ใต้ผาแห่งหนึ่งของหมู่บ้านแถบชายแดนแคว้นจ้าวเด็กสาวอายุประมาณสิบสามย่างสิบสี่ปีคนหนึ่งนอนหายใจรวยริน เืจากศีรษะไหลหยดลงครึ่งหน้าด้านซ้ายหนึ่งเค่อต่อมาลมหายใจก็เหมือนจะขาด่ไป คาดว่าเธอคงสิ้นใจแน่แล้ว แต่ทันใดนั้นจู่ๆ เสียงสูดลมหายใจเฮือกจากเธอก็ดังขึ้น หัวใจกลับมาเต้นอีกครั้งเธอพยายามกะพริบเปิดเปลือกตาด้วยความยากลำบาก ในเวลาต่อมาเธอก็สามารถลืมตาขึ้นได้เต็มตา เธอกลอกสายตาไปมา ซ้ายที ขวาที และขมวดคิ้วมุ่นในสมองประมวลเหตุการณ์ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ
เธอจำได้ว่า เธอคือ สายลับ ศูนย์ หนึ่ง สี่เป็สายลับคนหนึ่งที่ไม่ได้มีฝีมือโดดเด่นแต่ก็ไม่ได้ด้อยจากศตวรรษที่ 21 เธออายุยี่สิบสี่ปี ทีมของเธอสามคนได้รับมอบหมายภารกิจจากองค์กรให้ไปหากุญแจสำคัญที่ประเทศ B องค์กรย้ำนักย้ำหนาว่าหากนำกุญแจออกมาได้แล้ว ให้ส่งมาที่องค์กรทันที พวกเขาสงสัยว่ากุญแจนั้นต้องมีความเกี่ยวข้องกับอาวุธชีวภาพแน่พวกมันอาจจะเตรียมทำา แต่ผู้ใหญ่ในองค์กรบางคนบอกว่าไม่น่าใช่แต่เพื่อป้องกันความเป็ไปได้ในทางร้าย จึงให้หาทางตัดไฟั้แ่ต้นลม โดยส่งพวกเธอให้ไปนำกุญแจมาและย้ำนักย้ำหนาว่างานนี้ต้องสำเร็จและอย่าให้กุญแจตกไปอยู่ในมือของผู้อื่น และตอกย้ำว่าเธอต้องทำเพื่อความสงบสุขของประเทศเธอไม่ได้สนใจว่าข้อสันนิษฐานขององค์กรจะเป็จริงหรือไม่ เธอรู้เพียงว่าเธอต้องปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จตามที่ได้รับมอบหมาย
เธอแทรกซึมเข้าไปในประเทศ B ในหน่วยงานเป้าหมายอยู่นานถึงสามเดือนจนในที่สุดก็รู้ว่ากุญแจสำคัญที่เธอ้าอยู่ที่ไหน ในวันปฏิบัติการ หัวหน้าทีมวางแผนให้เธอและเพื่อนสายลับอีกหนึ่งคนหาทางเข้าไปขโมยกุญแจนั้นโดยหัวหน้าจะเป็คนล่อให้คนเฝ้าห้องนั้นไปอีกทาง เปิดโอกาสให้เธอและเพื่อนเข้าห้องนั้นได้
แผนของหัวหน้าดำเนินไปได้ด้วยดีเธอและเพื่อนเข้าไปในห้องนั้นและสามารถขโมยกุญแจออกมาได้ กุญแจนั้นช่างประหลาดนักมันมีลักษณะเป็วงกลมทำจากหยกสีดำสนิท ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณสามเิเตรงกลางแกะสลักเป็รูปพยัคฆ์นูนเด่นขึ้นมาขณะที่เร่งฝีเท้าเดินออกมาจนเกือบจะพ้นเขตอันตรายแล้วเชียวพวกมันดันรู้ตัวเสียก่อน แล้วเปิดสัญญาณขึ้น จากนั้นก็เกิดการปะทะกันขึ้นเธอสู้ไปหนีไปจนถึงชั้นดาดฟ้าของตึกยี่สิบชั้น เมื่อคิดว่าไม่รอดแน่แล้ว คิดเสียว่าเป็การปฏิบัติตามคำสั่งเป็ครั้งสุดท้าย และเพื่อกุมความลับแม้ว่าตัวเองจะไม่รอดเธอฉวยจังหวะหลบสายตาคู่ต่อสู้ด้วยความเร็ว รีบแอบนำเอากุญแจนั้นมาใส่ปากแล้วกลืนมันลงไปแม้มันจะใหญ่สำหรับคอของเธอแต่เธอก็พยายามเต็มที่และกลืนมันลงไปได้สำเร็จ เธอตั้งใจจะลองวัดดวงด้วยการะโหนีจากตึกแล้วไต่หลบไปตามชั้นต่างๆแต่ว่าแผนการของเธอกลับผิดพลาด ทันทีที่เธอกลืนกุญแจนั้นลงไป ทุกอย่างตรงหน้ากลับดับวูบเหมือนหลอดไฟถูกปิดสวิทช์เมื่อรู้ตัวอีกครั้งเธอก็มานอนกลอกตาเจ็บศีรษะอยู่ตรงนี้เสียแล้ว
เธอกะพริบตาปริบๆ อีกครั้งหลังจากภาพความทรงจำสุดท้ายที่เธอทบทวนได้ เธอลุกขึ้นนั่งและขยับไปนั่งพิงต้นไม้ที่อยู่ใกล้ๆรู้สึกหนืดๆ ที่ใบหน้า จึงยกมือขึ้นลูบ เมื่อแบมือออก ก็พบเืสีแดงเต็มมือที่ปาดโดน
“โอ๊ย ซี๊ด หัวแตกนี่เอง ไอ้บ้าพวกนั้นจับฉันโยนจากตึกนั่นหรือไงนะบัดซบจริงๆ” มู่เหม่ยอวี้สบถด่า ขณะที่มือลูบไปที่ศีรษะที่แตกของเธอ
“ให้มันได้อย่างนี้สิ” เธอบ่นแล้วเริ่มมองไปรอบๆ ตัว
“เอ๋” เมื่อมองไปรอบๆ เธอก็ต้องขมวดคิ้วแล้วอุทานออกมา
“นี่ฉันไม่ได้ถูกโยนลงจากตึกหรอกหรือแล้วที่นี่มันที่ไหนเล่าเนี่ย” หญิงสาวงุนงง เมื่อมองไปรอบๆตัวและเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่า รอบกายเธอมีแต่ป่าเขา หาใช่ตึกสูงที่เธอวิ่งหนีพวกเหล่าคนที่วิ่งตามจับเธอไม่
“แล้วที่นี่มันคือที่ไหนเล่าเนี่ย” เธอลุกนั่งให้ดีๆแล้วตั้งสติ จากนั้นเธอป้ายมือที่เปื้อนเืกับใบไม้ใกล้มือจู่ๆ เธอก็รู้สึกร้อนวูบวาบที่ท้องแขนด้านซ้ายเธอจึงใช้มือขวาลูบบริเวณที่ร้อนนั้นแล้วดึงแขนเสื้อขึ้นเพื่อดูแขนบริเวณที่ร้อนวาบๆทันใดนั้นเธอก็รู้สึกแปลกใจ เมื่อเห็นว่าที่ท้องแขนของเธอมีรูปเหมือนรอยสักรูปพยัคฆ์สีดำทมิฬ
“เอ๋ แปลกจริง รอยสักพยัคฆ์สีดำทมิฬนี้ช่างคล้ายกับกุญแจที่ฉันไปฉกมาจากประเทศB เลยนี่นา” สายลับ ศูนย์ หนึ่ง สี่เริ่มขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจอีกครั้ง หลังจากที่เพิ่งคลายคิ้วไปได้ไม่นาน
“แล้วภาพเหมือนกุญแจนั่นมาอยู่ที่แขนของฉันได้อย่างไรล่ะเนี่ย”ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งสับสนงุนงง
เธอคิดไปก็ลูบมือไปที่รอยสักพยัคฆ์ทมิฬบนแขนของตนเองเพื่อให้แขนคลายความร้อน ทำให้เืที่เปรอะเปื้อนมือของเธอก่อนหน้านี้ที่ยังเช็ดไม่สะอาดมาเปื้อนเลอะที่ภาพเหมือนรอยสักนั้นทันใดนั้นเธอรู้สึกอุ่นวาบทั่วแขนก่อนที่ความรู้สึกนั้นจะหายไปรวมถึงความร้อนที่แขนด้วยขณะที่ปลายนิ้วของเธอยังคงััที่รอยสักนั้น เธอได้มองเห็นภาพในมโนสำนึกเหมือนกับเป็อาคารอาคารหนึ่ง ที่มีขนาดใหญ่มาก เทียบขนาดได้กับฮอลประชุมนานาชาติภายในฮอลมีห้องต่างๆ อีกมากมาย ที่เป็ห้องเหมือนกระจกใสกั้นทำให้เห็นว่าแต่ละห้องมีอะไรบ้าง
สิ่งที่เธอเห็น ทำให้เธอรู้สึกตะลึง มีข้าวของเครื่องใช้อาหารสด อาหารแห้ง ยารักษาโรค อาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ผ้า เครื่องนอนเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน ฯลฯ
“อะไรกันนี่ นี่มันอะไรกันทำอย่างกับจะเตรียมข้าวของเพื่ออพยพหนีไปอยู่ต่างโลกหรืออย่างไร เอ๊ะ! เดี๋ยวนะ!”เธอนั่งนิ่งนิ่วหน้า และคิดถึงความเป็ไปได้
“หรือว่าประเทศ B เตรียมจะทำาจริงอย่างที่บอสว่าแต่บอสก็พูดผิดไปหน่อยแล้วเื่อาวุธชีวภาพอะไรนั่น ในนี้ไม่มีอาวุธชีวภาพที่ว่านั่นเลยแต่ถ้าบอกว่า เตรียมเอาไว้สำหรับหลังาสิ้นสุดละก็ไม่แน่เ้าของกุญแจอาจจะเตรียมข้าวของพวกนี้ไว้ให้ตัวเอง โดยคิดว่าตัวเองจะมีข้าวของเครื่องใช้ตั้งตัวได้และอยู่อย่างสบายๆโดยไม่ลำบากอะไรในสภาวะหลังาแน่ๆ แม่เ้า” เธอแน่นิ่งไปพักหนึ่งและรู้สึกเจ็บที่ศีรษะจี๊ดๆ อีกแล้ว
“ช่างมันก่อนเถอะ ว่าแต่ ของเหล่านี้ผู้เตรียมคงเปิดใช้ไม่ได้แล้วสินะเพราะฉันเปิดได้ แสดงว่าเ้าของคงตัดชุดแต่งงานให้ฉันแล้วสิ หุๆๆๆ อูย ซี๊ดเจ็บหัวเป็บ้า ฮึ่ ถือซะว่าเป็ค่าชดเชยให้ฉันก็แล้วกันเถอะ ดูสิ ทำดีได้ดีแท้ๆชาติที่แล้วฉันทำดีเพื่อชาติมาตั้งเยอะ ถึงกับยอมตายเพื่อชาติอันเป็ที่รักเลยนะฉันเลยได้ของตอบแทนมาซะปลิ้นเลยนี่ไง ฮิฮิฮิ” สายลับ ศูนย์ หนึ่ง สี่ คิดไปร้องครางเจ็บศีรษะไป