ความหนาวเย็นยังคงกัดกินกระดูก
หลินเซวียนยืนอยู่ท่ามกลางความมืดอันไร้ขอบเขต ดวงตาจับจ้องไปยังตะเกียงขนาดมหึมาที่ลอยอยู่เบื้องหน้า เปลวไฟสีทองดำภายในโคมสั่นไหวช้า ๆ ราวกับมีชีวิต
เสียงิญญานับไม่ถ้วนกระซิบอยู่รอบตัว
ฟังไม่ชัดแต่เต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน“เ้ากลัวหรือไม่”
เสียงของชายชุดนักพรตดังขึ้นอีกครั้ง
หลินเซวียนหันมอง
แม้มองเห็นเพียงเงาร่างเลือนราง แต่แรงกดดันจากอีกฝ่ายกลับมหาศาลราวกับูเาทั้งลูกกดทับอยู่บนิญญา
“ที่นี่คือที่ใด” หลินเซวียนถาม
“ภายในตะเกียงิญญาเก้าชั้น”
“แล้วเ้าเป็ใคร”
ชายชุดนักพรตเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเรียบ ๆ
“คนตาย”
สิ้นคำ เสียงโซ่จำนวนมากก็ดังขึ้นรอบด้าน
เคร้ง… เคร้ง…
โซ่ิญญาสีดำสนิทค่อย ๆ ปรากฏขึ้นจากความมืด พันรอบตะเกียงขนาดั์เอาไว้แน่น ราวกับกำลังผนึกบางสิ่งที่ไม่ควรถูกปล่อยออกมา
หลินเซวียนมองภาพนั้นด้วยหัวใจหนักอึ้ง
เขาสัมผัสได้ชัดเจนว่า…ตะเกียงนี้อันตรายกว่าที่คิดไว้มาก“ฟังให้ดี เด็กน้อย” ชายผู้นั้นกล่าว “ตะเกียงิญญามิใช่สมบัติแห่งโชควาสนา”
“มันคือของต้องห้าม”
“ผู้ใช้มันจำนวนมาก… ลงเอยไม่ต่างจากปีศาจ”
หลินเซวียนขมวดคิ้ว “แล้วเหตุใดมันถึงเลือกข้า”
ชายคนนั้นหัวเราะเบา ๆ
“เพราะเ้าเห็น”
“เห็นอะไร”
อีกฝ่ายชี้นิ้วมายังดวงตาของเขา
“เห็นกรรม”
ทันใดนั้น เปลวไฟในตะเกียงก็ลุกโชนขึ้น!
เปลวเพลิงสีทองดำพุ่งทะยานขึ้นสู่ฟ้า ความมืดรอบด้านเริ่มบิดเบี้ยว และภาพนับไม่ถ้วนก็ไหลทะลักเข้าสู่หัวของหลินเซวียน
เขาเห็น:
แล้วเขาก็เห็น…
เฒ่าชิงเต้า
ชายชรานั่งอยู่เพียงลำพังใต้ต้นสนแก่ทั่วร่างเต็มไปด้วยเื
ด้านหลังเขา มีเงาดำมหึมายืนอยู่
“อาจารย์!”
หลินเซวียนพุ่งตัวไปโดยไม่รู้ตัว
ทว่าภาพทั้งหมดพลันแตกสลาย
ชายชุดนักพรตเอ่ยเสียงเย็น
“นั่นคือกรรม”
“สิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว”“สิ่งที่กำลังเกิด”“และสิ่งที่กำลังจะเกิด”“ตะเกียงนี้สามารถมองเห็นเส้นด้ายของชะตา”
หลินเซวียนกำหมัดแน่น หัวใจเต้นรัวอย่างควบคุมไม่อยู่
“ข้าต้องกลับไป”
“กลับไป?” ชายคนนั้นมองเขา “เมื่อเ้ารับตะเกียงแล้ว ชะตาของเ้าก็เปลี่ยนไปตลอดกาล”
“โลกที่เ้าเคยรู้จัก จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีก”
สิ้นเสียง ชายชุดนักพรตก็สะบัดแขน
เปลวไฟสายหนึ่งพุ่งเข้าหาดวงตาของหลินเซวียนทันที!
“อึก!”
ความร้อนมหาศาละเิขึ้นในหัว
หลินเซวียนทรุดลงกับพื้น รู้สึกเหมือนลูกตาทั้งสองกำลังถูกเผาไหม้ เสียงกรีดร้องของิญญาดังสะท้อนอยู่ในสมองไม่หยุด
“จำเอาไว้”
เสียงนั้นดังไกลออกไปเรื่อย ๆ
“ดวงตาแห่งกรรม… ไม่ได้มีไว้เพื่อมองโลก”
“แต่มันมีไว้เพื่อมอง ‘ความจริง’ ”
—
หลินเซวียนสะดุ้งตื่น
“แค่ก!”
เขาหอบหายใจแรง ร่างทั้งร่างชุ่มไปด้วยเหงื่อ
ฟ้ายังมืด
ลานวัดเต็มไปด้วยหมอกสีเทาเย็นเยียบ
โคมสีดำยังคงวางอยู่ตรงหน้าเขา เปลวไฟสีทองดำภายในลุกไหม้แ่เบา ราวกับทุกสิ่งเมื่อครู่เป็เพียงความฝัน
แต่ความเ็ปในดวงตายังคงอยู่
“เซวียนเอ๋อร์!”
เสียงเฒ่าชิงเต้าดังขึ้นจากไม่ไกล
หลินเซวียนรีบหันไป
ชายชราทรุดนั่งอยู่ข้างกำแพงหิน เืยังคงไหลออกจากมุมปาก สีหน้าซีดเซียวผิดปกติ
หลินเซวียนรีบประคองอีกฝ่ายทันที “อาจารย์! เกิดอะไรขึ้น!”
เฒ่าชิงเต้ามองโคมในมือเขา ก่อนถอนหายใจยาว
“สุดท้าย… มันก็เลือกเ้า”
“มันคืออะไรกันแน่”
ชายชราเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนพูดเสียงต่ำ
“สมบัติอัปมงคลจากยุค์แรก”
“ตะเกียงที่ใช้ผนึกิญญาของเทพและมาร”
หลินเซวียนใจสั่น
เฒ่าชิงเต้ากล่าวต่อ
“เมื่อหมื่นปีก่อน มีคนพยายามใช้มันเพื่อเปิดประตูสู่แดนคนตาย”
“สุดท้ายโลกเกือบพังทลาย”
หลินเซวียนก้มมองโคมในมืออีกครั้ง
ทันใดนั้นเอง
ดวงตาของเขาพลันปวดแปลบขึ้นมา!
โลกทั้งใบเปลี่ยนไปทันที
เขามองเห็น…
หมอกสีดำลอยออกมาจากร่างเฒ่าชิงเต้า
ไม่ใช่ควัน
แต่เป็เส้นบาง ๆ คล้ายโซ่ิญญาที่พันรอบหัวใจของชายชราเอาไว้
และเหนือศีรษะเฒ่าชิงเต้า
มี “เงา” สีดำขนาดใหญ่กำลังเกาะอยู่
มันไม่มีใบหน้า
แต่กำลังยิ้ม
หลินเซวียนหน้าซีดทันที
“อาจารย์… ด้านหลังท่าน…”
เฒ่าชิงเต้าชะงัก
“เ้ามองเห็นแล้วหรือ”
“นั่นตัวอะไร”
ชายชราหลับตาช้า ๆ
“กรรมตาย”
“มันเกาะคนที่ใกล้ตาย”
หัวใจหลินเซวียนกระตุกวูบ
“หมายความว่า…”
เฒ่าชิงเต้ายิ้มบาง ๆ แม้ใบหน้าจะซีดขาว
“อาจารย์ของเ้า… คงอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว”
“ไม่จริง!”
หลินเซวียนกำหมัดแน่น
แต่ก่อนเขาจะพูดอะไรต่อ เสียงกรีดร้องหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านล่างูเา
อ๊ากกกก!!
ทั้งสองหันไปพร้อมกัน
ในหมู่บ้านตีนเขา มีแสงไฟลุกวาบขึ้นกลางความมืด
จากนั้นเสียงระฆังเตือนภัยก็ดังขึ้นต่อเนื่อง
เฒ่าชิงเต้าหน้าเปลี่ยนสีทันที
“มันเริ่มแล้ว…”
“อะไรเริ่ม”
ชายชรามองไปยังหมอกดำที่ค่อย ๆ ปกคลุมูเา
น้ำเสียงของเขาหนักอึ้งกว่าครั้งไหน
“ิญญาใต้ผนึก… หลุดออกไปแล้ว”
ลมหนาวพัดผ่านลานวัดอีกครั้ง
และในหมอกยามราตรี
เงาคนจำนวนมากกำลังเดินขึ้นูเาช้า ๆ
แต่ไม่มีใครในนั้น… ยังมีชีวิตอยู่เลยแม้แต่คนเดียว