ตอนที่ 5: ขยายอาณาจักรเกษตรชุมชน สู่ก้าวแรกของความมั่งคั่งระดับอำเภอ
ลมหนาวแ่เบาพัดโชยมาใน่ปลายปี กลิ่นไอของดินและฟางข้าวหลังฤดูเก็บเกี่ยวหอมกรุ่นไปทั่วทุ่งนา บ้านไม้เก่าๆ ของยายในอดีต บัดนี้ไม่ได้เงียบเหงาและอับทึบเหมือนในชาติแรกอีกต่อไป บริเวณรอบบ้านถูกปรับปรุงใหม่ให้กลายเป็ศูนย์กลางการเพาะเห็ดและแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรขนาดย่อม มีโรงเรือนเพาะเห็ดฟางเรียงรายกันถึงสี่หลัง และมีชาวบ้านในชุมชนแวะเวียนมาส่งมอบผลผลิตกันอย่างคึกคักทุกเช้า
ยายในร่างเด็กหญิงวัยสิบขวบยืนกอดอกมองความเปลี่ยนแปลงตรงหน้าด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ
[ ติ๊ง! โฮสต์บริหารจัดการเครือข่ายเกษตรกรชุมชนบรรลุเป้าหมายระยะที่หนึ่ง ประสิทธิภาพเครือข่ายพุ่งสูงขึ้น 150% ได้รับคะแนนสะสมประสบการณ์ระบบ +300 แต้ม ]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ปรึกษาจักรวาลดังขึ้นในหัว พร้อมกับหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าใสที่แสดงกราฟรายได้ของครอบครัวที่พุ่งทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในเวลาเพียงไม่กี่เดือนจากเด็กหญิงยากจนที่เกือบไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม บัดนี้ครอบครัวของยายกลายเป็ผู้ส่งออกเห็ดฟางรายใหญ่ที่สุดในระดับตำบล และกำลังขยายเครือข่ายเจาะตลาดร้านอาหารในตัวอำเภอ
"พี่เล็กจ๋า วันนี้มีแม่ค้าจากตลาดเทศบาลมาขอรับซื้อเห็ดเพิ่มอีกสองเ้าแน่ะ เขาบอกว่าอยากได้เห็ดเกรด A ของเราไปขายส่งต่อ" เสียงของน้องสาวคนรองวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกด้วยความดีใจ
ยายหันไปยิ้มรับ "บอกพวกเขาไปเลยจ๊ะว่าโควตาของสัปดาห์นี้เต็มแล้ว ถ้า้าเพิ่มต้องรอรอบส่งของวันจันทร์หน้า และเน้นย้ำเื่มาตรฐานความสะอาดเหมือนเดิม ห้ามเอาของมีตำหนิปะปนเด็ดขาด เพราะแบรนด์ของเราสร้างมาจากคุณภาพและความซื่อสัตย์"
คำพูดที่เป็ผู้ใหญ่เกินวัยของเด็กหญิงวัยสิบขวบทำให้คนในครอบครัวและชาวบ้านต่างพากันชื่นชมและเชื่อฟังอย่างสนิทใจ พ่อที่เคยเคร่งเครียดเื่หนี้สินในอดีต ตอนนี้ใบหน้าเปี่ยมด้วยรอยยิ้มและความภาคภูมิใจ หนี้สินเก่าๆ ที่เคยพอกพูนถูกชำระจนหมดเกลี้ยงั้แ่เดือนแรก แม่เองก็มีเงินเก็บในบัญชีธนาคารและไม่ต้องหลังขดหลังแข็งรับจ้างเย็บผ้าจนดึกดื่นเหมือนชาติเดิมอีกต่อไป
่สายวันเดียวกัน รถกระบะคันเก่าคันหนึ่งแล่นมาจอดเทียบหน้าบ้าน ร่างอ้วนท้วมของ "เจ๊เพ็ญ" พ่อค้าคนกลางคู่ปรับเก่าก้าวลงจากรถด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง จากท่าทีที่เคยผยองพองขนและเคยยกพรรคพวกมาข่มขู่ บัดนี้เจ๊เพ็ญกลับเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ และท่าทางเกรงอกเกรงใจอย่างเห็นได้ชัด
พ่อเห็นดังนั้นจึงขมวดคิ้วเล็กน้อย เดินออกไปต้อนรับที่หน้าชานบ้าน "อ้าว เจ๊เพ็ญ มีธุระอะไรหรือเปล่าถึงได้มาถึงบ้านผมได้"
เจ๊เพ็ญหัวเราะแห้งๆ ยกมือไหว้ทักทายอย่างนอบน้อม "โอย... ช่างพงษ์ อย่าเรียกว่ามีธุระอะไรเลยค่ะ ฉันแค่อยแวะมาเยี่ยมเยียนและ... อยากจะมาคุยเื่ธุรกิจร่วมกันสักหน่อย" สายตาของเจ๊เพ็ญเหลือบมองไปทางยายที่ยืนกอดอกมองอยู่อย่างรู้ทัน
ยายเดินเข้าไปใกล้ด้วยท่าทีสงบสุขุม รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้า "เจ๊เพ็ญคงไม่ได้มาทวงคืนตลาดสดอะไรหรอกใช่ไหมคะ? หรือว่าเห็ดของเจ๊ขายไม่ออกจนต้องมาขอแบ่งซื้อจากเราล่ะ?"
เจ๊เพ็ญหน้าแดงก่ำด้วยความอายแต่ไม่กล้าโกรธ เพราะข่าวลือเื่ความฉลาดและเส้นสายของเด็กหญิงคนนี้แพร่สะพัดไปทั่วอำเภอแล้ว ยิ่งประกอบกับเหตุการณ์ที่เจ๊เพ็ญโดนตรวจสอบภาษีและเกือบโดนคดีอาญาในครั้งก่อน ทำให้เธอเข็ดหลาบจนไม่กล้าหาเื่อีกเลย
"หนูเล็ก... เจ๊ยอมแพ้แล้วล่ะจ่ะ" เจ๊เพ็ญถอนหายใจยาว "่นี้เห็ดในตลาดราคาร่วงหมดเพราะมีแต่คนหันมาทำตามพวกเธอ แต่ของบ้านเธอคุณภาพดีที่สุด ลูกค้าเจาะจงแต่แบรนด์ของครอบครัวเธอทั้งนั้น เจ๊เลยอยากจะขอเป็ตัวแทนรับซื้อล็อตใหญ่ไปส่งให้ร้านอาหารในเมือง โดยยอมรับส่วนแบ่งกำไรน้อยลง... พวกเธอจะพอเมตตาเจ๊สักครั้งไหมจ่ะ?"
พ่อหันมามองหน้าลูกสาวเชิงปรึกษา เพราะในใจพ่อยังมีความเกรงใจอยู่บ้าง
ยายสบตากับเจ๊เพ็ญนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง สมองประเมินผลประโยชน์และกลยุทธ์ทางธุรกิจจากระบบจักรวาลอย่างรวดเร็ว ในโลกธุรกิจไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร การมีเครือข่ายกระจายสินค้าที่กว้างขึ้นโดยใช้ประโยชน์จากคู่แข่งเดิม ย่อมดีกว่าการปิดกั้นตัวเอง
"ได้สิคะเจ๊เพ็ญ..." ยายเอ่ยด้วยน้ำเสียงฉะฉาน "แต่มีข้อแม้ว่า เจ๊ต้องรับซื้อในราคามาตรฐานที่เรากำหนด ห้ามกดราคาเกษตรกรในเครือข่ายของเรา และต้องแปะป้ายสินค้าให้ชัดเจนว่าเป็ผลผลิตจากเครือข่ายเกษตรชุมชนของเรา ถ้าเจ๊ตกลงตามเงื่อนไขนี้ เราก็ร่วมมือกันได้ค่ะ"
เจ๊เพ็ญรีบพยักหน้ารัวๆ ด้วยความยินดี "ตกลงๆ เจ๊ตกลงทุกอย่างเลยจ่ะ!"
มองส่งเจ๊เพ็ญที่เดินกลับขึ้นรถไปด้วยความโล่งอก ยายสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ นี่เป็เพียงก้าวเล็กๆ ของเด็กหญิงวัยสิบขวบในการสร้างความมั่งคั่งระดับอำเภอ เป้าหมายที่ใหญ่กว่าเดิม ทั้งยศ สรรเสริญ สุข และธรรมาภิบาลระดับประเทศ ยังรอให้อยู่เบื้องหน้า ชาตินี้... ยายจะไม่ยอมให้ชีวิตต้องจบลงอย่างยากลำบากเหมือนชาติเดิมอย่างเด็ดขาด!