ซินรู้สึกเหมือนจะเป็ลม!
ได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นแรงอยู่ในอกเสื้อมือในถุงมือประดับลูกไม้ขาวสั่นระริก
พยายามควบคุมตัวเองสุดความสามารถบังคับตัวเองไม่ให้พลัดตกจากรองเท้าส้นสูงสี่นิ้วขณะก้าวไปตามทางเดินยาวเหยียดในโบสถ์แห่งนั้น
ร่างเพรียวระหงเดินลากชายกระโปรงสีขาวที่ทิ้งตัวยาวจรดพื้นผ่านผืนพรมหูอึงอลไปด้วยเสียงชื่นชมของแขกผู้ร่วมพิธี สลับกับเสียงลั่นชัตเตอร์รัวๆของตากล้องมืออาชีพ
สายตานับร้อยคู่ในที่นั้นหันมามองเธอเป็จุดเดียวแต่ตาเ้าสาวไม่ยอมสบใคร มุ่งมองฝ่าผ้าคลุมหน้าเ้าสาวล็อคเป้าไปยังสุดทางเดินเท่านั้น
นั่นไงจุดหมายปลายทางของชีวิตฉัน
คุณนล!
ผู้ชายร่างสูงในชุดเ้าบ่าวสูทสามชิ้นสีดำสนิทคนนั้นยืนรออยู่ที่แท่นพิธีมองตรงมาที่เธอด้วยแววตาเข้มจัด
แววตาแบบที่เคยทำให้เธออ่อนแรงเสมอเมื่อสบมันวันนี้แววตารอคอยคู่นั้นกลับเพิ่มความมั่นใจ ให้เคลื่อนไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
ร่างบางเพรียวในชุดเ้าสาวแสนสวยมาถึงแท่นพิธีร่างสูงเดินออกมาขอรับมือเธอ
ซินส่งมือขวาในถุงมือยาวสีขาวบริสุทธิ์ไปให้เขากุมไว้และจูงพาเธอเดินไปหน้าแท่นพิธี
ฉันพร้อมแล้วค่ะที่รัก
หญิงสาวกลั้นลมหายใจ ขณะที่เ้าบ่าวเอื้อมมือมาเปิดผ้าคลุมหน้า
แววตาเข้มจัดนั้นเปลี่ยนเป็ใ ร่างสูงผงะพร้อมอุทานเสียงดัง
"ซิน!"
____________________
"ซิน!" เสียงแว่วมาจากที่ไกลๆ
"นางซิน!"
ซินสะดุ้งเฮือก รู้สึกแปลบปลาบเหมือนมีของแหลมทิ่มเอว
"เป็อะไรไปยะ ยืนหลับหรือไงบอกให้แขม่วพุงหน่อยจะเก็บรอยตรงนี้ก็ไม่ได้ยิน เลยต้องปลุกด้วยเข็มหมุดเนี่ย"
หญิงสาวตื่นจากภวังค์ ได้สติว่ากำลังอยู่ที่ไหน และกำลังฝันกลางวันไปล้วนๆตอนที่สบตาตัวเองในกระจกบานใหญ่ของห้องเสื้อชื่อดัง
ร่างเพรียวบางเหมือนสาวรุ่นอยู่ในชุดวิวาห์สีขาวชุดเ้าสาวเกาะอกรัดรูปทรงแคบตรงทิ้งชายยาวระพื้น เข้าคู่กับถุงมือสีขาว และเวลผ้าโปร่งที่ทิ้งตัวยาวปิดสะโพกส่งให้ร่างบางยิ่งเพรียวระหงมากขึ้น
ดีไซน์เนอร์สาวใหญ่ค้อนขวับ บ่นพึมขณะทำงานในมือเป็ระวิง
"เกิดมาก็เพิ่งเคยเจอเนี่ยเ้าสาวตัวจริงเบี้ยวนัดลองชุดแต่งงาน ส่งตัวปลอมมาลองชุดแทน โอ๊ย! ชั้นจะบ้า!"
ช่างเสื้อผู้ช่วยหัวเราะคิกขณะช่วยตรึงเข็มหมุดตรงเอวเพื่อเตรียมแก้ไขความหลวม
"บุญรักษาค่ะคุณพิงค์ ที่เขาขนาดตัวเท่ากันเป๊ะตอนมาวัดตัวตัดชุดเพื่อนเ้าสาวนี่ยังแปลกใจ ไม่รู้พี่น้องหรือโคลนนิ่งกันมารูปร่างเท่ากันยันขนาดข้อมือ"
"พี่น้องซะที่ไหนกันจ๊ะ ยายริต้าน่ะลูกติดแม่เลี้ยงต่างหากคนละดีเอ็นเอกันเลย" คุณพิงค์นินทาเสียงดัง
"อ้าว!" ช่างอุทาน"มิน่า! ว่าแล้วเชียว หน้าตาไปคนละทาง"
คุณพิงค์เพ่งมองหน้าซินที่อ่อนใสไร้สีสันเหมือนหญิงสาววัยเดียวกันทั่วไปซ้ำซีดเซียวเหมือนอดนอนมาหลายคืน
"แล้วนี่อาสาช่วยงานเขาจนไม่ได้หลับไม่ได้นอนมากี่วันแล้วล่ะแม่ซินเดอเรลล่าใต้ตาเธอนี่ชั้นนึกว่าหลินฮุ่ยมาเอง"
"ซินไม่ได้อดนอนเพราะงานแต่งริต้าหรอกค่ะพี่พิงค์พอดี่นี้ต้นฉบับงานเร่ง ต้องตรวจแก้กันดึกๆ ทุกคืน" หญิงสาวพึมพำแก้ตัว
"แน่นะพี่น่ะเห็นเราวิ่งวุ่นเตรียมทุกอย่างให้ยายริต้า จนบางทีก็สงสัยนะว่าใครเป็เ้าสาวกันแน่"
ซินยิ้มแห้งๆ "ไม่ขนาดนั้นหรอกนะคะ ริต้าเขาก็วุ่นเหมือนกัน"
"วุ่นไถฟีดโซเชียลมากกว่าไม่ได้เพิ่งรู้จักกันนะจ๊ะ เห็นกันมาั้แ่ยังถักผมเปียทั้งคู่ทำไมชั้นจะไม่รู้นิสัยน้องสาวนอกไส้ของเธอ"
ซินรีบเปลี่ยนเื่ "พี่พิงค์ขาน้ารินฝากกำชับว่า ยังไงขอชุดไปส่งที่บ้านพรุ่งนี้ก่อนเที่ยงนะคะ"
"ย่ะ! แก้เอวนิดเดียวก็เสร็จแล้วเสร็จปุ๊บส่งปั๊บเลยค่ะคุณแม่งาน"
ซินหัวเราะอายๆ หันมามองดูตัวเองในกระจกอีกครั้งอย่างพึงใจ
"สวยที่สุดเลยค่ะพี่พิงค์ริต้าโชคดีที่สุดในโลกเลยที่ได้ใส่ชุดเ้าสาวของพี่พิงค์ชุดนี้"
คุณพิงค์เดินมายืนข้างซินในกระจก "ริต้าน่ะโชคดีที่สุดในโลกที่มีพี่สาวอย่างเรามากกว่ายายซิน"
____________________
ทันทีที่ก้าวขึ้นรถตัวเองได้ หญิงสาวก็โขกหัวตัวเองกับพวงมาลัยรถรัวๆเหมือนจะเรียกสติ
โอ๊ย! เกิดอะไรขึ้นกับชั้นวะเนี่ย
ฝันกลางวันไม่ดูเวล่ำเวลาเลย
ความผิดของพี่พิงค์คนเดียว ที่ออกแบบชุดเ้าสาวทัชใจเบอร์นั้นจนแค่ได้ลองสวมมัน ก็ทำฉันสติหลุดกลางร้าน!
ซินมองหน้าซีดเซียวของตัวเองในกระจกรถ แล้วส่งสายตาดุตัวเองแรงๆ
จำไว้นางซิน แกไม่ใช่เ้าสาว
ผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลกไม่ใช่เรา แต่คือริต้า!
ถึงไม่ใช่เืเนื้อเชื้อไขคลานตามกันมาแต่ซินก็เห็นริต้ามาั้แ่อายุแค่สิบสาม
ไม่ใช่น้องสาวแต่ก็โตมาด้วยกัน สมองย้ำเตือนให้ยินดีกับริต้าแต่หัวใจบ้าๆ มันไม่ยอมเลิกงอแง
มันยังแปลบปลาบด้วยความปวดร้าวทุกคืน ั้แ่รู้ว่าผู้ชายชื่อนลตัดสินใจขอริต้าแต่งงาน
เจ็บให้สุดแล้วหยุดที่ยอมรับความจริงให้ได้ เพราะมันเป็อื่นไม่ได้นอกจากเป็แบบที่มันต้องเป็
ซินด่าทอตัวเองซ้ำๆ ย้ำคิดกับตัวเองเรื่อยๆ ขณะสตาร์ทรถเข้าเกียร์พามันออกจากลานจอด
ท่องให้ขึ้นใจเลยนางซิน
เหลืออีกแค่ไม่กี่วัน เขาคนนั้นจะเป็น้องเขยของแก!
____________________
“เอ้า! มาแล้วยายซิน ไอ้เราก็โทรตามจนอ่อนใจ”
มารดาเลี้ยงต้อนรับด้วยการบ่นเมื่อเห็นหญิงสาวร่างเพรียวหน้าเซียวซีด ในเสื้อยืดกางเกงยีนส์เก่าๆหอบถุงข้าวของเต็มมือเข้ามาในบ้าน
“ซินไปลองชุดรอบสุดท้ายแทนริต้ามาค่ะน้ารินโทรศัพท์อยู่ในกระเป๋าเลยไม่ได้ยินเสียง”
น้ารินขมวดคิ้ว “แล้วมันกงการอะไรของเราถึงต้องไปลองชุดแทนริต้า”
ซินวางถุงข้าวของลงบนโต๊ะ “ริต้าเบี้ยวนัดลองชุดรอบสุดท้ายค่ะน้ารินพี่พิงค์โทรตามก็ปิดมือถือใส่แก ซินพยายามติดต่อริต้าแล้วแต่ไม่รับสายก็เลยต้องไปขัดตาทัพแทน"
น้ารินหน้าเสีย “เอ๊ะยายริต้าไม่น่าเหลวไหลขนาดนี้"
เอิ่ม! ถ้าไม่เหลวไหลไม่ใช่ริต้ามากกว่าค่ะน้าริน
"แต่เรียบร้อยแล้วค่ะ ซินกำชับให้พี่พิงค์มาส่งชุดพรุ่งนี้ก่อนเที่ยงคอมเฟิร์ม!” ซินรายงานให้มารดาเลี้ยงสบายใจ
"หรือว่าคุณว่าที่เ้าบ่าวมารับไปสวีทจี๋จ๋ากันที่ไหน"น้ารินยังไม่เลิกสงสัย "น่าตีจริงจริ๊งคู่นี้จะเข้าหออยู่ไม่กี่วันแล้ว ห่างกันสักชั่วโมงก็ไม่ได้” ประโยคนั้นแม้บ่นแต่เจอปนความเอ็นดู
“ในถุงนั่นคือรองเท้าที่จะให้ริต้าใส่กับชุดนะคะมีสองคู่เผื่อไว้ฉุกเฉินหรือรองเท้ากัด ส่วนเื่การ์ดซินส่งให้ครบหมดแล้ว” ลูกเลี้ยงยังคงรายงานต่อ
“ส่วนของชำร่วย น้าวารีส่งรูปทางไลน์มาให้ซินดูป้ายติดมีตัวสะกดผิด แต่ขอแก้เรียบร้อยแล้วค่ะ พรุ่งนี้ซินจะส่งคนไปรับแล้วเอามาไว้ที่บ้านนี้”
น้ารินพยักหน้าอย่างพอใจ
“ขอบใจนะซิน ไม่ได้เราช่วยน้าคงแย่ยายริต้าของน้ามันดีแต่สวยไปวันๆ ไม่ได้เก่งงานเก่งการเหมือนซิน”
“ด้วยความเต็มใจค่ะน้าริน พ่อไม่อยู่แล้วเราก็เหลือกันอยู่แค่นี้"
ซินจัดการข้าวของแล้วเดินมานั่งลงอย่างโรยแรง
"ซินนาม่อนโรลบนโต๊ะนี่ขอได้มั้ยคะน้ารินซินยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย"
"อุ๊ย! เอาเลยจ้ะ เดี๋ยวน้าชงกาแฟให้นะ"
หญิงวัยจวนห้าสิบที่ยังคงเค้าความสวย กุลีกุจอเดินไปที่เครื่องชงกาแฟปากยังคุยไม่หยุดตามประสาคนช่างพูด
“โบราณเขาว่านารีมีรูปเป็ทรัพย์นี่นับว่าจริงอยู่นะซินริต้านี่มันแต้มบุญแรงแท้ นั่งสวยๆ อยู่บ้านเฉยๆ ก็ยังมีคนดีๆอย่างคุณนลมาสะดุดรัก พูดถึงคุณนลแล้วน้าล่ะโล่งใจเจอลูกเขยแบบนี้เหมือนยกดอยสุเทพออกจากอก”
ซินแอบอมยิ้มคำเปรียบเปรยที่ชวนเห็นภาพแล้วก็เกือบสำลักขนมเมื่อได้ยินประโยคต่อไป
“เราก็อย่าอิจฉาน้องมันล่ะที่แซงหน้าถึงจะหน้าตาธรรมดาๆ ก็ใช่ว่าจะหาคู่ไม่ได้ วันนึงคงมีใครตาแหลมมาชอบเราสักคนแหละเดี๋ยวก็มีคนมาเห็นรูปสุวรรณอยู่ชั้นใน เชื่อน้า"
บุลลี่หนูอีกแล้วนะน้าริน!
แต่ช่างแกเถอะ ฟังมาจนชิน สิบปีที่ผ่านมามารดาเลี้ยงไม่เคยหยุดเปรียบเทียบรูปร่างหน้าตาของเธอกับลูกสาวตัวเอง
น้ารินยกกาแฟร้อนหอมกรุ่นมาวางให้ลูกเลี้ยง
“คุณสมบัติน่ะมันก็สำคัญหรอกนะซินเราน่ะเรียนเก่งมีงานการทำดีๆ น้าก็ดีใจด้วยแต่ผู้หญิงเราน่ะถ้าไม่มีรูปสมบัติมาช่วยบ้างก็เหนื่อยจนตาย ต้องทำงานงกๆดูแลตัวเองไปตลอดชีวิต พูดก็พูดเถอะ อย่าหาว่าน้าสอนเลยนะ…”
ซินรีบต่อประโยคให้ทันที “ถึงซินจะไม่ใช่คนสวยเหมือนริต้าแต่ถ้าหัดแต่งเนื้อแต่งตัวบ้างมันก็อาจจะพอดูได้ — อันนี้จำขึ้นใจแล้วค่ะน้าริน"
น้ารินค้อนขวับ “น้าก็พูดด้วยความหวังดีล้วนๆ”
“ซินรู้ค่ะว่าเกิดมาไม่สวยไม่น่ารักเหมือนริต้าแต่ว่าซินก็มีความสุขกับสิ่งที่ซินเป็นะคะน้าริน"
ซินจิ้มขนมหวานใส่ปาก ก่อนตามด้วยกาแฟขมๆ
"ใช่ว่าผู้หญิงทุกคนจะหวังพึ่งพาผู้ชายการแต่งงานก็ใช่จะเป็นิพพานสุดท้ายของชีวิต"
"จ้ะ! แม่คนเก่ง แม่สาวแกร่ง แม่ไม่ง้อผู้ชายแม่ไม่สนใจความรัก" น้ารินแขวะอย่างหมั่นไส้ "น้ายอมแพ้ก็ได้แต่ถึงเวลาอกหักเพราะคลั่งรักผู้ชายก็อย่ามาคร่ำครวญก็แล้วกันน้าจะรอหัวเราะให้ปวดฟันเลยเชียว"
____________________
ถ้าน้ารินรู้ความจริง คงหัวเราะขำฉันจนฟันหักหมดปาก
ว่านางลูกเลี้ยงปากแข็ง แอบอกหักเพราะรักคุดมาเป็เดือนแล้ว
ซินทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มอย่างอ่อนแรงนึกอยากจะกินยานอนหลับให้สลีปยาว แบบไม่ต้องตื่นขึ้นมาอีกเลยจนวันอาทิตย์
ฉันจะใช้ชีวิตยังไงกันในวันเสาร์ วันที่เขาจะเป็ของคนอื่นไปตลอดกาล
หญิงสาวพลิกร่างซุกกองหมอนนิ่มๆ เหมือนอยากหนีหายไปจากโลกสักระยะ
คิดถึงพ่อขึ้นมาจับใจขอบคุณพ่อที่ยกบ้านหลังนี้เป็ที่หลบภัยให้ลูกสาวคนเดียวของพ่อ
พ่อเป็คนรอบคอบ ท่านทำพินัยกรรมไว้อย่างชัดเจนเรียบร้อยก่อนที่จะจากไปด้วยโรคประจำตัว
ซินไม่เคยน้อยใจที่พ่อยกบ้านหลังใหญ่ที่เคยอยู่อาศัยให้ภรรยาใหม่อย่างน้ารินเพราะอย่างอื่นนอกจากบ้านหลังนั้น พ่อยกให้ซินเป็เ้าของแต่เพียงผู้เดียว
ั้แ่เงินในบัญชี จนถึงบ้านเก่าหลังนี้ของคุณปู่คุณย่าที่ซินใช้เงินที่พ่อให้มาจัดการรีโนเวทมันใหม่ จนอยู่ได้อย่างสบายตามลำพังแล้วยังมีบ้านริมทะเลหัวหินที่เป็ของแม่ ที่จากไปั้แ่เธออายุแค่แปดขวบ
“สมบัติหล่อนมากมายขนาดนี้แต่รับงานเหมือนคนเป็หนี้สักสิบล้าน” พี่แจ๋มบรรณาธิการสาวสอง ผู้บริหารสำนักพิมพ์ใหญ่ที่เธอรับงานอยู่เคยบ่น
เหตุผลที่เธอไม่เคยบอกใคร นั่นคือ "งาน" เป็ทางออกเดียวที่ทำให้ซินลืมความโดดเดี่ยวของชีวิต
งานหนักทำให้เธอลืมความทุกข์ เดดไลน์ทำให้เธอไม่มีเวลาเศร้าจากความสูญเสียที่กระแทกเธอครั้งแล้วครั้งเล่า เริ่มจากแม่ แล้วก็มาพ่อ
____________________
ซินยังจำกลิ่นดอกไม้หอมๆ จากเรือนกายของแม่ได้ชัดเจนอ้อมแขนอบอุ่นที่กอดปลอบโยนเธอยามร้องไห้งอแง กับเสียงหวานๆที่อ่านนิทานกล่อมเธอให้หลับไปทุกคืน
จู่ๆ แม่ก็จากไปในวัยที่เธอกำลังรู้ความ
ห้าปีผ่านไป ทุกอย่างในความทรงจำยังไม่ลางเลือน
วันหนึ่งเธอกลับจากโรงเรียนมัธยมมาพบว่าพ่อกำลังนั่งอยู่ในสวนหลังบ้าน มือกุมมือหญิงสาวสะสวยแต่งหน้าจัดจ้านเพื่อนหญิงของพ่อที่บุคลิกต่างจากแม่อย่างสิ้นเชิง
“อ้าว! ซินกลับมาพอดี” พ่อลุกขึ้นมาโอบไหล่ซินอย่างรักใคร่“พ่อมีข่าวดี น้ารินตกลงจะมาอยู่กับเราแล้วจ้ะซินต่อไปซินจะไม่ต้องอยู่คนเดียวอีกแล้วนะ เวลาที่พ่อไปทำงานต่างจังหวัด"
"น้าริน…จะมาอยู่ที่นี่หรือคะ" ซินพึมพำอย่างงุนงง
"ไม่ใช่น้าคนเดียวจ้ะ" น้ารินเดินมายืนเคียงข้างพ่อ "ริต้าด้วย"
"ริต้า" ซินทวนคำ
ทุกคนสะดุ้งพร้อมกัน เมื่อได้ยินเสียงกรี๊ดดังมาจากบนบ้าน
____________________
"อะไรกันยายริต้า!" น้ารินที่วิ่งขึ้นบันไดมาส่งเสียงถามขณะเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนใหญ่ชั้นบน
พ่อกับซินเดินตามเข้ามาสมทบ ซินมองเห็นเด็กผู้หญิงวัยเดียวกันหมุนตัวจากกระจกเงาข้างหน้าอย่างตื่นเต้น
เรือนร่างสูงเพรียวเป็สาวเกินวัย อยู่ในชุดเดรสลูกไม้สีชมพูหวาน
มันคือชุดโปรดของแม่ ที่พ่อตัดใจทิ้งไม่ได้ยังคงแขวนเก็บไว้ในตู้ชั้นบน
ชุดของแม่ฉัน มันมาอยู่บนตัวเธอได้ยังไง!
ซินร้องในใจขณะยืนตะลึง
"ริต้าเจอชุดนี้ในตู้เสื้อผ้าค่ะเลยเอามาลองใส่ดู โอ๊ย! เห็นตัวเองแล้วอยากจะกรี๊ดสักร้อยหนนี่มันคนหรือนางฟ้ากันเนี่ย"
ซินทำหน้าพะอืดพะอม หันไปมองน้าริน
น้ารินดุลูกสิคะ สั่งให้ลูกสาวน้าถอดชุดออกมาคืนเดี๋ยวนี้
"เออ! สวยจริงๆ ด้วยลูกแม่ ต๊าย! ชมพูขับผิวออร่าเข้ารูปเข้าร่างริต้า ยังกับตัดมาเพื่อลูกสาวรินเลยนะคะแซม"
คุณพระ! น้ารินเห็นดีเห็นงามกับลูกตัวเองซะงั้น
ริต้าวิ่งเข้ามาคล้องแขนพ่อ "ริต้าสวยไหมคะลุงแซม"
พ่อพยักหน้าอย่างฝืนๆ สบตาซินอย่างกระอักกระอ่วน
"ลุงเลิงอะไรกันจ๊ะนับจากนี้ไปเรียกว่าพ่อแซมได้แล้วลูก" น้ารินส่งสายตาหวานให้พ่อ
ริต้าเบิกตากว้าง ร้องกรี๊ดอีกครั้งสุดเสียง"ลุงแซมขอแต่งงานกับแม่แล้วหรือคะ เย้!" หล่อนโถมร่างในชุดลูกไม้หวานเข้ากอดพ่อแน่น
แล้วชะงักเมื่อสบตาเด็กสาวรูปร่างเท่ากันที่ยืนหน้าซีดไร้สีเือยู่ข้างหลังพ่อ
ริต้ายิ้มตาหยี ผละจากพ่อวิ่งเข้ามากอดซินแทน
"ไชโย! ริต้าจะมีพี่สาวแล้วต่อไปนี้เราจะเป็พี่น้องกันจริงๆ แล้วนะคะพี่ซิน"
____________________
นับจากได้ชื่อว่ามีน้องสาว ชีวิตซินก็ไม่รู้จักคำว่าเหงาอีกต่อไป
ยิ่งโตเป็วัยรุ่น ริต้าก็ยิ่งกลายเป็จุดสนใจและยิ่งกลายเป็จุดสนใจ ก็มีเื่มาให้พี่สาวตามแก้ไขไม่เว้นแต่ละวัน!
นับั้แ่เว้าวอนให้ "ช่วยบอกแม่ให้ทีนะว่าริต้าไปอ่านหนังสือสอบที่ร้านกาแฟ"ทั้งที่ความจริงโดดเรียนไปสิงกับเพื่อนหนุ่มตามศูนย์การค้า
หรือขอให้ "พี่ซินบอกลุงแซมว่าริต้าไปห้องสมุดกับพี่ซินนะ"ทั้งที่ความจริงติดรถไปร่อนที่พัทยากับเพื่อนสาวต่างโรงเรียน
ใครล่ะจะใจแข็งกับหล่อนไหว เสียงเว้าวอนหวานๆกับดวงตากลมโตกระพริบถี่ๆ ปล่อยน้ำตาใสๆ ร่วงเผาะไม่กี่ที ซินก็"โดนตก" ทุกครั้ง
เธอกลายเป็ "หน่วยกู้ภัย" ช่วยน้องนอกไส้เอาตัวรอดมาตลอด่วัยรุ่น
ไม่จำเป็ต้องเรียนเก่งหรือฝึกฝนทักษะการงานใดๆแค่อัพสกิลหว่านเสน่ห์ให้คนรอบตัวใจละลาย (โดยเฉพาะตอนที่ทำอะไรที่ไม่สมควรทำ)ริต้าก็ได้แทบทุกอย่างที่หล่อน้า
หล่อนกล้าแหวกกฎแหกกรอบด้วยตาใส โปรดปรานการถูกห้อมล้อมด้วยผู้คนและพร้อมกระโจนเข้าลองสิ่งใหม่ๆ โดยไม่แคร์ว่าผลเสียอะไรจะบังเกิด
ก็จะแคร์ไปทำไม ในเมื่อ"พี่ซิน"คอยตามแก้ไขให้ได้ทุกเื่ราว!
____________________
แน่นอนว่าเมื่อเข้าสู่วัยสาว หนุ่มๆก็เดินตามริต้าจนนับนิ้วมือไม่ไหว
ก็หล่อนสวยแบบบาดใจ ตาโตคมกริบใต้คิ้วดำเข้มตัดกับริมฝีปากสีแดงอวบอิ่ม เอวคอดๆ ขายาวๆอัดแน่นด้วยจริตสาวที่ทำให้ผู้ชายทุกคนใจเต้นระทึก
สวยะโจนต่อให้เอาเสื้อยืดกางเกงยีนส์ขาดๆ ของพี่สาวไปใส่หล่อนก็ยังเรียกสายตาผู้คนให้เหลียวมองได้อยู่ดี
ต่างจากพี่สาวผู้ไร้สีสัน ที่มารดาเลี้ยงมักค่อนแคะว่า"กลมกลืนกับอากาศ" จนสามารถอยู่ในห้องเดียวกันได้โดยไม่มีใครทันสังเกตว่าเธออยู่!
ถ้าฉันเป็ผู้ชายพวกนั้น ฉันก็คงหลงรักน้องสาวฉันเหมือนกันน่ะแหละ
ซินยอมรับความจริงโดยดุษณี!
ใครๆ ในโลกนี้ก็อยากเป็ของริต้าทั้งนั้น
แม้คนที่อยู่ในใจฉัน ก็ยังอยากเป็ของเธอ