ลูกสาวแม่หม้ายที่รัก

    บทที่ 47: นัดพบลับเฉพาะกิจ


    แสงรุ่งอรุณของเช้าวันใหม่ที่ทอดผ่านร่องผ้าม่านลูกไม้เนื้อหนาเข้ามาในห้องนอนกว้างขวางของคฤหาสน์หรู ไม่อาจช่วยขับไล่ความมืดมนและอึดอัดที่สลักลึกอยู่ในใจของ เกด หรือ เกศรา ได้เลยแม้แต่น้อย 


    หญิงสาวทรงเสน่ห์ในวัยแม่ม่ายนัดหมายยืนอยู่นิ่งหน้าโต๊ะเครื่องแป้งไม้สักทองทรงโบราณ ดวงตาคู่สวยคมซึ้งทอดมองภาพสะท้อนของตนเองในกระจกเงาบานใหญ่ ใบหน้ารูปไข่ที่เคยงดงามเปล่งปลั่งและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจในฐานะนักธุรกิจหญิงแถวหน้า บัดนี้กลับฉายแววอิดโรยและตรอมตรมอย่างลึกซึ้ง ริมฝีปากอิ่มสั่นระริกเล็กน้อยขณะที่เธอเอื้อมมืออันสั่นเทาไปหยิบพัฟฟ์ตบแป้งพัฟเนื้อละเอียดและคอนซีลเลอร์มาเกลี่ยลงบนผิวหน้าอย่างประณีต เพื่อพยายามปกปิดร่องรอยหมองคล้ำใต้อ่างดวงตาและคราบน้ำตาที่ร่วงหล่นลงมาตลอดทั้งคืน


    คืนวันที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความทรมานใจอย่างแสนสาหัส หลังจากที่เธอได้รับข้อความนัดหมายด่วนทางเครื่องมือสื่อสารจาก กิตติธัช อดีตสามีมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล ข้อความสั้นๆ ทว่าทรงอำนาจและเต็มไปด้วยคำข่มขู่บีบบังคับได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า เขาเดินทางกลับมาจากต่างประเทศและมาถึงกรุงเทพมหานครเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งออกคำสั่งให้เธอต้องไปพบเขาที่ห้องชุดหรูชั้นบนสุดใจกลางเมืองในวันนี้ เวลาหนึ่งนาฬิกาตรงยามบ่าย (13:00 น.)


    ข้อตกลงลับและพันธะสัญญาบาปที่เธอเคยจรดปากกาเซ็นไว้เพื่อแลกกับเงินกู้ก้อนแรกในการกอบกู้บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจนำเข้าส่งออกของครอบครัว กำลังจะหมุนวนกลับมาทวงถาม "ค่าตอบแทน" อีกครั้ง และในครั้งนี้ สิ่งที่กิตติธัชนำมาเป็นเหยื่อล่อก็คือ สัญญากู้ยืมเงินก้อนที่สองจำนวนหลายร้อยล้านบาท ซึ่งเป็นสายป่านเส้นสุดท้ายที่จะช่วยพยุงให้กิจการของเธอหลุดพ้นจากภาวะล้มละลายได้อย่างเด็ดขาด


    เกดสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ พยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิง เธอหยิบเสื้อทำงานผ้าไหมเนื้อนุ่มสีครีมอ่อนที่มีกระดุมหน้าเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบขึ้นมาสวมใส่ ตามด้วยกระโปรงทรงสอบสีเข้มเข้ารูปที่เน้นย้ำทรวดทรงองค์เอวอันโค้งงอสมบูรณ์แบบของสตรีวัยแม่ม่ายที่ดูแลเรือนร่างอย่างดีเยี่ยม ทว่า ทุกสัมผัสของเนื้อผ้าที่ทาบทับลงบนผิวเนียนกลับทำให้เธอรู้สึกหนาวเยียบไปถึงขั้วหัวใจ ราวกับว่าชุดทำงานเรียบหรูชุดนี้คือชุดพิธีการที่เธอต้องสวมใส่เพื่อก้าวเดินเข้าสู่ลานประหารศักดิ์ศรีของตนเอง


    ขณะที่เกดกำลังจัดปกเสื้อทำงานอยู่นั้น ประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออกเบาๆ พร้อมกับร่างสูงโปร่งของ ภัทร สามีหนุ่มวัยยี่สิบเก้าปีที่เดินก้าวเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มสดใส อบอุ่น และเปี่ยมไปด้วยความรักบริสุทธิ์ 


    ภัทรอยู่ในชุดลำลองสบายๆ กลิ่นสบู่หอมสะอาดจากการอาบน้ำยามเช้าลอยมาเตะจมูก ดวงตาคู่คมหวานของเขามองตรงมาที่เกดด้วยความแสนงอนและเป็นห่วงเป็นใยอย่างที่สุด เขาเดินตรงเข้ามาหาเธอจากทางด้านหลังอย่างนุ่มนวล ก่อนจะยื่นมือหนาอบอุ่นมาเอื้อมจับกระเป๋าเอกสารหนังแท้ของเธอที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาช่วยถือไว้อย่างใส่ใจ


    "ตื่นเช้าจังเลยครับพี่เกด..." น้ำเสียงทุ้มนุ่มของภัทรเอ่ยขึ้นเบาๆ ข้างหู ก่อนที่อ้อมแขนแข็งแรงของสามีหนุ่มจะค่อยๆ สวมกอดรวบเอวบางของเกดมาจากทางด้านหลังอย่างนุ่มนวล ทะนุถนอม และรักใคร่ เขาซบใบหน้าลงกับลาดไหล่มน สูดกลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนร่างของภรรยาด้วยความหลงใหล


    สัมผัสอันอบอุ่นและจริงใจจากสามีหนุ่มทำให้เกดสะดุ้งตัวเล็กน้อย หัวใจของเธอเจ็บปวดรวดร้าวราวกับถูกมีดโกนบาดลึกลงในอก ร่างกายของเธอยืนเกร็งแน่นอยู่ภายในอ้อมกอดของภัทร น้ำตาแห่งความละอายใจรื้นขึ้นมาคลอดวงตาคู่สวยจนแทบจะเอ่อล้นออกมา ทว่าเธอต้องข่มมันไว้สุดกำลัง ปรับสีหน้าให้เรียบเนียนและฝืนยิ้มออกมาอย่างยากลำบาก


    "ภัทร... ตื่นแล้วหรือคะ?" เกดเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมไม่ให้สั่นไหว พร้อมกับเอี้ยวตัวกลับมาหากระพริบตามองสามีหนุ่มผู้ซื่อสัตย์


    ภัทรมองสำรวจใบหน้าของเกดด้วยความสงสัยเล็กน้อย มือหนายกขึ้นมาลูบปรางแก้มเนียนของเธออย่างเบามือ แววตาของเขามีร่องรอยของความกังวลใจเด่นชัด "พี่เกดดูหน้าตาเหนื่อยๆ จังเลยครับ เมื่อคืนก็นอนไม่ค่อยหลับใช่ไหมครับ? มีเรื่องอะไรที่ทำให้พี่เกดต้องเครียดหรือเปล่า บอกภัทรได้นะครับ ถึงภัทรจะไม่ใช่นักธุรกิจใหญ่โต แต่ภัทรก็พร้อมจะรับฟังและอยู่เคียงข้างพี่เกดเสนอนะครับ"


    คำพูดที่เต็มไปด้วยความรัก ความหวังดี และความซื่อสัตย์อย่างจริงใจของภัทร เปรียบเสมือนเข็มพันเล่มที่ทิ่มแทงลงบนหัวใจของเกดอย่างโหดเหี้ยม ยิ่งสามีหนุ่มแสดงความรักและทะนุถนอมเธอมากเท่าไร ตราบาปและความรู้สึกผิดบาป ที่เธอกำลังจะทำลงไปในวันนี้ก็ยิ่งตอกย้ำให้เธอรู้สึกว่าตนเองเป็นหญิงสาวหน้าซื่อใจคดที่บัดสีและเลวทรามยิ่งนัก


    เกดแอบลักลอบนำเรือนร่างที่สามีหนุ่มรักใคร่เชิดชูไปประเคนให้แก่อดีตสามีมหาเศรษฐีย่ำยีเพื่อแลกกับตัวเลขเงินกู้ ความจริงอันน่าอัปยศนี้ตบหน้าเธออย่างรุนแรงจนแทบหมดแรงพยุงกาย


    "เปล่าหรอกจ้ะภัทร..." เกดฝืนโกหกออกไป คำพูดที่กลั่นออกมาจากริมฝีปากสั่นระริกเต็มไปด้วยคราบน้ำตาที่ซ่อนอยู่ภายใน "พี่แค่... เครียดเรื่องงานนิดหน่อยจ้ะ วันนี้พี่มีนัดประชุมด่วนนอกสถานที่กับคณะหุ้นส่วนธุรกิจและนายทุนรายใหม่ เพื่อติดตามการอนุมัติเงินกู้ก้อนที่สองในการกอบกู้บริษัทน่ะจ้ะ"


    เกดเลือกที่จะเสแสร้งแต่งเรื่องโกหกสามีหนุ่มอย่างแนบเนียน เธอจำต้องใช้เรื่องการประชุมเงินกู้เป็นเกราะบดบังความจริงอันโสโครก เพื่อไม่ให้ภัทรต้องสงสัยหรือระแคะระคายถึงการเดินทางไปพบกิตติธัชที่ห้องชุดหรูชั้นบนสุดใจกลางเมือง


    ภัทรฟังคำอธิบายของภรรยาแล้วก็ยิ้มออกมาด้วยความเข้าใจอย่างบริสุทธิ์ใจ เขาลูบหลังมือเรียวของเกดเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นและภาคภูมิใจในตัวเธอ


    "อย่างนี้นี่เอง... ภัทรและเชื่อมั่นในตัวพี่เกดเสมอนะครับ พี่เกดเป็นผู้หญิงที่เก่งและเข้มแข็งที่สุด ภัทรเชื่อว่าการประชุมวันนี้จะผ่านพ้นไปด้วยดี และนายทุนต้องอนุมัติเงินกู้ก้อนที่สองให้พี่เกดแน่นอนครับ" ภัทรพูดพร้อมกับโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ จุมพิตเบาๆ ลงบนหน้าผากเนียนของเกดด้วยความนุ่มนวล จากนั้นจึงย้ายประทับจุมพิตที่เรียวปากอิ่มของเธออย่างแผ่วเบาเพื่อมอบกำลังใจ


    จุมพิตอันอบอุ่นบริสุทธิ์ของภัทรยิ่งทำให้เกดรู้สึกปวดร้าวในอกจนแทบหายใจไม่ออก เธอต้องใช้แรงฮึดทั้งหมดที่มีในการฝืนพยักหน้ารับและยิ้มตอบเขา ทั้งที่ในใจกำลังกรีดร้องด้วยความละอายใจและความทุกข์ระทมอย่างที่สุด



    ยามเที่ยงตรงเศษ รถยนต์ส่วนตัวคันหรูของเกดเคลื่อนตัวออกจากประตูคฤหาสน์ มุ่งหน้าสู่ย่านธุรกิจใจกลางเมืองหลวง ท่ามกลางสภาพการจราจรที่คับคั่งและแดดยามบ่ายที่แผดเผา


    ตลอดการเดินทาง เกดนั่งจับพวงมาลัยรถด้วยมือที่สั่นระริก สายตาทอดมองเส้นทางเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกสิ้นหวังและความอึดอัดที่กดทับ สมองของเธอทบทวนถึงชะตากรรมและทางเลือกอันไร้ทางออกครั้งแล้วครั้งเล่า


    หากเธอปฏิเสธไม่ยอมเดินทางไปตามนัดหมายของกิตติธัชในวันนี้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นทันทีคือ กิตติธัชจะยกเลิกการอนุมัติสัญญากู้ยืมเงินก้อนที่สองจำนวนหลายร้อยล้านบาท บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจของเธอจะต้องถูกฟ้องร้องบังคับคดีและก้าวเข้าสู่ภาวะล้มละลายอย่างสมบูรณ์แบบ ทรัพย์สินและคฤหาสน์หรูจะถูกยึด และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ นิชา และ มีน ลูกสาวแท้ๆ ทั้งสองคนของเธอ รวมถึงภัทร สามีหนุ่มที่เพิ่งเริ่มต้นชีวิตคู่ จะต้องตกระกำลำบาก ไร้ที่พึ่งพิง และตกต่ำลงไปอยู่ในจุดที่ยากลำบากที่สุด


    นิชา ลูกสาวคนโตวัยยี่สิบสี่ปีผู้มีความทะเยอทะยาน และ มีน ลูกสาวคนเล็กวัยยี่สิบเอ็ดปีผู้บริสุทธิ์ไร้เดียงสา ทั้งสองคนคือแก้วตาดวงใจและลมหายใจทั้งหมดของเกด เธอผู้เป็นแม่ยอมให้ชีวิตของลูกๆ ต้องพังทลายลงไม่ได้เด็ดขาด ต่อให้เธอต้องแลกด้วยศักดิ์ศรี เรือนร่าง หรือความสุขทั้งหมดในชีวิตของตนเองก็ตาม


    "ฉันไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว..." เกดพึมพำกับตนเองในความเงียบภายในห้องโดยสารรถยนต์ น้ำตาหนึ่งหยดไหลหยดลงบนหลังมือที่จับพวงมาลัยแน่น "เพื่อลูก... เพื่อครอบครัว... ฉันต้องยอมสยบยอม"


    เวลาใกล้หนึ่งนาฬิกาตรงยามบ่าย รถยนต์ของเกดเลี้ยวเข้าสู่ลานจอดรถชั้นใต้ดินของอาคารสูงหรูหราใจกลางเมือง อาคารแห่งนี้เป็นที่ตั้งของคอนโดมิเนียมและห้องชุดระดับอภิมหาเศรษฐีที่มีระบบรักษาความปลอดภัยสูงสุด เกดก้าวลงจากรถ ปรับเครื่องแต่งกายให้เรียบร้อย ถือกระเป๋าเอกสารแนบข้างลำตัว แล้วเดินตรงเข้าสู่ลิฟต์ส่วนตัวที่ต้องใช้บัตรผ่านอิเล็กทรอนิกส์เฉพาะชั้นเพื่อขึ้นไปยังชั้นสูงสุด


    เสียงเครื่องยนต์ของลิฟต์ไต่ระดับความสูงขึ้นไปอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ หัวใจของเกดเต้นตึกตักด้วยความหวาดหวั่น ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัด ท้องไส้ปั่นป่วนด้วยความตึงเครียดรุนแรง 


    กริ๊ง...


    เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นเมื่อลิฟต์ส่วนตัวเคลื่อนตัวมาถึงชั้นบนสุด ประตูลิฟต์บานคู่สีทองเงาวับค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นอาณาเขตส่วนตัวของห้องชุดหรูชั้นบนสุดที่ครอบครองพื้นที่ทั้งชั้นอย่างยิ่งใหญ่และหรูหรา


    เกดย่างก้าวออกจากลิฟต์อย่างช้าๆ สองขาของเธอสั่นเทาจนแทบไร้เรื้อแรง พื้นห้องโถงกว้างขวางปูด้วยหินอ่อนนำเข้าขัดเงาวับ ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นคลาสสิกที่สะท้อนถึงความรวยระดับอภิมหาเศรษฐีและความมีอำนาจเหนือใคร ทว่า บรรยากาศภายในกลับเงียบสงบ สลัว มืดมน และเต็มไปด้วยความอึดอัดอันน่าสะพรึงกลัว


    กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศราคาแพงแบรนด์หรู ลอยสลับประสานกับกลิ่นควันซิการ์เกรดพรีเมียมอันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของกิตติธัช กลิ่นหอมฉุนกึกนั้นลอยมาเตะจมูกของเกดในทันที ปลูกตื่นความทรงจำอันเลวร้าย ฝันร้ายในอดีต และเงาแห่งความอัปยศที่เธอกลับมาเผชิญหน้าอีกครั้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


    เกดเดินผ่านโถงทางเดินหรูหราเข้าสู่ห้องรับรองขนาดใหญ่ใจกลางห้องชุดชั้นบนสุด โถงห้องรับรองตกแต่งด้วยกระจกบานใหญ่รอบด้านที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ตึกสูงของเมืองหลวงได้อย่างกว้างไกลสุดสายตา ทว่าม่านโปร่งสีเทาเข้มถูกปิดลงครึ่งหนึ่ง ทำให้แสงแดดยามบ่ายส่องเข้ามาได้เพียงสลัวๆ เท่านั้น


    ณ บริเวณศูนย์กลางของห้องรับรอง กิตติธัช อดีตสามีมหาเศรษฐีวัยห้าสิบกว่าปี นั่งเอนกายพิงพนักเก้าอี้นวมหนังแท้สีดำตัวใหญ่อย่างผ่อนคลายและทรงอำนาจ ในมือหนาหยาบกร้านของเขากำลังถือแก้ววิสกี้ชั้นเลิศที่มีก้อนน้ำแข็งทรงกลมหมุนเกลือกกลิ้งอยู่ภายใน เขาสวมชุดสูทสากลสีเทาเข้มตัดเย็บอย่างประณีตโดยช่างฝีมือระดับโลก เสื้อทำงานด้านในปลดกระดุมคอเม็ดบนออกเผยให้เห็นแผงอกวัยกลางคนที่ยังคงดูบึกบึนและทรงอิทธิพล


    ทันทีที่เสียงส้นสูงของเกดกระทบพื้นหินอ่อน กิตติธัชก็หมุนแก้ววิสกี้ในมือช้าๆ ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาเกด รอยยิ้มเย้ยหยัน เย่อหยิ่ง และทรงอำนาจปรากฏขึ้นบนใบหน้าทรงสี่เหลี่ยมที่มีร่องรอยของวัยและมีประสบการณ์ทางในทางการเมืองและธุรกิจ


    ดวงตาคมกริบของกิตติธัชฉายแววแห่งความกระสันตัณหาอย่างถือดี เขาจ้องมองและใช้สายตาโลมเลียสำรวจเรือนร่างทรงเสน่ห์ของเกดตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างเปิดเผย สายตาของเขากวาดผ่านใบหน้ารูปไข่ ลำคอระหง ทรวดทรงอกอิ่มภายใต้เสื้อทำงานผ้าไหมสีครีมอ่อน เอวคอดกิ่ว และสะโพกผายทรงเสน่ห์ภายใต้กระโปรงทรงสอบอย่างถือสิทธิ์ในความเป็นเจ้าของ


    "ตรงเวลาดีนี่... เกศรา" กิตติธัชเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ทรงอำนาจ และเต็มไปด้วยความถือดี เขาหมุนแก้ววิสกี้ไปมาจิบเครื่องดื่มรสดีลงคอช้าๆ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงถากถางเผ็ดร้อน


    "ฉันนึกว่าเธอจะมัวแต่ตระกองกอดอยู่กับไอ้เด็กเมื่อวานซืนนั่นจนลืมเวลาซะอีก"


    คำพูดถากถางของอดีตสามีเปรียบเสมือนตบหน้าเกดอย่างแรง หญิงสาวกำหมัดแน่นข้างลำตัว เล็บยาวจิกลงบนฝ่ามือเพื่อข่มความโกรธและความละอายใจที่พุ่งขึ้นมาจุกอก เธอจ้องมองกิตติธัชด้วยสายตาเรียบตึง พยายามรักษาท่าทีเข้มแข็งภายนอกไว้สุดกำลัง


    "ฉันมาที่นี่ตามนัดหมายเรื่องเอกสารเงินกู้ก้อนที่สองค่ะ คุณกิตติธัช" เกดตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงความตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด "กรุณาอย่าดึงเรื่องส่วนตัวของฉันหรือภัทรเข้ามาเกี่ยวข้อง"


    กิตติธัชหัวเราะออกมาในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะของเขาก้องกังวานและเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เขาว่างแก้ววิสกี้ลงบนโต๊ะกระจกหรูเบื้องหน้าอย่างแผ่วเบา ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินก้าวเข้ามาหาเกดอย่างช้าๆ ด้วยท่วงท่าของราชสีห์ที่กำลังต้อนเหยื่อ


    "ทำไมจะเกี่ยวไม่ได้ล่ะ?" กิตติธัชหยุดยืนตรงหน้าเกด ห่างเพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นน้ำหอมและกลิ่นซิการ์จากตัวเขาโชยปะทะใบหน้าของเธอจนต้องเบือนหน้าหนีเล็กน้อย "ไอ้เด็กเมื่อวานซืนวัยยี่สิบเก้านั่นมันทำอะไรได้บ้าง? มันทำได้แค่นั่งส่งรอยยิ้มโง่ๆ กอดเธอไว้ในห้องนอน และประเคนคำหวานไร้สาระให้เธอฟังเท่านั้น แต่ในยามที่ธุรกิจของเธอกำลังจะจมน้ำ ล้มละลาย หนี้สินรุมเร้าจนแทบไม่มีที่ซุกหัวนอน... มีหน้าไหนช่วยเธอได้บ้างนอกจากฉัน?"


    กิตติธัชโน้มตัวเข้ามาใกล้ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเข้มงวดและเต็มไปด้วยข่มขู่ทรงอำนาจ "เงินกู้ก้อนแรกที่ฉันจัดสรรผ่านบริษัทตัวแทนต่างประเทศ ช่วยพยุงลมหายใจให้เธอมาได้จนถึงทุกวันนี้ และวันนี้ เงินกู้ก้อนที่สองหลายร้อยล้านบาทก็รออยู่ตรงหน้าเธอแล้ว... เธอคิดจริงๆ หรือว่าไอ้หน้าไหนในโลกนี้จะยอมประเคนเงินมหาศาลขนาดนี้ให้เธอ ถ้าไม่ใช่เพราะฉัน?"


    คำพูดอันโหดร้ายทว่าตรงกับความจริงแท้จริงทำให้เกดก้มหน้าลงอย่างจำนน เธอไม่อาจโต้แย้งคำใดได้เลย เพราะความจริงก็คือ ภัทรไม่มีศักยภาพทางการเงินมากพอที่จะช่วยกอบกู้บริษัทของเธอได้ มีเพียงกิตติธัช มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลคนนี้เท่านั้นที่เป็นสายป่านรอดชีวิตเดียวของเธอและครอบครัว


    กิตติธัชยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นความสยบยอมในสายตาของเกด เขายื่นมือไปหยิบแฟ้มเอกสารหนังสีดำเล่มหนาที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกออกมาเปิดออก แล้วโยนลงบนโต๊ะเบื้องหน้าเธอ


    "สัญญากู้ยืมเงินก้อนที่สอง อนุมัติวงเงินหลายร้อยล้านบาท เงื่อนไขและดอกเบี้ยผ่อนปรนพิเศษตามที่เธอต้องการทุกประการ" กิตติธัชพูดพร้อมกับส่งปากกาสีทองหรูหราให้เธอ "ตรวจสอบดูให้ดี แล้วเซ็นชื่ออนุมัติซะ เกศรา"


    เกดเดินก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะกระจกอย่างช้าๆ มืออันสั่นระริกเอื้อมไปรับปากกาสีทองจากมือของกิตติธัช เธอก้มลงมองรายละเอียดในเอกสารสัญญา ตัวเลขเงินกู้วงเงินหลายร้อยล้านบาทปรากฏเด่นชัด เอกสารฉบับนี้คือสายป่านที่จะช่วยชุบชีวิตบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของเธอ ช่วยปกป้องคฤหาสน์ ปกป้องนิชาและมีนให้มีความสุขสบายต่อไป


    ทว่าในเวลาเดียวกัน ลายเซ็นที่เธอเกือบจะร้อยเรียงลงไปนั้น ก็คือพันธะสัญญาบาปที่ผูกมัดเรือนร่าง ศักดิ์ศรี และจิตวิญญาณของเธอไว้ใต้แท้าและคำสั่งของกิตติธัชอย่างสิ้นเชิง


    เกดสูดลมหายใจลึก ข่มก้อนสะอื้นในลำคอ จรดปลายปากกาสีทองลงบนช่องเซ็นชื่อของสัญญา ลายมือของเธอสั่นระริกเล็กน้อย แต่ก็จรดเซ็นชื่อ 'เกศรา' ลงไปจนครบถ้วนทุกหน้าด้วยความขมขื่นใจอย่างที่สุด


    กรึ้บ...


    เสียงวางปากกาลงบนโต๊ะกระจกดังขึ้นเบาๆ เป็นสัญญาณว่ากระบวนการลงนามในสัญญาทางการเงินสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์แบบ


    เกดถอนหายใจยาว เงยหน้าขึ้นสบตากิตติธัช พยายามบังคับน้ำเสียงให้อยู่ในระดับปกติ "ฉันเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้วค่ะ สัญญากู้ยืมเงินก้อนที่สองมีผลสมบูรณ์แล้ว..."


    กิตติธัชยื่นมือไปดึงแฟ้มเอกสารสัญญาเก็บเข้ามา ตรวจเช็คลายเซ็นของเกดด้วยสายตาที่เปล่งประกายแห่งชัยชนะ เขายิ้มออกมาอย่างผู้กุมอำนาจและชัยชนะเหนือนางเอกสาววัยแม่ม่ายผู้นี้อย่างเด็ดขาด ก่อนจะปิดแฟ้มลงแล้ววางไว้ข้างตัว


    "ดีมาก..." กิตติธัชเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ทว่ากระแสเสียงเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเข้มงวดและเต็มไปด้วยความตัณหาที่ปิดไม่มิด "งานเอกสารทางการเงินจบลงแล้ว... แต่นั่นเป็นแค่ครึ่งแรกของข้อตกลงลับระหว่างเราเท่านั้น"


    กิตติธัชลุกขึ้นเดินก้าวเข้ามาประชิดตัวเกด สายตาของเขาจ้องมองตรึงดวงตาคู่สวยของเธอไว้อย่างไม่ลดละ "ตอนนี้... ถึงเวลาทวงถาม 'ค่าตอบแทนตามสัญญา' จากเธอแล้ว เกศรา"


    หัวใจของเกดกระตุกวูบอย่างรุนแรง เลือดในกายเย็นเฉียบ เธอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติด้วยความหวาดกลัว ทว่ากิตติธัชกลับก้าวตามเข้ามาติดๆ สกัดกั้นทางถอยของเธอไว้


    "คุณต้องการอะไรอีกคะ? ฉันยอมทำตามเงื่อนไข..." เกดเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นระริก


    "ฉันต้องการความสยบยอมอย่างแท้จริงจากเธอ" กิตติธัชขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจและเด็ดขาด "ฉันไม่ได้ต้องการแค่เรือนร่างที่นอนนิ่งเป็นท่อนไม้ แต่ฉันต้องการให้เธอแสดงความจำยอมและปรนนิบัติฉันด้วยตัวของเธอเอง"


    กิตติธัชชี้นิ้วลงมาที่ชุดทำงานเรียบหรูของเกด สายตาฉายแววกระหายตัณหาอย่างเปิดเผย "ปลดกระดุมเสื้อทำงานของเธอออกซะ... ทีละเม็ด ด้วยมือของเธอเอง"


    คำสั่งอันเผ็ดร้อนและเต็มไปด้วยการเหยียดหยามศักดิ์ศรีทำให้เกดเบิ่งตากว้างด้วยความตกตะลึง น้ำตาที่เพียรข่มไว้ร่วงหล่นลงมาอาบแก้มเนียนอย่างไม่อาจห้ามได้ กิตติธัชกำลังใช้อำนาจเงินกู้หลายร้อยล้านบาทบีบบังคับให้เธอต้องเป็นฝ่ายเปลื้องผ้าและประเคนเรือนร่างให้เขาด้วยตนเอง เพื่อเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอให้จมดิน


    "กิตติธัช... ได้โปรด..." เกดวิงวอนด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและขมขื่น


    "ปลดกระดุมซะ! เกศรา!" กิตติธัชออกคำสั่งเสียงเข้ม ตวาดขู่ด้วยสายตาดุดัน "อย่าให้ฉันต้องยกเลิกสัญญากู้ยืมเงินก้อนนี้ แล้วปล่อยให้บริษัทของเธอรวมถึงลูกสาวของเธอต้องพังทลายลงในวันพรุ่งนี้!"


    คำขู่เรื่องบริษัทและลูกสาวเปรียบเสมือนสายฟ้าที่ผ่าลงกลางใจของเกด หญิงสาวหลับตาลงแน่น ร่างกายสั่นสะท้านไปทั้งร่างด้วยความเจ็บปวดและละอายใจอย่างแสนสาหัส ในที่สุด เธอก็ต้องยอมจำนนต่ออิทธิพลและเงินตราอย่างสิ้นเชิง


    สองมือเรียวอันสั่นระริกของเกดค่อยๆ ยกขึ้นมาที่บริเวณลำคอระหง ปลายนิ้วสัมผัสลงบนกระดุมเสื้อทำงานผ้าไหมเม็ดบนสุด น้ำตาหลั่งไหลอาบแก้มขณะที่เธอค่อยๆ บิดปลดกระดุมเม็ดแรกออก...


    กร๊อบ...


    กระดุมเม็ดแรกหลุดออกจากรัง คอเสื้อผ้าไหมแหวกออกเผยให้เห็นผิวเนื้อขาวผ่องบริเวณลำคอและโคนหงอนอก


    กิตติธัชจ้องมองภาพนั้นด้วยสายตากระหายและพึงพอใจอย่างที่สุด เขายืนกอดอกมองดูนางเอกแม่ม่ายทรงเสน่ห์ที่เคยเย่อหยิ่งกำลังจำใจปลดกระดุมเสื้อทำงานของตนเองทีละเม็ดตามคำสั่งของเขา


    เกดกลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก เลื่อนนิ้วอันสั่นเทาลงมาปลดกระดุมเม็ดที่สอง และเม็ดที่สาม... 


    สาบเสื้อทำงานผ้าไหมสีครีมอ่อนค่อยๆ แหวกขยายกว้างออกทีละนิด เผยให้เห็นเนินอกขาวผ่องนวลเนียน เต่งตึงกระชับ อวบอิ่มสมบูรณ์แบบตามวัยแม่ม่ายที่ได้รับการดูแลอย่างดีเยี่ยม ซึ่งบัดนี้ซ่อนตัวอยู่ภายใต้เสื้อชั้นในลูกไม้สีดำตัวสวย ร่องอกลึกเนียนนวลยามที่เธอหายใจหอบสะท้านขึ้นลงสะท้อนแสงไฟสลัวภายในห้องรับรองอย่างงดงามชวนฝัน


    กิตติธัชสูดลมหายใจเข้าลึก แววตาเต็มไปด้วยความคลั่งไคล้และตัณหาเร่าร้อน เขาไม่อาจสะกดกั้นความต้องการไว้ได้อีกต่อไป 


    กิตติธัชเดินก้าวเข้ามาประชิดตัวเกดในทันที มือหนาหยาบกร้านเอื้อมออกไปฉวยเอาโทรศัพท์เคลื่อนที่ส่วนตัวที่เกดถือค้างไว้ในมืออีกข้างขึ้นมาอย่างรวดเร็ว กิตติธัชใช้นิ้วเลื่อนหน้าจอและกดปุ่มปิดเครื่องในทันทีเพื่อตัดขาดการติดต่อ สัญญาณโทรศัพท์และข้อความทั้งหมดจากภัทรและโลกภายนอกถูกปิดกั้นลงอย่างสมบูรณ์ ก่อนที่เขาจะโยนโทรศัพท์เคลื่อนที่เครื่องนั้นทิ้งไว้บนโต๊ะกระจกด้านนอกอย่างไม่แยแส


    "ต่อจากนี้... ไม่มีใครช่วยเธอได้อีกแล้ว เกศรา" กิตติธัชกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าชิดใบหูของเธอ


    ก่อนที่เกดจะทันได้เอ่ยคำใด อ้อมแขนแข็งแรงบึกบึนของกิตติธัชก็โอบรวบกระชับเอวบางของเกดเข้าหาตัวอย่างรุนแรงและทรงอำนาจ เขาบดเบียดเรือนร่างบึกบึนของเขาเข้าหาเรือนร่างนุ่มนิ่มที่เสื้อทำงานกำลังหลุดลุ่ยของเธอ จากนั้นจึงเริ่มออกแรงต้อนและบังคับพาเกดเดินก้าวตรงเข้าสู่ห้องนอนหรูส่วนตัวที่ตั้งอยู่ด้านในสุดของห้องชุดชั้นบนสุด


    กิตติธัชใช้มืออีกข้างยื่นไปรูดผ้าม่านกรองแสงเนื้อหนาหนักสีเข้มภายในห้องนอนลงมาจนมิดชิด แสงแดดยามบ่ายจากภายนอกถูกบดบังลงไปจนหมดสิ้น ทิ้งไว้เพียงบรรยากาศสลัว มืดมน และเร่าร้อนชวนให้อึดอัดอยู่ภายในห้องนอนกว้างขวาง


    เกดยืนตัวสั่นระริกอยู่ข้างเตียงนอนขนาดใหญ่บุนวมอย่างดี ริมฝีปากอิ่มสั่นเทา น้ำตาแห่งความละอายใจและความจำยอมหลั่งไหลไม่ขาดสาย เธอตระหนักดีว่าบัดนี้ เธอได้ก้าวเข้าสู่เขตแดนพันธะสัญญาบาปอย่างสมบูรณ์แบบ และต้องจำใจยินยอมสยบยอมทอดกายให้อดีตสามีมหาเศรษฐีตักตวงความสุขสมและเรือนร่างของเธอตามใจชอบ เพื่อแลกกับเงินกู้ก้อนโตหลายร้อยล้านบาทที่จะนำไปปกป้องบริษัทและครอบครัว... 


    คล้ายกับเรื่องลูกสาวแม่หม้ายที่รัก ที่คุณอ่าน

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    นิยาย อีโรติก
    2.40M 1665
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592