เวลา 6 ปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ฉินเหม่ยหลาน ตอนนี้อายุ 17 ปี ความงามของนางเจิดจรัสราวกับดอกไม้ที่เบ่งบานเต็มที่ ตลอดเวลาที่ผ่านมา นางได้รับการอบรมสั่งสอนอย่างดีจากอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญที่แม่ทัพเผิงเฉียนหลง จัดหามาให้เสมอ เพื่อเตรียมให้นางเป็กุลสตรีที่เพียบพร้อมในทุกด้าน นางไม่เพียงแต่มีความสามารถในด้านศิลปะและการร่ายรำเท่านั้น แต่ยังมีความเฉลียวฉลาดและไหวพริบที่น่าทึ่ง
ในเช้าวันหนึ่ง ท่ามกลางแสงแดดอ่อน ๆ สองตาหลานนั่งจิบชาร้อน ๆ และพูดคุยกันตามประสาอย่างมีความสุข
"ฉินเหม่ยหลาน," ท่านตาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอบอุ่น "ตาคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่เ้าจะกลับไปที่ตระกูลของเ้า แต่ละคนต่างก็มีโชคชะตาของตัวเอง และเ้าก็ควรจะเริ่มเดินทางตามเส้นทางของเ้าเสียที"
ฉินเหม่ยหลาน หันไปยิ้มให้ท่านตา ั์ตาของนางเต็มไปด้วยความรักและเคารพ "คิกคิก หากข้าไม่อยู่ ท่านตาคงแอบร้องไห้คิดถึงข้าแน่" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ
แม่ทัพเผิงเฉียนหลง หัวเราะเบา ๆ "ฮ่าฮ่า ตาคิดว่าตาได้ใช้่ชีวิตที่สงบสุขมาเกินพอแล้ว 6 ปีมานี้ ตารู้สึกมีความสุขมากจริง ๆ ที่ได้เห็นเ้าเติบโตและเบ่งบานเป็หญิงสาวที่งดงามและเก่งกาจเช่นนี้"
น้ำเสียงของท่านตานั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความภาคภูมิใจ ขณะที่เขามองหลานสาวของตนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก ใจหนึ่งเขารู้สึกเสียดายที่ต้องปล่อยนางไป แต่อีกใจหนึ่งเขารู้ว่านางพร้อมแล้วที่จะออกไปเผชิญโลกกว้างตามเส้นทางที่เป็ของนางเอง
ฉินเหม่ยหลาน ท่ามกลางการสนทนาของตนและท่านตาอย่างมีความสุข ไม่ทันได้สังเกตการณ์ของผู้มาเยือน เมื่อแม่ทัพเผิงเฉียนหลงเอ่ยเสียงเรียกที่มีน้ำเสียงเ็า
"ฉินเจิ้งหรง เลิกทำตัวเป็สุนัขเฝ้ากำแพงได้แล้ว เข้ามาได้"
คำพูดของชายชรานั้นแฝงไปด้วยความอำนาจและความไม่พอใจ ในขณะที่แม่ทัพฉินเจิ้งหรง ผู้เป็บุตรเขยของท่านตา รีบก้าวเข้ามาด้วยความรวดเร็วและนั่งขุกเข่าด้วยความเคารพอย่างเคร่งครัด กิริยาของเขาเหมือนผ้าพับไว้ ช่างเรียบร้อยและเป็ระเบียบ
"พ่อ!" ฉินเหม่ยหลาน กล่าวด้วยความใ เธอไม่รู้มาก่อนเลยว่าท่านพ่อของนางมาถึงเมื่อไร นางหันไปมองพ่อของนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย
แม่ทัพฉินเจิ้งหรง ยิ้มรับลูกสาวอย่างดีใจ และความอ่อนโยนที่แสดงออกมานั้นเป็สิ่งที่ฉินเหม่ยหลานไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิตของเธอ
"เหม่ยหลาน... เ้าสบายดีหรือ?" น้ำเสียงของเขานุ่มนวลและอ่อนโยน เป็การเปลี่ยนแปลงที่นางรู้สึกได้ทันที
ท่านตาของนางมองการพบกันระหว่างพ่อและลูกสาวด้วยสายตาที่มีความรู้สึกผสมปนเประหว่างความเ็าและความรู้สึกที่ซับซ้อน ในขณะที่แม่ทัพฉินเจิ้งหรง ดูเหมือนจะพยายามอย่างยิ่งที่จะสร้างความประทับใจและแสดงให้เห็นถึงความอ่อนน้อมของเขา
ดูเหมือนว่าบทของนิยายจะถูกเบนเข็มไปเส้นทางใหม่แล้วหลังจากที่นางตัดสินใจย้ายมาอยู่กับท่านตา เพราะกิริยาท่าทางของผู้เป็พ่อเช่นนี้นางไม่เคยเห็นมาก่อน พื้นฐานนิสัยแล้วเป็คนที่มีจิตใจสุดแสนจะเ็าต่อลูกสาวต่อให้โดนเื่ร้ายชายผู้นี้ก็แทบที่จะไม่สนใจหรือไม่เคลื่อนไหวแววตาของท่านพ่อของนางในยามนี้นั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ดูเหมือนว่าตัวของนางกำลังจะเริ่มขีดเขียนเื่ราวของนางเองขึ้นมาแล้ว
“ท่านพ่อ ท่านมาที่นี่ได้อย่างไร?” เธอถามด้วยน้ำเสียงที่แสดงด้วยความสงสัย
แม่ทัพเผิงเฉียนหลง หัวเราะเยาะเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงดังและเข้มงวด “พ่อของเ้าแอบทำตัวเป็ผีเฝ้ากำแพงมานานแล้ว ั้แ่ 6 ปีก่อน” ชายชราดึงมุมปากให้ยิ้มเยาะ ก่อนจะพูดต่อไป “ข้ากลัวเขาจะมาแผ่กระจายเชื้ออัปมงคลที่นี่เลยไม่อนุญาตให้เข้ามา” เขาไม่เปิดโอกาสให้แม่ทัพฉินเจิ้งหรงได้พูดแม้แต่คำเดียว “ชิ ช่างทำตัวไร้ยางอายจริงๆ”
ฉินเหม่ยหลานมองเห็นพ่อของเธอที่ยืนอยู่ตรงหน้า น้ำตาของผู้เป็พ่อไหลออกมา
“พ่อขอโทษ” เสียงของแม่ทัพฉินเจิ้งหรงสั่นเครือไปด้วยอารมณ์ “ข้าขอโทษจริงๆ” น้ำตาของเขาหยดลงที่พื้น
“เฮ้ย...เ้า!” เสียงของแม่ทัพเผิงเฉียนหลงดังขึ้นด้วยความโมโห “อย่ามาบีบน้ำตาตรงนี้!” เขาพูดอย่างมีอารมณ์ “เดี๋ยวเชื้ออัปมงคลจะเข้าบ้านข้า”
“ไหนๆ พ่อของเ้าก็มาที่นี่แล้ว งั้นเ้าก็เดินทางกลับกับพ่อเ้าพรุ่งนี้เช้าก็แล้วกัน” ในยามทื่ท่านตาพูดคุยกับนางนั้นเป็น้ำเสียงที่แสดงถึงความรักความอบอุ่นเป็อย่างมากช่างแตกต่างกับผู้เป็พ่อของนางราวฟ้ากับเหว
“ส่วนเ้าคืนนี้ไปนอนที่ห้องคนใช้” ท่านตาของฉินเหม่ยหลานกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย “ข้าจะจัดเตรียมที่นอนให้เ้าที่นั่น”
แม่ทัพฉินเจิ้งหรงมองไปที่ท่านพ่อตาของเขาด้วยความเคารพและไม่กล้าแสดงความไม่พอใจ
“ขอรับ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความยินดี แม้ในใจจะรู้สึกหนักหน่วง จะมีสักกี่คนกันที่กล้าสั่งแม่ทัพใหญ่เช่นเขาให้ไปนอนห้องคนใช้เช่นนี้เห็นทีคงจะมีแต่ตาแก่หัวดื้อคนนี้เท่านั้น
เช้าวันใหม่อันสดใสและเต็มไปด้วยความคาดหวัง ฉินเหม่ยหลานตื่นขึ้นมาั้แ่เช้าตรู่ เพื่อเตรียมอาหารเช้าที่เต็มไปด้วยความรักและความเอาใจใส่ เธอได้จัดเตรียมข้าวหลากหลายเมนูที่ท่านตาของเธอโปรดปรานอย่างดี พร้อมกับกลิ่นหอมของอาหารที่เต็มไปทั่วห้องครัว
เมื่ออาหารพร้อมเสิร์ฟแล้ว ฉินเหม่ยหลานนำจานอาหารไปที่โต๊ะรับประทานอาหารที่จัดเตรียมไว้เรียบร้อย ท่านตาของนางนั่งอยู่ที่โต๊ะด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นและความสุขที่เห็นได้ชัดในดวงตาของเขา
“อืม… อาหารของเ้าช่างอร่อยจริงๆ” ท่านตาของฉินเหม่ยหลานเอ่ยปากชมอย่างไม่ขาดสาย “เ้าทำอาหารได้อย่างดีเยี่ยม นี่เป็ฝีมือที่น่าพอใจมาก”
แม่ทัพฉินเจิ้งหรงที่นั่งอยู่ตรงข้ามก็รู้สึกทึ่งกับความสามารถของฉินเหม่ยหลาน เขามองดูอาหารที่เต็มไปด้วยความประทับใจ และไม่สามารถหยุดตัวเองจากการลิ้มลองอีกชามแล้วชามเล่า รสชาติของอาหารนั้นไม่เพียงแต่ดีเยี่ยม แต่ยังมีความหมายที่ลึกซึ้งเนื่องจากความรักและความพยายามของบุตรสาว
หลังจากที่ทานข้าวร่วมกันเสร็จฉินเหม่ยหลานก็เอยลาท่านตาของนางด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความเศร้าใจไม่น้อยเพราะตลอดหลายปีมานี้ท่านตาของนางทั้งรักและเอาใจใส่นางมากจริงๆ
“ฉินเหม่ยหลาน ถ้าหากเ้าว่างอย่างลืมมาเยี่ยมชายแก่คนนี้บ้างนะ” ชายชรากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะอ่อนโยน
รถม้าค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปจากจวนของแม่ทัพ เผิงเฉียนหลง ผู้เป็ตาของนางอย่างช้าๆ นางมองหนทางไปที่เบื้องหน้าด้วยความตื่นเต้นนางอยากจะรู้เสียเหลือเกินจะมีเื่ราวเช่นใดที่กำลังรอนางอยู่หลังจากที่ไม่ได้อยู่ที่บ้านมานานหลายปี