แล้วทั้งสองก็เผชิญหน้ากัน บนเวทีโลหิต ท่ามกลางผู้คนในสำนัก มาร่วมชมดูกันมากมาย ในมุมอาคารสูง มีเชียนเชียน และ เสี่ยวฉี ยืนอยู่ด้านข้าง มีศิษย์สตรีอีกหลายคน มีหญิงวัยกลางคน มองดูคนทั้งคู่บนเวที ด้วยความสนใจ
“ นี่หรือ อดีตคู่หมั้นของเ้า ถึงแม้นว่ามันจะดูอวบอ้วนน่าเกลียด แต่ดูลักษณะ ท่าทางองอาจ กล้าหาญ ไม่เกรงกลัวผู้ใด สมแล้วที่เป็ทายาทตระกูลหยาง ไม่เห็นเป็ดั่งคำร่ำลือ ที่ว่าอ่อนแอ ไม่กล้าสู้คน แม้จะไร้ปราณยุทธ์ แต่ดูท่าแล้ว มันมั่นใจมากเลยกับการต่อสู้เป็ตายเช่นนี้” อาจารย์ชิงอี้ เป็เ้าหอสดับพิณ และเป็อาจารย์สอนวิชาการดนตรีของสำนักเมฆาม่วง ศิษย์สตรีมากมายล้วนแล้วแต่เข้ามาเรียนก็เพื่ออยากเป็ศิษย์ของนาง
“ ศิษย์เคยเห็น ตอนหยางเฟยหลงมาหาศิษย์น้องเชียนเชียน ดูท่าเป็คนอ่อนแอ เดินต้วมเตี๊ยม เชื่องช้า ไร้พลังปราณยุทธ์ แต่วันนี้เขาดูแปลกไป ไม่รู้ว่า ถูกศิษย์น้องเชียนเชียน ยกเลิกงานหมั้น เลยทำให้เขาเปลี่ยนไปหรือเปล่า?” ศิษย์พี่หญิงคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมา
“ ศิษย์พี่เหมย กล่าวเกินไปแล้ว เชียนเชียน ไม่ได้เป็คนยกเลิกงานหมั้น แต่เป็เพราะ ผู้าุโของตระกูลจู เป็คนบอกเลิกต่างหากเล่า” เสี่ยวฉีเอ่ยแทน เชียนเชียน ที่ได้แต่แสดงสีหน้าเป็ห่วง หยางเฟยหลงอยู่แต่ไม่รู้จะทำอย่างไรดี
“ คนที่ไร้ปราณยุทธ์ แม้จะมีจิตใจเข้มแข็งกล้าหาญปานใด แต่ในโลกความเป็จริง เขาก็เปรียบเหมือนกับคนธรรมดาสามัญ ไม่คู่ควรกับเ้าหรอก สิ่งที่ผู้าุโของตระกูลจู ทำนั้นถูกต้องแล้ว หวังว่า การประลองครั้งนี้สิ้นสุด เ้าจะได้ไม่ต้องเป็ห่วงมันอีกต่อไป”
“ เ้าค่ะ” เชียนเชียนได้แต่ยอมรับว่า สิ่งที่อาจารย์พูดนั้นถูกต้องที่ผ่านมานางได้แต่เป็ห่วงและสงสาร หยางเฟยหลงที่อ่อนแอ หาใช่เป็ความรักไม่
บนเวทีโลหิต
“ ไม่ว่าเ้าจะมีวิชาลับ ของตระกูลหยางหรือไม่ วันนี้เ้าได้ตายก่อนที่จะได้ใช้อย่างแน่นอน เพราะข้าได้รับการถ่ายทอด หมัดกระเรียนฟ้า มาสามกระบวนท่า เ้าได้ตายด้วยวิชาที่สุดยอดเช่นนี้ ก็ถือว่าเ้ามีบุญมากแล้ว”
“ ใครจะตายก่อนหลัง เดี๋ยวก็รู้”
ราเชนเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ดวงตานั้น แม้แต่ฉีเซียนเอง ยังรู้สึกว่า
ดวงตานี้ ทำไมทำให้เขาถึงกับขนหัวลุกขึ้นมาได้
“ เริ่มประลองได้”
เสียงของอาจารย์ถงเหล่าประกาศออกมาพร้อมกับ เสียงระฆังต่อสู้เริ่มขึ้น
ฉีเซียน ยกแขนทั้งสองข้าง แล้วะเิพลังปราณยุทธ์ขั้นที่ 25 ขึ้นมา พร้อมกางปีกราวกับนกกระเรียน แล้วตวาดเสียงดังก้อง พร้อมพุ่งมือเป็รูปนกกระเรียน เป้าหมายคือดวงตาของ ราเชน
“ นั่นมันพลังปราณยุทธ์ขั้นที่ 25 นี่ เฟยหลงลูกแม่..” แม่รั่วหลานถึงกับลุกขึ้นยืนตะลึงไม่คิดว่า ตอนนี้ทำไมฉีเซียนถึงได้มีพลังพุ่งพรวดขึ้นมาอีก 5 ระดับในชั่วข้ามคืน แต่พอมองไปที่ปรมาจารย์เหล่ยเทียน ก็พอจะเข้าใจ คิดว่าคงได้รับยาเม็ดเพิ่มพลังปราณจาก พวกราชวงศ์หลี่แน่ๆ
“ ทำใจเสียเถอะ บางทีเฟยหลงเป็แบบนี้น่าจะดีเสียกว่า ให้เขาเติบโตขึ้นมาโดยต้องแบกภาระความแค้นของตระกูลหยาง” พี่รอง เมิ่งเอ่อคุน มาร่วมชมอยู่ด้วยเอ่ยกับ รั่วหลาน
“ ไม่ เขาเป็ทายาทตระกูลหยาง ท่านพี่และ บรรพบุรุษตระกูลหยาง ต้องช่วยปกป้องเขาอย่างแน่นอน”
เมิ่งเอ่อคุนได้แต่ส่ายหน้า
“ หมัดกระเรียนฟ้า คว้าดาว” เสียงของฉีเซียนประกาศท่าหมัดของมันออกมา
ราเชนเห็นแล้วก็เคลื่อนไหวหลบด้วยท่าเท้าวายุเหิน แม้เขาจะอ้วน แต่กลับเคลื่อนไหวได้อย่างน่าประหลาด หมัดกระเรียนฟ้าคว้าดาว ก็จับได้แต่ลมที่ว่างเปล่า พอหันหน้าไปทางราเชน ก็ถูกศอกของเขาที่ซัดออกมาด้วยพลังกายล้วน ๆ เปรี้ยง !!
ปลายศอกกระแทกเข้าเหนือเปลือกตาขวาของมัน จนถึงกับกลายเป็กระเรียนปีกหัก ตาลอยค้าง ศอกที่ฟันตรงจุดนี้ มันไม่ใช่ทำลายประสาทััของคู่ต่อสู้ มันรุนแรงถึงกับกระโหลกที่เหนือคิ้วแตกเป็รอยแยก เืไหลออกมาปิดดวงตา ก่อนที่สติของ ฉีเซียนจะกลับมา
ราเชนก็จับเอาหัวของมัน กระแทกกับเข่าซ้ายของเขาอย่างแรง
โพล๊ะ !!
หน้าผากของฉีเซียนถึงกับยุบลงไปอย่างเห็นได้ชัด มันร่วงไปกองกับพื้นเหมือนคนไร้สติ ก่อนที่ราเชนจะเข้าไปบิดหัวของมัน จนกระดูกต้นคอหักเสียงดังลั่นสนาม
กร๊อบ !!
ไม่ต้องดูตรวจสอบว่าฉีเซียนตายหรือไม่ เพราะตอนนี้ สภาพหัวของมันบิดกลับไปทางด้านหลัง ทั่วทั้งสนามประลอง ทุกคนต่างตื่นตะลึง อ้าปากค้าง
จนกระทั่งอาจารย์ถงเหล่าลอยตัวขึ้นมา เตะชีพจรของ ฉีเซียนตามพิธี แล้วประกาศว่า
“ การประลองจบสิ้น หยางเฟยหลงชนะ ฉีเซียนตายแล้ว”
องค์ชายหลี่ิ ถึงกับหันมามองหน้า ปรมาจารย์เหล่ยเทียนทันที
“ นึกไม่ถึง ตระกูลไป๋ ถึงกับถ่ายทอดวิชาวายุเหินให้กับมัน บวกกับ วิชาลับตระกูลหยางที่ใช้ออกในวันนี้ ร้ายกาจจริงๆ หมัดตระกูลหยางที่ใช้แต่ในา จนร่ำลือทั่วแดนเหนือ นึกไม่ถึง จะโเี้เช่นนี้ ฉีเซียนมันฝีมืออ่อนด้อยไปเอง”
“ อาจารย์ข้า้าให้มันตาย”
“ ใจเย็นๆ ก่อน เรามีเื่ที่ต้องทำกันในคืนนี้ รอให้งานสำคัญของเราเรียบร้อยก่อน แล้วเราค่อยไปจัดการกับมัน ก็ยังไม่สาย”
“ ยิ่งเห็นหน้าของมันแล้ว ข้ารู้สึกอยากจะอาเจียนทุกๆ ที พวกเรากลับกันเถอะ”
องครักษ์มากมายพากันลุกขึ้นแล้วเดินจากไปทันที
“ บัดซบ นี่มันไม่มีพลังปราณยุทธ์แท้ๆ ยังฆ่ามันไม่ได้อีก” เว่ยจงเฉียนเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจ สิ่งที่พวกเขาหวังรางวัลจากองค์ชายสี่ ก็ไม่ได้ตามไปด้วย และอีกทั้งเว่ยสง ยังแสดงสีหน้ากระอักกระอ่วนออกมาอีกด้วย
“ ไม่ใช่แค่นั้น เรายังต้องจ่ายเงินรางวัลให้เพื่อนของมัน อีก 1 ล้านเหรียญทองอีกด้วย”
“ อะไรนะ ต้าเฉิงมันแทงข้าง หยางเฟยหลง 1 แสนเหรียญทองเชียวเร๊อะ?”
เว่ยสงพยักหน้า พร้อมกับมอบใบรายการให้เว่ยจงเฉียนดู ซี่งทั้งสองตกลงจะแบ่งผลประโยชน์คนละครึ่ง ดังนั้นถ้าเสีย ก็จะต้องจ่ายกันคนละครึ่งเช่นกัน
“ ให้มันไป” เว่ยจงเฉียนกัดฟันเอ่ย แต่ในใจกำหมัดแน่น ดวงตาทอแววอาฆาต แล้วเอ่ยกับ ลูกน้องของตนว่า
“ แจ้งข่าวไปที่ค้างคาวดำ นำเงินของข้ากลับมา แล้วฆ่าหยางเฟยหลงซะ”
ลูกน้องรับคำแล้ว วิ่งออกไปในทันที
เว่ยสงได้ยินถึงกับบอกว่า
“ ค้างคาวดำ ลงมือเอง ข้าเชื่อว่าต้องสำเร็จแน่ๆ”ตัวเว่ยสงแม้จะมีศักดิ์เป็ลูกผู้พี่ แต่ว่า เป็เพียงแค่ลูกภรรยารอง ไม่เหมือนกับ เว่ยจงเฉียนที่เป็ลูกภรรยาหลวง ทำให้เว่ยจงเฉียนมีสิทธิ์ที่จะใช้ค้างคาวดำให้ทำงานของตนได้
“ ก็แค่ คนไร้พลังปราณยุทธ์คนหนึ่ง ค้างคาวดำ เป็นักฆ่าอันดับ 1 ของ ตระกูลเว่ยเรา มันต้องไม่ทำให้ข้าผิดหวังแน่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เว่ยจงเฉียนเอ่ยอย่างมั่นใจ
ส่วนทางด้านแม่รั่วหลาน ก็ดีใจยิ่งนัก เมิ่งเอ่อคุน ถึงกับต้องเอ่ยออกมาว่า
“ ที่แท้เ้าเฟยหลงนี่มันเก็บซ่อนวิชาลับ ของตระกูลหยางเอาไว้ใช้ในตอนนี้ ร้ายกาจไม่เบา สมแล้วที่เป็ลูกหลานตระกูลหยาง แต่ก็เป็ยังไร้พลังปราณยุทธ์อยู่ดี หากเจอ ผู้ที่มีปราณยุทธ์ สูงกว่านี้ มันต้องไม่โชคดีแบบนี้แน่” เมิ่งเอ่อคุณแม้พูดเช่นนี้ แต่เห็นการฆ่าคนของหยางเฟยหลงโดยการหักคอฉีเซียนต่อฝูงชนมากมายอย่างไรปราณี ด้วยสายตาราวกับนักรบในสมรภูมิ ทำให้ตัวของเขาเองก็ยังอดหวาดหวั่นใจไม่ได้ ต่อไปเขาต้องมองหลานชายของตนเปลี่ยนไปจากเดิมแล้ว
“ ข้าก็จะไม่ให่ใครมาทำอะไรลูกข้าเหมือนกัน” รั่วหลานเอ่ยตอบกลับไปทันทีเช่นกัน
อาจารย์ไป๋เซียงมายืนรอหยางเฟยหลงที่ด้านหน้าเวทีด้วยสีหน้าเ็ายิ่ง
“ ขอบคุณอาจารย์ไป๋ ที่ช่วยชี้แนะ”
“ ฮึ ที่แท้หมัดเจ็ดสังหารของตระกูลหยางก็มีผู้สืบทอดแล้ว ทำไมเวลาที่ข้าทดสอบเ้าถึงไม่ใช่มันออกมา”
“ ข้าไม่อยากทำร้ายท่าน”
“ ฮึ..ฝีมืออย่างเ้าน่ะรึ คิดจะทำร้ายข้าได้”
ราเชนได้แต่ยิ้ม ไม่อยากเอ่ยอะไร เพราะหากว่าต้องต่อสู้จริงๆ เขาแม้ต้องพิการแขนขาหัก ไม่ว่าอย่างไร ก็ต้องหาทางสังหารศัตรูของเขาจนได้ แม้ฝีมือจะอ่อนด้อยกว่าก็ตาม
แล้วแม่รั่วหลานก็เดินเข้ามาทั้งสอง
“ คำนับฮูหยินหยาง ข้าไป๋เซียง เป็บุตรีของแม่ทัพไป๋กุ้ยแห่งอาณาจักรมัจฉิมา บิดาเคยเป็สหายกับ ท่านแม่ทัพหยางเจี้ยน ”
“ อ๋อ จำได้แล้ว ตอนนั้น ท่านแม่ทัพไป๋กุ้ย ทำศึกติดพันกับพวกคนเถื่อนแล้วเสียที ถูกข้าศึกจับตัวไปในแดนเถื่อน แต่ท่านพี่คุมกำลังแดนเหนือบุกเข้าโจมตีทัพแดนเถื่อน แล้วช่วยท่านแม่ทัพไป๋กุ้ยออกมา ที่แท้เ้าเป็ ลูกสาวของท่านแม่ทัพไป๋นั่นเอง”
“ ใช่แล้ว ข้าได้รับคำสั่งจากบิดามาเยี่ยมเยียนฮูหยิน หากมีสิ่งใดให้ท่านพ่อช่วยเหลือก็บอกมาได้”
“ ไม่มีอะไร ตอนนี้เราสองแม่ลูกสุขสบายดี”
“ แต่ว่า ชีพจรปราณยุทธ์ของหยางเฟยหลงมีปัญหาไม่อาจฝึกพลังปราณยุทธ์ได้ ต่อไปข้าเกรงว่า..หากเจอศัตรูที่เข้มแข็ง เขาจะรับมือไม่ได้”
“ พวกเราสองแม่ลูกตัดสินใจ หลบอยู่ที่บ้านตระกูลเมิ่ง ไม่ขอรับรู้เื่ราวความแค้นของตระกูลหยางอีกต่อไป ขอเพียงให้เฟยหลงตบแต่ง หญิงสาวที่เหมาะสมให้ทายาทตระกูลหยางสืบต่อไปก็เพียงพอแล้ว”
“ แต่ว่า ตอนนี้ที่ป่าลับแล มีคนค้นพบ ผลกิเลนไฟ หากว่าหยางเฟยหลงได้กิน เส้นชีพจรปราณยุทธ์ของเขา จะกลับมามีสภาพเป็ปกติ สามารถฝึกฝนพลังปราณยุทธ์ได้”
“ ป่าลับแล มีสัตว์อสูรที่ร้ายกาจ คนที่เข้าไปมีหนทางตายมากกว่าอยู่ ข้าไม่อยากให้เฟยหลงต้องเสี่ยงอันตรายแบบนั้น”
“ แต่ว่า..” ไป๋เซียงกำลังจะเอ่ยแต่ว่า ฮูหยินหยางกลับยกมือห้าม แล้วเอ่ยคำลา ดึงมือของเฟยหลงกลับบ้านไปทันที โดยมีต้าเฉิงวิ่งตามไปด้วยพร้อมกับถุงเงิน จำนวน 1 ล้านเหรีญทอง
“ เราแบ่งกันคนละครึ่ง” ราเชนแบ่งเงินให้ต้าเฉิงคนละครึ่ง โดยที่แม่รั่วหลานไม่รู้ว่าสองคนซุบซิบอะไรกัน
“ ไม่ได้ นี่เป็เงินของเ้า ข้ารับไม่ได้”
“ ถ้าหากคิดเป็เพื่อนกัน ก็จงรับเอาไว้” ราเชนนำเหรียญทองกลับมาใส่แหวนมิติของตนเพียง 6 แสน และมอบถุงใส่เงินคืนให้กับ ต้าเฉิงเอาไว้
“ ขอบใจเ้ามาก ข้ากำลังอยากลงทุนเปิดร้ายขายอาวุธเล็กๆ สักร้าน ต่อไปเกิดา ข้าจะต้องร่ำรวยแน่ๆ เมื่อถึงวันนั้น ข้าจะต้องคืนกำไรให้เ้าอย่างสาสมแน่ๆ”
ราเชนตบไหล่เป็กำลังใจให้ต้าเฉิงแล้วรีบเดินตามแม่รั่วหลานกลับบ้านไป
“ ดูเหมือนกับไม่ใช่หยางเฟยหลงที่ข้ารู้จักมาก่อนเลย” เชียนเชียนเอ่ยออกมาอย่างแ่เบา
“ ใช่ พี่เฟยหลงแม้แต่จะเหยียบมดยังไม่กล้าเลย แต่นี่กลับหักคอคนราวกับหักคอไก่ แววตาโเี้ได้ใจข้าเหลือเกิน ข้าชักชอบพี่เฟยหลงเสียแล้ว เชียนเชียนหากเ้าไม่ชอบพี่เฟยหลงคนนี้ ข้าขอนะ” เสี่ยวฉีเอ่ยขึ้นมาพร้อมกระพริบตากับเชียนเชียน เหมือนล้อเชียนเชียนเล่น
“ อย่าเพิ่งดีใจไปนัก ข้าว่าวันนี้มันแค่โชคดี แต่ต่อไปวันหน้า คนของตระกูลฉี ไม่ปล่อยให้หยางเฟยหลงลอยนวลเช่นนี้แน่ และข้าสังเกตุแววตาขององค์ชายหลี่ิแล้ว ดูเขาไม่ค่อยพอใจเ้าหยางเฟยหลงนัก ทางที่ดี เ้าอย่าเข้าไปยุ่งกับมันในตอนนี้ จะมีภัยเอาง่ายๆ อีกสามวัน ป่าลับแล จะเปิดเป็เวลา 1 เดือน ด้านในล้วนมีสมุนไพรมีค่า และ สัตว์อสูรที่น่ากลัว ข้าอยากให้พวกเ้าทั้งหลาย เตรียมตัวเข้าไป อย่างน้อย พวกเ้าจะได้รับประสบการณ์จากป่าลับแล ในครั้งนี้”
เชียนเชียน จึงได้แต่รับคำของอาจารย์ แต่ในใจยังรู้สึกแปลกๆ ที่เห็นการลงมือที่โหดร้ายของหยางเฟยหลงในวันนี้
ณ ถ้ำค้างคาวดำ อยู่ในเขตอิธิพลของ ตระกูลเว่ย ชายแต่งกายชุดคลุมสีดำพอได้รับป้ายคำสั่งของคุณชาย เว่ยจงเฉียนก็เอ่ยออกมาว่า
“ กลับไปบอกคุณชาย คืนนี้ หยางเฟยหลงมันต้องตายตามที่คุณชายสั่งอย่างแน่นอน”
ค้างคาวดำเอ่ยจบมันก็ใช้ผ้าคลุมสีดำของมันครอบร่างของตน แล้วทันใดนั้นเอง ร่างของมันที่ดูเป็มนุษย์สูงใหญ่ ก็ค่อยๆสลายกลายเป็ค้างคาวตัวเล็ก บินหายไปในถ้ำส่วนลึก คนรับใช้ของเว่ยจงเฉียน หวาดกลัวถึงกับรีบวิ่งออกมาจากถ้ำค้างคาวดำในทันที ......