กลางดึกคืนนั้น………
ซินหยานกำลังนอนอ่านตำราสมุนไพรที่นางไปเจอในกระท่อมเก็บของเมื่อตอนเย็น แน่นอนว่าตำรานี้ต้องเป็ของท่านเทพเพราะชาติที่แล้วนางไม่เคยจะสนใจใฝ่รู้ในเื่พวกนี้เลย ในตำราล้วนเป็ชื่อสมุนไพร สรรพคุณของสมุนไพรรวมไปถึงรูปภาพของสมุนไพรชนิดนั้นๆด้วย นางนอนอ่านไปอ่านมาก็เพลินดีเหมือนกันอีกทั้งไม่ง่วงนอนเลยด้วย
ในขณะที่สมาธิของนางกำลังจดจ่ออยู่กับตำราสมุนไพรจนไม่ได้รับรู้เลยว่าเวลานี้นางหาได้อยู่คนเดียวแล้ว แต่ยังมีท่านเทพอีกตนหนึ่งที่กำลังนั่งมองนางอยู่สักพักแล้ว เมื่อท่านเทพชะตาเห็นว่านางยังไม่รู้ตัวว่าตนมาอยู่ตรงนี้สักทีจึงได้กระแอมไอขึ้นมา
"ฮ่ะ แฮ่ม…เ้าจะสนใจแต่ตำราเล่มนั้นรึไง"
ซินหยานสะดุ้งใลุกขึ้นนั่งทันที ก่อนจะมองไปที่ท่านเทพที่กำลังนั่งมองมาที่นางอยู่เช่นเดียวกัน "ใหมดเลยเ้าค่ะ จะมาก็ควรจะมาให้ข้ารู้ตัวบ้างสิเ้าค่ะ ผลุบๆโผล่ๆอย่างกับผีเช่นนี้ข้าก็กลัวเป็เหมือนกันนะเ้าค่ะ"
"อะไรของเ้า ข้าก็มาของข้าปกติแต่เป็เ้าต่างหากที่มัวแต่สนใจตำราแล้วไม่สนใจข้าเอง หากเ้ายังไม่ว่างที่จะพูดคุย เช่นนั้นข้าค่อยมาวันหลังก็ได้" ว่าแล้วท่านเทพก็เตรียมจะลุกขึ้นยืน แต่ก็มีเสียงหวานๆของเด็กสาวพูดห้ามขึ้นมาซะก่อน
"จะได้ยังไงกันเล่าเ้าค่ะ ท่านอย่ามาคิดจะหนีข้าอีกนะ ไหนล่ะเ้าค่ะของรางวัลปลอบใจน่ะ" ซินหยานรีบพูดทวงของรางวัลขึ้นมาเพราะกลัวว่าท่านเทพจะหายวับไปจากสายตาของนางซะก่อน
"พวกมนุษย์นี่เป็กันทุกคนจริงๆ เอ้า!! นี่คือตำราเส้นทางการฝึกตนเป็เซียน นังหนู…นี่เป็ของดีที่เ้าไม่อาจจะหาได้ในภพนี้อย่างแน่นอน เ้าโชคดีมากแล้วที่ตาเฒ่าจันทรายอมมอบตำรานี้มาให้เ้า ส่วนนี่เป็แหวนมิติเก็บของ เ้าสามารถใช้มันเก็บของที่เ้าอยากจะเก็บอย่างเช่นสมบัติ อาหารและของใช้ต่างๆเ่าั้ แต่จะไม่สามารเข้าไปอยู่ด้านในได้เหมือนกับมิติเทพ
อีกอย่างแหวนมิตินี้สามารถเก็บของที่ไม่มีชีวิตได้เท่านั้นนะ หากเ้าจะใช้ก็เพียงแค่หยดเืเพื่อยืนยันการเป็เ้าของเท่านั้น อีกทั้ง…ถ้าเ้าไม่พอใจในรูปลักษณ์เ้าสามารถเปลี่ยนให้มันเปลี่ยนเป็อย่างอื่นได้ตามที่เ้า้าได้เพียงแค่สั่งผ่านความคิดเท่านั้น แน่นอนว่าของวิเศษนี้เ้าไม่ต้องกลัวหายเพราะมันจะกลับมาหาเ้าของของมันเอง"
"ว้าวววววววว!! เป็ของดีจริงๆด้วย แต่…แล้วข้าจะอยากได้ไปทำไมกันล่ะเ้าค่ะ ในเมื่อมิติเทพก็เก็บของได้เหมือนกัน" ซินหยานที่คิดว่าของปลอบใจชิ้นนี้ช่างไร้ประโยชน์สำหรับนางจริงๆก็เอ่ยความคิดของตัวเองออกไปอย่างไม่ปิดบัง
"นังหนู ในอนาคตเ้าสามารถมอบมันให้กับคนที่เ้ารักก็ได้นี่ ในแหวนวงนี้ยังมีตำราที่หายสาปสูญไปแล้วอีกมากมายเลยนะ เ้าเชื่อข้าเถอะ…ในอนาคตเ้าอาจจะได้ใช้ประโยชน์จากมันก็ได้" ท่านเทพชะตาบอกกับนางด้วยความหวังดี สิ่งนี้คือสิ่งที่เทพอย่างเขาจะมอบให้นางได้ นอกเหนือจากนี้ก็คงจะไม่ได้แล้วเพราะสิ่งที่นางได้ไปก็เกินที่คนธรรมดาทั่วไปจะมีได้แล้ว อีกทั้งยังเกินขอบเขตของเทพเช่นเขาจะให้นางได้แล้วจริงๆ
ซินหยานที่เห็นท่านเทพพูดมาเช่นนั้นก็รู้สึกว่ามีเหตุผลไม่น้อย อีกทั้งในแหวนยังมีตำราดีๆให้นางได้ศึกษาเรียนรู้อีกมาก เช่นนั้นนางก็ควรจะรับเอาไว้สินะ "ข้ารับไว้ก็ได้เ้าค่ะ ขอบคุณท่านเทพมากเลยนะเ้าค่ะ"
"ดีแล้วที่เ้ารับไว้ เพราะหากเ้าไม่รับไว้เ้าก็จะไม่ได้อะไรเลย นังหนู! เกิดเป็คนเ้าควรจะดิ้นรนด้วยตนเอง เ้าไม่ควรจะโลภจนเกินไปโดยคอยแต่จะขอสิ่งนั้นสิ่งนี้ไปตลอด อีกอย่าง…แม้พวกข้าจะเป็เทพก็ใช่ว่าจะให้ทุกอย่างดังที่เ้าขอได้ ทุกสิ่งอย่างบนโลกนี้ย่อมมีชะตาของมันเอง แม้กระทั่งสิ่งของ"
เมื่อได้ยินที่ท่านเทพพูดเตือนนางก็พยักหน้าเข้าใจ สิ่งที่ท่านเทพพูดมานางย่อมเข้าใจได้อยู่แล้ว อีกทั้งสิ่งที่นางขอไปก็แค่ลองขอไปเท่านั้นเอง เพราะหากท่านเทพไม่ให้แล้วนางจะทำอันใดได้ใช่มั้ยล่ะ? แต่ในเมื่อท่านเทพเมตตานางขนาดนี้นางก็ควรจะพอใจได้แล้วสิ อีกอย่างพรที่นางขอเอาไว้ก่อนหน้านี้ก็ยังอยู่ แค่นี้ชีวิตใหม่ของนางก็คงจะดีกว่าคนอื่นมากแล้วล่ะ
"ขอบคุณเ้าค่ะ สิ่งที่พวกท่านมอบให้ข้า ข้าจะใช้มันให้ดีและเกิดประโยชน์ที่สุดอย่างแน่นอน แล้วก็จะคอยช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์เท่าที่ข้าจะช่วยได้ด้วยนะเ้าค่ะ แต่ว่าขอช่วยคนที่ดีก็แล้วกัน ส่วนคนไม่ดีก็ขอพิจารณาซะก่อนนะเ้าค่ะ เพราะข้าเองก็หาใช่คนดีร้อยเปอร์เซ็นต์ซะหน่อย"
"เื่นั้นหาได้เกี่ยวกับข้า ชะตาชีวิตของแต่ล่ะคนย่อมต่างกัน ทุกสิ่งอย่างย่อมเกิดจากผลของการกระทำและเกิดจากทางที่มนุษย์เช่นเ้าเลือกทั้งนั้น ไม่ว่าใครก็ไม่อาจจะฝืนโชคชะตาของตนได้" ท่านเทพหยุดพูดครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยต่อ "เอาล่ะๆ หมดหน้าที่ของข้าแล้ว เ้าจงใช้ชีวิตนี้ให้ดี จะทำอะไรจงใช้สติและอย่าประมาทเล่า ข้าไปก่อนล่ะ"
"ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะ ขอบคุณท่านเทพที่เมตตาข้ามากๆนะเ้าค่ะ" จบคำพูดของซินหยานท่านเทพชะตาก็ได้หายไปจากตรงนั้นแล้ว
เมื่อได้ของดีมาแล้วซินหยานก็รีบหยดเืลงบนแหวนมิติ หลังจากที่หยดเืลงไปก็เกิดแสงสว่างจ้าอยู่ชั่วพริบตาก่อนจะหายไป "จะให้ใส่แหวนก็ไม่ค่อยจะชินแฮะ เช่นนั้นก็เปลี่ยนเป็สร้อยคอเล็กๆสวยๆก็แล้วกัน" จบคำพูดของนางก็ปรากฏแสงสว่างขึ้นมาอีกครั้งก่อนที่แสงนั้นจะหายไปแล้วปรากฏสร้อยคออยู่ในมือของนางแทนที่แหวน ซินหยานใส่สร้อยคอเส้นนั้นเสร็จแล้วจึงลองนำตำราฝึกตนเล่มนั้นเข้าไปไว้ในสร้อยคอมิติ จากนั้นก็ทิ้งตัวลงนอนแล้วเข้าสู่ห้วงนิทราในเวลาไม่นาน
ซินหยานตื่นเช้าขึ้นมาอย่างเกลียดคร้าน วันนี้ไม่รู้ทำไมนางถึงรู้สึกไม่อยากจะทำอะไรเลย ทั้งๆที่ตั้งใจไว้แล้วว่าวันนี้นางจะเดินทางเข้าไปในเมืองแท้ๆ แต่เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วนางกลับรู้สึกว่าวันนี้นางอยากเข้าป่าไปเก็บของป่ามากกว่าซะงั้น "หรือวันนี้ข้าจะเข้าป่าไปอีกสักวันดีมั้ยนะ"
เมื่อออกมาจากมิติเทพก็เจอกับบรรยากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนั้แ่เช้าเช่นนี้ นางจึงตัดสินใจว่าจะไม่เข้าไปในเมืองวันนี้ดีกว่า 'วันนี้ไปตรวจดูแค่กับดักสัตว์ก็แล้วกัน หากเข้าเมืองแล้วเจอฝนตกใส่กลางทางคงไม่ดีแน่' เมื่อได้ข้อสรุปให้กับตัวเองแล้ว ซินหยานก็เข้าไปหยิบตะกร้าและธนูในครัว จากนั้นก็เดินออกจากบ้านเพื่อไปตรวจดูกับดักสัตว์เหมือนทุกๆเช้าที่ผ่านมา
ณ ูเาไท่ซานอีกฟากฝั่ง….
ในป่าลึกกลางหุบเขาที่อันตรายเวลานี้มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งกำลังรีบเร่งเดินทางเพื่อไปให้ถึงจุดหมายปลายทางที่พวกเขาได้กำหนดเอาไว้ ในกลุ่มมีทั้งบุรุษ สตรี เด็กและคนชรา รวมไปถึงเหล่าคนคุ้มกันอีกห้าคน สภาพของพวกเขาแต่ล่ะคนดูเหนื่อยล้าและมีบางคนที่เริ่มจะล้มป่วยจากการเดินทางไกลและขาดอาหารเป็เวลานาน แต่แม้ว่าพวกเขาจะลำบากกับการเดินทางอย่างไรก็ไม่มีใครคิดจะหยุดพักเลยสักคน เพราะหากทุกคนหยุดพักอาจจะทำให้ศัตรูตามมาทันพวกตนก็ได้ แต่ถึงแม้ไม่้าจะหยุดพักเช่นไร แต่ร่างกายคนเราก็ไม่อาจจะฝืนไปได้เช่นกัน
"ท่านแม่ ท่านไหวหรือไม่ขอรับ พวกเราหาที่พักผ่อนกันก่อนดีหรือไม่?" อวิ๋นซีฮันเอ่ยถามมารดาด้วยความห่วงใย เพราะตอนนี้ท่านแม่รวมไปถึงคนอื่นๆก็เริ่มที่จะก้าวขาไม่ออกกันแล้ว
ฮูหยินผู้เฒ่าอวิ๋นแม้ตอนนี้ร่างกายจะแทบขยับไม่ได้แล้วแต่ก็ยังพยายามจะเข้มแข็งแล้วตอบบุตรชายออกไป "แม่ยังไหว เ้าอย่าได้ห่วงไปเลย"
อวิ๋นเฉิงที่เห็นทุกคนต่างก็เหน็ดเหนื่อยกันมากแล้ว อีกทั้งตอนนี้พวกเขาก็หลบหนีมาในป่าลึกขนาดนี้แล้วจึงหันไปพูดกับอวิ๋นซีฮัน "พี่รอง พวกเราหาที่พักก่อนเถิดขอรับ ท่านแม่และพวกเด็กๆก็ดูจะไม่ไหวกันแล้ว หากเรายังฝืนเดินทางต่อคงจะไม่ดีแน่ๆ"
"อืม เช่นนั้นก็เอาตามนี้เถิด" เมื่อตอบรับคำของอวิ๋นเฉิงแล้ว อวิ๋นซีฮันก็หันไปสั่งองครักษ์ต่อ "เ้าสองคนไปสำรวจดูรอบๆนี้ดูสักหน่อยว่าพอจะมีที่ให้พวกเราหลบไปพักได้หรือไม่"
"ขอรับคุณชาย" ทั้งสองคนขานรับก่อนจะรีบออกไปสำรวจหาสถานที่พักทันที
"เช่นนั้นพวกเราก็ไปนั่งพักตรงนั้นกันก่อนเถอะขอรับ" อวิ๋นซีฮันพูดขึ้นพร้อมกับชี้นิ้วไปที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่มีโขดหินขนาดใหญ่ที่พอจะใช้นั่งพักอยู่ตรงนั้นด้วย
เมื่อทุกคนนั่งพักกันแล้วก็พากันนั่งเงียบๆเพื่อรอองครักษ์กลับมารายงาน ทุกคนต่างก็รู้ถึงสถานการณ์ของตัวเองในตอนนี้เป็อย่างดีจึงไม่มีใครคิดจะพูดอะไรมากนัก แม้แต่เด็กๆก็ยังพากันนั่งอยู่ในความสงบอย่างรู้ความ แม้ว่าตอนนี้ต่อให้พวกเขาอยากจะเดินทางต่ออย่างไรก็คงจะทำไม่ได้แล้วเพราะตอนนี้ดูท่าฝนกำลังจะตกลงมาในอีกไม่ช้านี้แล้ว สิ่งสำคัญในตอนนี้คือพวกเขาต้องรีบหาที่ปลอดภัยเพื่อใช้หลบฝนและพักผ่อนกันก่อน
"เ้าสาม เ้ารออยู่ที่นี่เพื่อดูแลคนอื่นๆก่อนนะ เดี๋ยวข้ากับป๋อเหวินจะไปหาอาหารดูก่อน" อวิ๋นซีฮันหันไปพูดกับอวิ๋นเฉิง
"ขอรับ พวกท่านดูแลตัวเองด้วย" อวิ๋นเฉิงรับคำพร้อมกับกำชับทั้งสองคนไปด้วย
คล้อยหลังอวิ๋นซีฮันและอวิ๋นป๋อเหวินจากไปแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าอวิ๋นก็พูดขึ้น "เ้าสาม ตอนนี้เราเดินทางกันถึงไหนแล้วเ้าพอจะบอกแม่ได้หรือไม่ อีกนานหรือไม่เราจะถึงเมืองซานตง?"
"ท่านแม่…ตอนนี้พวกเราอยู่ในูเาไท่ซานเมืองฝูเจี้ยนขอรับ ผ่านเมืองฝูเจี้ยนนี้ไปเราก็เข้าเขตเมืองซานตงแล้วขอรับ พวกท่านอดทนกันอีกหน่อยนะขอรับ พวกเราจะต้องไปถึงที่นั่นอย่างปลอดภัยแน่นอน" อวิ๋นเฉิงบอกกล่าวกับมารดาและทุกคน
เมื่อท่านแม่และคนอื่นๆต่างพากันพยักหน้าเข้าใจกันแล้วก็ไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไรอีก และพากันนั่งรอกันอย่างเงียบๆกันต่อไป…..