั้นดี ของขวัญจากท่านยายเล็ก ตอนนี้มีรอยขาดจนไม่เหลือชิ้นดี รอยเืที่แห้งกรัง รอยดินโคลนตามเสื้อผ้าและเส้นผมยิ่งทำให้สภาพของนางไม่เหลือเค้าโครงเดิมจนแทบจำไม่ได้ว่าเ้าของเรือนร่างคือผู้ใด
เ็ปเหลือเกิน หิวเหลือเกิน
“โอ๊ย” เสียงเล็กร้องเมื่อรู้สึกว่ารอยแผลตรงขาคล้ายมีอะไรกัดอีกครั้ง ดวงตาดอกท้อพยายามฝืนลืมขึ้นมามองเหตุการณ์ตรงหน้าว่าบริเวณขาของตนเองรู้สึกเจ็บเพราะสาเหตุอะไร
“อ๊ะ” เสียงเล็กร้องได้เท่านั้นก่อนจะกลืนเสียงกรีดร้องเข้าไปในลำคอเมื่อมีเงาดำหลายเงารุมล้อมนางเอาไว้ มีบางตัวกำลังเข้ามาใกล้นางและเลียรอยเืตามต้นขาขาวที่เผยออกมาให้เห็นรอยแผล
เฟิ่งป๋ายฮวาตัวแข็งทื่อด้วยความใ รวมทั้งความหวาดกลัวที่กำลังบ้าคลั่งในร่างกายจนไม่สามารถสั่งมือและเท้าตัวเองได้เลย เงาดำเล็กใหญ่รุมล้อมจนสีขาวตัดกับสีดำชัดเจน กลิ่นอายความตายลอยวนรอบตัว ทุกแห่งใต้หุบเขามีเพียงความมืดมิดเท่านั้น สัมภเวสี ิญญาร้าย เงาดำต่างๆ ทั้งเล็กใหญ่กำลังกัดกินร่างกายนางทีละน้อย
โชคดีเพราะบัวหิมะเก้ากลีบทำให้ิญญาของนางไม่ถูกกัดกินจนหมด แต่ความรู้สึกไร้พลังก็ทำให้ดรุณีน้อยรู้ตัวได้ทันทีว่าแม้ไม่ตายแต่พลังชีวิตของนางลดน้อยลงไปเกินครึ่งแล้ว ตกลงมาจากหน้าผาสูง ซ้ำสลบไปนานไม่รู้ว่ากี่วันแล้ว แม้แต่นางก็ยังรู้สึกว่าคงไม่สามารถรอดชีวิตออกไปจากหุบเขานี้ได้แน่นอน
นี่คือด่านเคราะห์์ของนางใช่หรือไม่
ป๋ายฮวาคิดก่อนจะส่ายหน้าอีกครั้ง หากง่ายดายปานนี้ คงไม่ใช่ด่านเคราะห์ที่์กำหนดหรอก นี่อาจจะเป็ความซวยนับจากนางอายุครบหกพันปีมากกว่า
“โอ๊ย” เสียงหวานร้องด้วยความเ็ปที่ต้นขา ดวงตาดอกท้อมองเบื้องหน้าก่อนจะค่อยๆ เบิกกว้าง ใบหน้าซีดขาว ความกลัวไร้ที่สิ้นสุดเมื่อมองเห็นิญญาสีดำในรูปแบบงูนับร้อยกำลังวนรอบต้นขาตัวเองค่อยๆ กัดกินาแ ยิ่งเมื่อรู้ว่านางตื่นแล้ว เหล่าิญญาร้ายก็ยิ่งลอยเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ
“ออกไปนะ ออกไป” เสียงหวานะโด้วยความใก่อนจะกัดฟันลุกขึ้นยืนทั้งที่มีความเ็ปเต็มร่างกายแต่ก็พยายามบอกตัวเองว่าไม่สามารถนอนรอความตายได้ แม้ตอนนี้จะไร้เรี่ยวแรงก็ตาม ทั้งเจ็บทั้งหิว พลังกายที่ทำให้นางวิ่งหนีออกมาได้ไกลมากถึงเพียงนี้ เพราะความกลัว และหวั่นเกรงต่อความตายเท่านั้น
“ชะ ช่วยด้วย” เสียงหวานร้องทั้งลากขาตัวเองซึ่งกำลังาเ็วิ่งหนี ตอนนี้นางเหลือเพียงความหวาดกลัวและพลังใจที่ทำให้ตัวเองก้าวเดินต่อไปได้ ไม่รู้ว่าวิ่งมาไกลเพียงใด วิ่งไปยังทิศทางใด จนตอนนี้นางรู้สึกท้องหิว ทุกส่วนในร่างกาย กระดูกทุกข้อเ็ปจนแทบขยับไม่ได้
“โอ๊ย” เสียงหวานร้องก่อนจะฟุบลงนอนบนพื้นหญ้าสีเขียวเมื่อรู้สึกถึงแสงจากดวงอาทิตย์ ผมสีขาวยุ่งเหยิงพันกันจนชี้ฟู อาภรณ์ขาวที่ตอนนี้ไม่เหลือสีขาวอีกต่อไป มีทั้งรอยน้ำตาลจากเืที่แห้งไปแล้ว รอยขาดทุกหนแห่ง รอยแดงจากเืใหม่ รอยโคลนตามใบหน้าเสื้อผ้าทุกหนแห่ง
เหนื่อยเหลือเกิน หิวเหลือเกิน เ็ปทุกจุดในร่างกาย แต่ไม่สามารถทำใจให้ตัวเองสิ้นลมหายใจได้ นางยังไม่ได้บอกลาบิดามารดาเลย ยังไม่ได้มองเห็นสี่ทะเลแปดดินแดนด้วยสายตาตนเองเลย นางยังอยากพบหน้าท่านตาอีกสักครั้ง อยากมีโอกาสไปเหยียบเผ่าจิ้งจอกเก้าหางสักครั้งในชีวิต
..... นางยังไม่อยากตาย….
ป๋ายฮวาบอกตัวเองพร้อมพลิกตัวรับแสงแดด ดวงตาดอกท้อคลอด้วยน้ำตาก่อนจะกวาดสายตาไปรอบตัว คล้ายว่าตอนนี้นางอยู่ใต้หุบเขาของิญญาร้าย ต้นไม้สูงลับขอบฟ้า เนื่องจากตรงที่นางนอนอยู่นั้นมีแสงแดด ิญญาร้ายจึงไม่กล้าเข้ามาใกล้ แต่หากถึงค่ำคืนนี้นางคงเอารอดได้ยากแล้ว ดวงตาดอกท้อมองไปยังเถาวัลย์เลื้อยยาวลงมาตามหน้าผาสูง ทางรอดของนางคงมีเพียงปีนเถาวัลย์หนีขึ้นไปเท่านั้น
“ป๋ายฮวา ป๋ายฮวา ดอกไม้สีขาวหนึ่งเดียวในสี่ทะเลแปดดินแดน ข้าจะไม่ยอมตายโดดเดี่ยวในหุบเขานี้เด็ดขาด” เสียงแหบพร่าเพราะขาดน้ำมานานให้กำลังใจตนเอง
เฟิ่งป๋ายฮวามองรอบตัวอีกครั้งก่อนจะหลับตาลงเรียกพลังชีวิตพร้อมกับกัดฟันใช้มือทั้งสองข้างยันตัวเองลุกขึ้นมาจากพื้น พยายามลากสังขารตัวเองไปยืนอยู่ใต้เถาวัลย์ที่เติบโตอย่างสวยงามเพราะแดดส่องถึงเพียงบริเวณนี้เท่านั้น เมื่อหันไปมองเงามืดก็รับรู้ถึงดวงตาที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความตายกำลังจ้องนางเหมือนมองอาหารรสเลิศ ก็ยิ่งบอกตัวเองว่าต้องปีนออกไปจากนรกตรงนี้ให้ได้
มือบางซึ่งมีรอยเืดึงเถาวัลย์แน่นจนเืไหลออกมาตามรอยเถาวัลย์ ก่อนจะยกตัวเองและก้าวขาเหยียบเครือเถาวัลย์ที่แข็งแรงดันตัวเองขึ้นที่สูง ทุกแห่งหนที่นางผ่านไปล้วนมีรอยเืทิ้งไว้ทุกแห่ง ทั้งเจ็บทั้งหิวแต่ร่างบางนอกจากกัดฟันบอกให้ตัวเองสู้ ก็ไม่สามารถคิดถึงเื่อื่นได้อีกเลย มีแค่เสียงที่ตอนนี้กำลังะโบอกตัวเองในใจว่าอีกนิด สูงอีกนิด สู้อีกนิด ใกล้แล้ว ปีนให้สูงอีก
“อึก” สาวงามผมขาวยันตัวเองขึ้นก่อนจะใช้แรงเฮือกสุดท้ายดันตัวเองให้ขึ้นไปบนพื้นดินก่อนจะทิ้งกายล้มตัวลงนอนหลังจากใช้พลังทั้งหมดปีนขึ้นมาจากหน้าผาสูงชันด้วยพลังกายของตัวเอง
โชคดีที่มีพลังชีวิตจากดอกบัวหิมะเก้ากลีบ แม้ร่างกายจะไร้เืเกือบตาย แต่พลังชีวิตก็ยังมีเหลืออยู่บ้างเล็กน้อย หากใจยังสู้ต่อให้เืไหลหมดตัว ก็ยังสามารถดันทุรังฝืนร่างกายตัวเองให้เดินต่อไปข้างหน้าไหว
ป๋ายฮวาเงยหน้ารับแสงแดดก่อนจะใช้มือพยายามคลานเข้าไปหลบใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างขอบผาสูงชัน ร่างบางผมขาวพยายามคลานด้วยพลังเฮือกสุดท้ายที่มีจนทิ้งเป็รอยเืไปตามทางที่ผ่าน
“เฮ้อ” ดรุณีน้อยพ่นลมหายใจออกมาด้วยความโล่งใจก่อนที่จะฟุบหน้าลงกับพื้นดินอย่างหมดเรี่ยวแรง ไม่เหลือแรงใดแม้จะขยับตัวได้อีก
ตอนนี้มีเพียงความรู้สึกเ็ปตามกระดูกทุกท่อน เจ็บแสบทุกรอยาแ หิวจนปวดท้อง แต่ไร้แรงจะทำสิ่งอื่นใดนอกจากนอนพักเท่านั้น ป๋ายฮวามองรอบตัวก่อนที่ดวงตาดอกท้อจะปรือเล็กน้อย กระพริบอีกไม่กี่ครั้งก็หลับตาเข้าสู่นิทราทันทีเมื่อรู้ว่าสถานที่แห่งนี้ปลอดภัย
สาวงามอาภรณ์เปื้อนโคลน เืสีน้ำตาลสีแดงผสมกันทั้งเก่าใหม่ เกศาสีขาวทิ้งตัวลงคล้ายน้ำตกแผ่สยายบนพื้นหญ้าสีเขียว มีบางแห่งที่ไม่เปื้อนเืเปื้อนโคลนปลิวพริ้วสะบัดไปตามแรงลม เสียงลมหายใจอ่อนจนไม่รู้สึกถึงแรงหายใจ คล้ายมีคล้ายไม่มี รอยยิ้มคล้ายสุขใจสบายกาย ในความฝันของหญิงงาม หากไม่ใช่เื่ที่มีความสุขก็คงกำลังฝันถึงเตียงนอนตัวโปรดแน่นอน