เมื่อสามคนพ่อแม่ลูกเปิดมิติออกเดินทางไปแล้ว ในเวลาเดียวกันนั้นเองบริเวณยอดเขาข้างๆกับคฤหาสน์ผู้นำตระกูล ตอนนี้เซียนเจียงเฉินและบรรพชนอีกสองคนกำลังนั่งสนทนาอยู่ ใบหน้าของทั้งสามเต็มไปด้วยความจริงจัง
"เจียงเฉิน ในตอนนั้นเจ้าคัดค้านการหมั้นหมายเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ของตระกูลราชามังกรอัสนีบาตและราชามังกรวารีเพราะเจ้าหวงหลานสาวเรื่องนี้พวกข้าก็พอเข้าใจ แต่ตอนนี้หลานชายเจ้าอย่ที่นี่แล้วเจ้าคงไม่หวงหลานชายหรอกกระมัง"บรรพชนลำดับที่หนึ่งกล่าวขึ้น ทำให้เซียนเจียงเฉินถึงกับคิ้วขมวดไปในทันที
"ท่านบรรพชนหรือว่าพวกท่านต้องการให้หลินหลินแต่งงานกับเจ้าหญิงตระกูลมังกรวารีอย่างนั้นหรือ แต่หลินหลินมีภรรยานับสิบคนแล้วนะ อีกฝ่ายมีหรือจะยอมในเรื่องนี้ได้"เซียนเจียงเฉินกล่าวไปตามตรง
เพราะโดยปกติแล้วในตระกูลใหญ่หากใครมีภรรยาสองคนก็จะมีตำแหน่งเป็นภรรยาฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวา แต่หากจะมีมากกว่านั้นคนที่สามขึ้นไปก็จะกลายเป็นอนุภรรยาไปในทันที
ดังนั้นแล้วเพื่อให้ศักดิ์ศรีเท่าเทียมกันหากตระกูลใหญ่จะแต่งงานเพื่อกระชับความสัมพันธ์จะต้องแต่งภรรยาลำดับหนึ่งหรือไม่ก็ลำดับที่สองเท่านั้น นี่ถือเป็นการให้เกียรติซึ่งกันเเละกันไปในตัว
"อะไร! เจ้าเด็กนั่นมีภรรยาถึงสิบคนแล้วหรือ อายุเขายังไม่ถึงร้อยปีด้วยซ้ำ"บรรพชนลำดับที่สองกล่าวออกมาน้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
เซียนเจียงเฉินจึงกล่าวว่า "เรื่องนี้ข้ายืนยันได้ว่าเป็นความจริง หากเราดึงดันที่จะกระชับความสัมพันธ์ผ่านการแต่งงานข้าว่ามันจะไม่ดีต่อทั้งสองฝ่าย ไม่แน่ตระกูลราชามังกรวารีอาจจะคิดว่าเราดูถูกพวกเขาก็ได้ ที่อยู่ดีๆเราจะเสนอให้เจ้าหญิงน้อยของพวกเขามาเป็นภรรยาคนที่สิบเอ็ดสิบสองของหลานข้าแบบนี้"
"อืม จริงอย่างที่เจ้าว่า ไม่เป็นผลดีจริงๆเอาไว้การรวมตัวกันในเดือนหน้า พวกเราจะพูดคุยเรื่องนี้กันอีกทีก็แล้วกัน"บรรพชนลำดับที่หนึ่งกล่าวและถอนหายใจยาวออกมาด้วยความเสียดาย ในตอนที่ลั่วอู่หลินกลับมาเขาก็คิดวิธีเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลเช่นนี้ได้ แต่ใครจะคิดกันว่าลั่วอู่หลินจะมีภรรยามากกว่าสิบคนเข้าไปแล้ว
ตัดกลับมายังลั่วอู่หลินในตอนนี้เขากำลังบินอยู่ในมิติกับบิดามารดาเพื่อที่จะไปยังนิกายจรัสแสง ลั่วอู่หลินอดแสดงอาการเบื่อหน่ายออกมาไม่ได้เพราะการเดินทางในมิติเช่นนี้มันหน้าเบื่อเกินไปจริงๆ ดังนั้นจึงหันไปกล่าวถามมารดา
"ท่านแม่ นิกายจรัสแสงนี้อยู่ไกลจากตรงนี้มากหรือไม่"
"อืม ถ้าเดินทางแบบนี้หนึ่งวันก็น่าจะถึงนะ ลูกมีอะไรหรือเปล่า?"ลั่วหนิงซินกล่าวถาม
ลั่วอู่หลินถอนหายใจ "แบบนั้นมันนานเกินไป ท่านพ่อคงสภาพมิติเอาไว้สักครู่นะขอรับ"
"หืม ลูกจะทำอะไร"
ลั่วอู่หลินยกยิ้มเขาเปิดมิติของหอคอยมหาสมบัติขึ้นมาจากนั้นก็ส่งจิตสำนึกเรียกตงฟางหลงออกมา จากนั้นภายในสามลมหายใจจักรพรรดิมังกรน้ำแข็งขนาดใหญ่ก็ออกมาจากมิตินั้น
ลั่วหนิงซินแม้จะตกตะลึงอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้มากมายอะไรเพราะต้องไม่ลืมว่าชีวิตก่อนของนางคือต้นไม้จักรวาล ดังนั้นจึงพบเห็นเทพมังกรหรือไม่ก็จักรพรรดิมังกรอยู่บ้างเพียงแต่ไม่คิดว่าจะพบเจอมันที่นี่ก็เท่านั้น ส่วนทางด้านเซียนมู่หรงเขาตกตะลึงจนตาค้างเลยทีเดียว
ลั่วอู่หลินจับมือท่านแม่และท่านพ่อของนางและลอยขึ้นไปบนศีรษะของตงฟางหลงในทันที ก่อนที่จะสั่งการให้ตงฟางหลงบินทะยานไปตามเส้นทางแห่งมิติต่อไป
"พึบบ!!"
จักรพรรดิมังกรน้ำแข็งกระพือปีกหนึ่งครา ร่างของมันพุ่งทะยานไปไกลสุดสูงหูลูกตาในทันทีโดยไม่ได้ชักช้าเหมือนเมื่อครั้งบินกันไปเองแต่อย่างใด
"หลินหลิน นี่คือสัตว์อสูรของลูกหรือ ไปพบมันมาจากที่ไหนกัน"ลั่วหนิงซินกล่าวถาม ลั่วอู่หลินก็พลันอมยิ้มแต่ก็ไม่ได้กล่าวตอบอันใด เนื่องจากชายหนุ่มไม่อยากจะโกหกมารดาของตนเอง และถ้าหากเขาบอกออกไปตามตรงว่าไปพิภพปีศาจและพิภพอสูรมา มีหวังได้โดนท่านแม่สอบปากคำแน่ และคนที่ซวยไปกว่านั้นก็น่าจะเป็นบิดาของเขาเอง
"เอาน่าที่รัก ลูกจะไปได้มังกรตนนี้มาจากไหนก็ช่างเถอะ แต่ว่าความเร็วของมังกรตนนี้ก็สุดยอดจริงๆถ้าเป็นแบบนี้ อีกสามชั่วยามก็น่าจะถึงที่หมาย"เซียนมู่หรงกล่าว
ลั่วอู่หลินพยักหน้าขึ้นในทันใดก่อนที่จะกล่าวเปลี่ยนเรื่องในทันที "ว่าแต่ท่านแม่มีธุระอะไรที่นิกายจรัสแสงอย่างนั้นหรือ?"
"ไม่ใช่เรื่องอะไรใหญ่โต วันพรุ่งนี้เป็นวันก่อตั้งนิกายและวันเซ่นไหว้บรรพบุรุษที่ล่วงลับน่ะ ในฐานะที่แม่เป็นประมุขนิกายทุกปีก็จะต้องไปเข้าร่วมงาน"
"โอ้ แล้วแบบนี้จะมีงานเทศกาลอะไรหรือไม่ขอรับ ปกติงานแบบนี้จะมักจะมีงานเทศกาล"ลั่วอู่หลินกล่าวถามด้วยความสนใจ
"ฮิฮิ มีแน่นอนจ่ะ อีกทั้งในวันพรุ่งนี้ยังเป็นเพียงวันเดียวที่นิกายจรัสแสงจะยอมให้บุคคลภายนอกเข้าไปในนิกายเพื่อร่วมงานเทศกาล"ลั่วหนิงซินกล่าวขึ้นมา ลั่วอู่หลินก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ เพราะโดยปกตินิกายต่างๆก็ไม่ยอมให้คนภายนอกเข้าไปอยู่แล้ว จะมีแค่เพียงวันงานเทศกาลหรืองานค้าขายเท่านั้นที่จะให้เข้าไป เพื่อหมายจะสร้างกำไรจากการค้าขายไปในตัว